ตอนที่ 39 เสี่ยวอิ๋นรู้สึกผิด
แม้ว่าวันรุ่งขึ้นจะไม่ต้องไลฟ์ แต่ถังเหอก็ยังตื่นแต่เช้าตรู่ เตรียมอาหารเช้าให้กับลูกสัตว์ทั้งสอง จากนั้นก็พาเสี่ยวหลางไปโรงพยาบาลสัตว์พันธะเพื่อตรวจขาหลังของมันสักหน่อย ดูว่ายังพอมีความเป็นไปได้ในการรักษาไหม
“ฉันจะพาเสี่ยวหลางไปโรงพยาบาลสัตว์ เสี่ยวอิ๋น นายอยู่เฝ้าบ้านดีๆ นะ อย่าวิ่งไปทั่ว เข้าใจไหม” ถังเหอกำชับเสี่ยวอิ๋นอย่างระมัดระวัง เพราะเขารู้ว่าเจ้าตัวเล็กนี่ชอบวิ่งมั่วซั่วไปทั่วเป็นที่สุด
“อ๋าว…” เสี่ยวอิ๋นพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง สื่อว่ามันจะเฝ้าบ้านแต่โดยดี
แต่วินาทีหลังจากถังเหอพาเสี่ยวหลางออกไป เสี่ยวอิ๋นก็ออกจากบ้านทันทีเช่นกัน
เหลวไหลน่า เสี่ยวเหอเหอพาสัตว์อื่นเข้าบ้านมาแล้ว มันนั่งเฉยรอความตายแบบนี้ไม่ได้อยู่แล้ว มันต้องไปหาผู้ช่วยมา
สำหรับการกระทำทั้งหมดนี้ของเสี่ยวอิ๋น ถังเหอในขณะนี้ยังไม่ทราบ เขากำลังรอผลการตรวจเสี่ยวหลางจากคุณหมออย่างกระวนกระวายใจอยู่
คุณหมอตรวจเสี่ยวหลางทั้งตัวหนึ่งรอบ โฟกัสการตรวจขาที่หักข้างนั้นของมันแล้วส่ายหัวให้ถังเหอ ขมวดคิ้วพูดว่า “บาดเจ็บมานานเกินไป หลังบาดเจ็บก็ไม่ได้รับการรักษาทันเวลา กระดูกที่แตกประสานกันจนผิดรูปไปแล้ว โดยทั่วไปก็แทบไม่มีความเป็นไปได้ในการฟื้นฟูแล้วครับ”
“ถ้าส่งมาที่โรงพยาบาลทันทีในตอนที่มันบาดเจ็บก็ยังมีโอกาสรักษาหายมากกว่าครึ่ง ทำไมถึงปล่อยไว้นานขนาดนี้ถึงเพิ่งพามาล่ะครับ” คุณหมอตั้งคำถามกับถังเหอด้วยน้ำเสียงไม่พอใจนัก เห็นได้ชัดว่าคิดว่าถังเหอเป็นผู้ทำสัญญาของเสี่ยวหลาง
หมอที่ทำงานในโรงพยาบาลสัตว์แต่ละคนเป็นคนรักสัตว์พันธะกันทั้งนั้น ดังนั้นจึงเลือกทำอาชีพนี้
ทุกครั้งที่พวกเขาเจอเจ้านายไร้ความรับผิดชอบ หรือคนที่ไม่ดูแลสัตว์พันธะของตัวเองให้ดีก็อดโมโหและรู้สึกสงสารสัตว์พันธะเหล่านั้นไม่ได้ แต่อย่างมากสุดก็ทำได้แค่ตั้งคำถามพวกเขาไม่กี่คำ ไม่สามารถเปลี่ยนความคิดของพวกเขาได้
“ไม่มีทางรักษาแล้วจริงๆ เหรอครับ ไม่ต้องรักษาให้กลับไปต่อสู้ได้ แค่เดินได้ปกติก็พอแล้วครับ” ถังเหอได้ยินแบบนี้ หัวใจก็ยิ่งบีบรัด
คุณหมอเห็นว่าท่าทีเป็นห่วงของถังเหอดูไม่เหมือนแกล้งทำ ท่าทีเลยอ่อนลงเล็กน้อย พูดขึ้นว่า “บาดแผลนี้เรื้อรังมานานเกินไปครับ กระดูกที่หักมันเชื่อมกันไปแล้ว ถ้าอยากให้มันเดินได้ตามปกติต้องทุบกระดูกที่หักพวกนี้ใหม่ แล้วค่อยประสานอีกครั้ง ขั้นตอนนี้เจ็บมากนะครับ นอกจากนั้น…”
คุณหมอมองถังเหอแล้วก็ลังเลที่จะพูดต่อ ราวกับว่าทำใจพูดคำต่อๆ ไปไม่ได้
ถังเหอเห็นเช่นนี้ก็เข้าใจแล้วว่าคุณหมออยากจะพูดอะไร เพราะถึงอย่างไรหลังจากเขาใช้พลังวิญญาณตรวจสอบร่างกายของเสี่ยวหลางเมื่อวาน ก็พอเข้าใจสถานการณ์ของเสี่ยวหลางแล้ว
“โดยส่วนตัวผมแนะนำให้รักษาสภาพที่เป็นอยู่นี้เอาไว้ จากนี้ก็ดีกับมันให้มากหน่อย ให้มัน…ได้ใช้เวลาที่เหลืออีกไม่กี่ปีอย่างมีความสุขครับ” คุณหมอพูดเตือนอ้อมๆ
“ขอบคุณครับคุณหมอ ผมจะทำ” ถังเหออุ้มเสี่ยวหลางขึ้นมาอีกครั้งแล้วขอบคุณคุณหมอ
ในเมื่อรักษาไม่ได้ ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องรักษาแล้ว อย่างมากก็ส่งผลกับความเร็วในการเดินนิดหน่อย ไม่ได้กระทบเรื่องอื่นมากนัก
“เสี่ยวหลาง ตอนกลางวันอยากกินอะไร แฮมเบิร์กไหม เนื้อปั้นไหม หรือซุปกระดูกดี” ถังเหอถามยิ้มๆ ราวกับทุกสิ่งทุกอย่างในโรงพยาบาลไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
เสี่ยวหลางรู้สภาพของตัวเองเป็นอย่างดี มันทิ้งความหวังไปนานมากแล้ว ดังนั้นคำพูดของคุณหมอจึงไม่ได้ทำให้มันสะเทือนใจแต่อย่างใด และมันก็ไม่ได้รู้สึกผิดหวังเช่นกัน
แต่เมื่อเห็นว่าถังเหอปฏิบัติกับมันเหมือนเดิม นี่ก็ทำให้เสี่ยวหลางรู้สึกว่าการที่มันได้พบกับมนุษย์คนนี้ในช่วงไม่กี่ปีสุดท้ายของชีวิต น่าจะเป็นเพราะสวรรค์เห็นสิ่งที่มันเผชิญมาในอดีตแล้วสงสาร เลยชดเชยให้กับมันละมั้ง
นี่ก็พอแล้วละ
“โบร๋ว…” ฉันอยากกินเนื้อย่าง แบบเนื้อย่างอร่อยๆ เมื่อวานนี้น่ะ
“เนื้อย่างเหรอ” ถังเหอถามเพื่อยืนยัน หลังจากได้รับการพยักหน้ากลับมาก็ตัดสินทันที “ถ้าอย่างนั้นก็กินเนื้อย่างนะ กลับไปจะทำให้นายกับเสี่ยวอิ๋น ไม่รู้ว่าเจ้าเสี่ยวอิ๋นจะยอมอยู่เฝ้าบ้านดีๆ หรือเปล่า”
ถังเหอกับเสี่ยวหลางกลับถึงบ้าน เห็นว่าเสี่ยวอิ๋นอยู่เฝ้าบ้านแต่โดยดีจริงๆ ไม่ได้ไปวิ่งเล่นที่ไหนก็ทั้งประหลาดใจและยินดีขึ้นมาทันที “วันนี้เสี่ยวอิ๋นทำตัวดีจริงๆ เล่นกับเสี่ยวหลางไปก่อนนะ ฉันจะไปทำเนื้อย่างให้พวกนายก่อน”
“อ๋าว!” ได้เลย เสี่ยวเหอเหอรีบไปเถอะ เสี่ยวอิ๋นส่งเสียงร้องตอบถังเหออย่างรู้สึกผิดเล็กน้อย
อันที่จริงในวินาทีก่อนที่ถังเหอและเสี่ยวหลางจะกลับถึงบ้าน มันก็เพิ่งกลับมาเหมือนกัน ฝุ่นดินบนตัวยังไม่ทันได้จัดการเลย โชคยังดีที่เสี่ยวเหอเหอง่วนกับการทำอาหารกลางวัน เลยไม่ได้สังเกต
แต่ถังเหอไม่ได้สังเกต ไม่ได้หมายความว่าเสี่ยวหลางจะไม่ทันสังเกตเหมือนกัน