เทียนเฟิงเดินตามผู้าุโสิบสามไปอย่างเงียบๆซึ่งระหว่างทางผู้าุโสิบสามก็ไม่ได้พูดอะไรกับเขาเช่นกัน จนกระทั่งเดินมาเป็เวลากว่าหนึ่งเค่อในที่สุดก็มาถึงตีนเขาแห่งหนึ่งด้านหน้าสายตาก็ปรากฏทางเดินสายเล็กๆที่นำขึ้นไปสู่ยอดเขา
ระหว่างทางที่เดินขึ้นยอดเขาสองข้างทางต่างก็เต็มไปด้วยต้นไม้ใบหญ้าจนมาถึงยอดเขาข้างบนเทียนเฟิงเห็นกระท่อมหลังใหญ่ตั้งอยู่รอบๆกระท่อมเต็มไปด้วยป่าไผ่ที่ล้อมรอบตัวกระท่อม
“นี่คือที่อยู่ของข้าส่วนของเ้าคือหลังนั้น”ในที่สุดผู้าุโสิบสามก็เปิดปากพูดพร้อมกับที่เขาได้ชี้ไปที่กระท่อมอีกหลังหนี่งที่อยู่ถัดไปประมาณหนึ่งร้อยเมตร
“ขอบคุณท่านอาจารย์ขอรับ”เทียนเฟิงประสานมือคารวะเพื่อขอบคุณหลังจากนั้นเขาก็มองไปในทิศทางที่ผู้าุโสิบสามชี้ไปมันเป็กระท่อมอีกหลังที่ซ่อนตัวอยู่ในป่าไผ่เช่นเดียวกับกระท่อมของท่านอาจารย์ของเขา
“อืม เ้าไปพักเถอะอีกสองชั่วยามข้าจะไปหาเ้า” ผู้าุโสิบสามพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆเมื่อพูดจบเขาก็เดินเข้ากระท่อมของตัวเองไปโดยปล่อยเทียนเฟิงทิ้งไว้ข้างนอกคนเดียว
“เอ่อขอรับท่านอาจารย์” เทียนเฟิงรู้สึกทำอะไรไม่ถูกแต่หลังจากนั้นเขาก็พูดตอบรับเสียงดังถึงแม้ท่านอาจารย์ของเขาจะเดินเข้าไปแล้วก็ตาม
หลังจากพูดตอบอาจารย์ของเขาแล้วเขาก็หันหน้าเดินไปทางกระท่อมของเขาในกระท่อมเต็มไปด้วยฝุ่นจนทำให้เทียนเฟิงที่เพิ่งเปิดประตูเข้าไปถึงกับสำลักฝุ่นที่ฟุ้งออกมา
“แค่กๆๆที่นี่ไม่คนอยู่มานานแค่ไหนแล้วเนี่ย” เทียนเฟิงสำลักฝุ่นและพูดออกมา
เขามองสำรวจไปรอบๆกระท่อมภายในกว้างขว้างมีห้องอยู่ข้างในสามห้องแบ่งเป็ด้านขวาสองห้องและด้านซ้ายหนึ่งห้องขั้นระหว่างกลางด้วยโถงใหญ่ที่ใช้เป็ที่ฝึกวิชายุทธหรือเป็ที่ใช้สำหรับฝึกลมปราณถึงแม้ภายในกระท่อมจะเต็มไปด้วยฝุ่นแต่สภาพภายในก็ดูดีเป็อย่างมากสิ่งที่เขาต้องทำก็แค่ต้องทำความสะอาดเท่านั้น
หลังจากเขาทำความสะอาดกระท่อมเสร็จผู้าุโสิบสามก็มาหาเขาที่กระท่อม
“ศิษย์คารวะท่านอาจารย์ขอรับ”
“อืม นี่ของเ้า”เมื่อผู้าุโสิบสามพูดจบก็ยื่นห่อผ้าให้เทียนเฟิง
เมื่อเทียนเฟิงเปิดห่อผ้าออกภายในนั้นมีชุดเครื่องแบบศิษย์หลักของเขาสามชุด ขวดโอสถเบิกชีพจรปราณ หนังสือเกี่ยวกับสำนักที่รวมทั้งกฎและสิ่งที่ควรรู้ของสำนักกระบี่นภาและมีป้ายทองคำของศิษย์หลักที่สลักชื่อของเทียนเฟิงอยู่ด้วยสิ่งนี้ใช้ยืนยันและแสดงสถานะศิษย์หลักของสำนักกระบี่นภาของเทียนเฟิง
“ส่วนนี่เป็ของขวัญรับศิษย์ของข้า”ผู้าุโสิบสามยื่นขวดโอสถขวดหนึ่งให้เทียนเฟิง ภายในขวดบรรจุโอสถไว้หนึ่งเม็ด
“ขอบคุณขอรับท่านอาจารย์”เทียนเฟิงรับมาด้วยความดีใจ
“หลังจากนี้ถ้ามีเวลาว่างเ้าก็ไปเลือกวิชาปราณกับวิชายุทธที่หอคัมภีร์ได้แค่แสดงป้ายศิษย์หลักของเ้าให้คนเฝ้าหอคัมภีร์ดูก็พอและถ้าพบเจอปัญหาในการฝึกก็สามารถมาถามข้าได้”เมื่อผู้าุโสิบสามพูดจบก็หันหลังเดินจากไป
“ศิษย์ขอส่งท่านอาจารย์ขอรับ”เทียนเฟิงโค้งตัวลงจนกระทั่งผู้าุโสิบสามเดินจากไป
เมื่อผู้าุโสิบสามจากไปแล้วเทียนเฟิงก็ปิดประตูและเอาของในห่อผ้าออกมาดู เขาเปิดดูคัมภีร์เกี่ยวกับสำนักกระบี่นภาก่อนเมื่ออ่านจบเขาถึงหันมาสนใจคือขวดโอสถที่อยู่ในห่อผ้าและอีกขวดที่ผู้าุโสิบสามให้มา
เมื่อเปิดขวดโอสถกลิ่นหอมจางๆของโอสถที่อยู่ภายในก็โชยออกมาเขารู้ว่าสิ่งนี้คือโอสถเบิกชีพจรปราณจากในหนังสือเกี่ยวกับสำนัก ศิษย์หลักที่อยู่ในขั้นเบิกชีพจรปราณจะได้รับโอสถเบิกชีพจรปราณเดือนล่ะห้าเม็ดในขณะที่ศิษย์สายในได้เดือนล่ะสามเม็ดและศิษย์สายนอกได้แค่เดือนล่ะสองเม็ดเท่านั้นโดยสามารถไปรับได้ที่ตำหนักโอสถได้ในวันที่หนึ่งของทุกเดือน
เทียนเฟิงปิดขวดโอสถเบิกชีพจรปราณและหยิบขวดโอสถที่ผู้าุโสิบสามให้มาขึ้นมาเปิดทันทีที่เปิดขวดโอสถออกมากลิ่นหอมของโอสถที่รุนแรงยิ่งกว่าโอสถเบิกชีพจรปราณก็โชยออกมาเขาสูดดมกลิ่นด้วยความเคลิบเคลิ้ม
“นี่คือโอสถอะไรกันนะ”เทียนเฟิงคิดในใจด้วยความสงสัย
“มันคือโอสถทะลวงปราณเมื่อเ้าเข้าสู่ขั้นสูงสุดของระดับเบิกชีพจรขั้นที่เก้าโอสถเม็ดนี้จะช่วยให้เ้าก้าวเข้าสู่ขั้นผสานชีพจรได้อย่างรวดเร็ว”จู่ๆเหล่าเจี้ยนก็พูดออกมาหลังจากที่เงียบมาทั้งวัน
“งี้นี่ก็ของดีน่ะสิ”เทียนเฟิงพูดขึ้นมาด้วยความดีใจ
“สำหรับเ้าก็คงแบบนั้นล่ะแต่สำหรับข้ามันก็แค่โอสถกากๆเท่านั้น”น้ำเสียงของเหล่าเจี้ยนเต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยาม
เทียนเฟิงกลอกตาไปมาและทำเมินไม่สนใจกับคำพูดของเหล่าเจี้ยนเขากำลังคิดในใจว่าพรุ่งนี้จะลองเข้าไปดูวิชายุทธที่หอคัมภีร์
เช้าวันต่อมาเทียนเฟิงตื่นขึ้นมาั้แ่เช้าหลังจากจัดการล้างหน้าล้างตาเสร็จเรียบร้อยแล้วเขาก็เปลี่ยนมาใส่ชุดศิษย์หลักของสำนักกระบี่นภาชุดศิษย์ของเทียนเฟิงนั้นเป็สีดำทั้งตัวที่หน้าอกเสื้อด้านขวาปักสัญลักษณ์ของสำนักกระบี่นภาเอาไว้เป็รูปกระบี่สีทองหนึ่งเล่มที่ชี้ตรงขึ้นไปท่ามกลางหมู่เมฆ
จากแผนที่ของสำนักในหนังสือเกี่ยวกับสำนัก หอคัมภีร์อยู่ทางทิศตะวันตกห่างไปประมาณสี่ลี้จากยอดเขาสิบสามของผู้าุโสิบสามเทียนเฟิงเดินไปตามเส้นทางเดินสายเล็กๆ เขาเดินไปอย่างสบายๆไม่รีบไม่ร้อนระหว่างทางก็ไม่พบเจอศิษย์คนอื่นแม้แต่คนเดียว
หลังจากเดินมาได้สักพักเขาก็มองเห็นอาคารห้าชั้นทรงเจดีย์อยู่ในระยะสายตาอีกทั้งก็เริ่มพบเห็นศิษย์คนอื่นๆอยู่บ้างประปรายจากที่เทียนเฟิงสังเกตดูทุกคนก็น่าจะมีจุดมุ่งหมายที่หอคัมภีร์เหมือนกันจากคำอธิบายในหนังสือเกี่ยวกับสำนักผู้ที่เป็ศิษย์หลักนั้นสามารถที่จะเข้าหอคัมภีร์กี่ครั้งต่อเดือนก็ได้แตกต่างกับศิษย์สายในที่จะเข้าได้สองครั้งต่อเดือน และศิษย์สายนอกที่จะเข้าได้แค่หนึ่งครั้งต่อเดือนเท่านั้นซึ่งแต่ล่ะครั้งจะสามารถอยู่ในหอคัมภีร์ได้แค่หนึ่งวัน
เมื่อเทียนเฟิงมาถึงด้านหน้าหอคัมภีร์ด้านหน้าหอคัมภีร์ก็เต็มไปด้วยผู้คนมีศิษย์ส่วนหนึ่งพากันมองมาที่เทียนเฟิงพวกเขาต่างก็รู้ว่าเทียนเฟิงเป็ศิษย์หลักคนใหม่จากสัญลักษณ์กระบี่สีทองที่หน้าอกของเขาศิษย์บางส่วนมองเทียนเฟิงด้วยความชื่นชมในขณะที่บางส่วนมองมาด้วยความอิจฉาริษยาอีกทั้งยังแฝงด้วยความยั่วยุด้วย
“ในบรรดาศิษย์หลักรอบนี้ระดับขั้นลมปราณของข้าต่ำที่สุดก็เข้าใจได้ล่ะนะที่จะมีสายตายั่วยุและไม่เป็มิตรแบบนี้” เทียนเฟิงบ่นอยู่ในใจแต่เขาก็ไม่ได้สนใจอะไรมากมาย เขาเดินเข้าไปยื่นป้ายประจำตัวของศิษย์หลักให้ผู้าุโที่เฝ้าทางเข้าออกของหอคัมภีร์ตรวจสอบ
“ศิษย์หลักเทียนเฟิงระดับขั้นเบิกชีพจรปราณขั้นสอง เ้าสามารถเข้าไปในหอคัมภีร์ได้แค่ชั้นหนึ่งเท่านั้นและไม่อนุญาตให้นำตำราปราณออกมาแต่สามารถคัดลอกวิชายุทธออกมาได้ หากแอบนำออกมาแล้วถูกจับได้เ้าจะถูกลงโทษด้วยกฎของสำนัก”ผู้าุโที่เฝ้าหอคัมภีร์พูดขึ้นมาเรียบๆ น้ำเสียงของเขาดูไร้อารมณ์ใดๆก่อนจะยื่นป้ายประจำตัวคืนให้เทียนเฟิง
“ขอบคุณขอรับผู้าุโ” เทียนเฟิงคำนับก่อนที่จะรับป้ายประจำตัวคืนมา
เมื่อเขาเดินเขามาในชั้นหนึ่งของหอคัมภีร์ในสายตาของเขาเต็มไปด้วยชั้นวางตำรานับสิบๆ ชั้นแต่ล่ะชั้นแยกเป็หมวดหมู่อย่างชัดเจน ในวันนี้เทียนเฟิงมาหาวิชายุทธและวิชาตัวเบาส่วนวิชาฝึกปราณนั้นเขามีเคล็ดวิชาเบิกชีพจร์ที่เหล่าเจี้ยนถ่ายทอดให้เขา
เทียนเฟิงเดินตรงเข้าไปที่ชั้นที่วางเกี่ยวกับวิชายุทธก่อนหลังจากดูอยู่พักหนึ่งเขาเลือกหยิบวิชาหมัดออกมาสามเล่ม ซึ่งก็คือหมัดวายุคลั่งที่เด่นด้านการออกหมัดที่รวดเร็วและรุนแรงราวกับวายุคลั่งโหมกระหน่ำหมัดป่นศิลาที่เด่นด้านพลังหมัดที่แข็งแกร่งหนักหน่วงและหมัดมายาเงาลวงที่เด่นด้านการพลิกแพลงและหลอกล่อ
หลังจากการพิจารณาเทียนเฟิงเลือกหมัดวายุคลั่งที่เขาคิดว่าน่าจะเข้ากับเขามากที่สุดเทียนเฟิงหยิบตำราหมัดวายุคลั่งแล้วเดินไปนั่งที่โต๊ะหนังสือที่กระจายอยู่ทั่วหอคัมภีร์ชั้นหนึ่งเขาหยิบกระดาษกับหมึกที่สำนักเตรียมไว้ให้มาคัดลอกกระบวนท่าภายในตำราวิชายุทธ
วิชายุทธหนึ่งวิชาประกอบไปด้วยสองส่วนหนึ่งคือกระบวนท่าของวิชายุทธและสองคือส่วนที่สำคัญที่สุดของวิชายุทธนั้นคือวิถีการโคจรปราณถ้าหากวิชายุทธขาดส่วนของวิถีการโคจรปราณวิชายุทธนั้นก็ไม่สามารถแสดงพลังที่แท้จริงออกมาได้ซึ่งทางสำนักกระบี่นภาอนุญาตให้ศิษย์คัดลอกแค่กระบวนท่าออกไปได้เท่านั้นส่วนวิถีโคจรปราณนั้นศิษย์ต้องจดจำกันเอาเองที่สำนักทำแบบนี้ก็เพื่อที่จะป้องกันการรั่วไหลของวิชาหากศิษย์ที่ออกไปเก็บประสบการณ์ถูกฆ่าหรือถูกปล้นขึ้นมาสิ่งที่คนร้ายจะได้ไปก็เป็แค่กระบวนท่าวิชาเท่านั้น กระบวนท่าวิชายุทธที่ขาดวิถีโคจรปราณก็ไม่ต่างอะไรกับกระบวนท่าต่อยตีธรรมดา
ั้แ่เด็กเทียนเฟิงก็มีความจำระดับเห็นครั้งหนึ่งไม่ลืมเลือนแต่เขาไม่อยากตกเป็จุดสนใจมากนักเขาจึงหยิบกระดาษและพู่กันมาคัดลอกกระบวนท่าวิชายุทธเพื่อที่จะตบตาผู้คนเมื่อเขาจดจำวิถีโคจรปราณของวิชาหมัดวายุคลั่งและคัดลอกกระบวนท่าวิชายุทธเสร็จแล้วเขาก็เดินไปที่หมวดหมู่วิชากระบี่ต่อนี่เป็สิ่งที่เขาเฝ้าฝันมาโดยตลอดเขาใฝ่ฝันว่าจะมีสักวันหนึ่งที่เขาจะได้ถือกระบี่ท่องไปทั่วใต้หล้าและในที่สุดตอนนี้เขาก็ได้ก้าวเข้าสู่เส้นทางการฝึกยุทธแล้วแน่นอนว่าอาวุธที่เขาจะใช้ก็คือกระบี่เพราะงั้นเขาจะต้องเลือกวิชากระบี่ดีๆ สักวิชาหนึ่งมาฝึก
หลังจากเปรียบเทียบแต่ล่ะวิชาแล้วเทียนเฟิงก็เลือกวิชากระบี่วายุโหมซึ่งมีความเข้ากันได้ดีกับวิชาหมัดวายุคลั่งที่เขาเลือกมาก่อนหน้านี้จุดเด่นของวิชากระบี่วายุโหมก็คือการออกกระบี่ที่รวดเร็วและรุนแรงราวกับพายุถล่มลมโหมกระหน่ำเมื่อคัดลอกและจดจำวิถีโคจรปราณได้แล้ว เขาก็เดินไปเลือกวิชาตัวเบาต่อ
ด้านวิชาตัวเบาเทียนเฟิงได้เลือกวิชาปักษาวายุทะยานมีจุดเด่นด้านความรวดเร็วดังนกปักษาวายุซึ่งเข้ากันได้ดีกับวิชาหมัดวายุคลั่งกับวิชากระบี่วายุโหมการเลือกวิชาที่เข้ากันได้จะทำให้เวลาใช้งานใช้ได้อย่างลื่นไหลไม่ติดขัดซึ่งเป็ประโยชน์อย่างมากเวลาต่อสู้
เมื่อคัดลอกวิชาตัวเบาและจดจำวิถีโคจรปราณได้แล้วเทียนเฟิงก็เดินออกจากหอคัมภีร์พร้อมส่งกระบวนท่าวิชายุทธที่ตัวเองได้คัดลอกออกมาให้ผู้าุโตรวจสอบเมื่อผู้าุโตรวจสอบเรียบร้อยก็ส่งคืนให้เทียนเฟิงเขารับมาและเดินออกจากหอคัมภีร์มุ่งหน้ากลับไปยังยอดเขาสิบสาม
*เค่อหน่วยนับเวลาแบบโบราณของจีนหนึ่งเค่อ เท่ากับ 15 นาที
*ลี้หน่วยนับระยะทางแบบโบราณของจีนหนึ่งลี้ เท่ากับ 500 เมตร