ยังไม่ได้ตรวจคำผิด
ooooooooooooooooooooo
าระหว่างแคว้นซีเปียนกับหนานเปียนที่เริ่มจะร้อนระอุท่ามกลางหิมะที่ตกลงมาไม่หยุด
ความเอาแต่ใจของฮ่องเต้แคว้นหนานเปียนทำให้แคว้นอื่นๆ เกิดความระอาและชิงชัง
าในครั้งนี้เป็แคว้นหนานเปียนที่เป็ฝ่ายฉีกสัญญาสงบศึก ฮ่องเต้แคว้นหนานชอบคิดว่าแคว้นของตนนั้นยิ่งใหญ่เก่งกล้ามีความสามารถเหนือกว่าแคว้นใด
ส่วนทางแคว้นซีเปียนเป็แคว้นที่มีเหมืองแร่เหล็กและแร่เงินเยอะมากที่สุดในบรรดาห้าแคว้น
ย่อมต้องมีความสามารถผลิตอาวุธได้มากมายและมีคุณภาพ ถึงแม้ทางแคว้นซีเปียนไม่อยากจะทำศึกาในครั้งนี้มากนัก แต่พอถึงคราวจำเป็ก็ไม่ยอมเช่นกัน
ชาวบ้าน คหบดีตามเมืองชายแดนเริ่มที่จะอพยพขึ้นเหนือไปยังแคว้นจงเจียนหรือไม่ก็เป่ยเปียนเพื่อที่จะหลบภัยา
เมืองจงซานคือทางผ่านของการอพยพไปยังแคว้นจงเจียน กลุ่มของหยางเจี้ยนเมื่อออกจากโรงเตี๊ยมก็ต้องใเพราะว่าทางเข้าเมืองนั้นเต็มไปด้วยผู้อพยพ
ทางเ้าเมืองกำลังให้ทหารต้อนคนอพยพไปยังสถานที่ที่จัดเตรียมไว้ให้ แต่มากคนก็มากความ
เหล่าทหารจึงจำเป็ที่จะต้องใช้กำลังเข้าข่มขู่ กลุ่มของหยางเจี้ยนพยายามที่จะฝ่ากลุ่มคนอพยพออกไป แต่ก็ทำได้ยากลำบาก
'ส่งสัยพวกเราต้องออกโรงเอง'
หวังเฉาพยักหน้าให้กับเพื่อนอีกสามตัว เป็อันรู้กันว่าจะต้องทำอะไรเพื่อให้กลุ่มคนอพยพหลีกทางให้
สี่ยอดองครักษ์ที่มีขนาดตัวะโลงจากรถม้าพร้อมกับขู่คำรามราวกับเสียงพยัคฆ์
ทั้งยังแยกเขี้ยวยาวใส่อย่างน่ากลัว ทำให้กลุ่มผู้อพยพเห็นแล้วต่างใจนตัวสั่น ต้องรีบหลีกทางให้โดยทันที
"เก่งมากหวังเฉา หม่าฮั่น จางหลง เ้าหู่"
สุนัขทั้งสี่ตัวะโขึ้นรถม้าอีกครั้งพร้อมกับเอาหัวถูไถหยางจื่อไปด้วย หยางจื่อจำเป็ต้องลูบหัวเพื่อขอบคุณ
ทุกอย่างอยู่ในสายตาของอวี่เหวิน ดวงตาของอวี่เหวินเปล่งประกายเป็อย่างมาก เมื่อได้เห็นสุนัขที่แสนฉลาดของหยางมี่
"ต่อไปจะเป็เมืองิเจียง ไม่รู้ว่าจะยังเปิดประตูเมืองอยู่หรือไม่ พวกเราต้องรีบเร่งเดินทางให้ถึงชายแดนให้เร็วที่สุด"
"ไม่เปิดก็ไม่เป็ไรหรอกอาเหวิน พวกเราเตรียมอาหารไว้แล้ว ไม่จำเป็ต้องเข้าเมืองก็ได้"
"ขอรับพี่เจี้ยน"
อวี่เหวินนับถือหยางเจี้ยนเป็พี่ชายไปแล้ว เพราะหยางเจี้ยนมีน้ำใจ และยังเก่งกาจมีความ
สามารถมากเขาจะพยายามดึงพี่เจี้ยนเข้าพรรคให้ได้
หยางมี่นั่งอยู่กับน้องชายอยู่ในรถม้ามองออกไปข้างนอกหน้าต่าง ตอนนี้นางรู้สึกปลอดภัยยิ่งนักที่มีท่านพ่อกับพี่ใหญ่อยู่ด้วย
"พี่สาวเรายังไม่ได้ขายสมุนไพรเลยเ้าขอรับ"
"ไม่เป็ไรหรอกเฉินเอ๋อร์ ยังคงมีเมืองข้างหน้าอีกเมือง เราค่อยเอามันไปขายที่นั้นก็ได้ หรือไม่เราก็เอาสมุนไพรไปเก็บไว้ในตู้คงสภาพ เมื่อถึงบ้านของท่านแม่ เราค่อยเอาไปขาย"
"ขอรับ"
หยางมี่หยอกล้อกับน้องชายอยากสนุกหนาน เสียงหัวเราะคิกคักดังออกไปข้างนอก
หยางจื่อยิ้มเต็มใบหน้าอย่างมีความสุข ที่น้องทั้งสองยังคงอยู่กับเขา
เสียดายที่ท่านแม่ไม่ได้มาอยู่มีความสุขกับพวกเราตรงนี้
สี่ยอดองครักษ์ที่รับรู้ถึงความรู้สึกหยางจื่อ
ต่างก็เอาหัวถูไถหยางเจี้ยนเพื่อดึงความคิดกลับมา หยางจื่ออมยิ้มให้กับความแสนรู้ของสุนัขทั้งสี่เป็อย่างมาก
หลายวันมานี้กลุ่มของหยางเจี้ยนต่างก็รีบเดินทางฝ่าพายุหิมะ สองทางเต็มไปด้วยหิมะที่มีแต่ความหนาวเหน็บตลอดเส้นทาง
ทั้งยังมีลมแรงที่เพิ่มความหนาวยิ่งขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว
"พี่เจี้ยนลุงซ่งป้าซ่งข้าว่าเราหยุดพักม้ากันก่อนเถอะขอรับ"
"ได้"
หยางเจี้ยนพยักหน้ารับรู้และส่งสัญญาณบอกลูกชายเพื่อให้หยุดรถม้าเข้าข้างทาง
"อีกไม่นานจะถึงเมืองิเจียงแล้ว ตอนนี้ใกล้จะยามเซิน พวกเราก็พักค้างคืนกันตรงนี้ก็แล้วกัน"
หยางจื่อเอาผ้ากระสอบป่านไปขึงที่ด้านข้างรถม้า ใช้เชือกมัดผ้าผูกเข้ากับรถม้าเอาไว้เพื่อความแ่า
ส่วนปลายผ้าอีกด้านเขาก็นำไปมัดกับต้นไม้ใหญ่ ต่อให้มีลมพัดเข้ามาก็ไม่มีผลกระทบอะไรเมื่อกางผ้าป่านเรียบร้อยแล้ว
เขาก็ให้ทุกคนเข้ามาหลบหิมะใต้ผ้าทันที ส่วนม้าทั้งหมดเขาคิดว่ามันจะเข้ามาหลบหิมะ แต่มันก็ไม่ยอมเข้ามา
"จื่อเอ๋อร์..นี่คือธรรมชาติของสัตว์นะ สัตว์อื่นๆ ในป่าก็เช่นเดียวกัน แต่ถ้าเ้าสงสารพวกมัน เ้าก็แค่ช่วยก่อไฟให้พวกมันก็แล้วกันนะ"
หยางเจี้ยนลูบหัวของหยางจื่อ เขารู้ดีว่าหยางจื่อสงสารม้าที่ต้องนอนท่ามกลางหิมะตกเช่นนี้
แต่นี้คือวิถีธรรมชาติของสัตว์ มันสามารถอยู่ได้โดยการนอนใกล้ๆ กันเพื่อแบ่งความอุ่นให้กันได้
"ขอรับท่านพ่อ"
หยางจื่อทำตามที่ท่านพ่อแนะนำ จากนั้นเข้าก็เข้ารถม้าไปช่วยน้องสาวทำบะหมี่ทำหมด 10 ถ้วย หยางจื่อเปิดหน้าต่างด้านข้างออก ก็จะเห็นทุกคนนั่งผิงไฟอยู่
"บะหมี่เสร็จแล้วขอรับ"
หยางเจี้ยนและทุกคนเดินมารับบะหมี่ไปคนล่ะถ้วย พร้อมกับนั่งกินกันอย่างไม่เงยหน้า ยกเว้นน้องสาวและน้องชายที่ท่านพ่อไม่ให้ออกมา
"อร่อยมาเลยจื่อเอ๋อร์"
"เป็น้องสาวที่ทำขอรับ มี่เอ๋อร์บอกว่าท่านตาเฒ่าคนนั้นแถมสูตรการทำขนมและบะหมี่ให้มี่เอ๋อร์ "
"ราคาของรถม้าเท่าไหร่หรือ ตาเฒ่าคนนั้นถึงได้แแถมสูตรอาหารอร่อยให้เช่นนี้"
"50 ตำลึงทองขอรับ"
เมื่อทุกคนได้ฟังราคาของรถม้าต่างก็สำลักออกมา และคิดไปในทางเดียวกันว่าหยางมี่ตัวน้อยคงจะโดนหลอกเข้าให้แล้ว หยางจื่อเห็นแล้วก็อดขำไม่ได้จึงได้อธิบายต่อว่า
"รถม้าของหยางมี่ด้านหลังสามารถเปิดเป็ร้านค้าได้ขอรับ พวกท่านลองชะโงกหน้าเข้าไปดู จะมีอุปกรณ์ขายของครบทุกอย่าง ข้าว่าขายของไม่เท่าไหร่ก็คงได้ทุนคืนแล้วขอรับ"
ทุกคนลุกขึ้นและเดินไปชะโงกหน้าดูด้านใน ตรงทางหน้าต่างก็อดตะลึงไม่ได้ เพราะพวกเขาไม่เคยเห็นใครเอารถม้ามาทำเช่นนี้ อุปกรณ์ทำขนมก็สวยงามเป็เหล็กอย่างดี
"ไม่น่าเชื่อ..ว่าจะสามารถทำเช่นนี้ได้"
ทุกคนพยักหน้าอย่างเห็นด้วย พร้อมกับมองไปรอบตัวรถที่ค่อนข้างเก่า
แต่ด้านในกลับงดงามดูแปลกตาและจัดเรียงเป็ระเบียบ สามารถเข้าไปยืนในนั้นได้ถึงสามคน
"ตอนแรกที่ข้าเห็นว่ารถม้าคันนี้มันสามารถเปลี่ยนเป็ที่ลากเลื่อนหิมะได้ข้าก็รู้สึกทึ้งมากแล้ว
แต่ด้านในที่ทำเหมือนร้านขายของเช่นนี้ ข้าว่าไม่มีใครสามารถทำเลียนแบบได้แน่นอน น่าเหลือเชื่อยิ่งนัก"
แล้วทุกคนก็พยักหน้าเห็นด้วยอีกครั้ง หลังจากที่ทุกคนกินอิ่มแล้ว ก็ส่งถ้วยบะหมี่ให้หยางมี่เพื่อทำการล้าง
หมาน้อยของนางที่ตัวใหญ่พอๆกับรถบิ๊กไบค์หลังจากกินอาหารเรียบร้อยแล้วก็ลงมาสำรวจพื้นที่อย่างที่เคยทำ พร้อมทั้งออกล่ากระต่ายมาให้นางอีกด้วย
"หม่าฮั้น จางหลง พวกเ้าเก่งมาก ข้าจะย่างให้พวกเ้าคนละตัวดีหรือไม่"
..โฮ่ง..
สี่ยอดองครักษ์เห่าพร้อมกันทั้งยังทำท่าดีใจที่จะได้กินเนื้อกระต่ายย่าง
ค่ำคืนนี้เป็คืนที่แสนจะทรมานยิ่งนัก เนื่องจากหิมะที่ตกหนักมากกว่าเดิม หยางเจี้ยนที่เฝ้ายามจำเป็ต้องก่อกองไฟเพิ่มอีกหลายๆกอง
ดีที่ในรถม้าของลูกสาวมีฟืนเก็บไว้เป็จำนวนมาก ทำให้พวกเข้ารอดพ้นจากความหนาวเย็นไปได้ส่วนหนึ่ง
รุ่งเช้าของอีกวัน
หิมะตกน้อยลงกว่าเมื่อวาน ทำให้การเดินทางไปเมืองิเจียงราบรื่นไปตลอดทาง
แต่ทุกอย่างก็ไม่ได้ราบรื่นเสมอไป ตามทางเริ่มเห็นผู้คนขนของอพยพมากขึ้นเรื่อยๆ
รถม้าจึงไม่สามารถวิ่งเร็วได้อย่างใจนึกทำให้ไม่สามารถเข้าไปในเมืองิเจียงได้
เมืองิเจียงที่เป็เมืองหน้าด่านก่อนจะถึงประตูชายแดน มีผู้คนอพยพกำลังต่อแถวเต็มพื้นที่ทางเข้าเมือง พวกเข้าจึงจำเป็ต้องอ้อมไปอีกเส้นทาง
"ภาวนาให้แคว้นจงเจียนยังคงเปิดประตูเมือง"
ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วยกับหยางเจี้ยน หลังจากนั้นทุกคนก็เดินทางกันต่อไปจนกระทั่งพระอาทิตย์ตกดิน
สี่ยอดองครักษ์ะโลงไปข้างล่างเพร้อมกับวิ่งนำไปอีกทางหนึ่ง จากนั้นก็เห่าเรียก ทำให้ทุกคนต้องตามไปอย่างช่วยไม่ได้
"ถ้ำหรือ"
องครักษ์ของคุณชายอวี่เหวินลงจากม้าแล้วเดินเข้าไปสำรวจด้านในเพื่อความปลอดภัยของทุกคน
"ปลอดภัยขอรับคุณชาย"
ทุกคนบังคับม้าเข้าไปด้านในถ้ำ และมันก็กว้างมากพอที่จะนำรถม้าเข้าไปจอด
"หวังเฉา หม่าฮั้น จางหลง เ้าหู่ พวกเ้าช่างเก่งยิ่งนัก"
ทุกคนต่างก็เข้ามาลูกหัวหัวสุนัขทั้งสี่ตัวอย่างเอ็นดู ทำให้สี่ยอดองครักษ์ต่างเชิดด้วยความเย่อหยิ่ง
หยางมี่ะโลงจากรถม้าแล้ววิ่งมาทางพี่ใหญ่ของนาง ทั้งยังกระซิบกระซาบกันสองคนอยู่นาน
หยางเจี้ยนที่คอยมองอยู่ก็รู้สึกหมั่นไส้สองพี่น้องยิ่งนักที่มีความลับกับเขา แล้วสองพี่น้องก็หายเข้าไปในรถม้ากันสองคน
"พี่ใหญ่นี่ไงต้นโสมซานซี...ข้าบอกแล้วว่าข้าไม่ได้โกหก หวังเฉาสามารถหาสมุนไพรได้เ้าค่ะ ข้าคิดเอาไว้ว่าจะเอาไปขายที่เมืองิเจียง"
หยางจื่อที่จ้องมองโสมซานซีอย่างตกตะลึงแต่ก็ถูกน้องสาวสะกิดจนทำให้หยางจื่อหลุดจากอาการเหม่อลอย
"มี่เอ๋อร์เ้าเก็บเอาไว้ให้มิดชิดอย่าให้ใครเห็นเด็ดขาด"
"เ้าค่ะพี่ใหญ่"
oooooooooooooooooooooo