วันนี้ทางมหาลัยให้นักศึกษาปี1ได้ร่วมกิจกรรมเลือกชมรมต่างๆที่ชื่นชอบและสนใจ ซึ่งจะเป็การรวมตัวของนักศึกษาทุกคณะที่ชื่นชอบในแนวเดียวกัน
เถียนเถียนกับอามี่สองสาวหมวย คนนึงอ้วนคนนึงผอมเหมือนเลข1กับ0ชวนกันเข้าชมรมถ่ายภาพ
"อาชุนเธอเลือกชมรมไหนอ่ะมาเข้าชมรมถ่ายภาพกับพวกเราไหม"อามี่เพื่อนสาวที่รูปร่างอวบอ้วนถามหลวนชุน
"ฉันคิดว่าจะเข้าชมรมนักเต้น มันเคยเป็ความฝันของฉันในวัยเด็ก"หลวนชุนพูด
ขณะนั้นเทียนฟงกับอาเหมยแฟนสาวของเขาก็ตามมาสมทบเขาบอกว่าเลือกชมรมกีฬา ซึ่งเป็ชมรมยอดฮิตของบรรดาผู้ชายเขาละ ส่วนอาเหมยแฟนสาวเลือกอีกชมรมนึง อาเฟยรูมเมดร่วมห้องของหลวนชุนซึ่งอยู่อีกคณะนึงก็เลือกเข้ารมรมนักเต้นเช่นกันกับหลวนชุน
หลวนชุนดีใจที่ได้พบอาเฟยในชมรมเดียวกันนอกจากจะชอบอะไรคล้ายกันแล้วยังจะได้คู่ซ้อมที่พร้อมอยู่เสมอทุกเวลา
ในวัยเด็กหลวนชุนเคยไฝ่ฝันอยากเป็นักเต้นระดับโลก เขาดูรายการทีวีทั้งยูทูปและฝึกเต้นตาม เขาอยากไปเรียนแต่ไม่ได้รับการสนับสนุนจากครอบครัว แต่ณวันนี้ไม่มีใครคัดค้านเขาแล้ว แต่เขากลับไม่มีกำลังทรัพย์ที่จะไปจ่ายค่าเล่าเรียนที่แพงหูฉี่
รุ่นพี่ที่เป็ประธานและคณะกรรมการในชมรมนักเต้นได้ให้น้องๆที่เข้ามาใหม่ลองเต้นออกสเต็ปให้ดูเพื่อที่จะดูพื้นฐานของแต่ละคนจะได้แบ่งฝึกซ้อมถูกตามสกิล ซึ่งหลายคนก็มีพื้นฐานมาดี และทางชมรมมีการจัดทีมนักเต้นไปประกวดอยู่เสมอ หลวนชุนไม่เคยได้ฝึกเต้นเลยนับั้แ่โดนที่บ้านเบรค แต่เขาก็มีพร์ทาง ด้านนี้แค่ดูเขาก็รู้ว่าจะออกสเต็ปท่วงท่าไปในแนวไหนอย่างไร หลวนชุนนำท่าเต้นของนักเต้นคนดังที่เป็ไอดอลมาเป็พื้นฐานและออกแบบท่าเต้นโดยการต่อยอดออกไปอีก
วันนี้หลวนชุนออกสเต็ปเบาๆเริ่มจาก Street Jazz ที่เป็ท่าเต้นที่มีความทันสมัยที่เป็การผสมผสานระหว่าง Jazz กับ Hip-Hop ส่วนอาเฟยไม่มีพื้นฐานมาก่อนแต่เขามีความชอบจึงเริ่มจากท่าเต้นแนว Jazz Dance
กระนั้นท่วงท่าการเต้นในสเต็ปแรกของหลวนชุนก็สะกดทุกสายตา และเขาได้ถูกคัดชื่อไว้เพื่อที่ได้จะฝึกฝนในขั้นต่อไปและดูท่าว่าหลวนชุนจะเป็ดาวเด่นตัวท็อปในชมรมนักเต้นนี่เลยทีเดียว อาเฟยรู้สึกชื่นชมเขาเป็อย่างมาก
"นายยอดเยี่ยมมากเลยอาชุน"อาเฟยยิ้มกว้างพร้อมกับยกนิ้วโป้งให้ หลวนชุนขยิบตาและส่งยิ้มให้อาเฟยเช่นกัน
"ดูท่านายจะมีพร์ด้านนี้นะ นี่แค่เริ่มต้นแต่สกิลเหมือนมืออาชีพเลย"
"นายละก็...ชมเกินไป"หลวนชุนเขินกับคำชม
"ก็มันจริงนี่นา ใครต่อใครเขาก็ชมนายทั้งนั้นแหละ ฉันน่ะออกไปสังเกตุการณ์อยู่รอบนอก เลยเห็นปฏิกิริยาของแต่ละคนว่าแต่นายไปฝึกมาตอนไหนนะ"
"รู้ไหมอาเฟยว่า ตอนฉันเด็กๆน่ะฉันมีความฝันว่าอยากจะเป็นักเต้นระดับโลก ฉันเลยชอบดูพวกนี้และเต้นตาม แต่ว่าฉันก็ไม่ได้เต้นมานานแล้วละ"
"สงสัยนายคงต้องสอนให้ฉันแล้วละ ฉันจะได้เป็คู่ซ้อมของนายไง"อาเฟยพูด
"ว่าแต่นายน่ะทำไมถึงมาเข้าชมรมนักเต้นล่ะอาเฟย "หลวนชุนถามออกไปเพราะดูอาเฟยไม่มีพื้นฐานมาก่อน
"เออ...เราก็...เราก็ชอบเหมือนนายนี่แหละ เพียงแต่แค่ดูเฉยๆไม่เคยได้เต้นตามจังหวะเลย"อาเฟยบอกพร้อมกับขยับแว่นสายตา
หลังจากเลิกชมรมในวันนี้หลวนชุนกับอาเฟยก็พากันกลับหอ อาเฟยชวนหลวนชุนแวะทานอาหารก่อนเข้าไป ทั้งคู่พากันนั่งลงบนเก้าอี้และสั่งบะหมี่เกี๊ยวเหมือนกัน ขณะนั้นก็มีผู้คนที่เดินอยู่ในย่านนั้นเข้ามาทักทายหลวนชุน
"รั่วหยุน ใช่คุณรั่วหยุนหรือเปล่าคะ"สาวหมวยวัยทำงานที่อยู่ในชุดของบริษัทแห่งหนึ่งเข้ามาทักและขอถ่ายรูปกับหลวนชุน
"ไม่ใช่ครับ ผมหลวนชุนครับ"หลวนชุนยิ้มให้สาวหมวยคนนั้น
"ออ หรือคะ ขอโทษค่ะที่ทักคนผิด แต่ยังไงก็ขอถ่ายรูปหน่อยนะคะ"เธอตื้อ
"ได้ครับ ยินดีครับ"หลวนชุนถ่ายเซลฟี่กับเธอ หลังจากเธอไปแล้วอาเฟยก็ถามขึ้น
"ใครกันน่ะคือรั่วหยุน"
"ออ ดาราน่ะกำลังฮอต ฉันมีคนทักผิดบ่อยมากเลยนะอาเฟย บางทีก็เข้ามาถามว่าฉันน่ะเป็ดาราหรือเปล่า ใช่คนนี้คนนั้นหรือเปล่า ฉันคงจะหน้าโหลใช่ไหมอาเฟย"หลวนชุนขำเบาๆ
"นายน่ะพิมพ์นิยมมากกว่านะ"อาเฟยพูด
ส่วนอาเฟยเป็เด็กแว่นเนิร์ดๆหน้าตาน่ารัก เรียนเกี่ยวกับพวกคอมพิวเตอร์ไอทีโปรแกรมต่างๆเขาไม่ค่อยรู้จักพวกนักร้องดารานัก หลวนชุนเองก็ยังแปลกใจที่อาเฟยมาเข้าชมรมนักเต้นด้วยกันกับเขา
"ฉันเลี้ยงเองนายไม่ต้องจ่าย"อาเฟยรีบพูดขึ้นขณะที่หลวนชุนกำลังหยิบกระเป๋าสตางค์ขึ้นมา
"ฉันเกรงใจนายน่ะอาเฟย นายดีกับฉันมาก ให้ฉันจ่ายเองเถอะ และถ้าหากฉันได้ค่าแรงที่ฉันทำงานพิเศษนะ ฉันจะเลี้ยงข้าวนายตอบแทนมั่ง"หลวนชุนพูดด้วยความซาบซึ้งใจ
"ไม่เป็ไรหรอกอาชุน ถ้าค่าแรงนายออกฉันอยากให้นายเก็บเอาไว้เป็ค่าเทอมมากกว่า"อาเฟยพูด
หลวนชุนชะงักไปและนึกถึงแม่ของเขาขึ้นมาทันที
"แม่ครับ แม่อยู่ที่ไหน"แม่ของเขาหายไปจะเกือบเดือนแล้วไม่ติดต่อไม่ส่งข่าวคราวมา เขาคิดถึงและเป็ห่วงแม่เหลือเกิน จู่ๆน้ำตาของเขาก็ไหลออกมา อาเฟยใรีบส่งผ้าเช็ดหน้าให้
"นายเป็ไรไปอาชุน"อาเฟยถามด้วยความเป็ห่วง
"ฉันคิดถึงและก็เป็ห่วงแม่น่ะอาเฟย"
"ฉันคิดว่าเดี๋ยวแม่นายคงจะติดต่อมาเอง บางทีตอนนี้อาจจะยังติดขัดอะไรบางอย่างอยู่ก็ได้"อาเฟยปลอบใจ
"ฉันหวังว่าแม่ของฉันจะไม่เป็อะไรนะ"หลวนชุนพูดด้วยความเป็ห่วงแม่ของเขา อาเฟยเอามือลูบไหล่เขาเบาๆเป็การปลอบโยน
"แล้วพรุ่งนี้นายต้องไปทำงานพิเศษไหม"
"อืม! ทำสิ วันนี้ฉันโทรไปลาคุณเหว่ยเขาเพราะฉันต้องเข้าชมรมและเลทคงไปไม่ทัน ฉันคงต้องลาทุกวันที่มีกิจกรรมของชมรมน่ะ"หลวนชุนบอก
หลวนชุนกับอาเฟยพากันค่อยๆเดินกลับหอ จู่ๆหลวนชุนก็หยุดมองดูต้นไม้ระหว่างสองข้างทาง
"นี่ก็จะเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิแล้ว คงใกล้วันเกิดของฉันแล้วสินะ "หลวนชุนพูดขึ้น
"แล้วนายอยากจะได้อะไรเป็ของขวัญวันเกิดล่ะอาชุน"อาเฟยถาม
"แม่ ฉันอยากจะพบแม่ของฉันอีกครั้งคงเป็ของขวัญที่วิเศษมากเลยล่ะอาเฟย ฉันเกิดในฤดูใบไม้ผลิ แม่ของฉันเลยตั้งชื่อให้ฉันว่าว่าหลวนชุน หมายถึงต้นไม้ที่ยืนต้นแข็งแรงและงดงามในฤดูใบไม้ที่กำลังผลิบาน"หลวนชุนบอกอาเฟยด้วยน้ำเสียงเศร้าๆ
"ดีจัง ฉันชอบความหมายชื่อของนาย ฉันขอให้นายเป็ต้นไม้ที่ยืนต้นแข็งแรงและงดงามตลอดไปนะอาชุน"อาเฟยยิ้มให้กำลังใจ
"ขอบใจนายมากนะอาเฟย แต่ว่าฉันน่ะ...น่าจะตรงข้ามกับชื่อมากกว่านะ ตอนนี้ฉันเหมือนต้นไม้ในฤดูใบไม้ร่วงซะมากกว่า"หลวนชุนพูดออกมาเหมือนคนกำลังท้อแท้
"ไม่น่ะอาชุน สู้ๆนะ แม้ต้นไม้จะผลัดใบร่วงหล่น แต่สักวันก็คงถึงฤดูใบไม้ผลิที่หมุนเวียนมา"อาเฟยพูดให้กำลังใจและแหงนมองขึ้นไปดูต้นไม้พร้อมๆกันกับหลวนชุน
"ใช่ สักวัน...ก็คงถึงฤดูใบไม้ผลินะหลวนชุน"เขาบอกตัวเอง