บทที่ 1 กล้าหาญมากขึ้น
เสียงดนตรีดังกึกก้องควบคู่ไปกับจังหวะกลอง ก่อนขบวนเกี้ยวหงส์สีแดงจะจอดลงตรงหน้าประตูบ้านตระกูลซู ซึ่งทำให้หลี่เก๋อเฟยที่กำลังหลับใหลอยู่ในเกี้ยวตื่นขึ้นมาอย่างงัวเงียและสับสน
“นี่มันเื่อันใดกัน!?”
หลี่เก๋อเฟยรีบดึงผ้าคลุมสีแดงที่ปิดหน้าออกอย่างใ
เมื่อได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวจากด้านในเกี้ยว แม่สื่อที่รออยู่ข้างนอกก็แอบสบถอยู่ในใจว่าช่างไม่รู้กาลเทศะเอาเสียเลย แต่นางก็ยังคงไม่หุบยิ้ม และเดินเข้าไปเปิดม่านเกี้ยวเพื่อจะประคองเ้าสาวลงมาอย่างประจบประแจง
ทว่ารอยยิ้มของแม่สื่อบนใบหน้ากลับกลายเป็นิ่งงันอย่างรวดเร็ว เพราะคนในเกี้ยวที่สวมชุดเ้าสาวมงกุฎหงส์ ทั้งร่างกายและใบหน้าที่อ้วนพีนั้นไม่ใช่บุตรีคนโตของตระกูลหลี่เลยแม้แต่นิดเดียว
“เ้า.. เ้าเป็ใคร…?”
ทว่าคำพูดของแม่สื่อยังเอ่ยไม่ทันจบ นางก็ถูกหลี่จินเฟิ่งที่ตามมาส่งตัวเ้าสาวปิดปากเสียก่อน
“หุบปากเดี๋ยวนี้! นี่คือบุตรีตระกูลหลี่ นางแค่ไม่สบายและเป็หวัด จึงจำต้องใส่เสื้อผ้าหนา ๆ เลยดูอ้วนท้วนขึ้นเท่านั้น!”
“หากเ้าะโจนทำให้งานแต่งครั้งนี้พัง… ท่านแม่ของข้าต้องไม่ปล่อยเ้าไปแน่!”
หลี่จินเฟิ่งขู่พลางจ้องหลี่เก๋อเฟยอย่างดุดัน จากนั้นก็เอาผ้าคลุมหน้ากลับลงไปปิดอีกครั้ง
ทางด้านหลี่เก๋อเฟย นางได้แต่ขมวดคิ้วด้วยความสงสัยเล็กน้อย เพราะนางเพิ่งจะทำงานล่วงเวลาเสร็จแล้วนอนหลับไป
แล้วเหตุใดถึงถูกลากมาแต่งงานอย่างไร้สาเหตุแบบนี้?
[ท่าน… ท่านเพิ่งจะทำงานหนักจนตายเ้าค่ะ!]
จู่ ๆ ก็มีเสียงดังขึ้นในหัว ทำให้หลี่เก๋อเฟยใจนตัวสั่น
นี่เราเป็โรคจิตเภทงั้นหรือ?
[ท่าน..! ท่านตายไปแล้ว และไม่ได้เป็โรคจิตเภทเ้าคะ!]
[การถ่ายโอนความทรงจำกำลังจะเสร็จสมบูรณ์ กรุณารับความทรงจำทั้งหมดของเ้าของร่างเดิมด้วยเ้าค่ะ]
เมื่อเสียงในหัวของนางเงียบลง ทันใดนั้นความทรงจำนับไม่ถ้วนก็พลันไหลทะลักเข้ามาในสมองของหลี่เก๋อเฟยทันที
หลี่เก๋อเฟยเองก็ตระหนักถึงความเป็จริงได้อย่างรวดเร็วว่านางที่ตายอย่างกะทันหันได้เข้ามาอยู่ในร่างของสาวอ้วนที่มีชื่อและนามสกุลเดียวกันอย่างไร้สาเหตุ
ภายใต้เสียงอธิบายของผู้หญิงที่ดังขึ้นในหัวอย่างไร้ที่มา นางก็เข้าใจประสบการณ์ทั้งหมดของร่างนี้อย่างถ่องแท้
เ้าของร่างเดิมเป็บุตรีเพียงคนเดียวของตระกูลหลี่รุ่นที่สาม พ่อแม่ต่างพากันทยอยจากไปทีละคน ทว่าเมื่อนางมีอายุครบหกปี นับแต่นั้นมานางก็กลายเป็ดาวอัปมงคลในสายตาของคนตระกูลหลี่ ทำให้ถูกขังไว้ในโรงเก็บฟืนและต้องกินอาหารหมูประทังชีวิตจนเติบใหญ่
เดิมทีคนตระกูลหลี่ที่ยังหลงเหลืออยู่ตั้งใจไว้ว่าเมื่อเ้าของร่างเดิมอายุครบ 15 ปี ก็จะขายนางไปเป็เมียให้ชาวเขาเพื่อแลกกับเงินสินสอดกลับมา
แต่ไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าลูกพี่ลูกน้องของเ้าของร่างเดิมที่หมั้นหมายกับตระกูลซูมาั้แ่ยังเยาว์วัย จู่ ๆ ก็ไปปิ๊งรักกับบุตรชายตระกูลหวังในหมู่บ้าน
ซึ่งการแต่งงานกับตระกูลซูนั้นถูกกำหนดโดยปู่ทวดรุ่นก่อนและไม่อาจฝ่าฝืนได้ คนตระกูลหลี่จึงวางแผนจะส่งเ้าของร่างเดิมที่ไม่เคยออกจากบ้านไปแต่งงานแทน
น่าเสียดายที่ลูกพี่ลูกน้องของเ้าของร่างเดิมไม่เพียงเห็นแก่ทรัพย์สมบัติของตระกูลหวัง แต่ก็ยังไม่คิดปล่อยให้คู่หมั้นจากตระกูลซูผู้ที่มีรูปโฉมหล่อเหลาหลุดมือไป นางไม่ยินยอมให้เ้าของร่างเดิมที่ทั้งอ้วนและน่าเกลียดไปแต่งงานแทน ดังนั้นแล้ว…
เช้าวันรุ่งขึ้นก่อนที่เ้าของร่างเดิมจะขึ้นเกี้ยวเพื่อมาแต่งงาน ลูกพี่ลูกน้องของนางก็ได้ให้ข้าวปั้นที่ใส่ยาเบื่อหนูไว้เป็อาหารระหว่างเดินทาง ซึ่งนั่นก็เท่ากับว่านางคิดจะเอาชีวิตของเ้าของร่างเดิม
[นายหญิง ท่านได้อ่านข้อมูลภูมิหลังจนจบเรียบร้อยแล้ว ระบบกำลังจะเปิดโหมดเนื้อเื่หลักให้ ท่านจำเป็ต้องโต้กลับความอยุติธรรมและหาเงินให้มาก ๆ เพื่อสะสมคะแนนให้ได้ 500 แต้ม และหลีกเลี่ยงจุดจบอย่างการถูกลบคลื่นสมอง]
หลี่เก๋อเฟยงงงวยไปในทันทีที่เห็นสิ่งที่เพิ่งจะอ่านไป
ทำไมจู่ ๆ คลื่นสมองถึงจะถูกลบได้ล่ะ!?
แต่ไม่ทันให้หลี่เก๋อเฟยได้คิดอย่างกระจ่าง แม่สื่อก็คลุมผ้าแดงให้นางอีกครั้ง และพาลงจากเกี้ยวด้วยการกึ่งลากกึ่งประคอง
จากนั้นหลี่เก๋อเฟยก็ไหว้ฟ้าดินเสร็จด้วยความงุนงง และสิ่งเดียวที่นางรู้สึกได้ในระหว่างการแต่งงานครั้งนี้ก็คือมือใหญ่ที่เห็นข้อนิ้วชัดเจนคู่นั้นดูอบอุ่นมาก
เพียงแต่ว่ามือคู่นั้นก็ผละไปหลังจากไหว้ฟ้าดินเสร็จในทันที และปล่อยให้หลี่จินเฟิ่งกับแม่สื่อเป็ผู้พานางไปยังห้องหอ
แต่หลี่เก๋อเฟยที่เพิ่งจะเข้าห้องหอได้ไม่ทันไร หลี่จินเฟิ่งก็ปล่อยมือและผลักนางออกไปอย่างหงุดหงิด ทำให้นางถึงกับเซไปสองสามก้าว แทบจะทรงตัวไม่อยู่
หลี่เก๋อเฟยกระชากผ้าคลุมหน้าสีแดงออกอย่างหงุดหงิด และจ้องดวงตาของหลี่จินเฟิ่งที่อยู่เบื้องหน้าอย่างเอาเื่
“เ้าหมูตาย*[1] เ้ายังกล้าจ้องข้าอีกหรือ!?”
แต่ก่อนยัยตัวแสบไม่กล้าแม้แต่จะแสดงสายตาแบบนี้ออกมา!
หรือเพราะว่าแต่งงานแล้วก็เลยใจกล้าขึ้นมางั้นรึ!?
หลี่จินเฟิ่งเดินเข้ามาคว้าปกเสื้อของหลี่เก๋อเฟยไว้แน่น ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงวางอำนาจ
“เ้ากล้าหาญขึ้นแล้วสินะ! เชื่อหรือไม่ว่าข้าจะให้ท่านแม่ของข้าตีเ้าให้ตาย!”
สิ่งที่หมูตัวนี้กลัวที่สุดในตระกูลหลี่ก็คือแม่เฒ่าหลี่ ดังนั้นั้แ่เยาว์วัยที่หลี่จินเฟิ่งรังแกเ้าของร่างเดิมเสร็จ นางก็จะข่มขู่แบบนี้ทุกครั้งจนทำให้เ้าของร่างเดิมไม่กล้าโต้ตอบออกมา
แต่หลี่เก๋อเฟยไม่ใช่เ้าของร่างเดิม เพราะนางใช้ความสามารถของตนปีนขึ้นมาเป็ผู้นำในสถานสงเคราะห์เด็กกำพร้าั้แ่เล็ก จนเติบโตขึ้นมาเป็ประธานบริษัท
ยามปกติก็มีแต่นางที่สั่งการออกไป แล้วเหตุใดจะยอมให้หลี่จินเฟิ่งมารังแกได้!?
“เ้าว่าใครกล้าหาญขึ้นแล้วนะ?”
หลี่เก๋อเฟยมองหลี่จินเฟิ่งด้วยรอยยิ้มเ็าอย่างยิ่ง
เพราะนางเกลียดคนประเภทที่อาศัยอำนาจรังแกคนที่สุดในชีวิต!
หลี่จินเฟิ่งได้ยินแบบนั้นถึงกับตัวสั่นเทิ้มไปด้วยความกลัว และอยากจะหลบหนีไปโดยสัญชาตญาณ แต่ปกเสื้อของนางกลับถูกหลี่เก๋อเฟยคว้าเอาไว้เสียแน่น
เพียงชั่วพริบตาก็มีรอยฝ่ามือปรากฏบนใบหน้าของหลี่จินเฟิ่งทันที
“ใครจะตีใครจนตายกันแน่?”
“นังหมูโง่! พอแต่งงานแล้วก็เลยใจกล้าขึ้นสินะ!”
หลี่จินเฟิ่งพูดขู่คำรามพร้อมเงื้อมือขึ้นสูง เผยให้เห็นเล็บยาวที่หมายจะข่วนใส่ใบหน้าของหลี่เก๋อเฟย
แต่หลี่เก๋อเฟยที่เริ่มรู้สึกรำคาญแล้ว กลับอาศัยพละกำลังที่ซ่อนอยู่ในร่างอ้วนท้วนของเ้าของร่างเดิมโยนหลี่จินเฟิ่งออกไปราวกับเศษผ้าขี้ริ้วตัดหน้าเสียก่อน!
“เ้าก็ลองดูสิ! เ้ามีร่างผอมแห้งเช่นนี้ ริอ่านกล้ามาทะเลาะกับข้าอีก อยากตายรึไง!?”
หลี่จินเฟิ่งที่รู้สึกเหมือนกระดูกทั้งตัวกำลังจะแตกเป็เสี่ยง ๆ ได้แต่พูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า “ข้า...พรุ่งนี้ข้าจะให้ท่านแม่มาจัดการเ้า! ดูสิว่านางจะไว้หน้าเ้าหรือไม่!?”
เมื่อพูดจบหลี่จินเฟิ่งก็วิ่งหนีไปอย่างอับจนหนทาง
ขณะเดียวกันความเ็ปที่เกิดขึ้นก็ทำให้นางไม่สามารถฝืนทนต่อไปได้อีก ผลเลยทำให้มีเหงื่อเย็นไหลออกมาเป็หยด ๆ จากหน้าผาก ก่อนตัวคนจะล้มลงบนพื้นอย่างอ่อนแรง
[นายหญิง ท่านประสบความสำเร็จในการโต้กลับน้องสาวตัวแสบได้หนึ่งครั้ง และได้รับค่าประสบการณ์ 5 แต้มเ้าค่ะ หากท่านได้รับค่าประสบการณ์ 100 แต้มภายในหนึ่งเดือนก็จะสามารถรับประกันได้ว่าคลื่นสมองของท่านจะไม่ถูกทำลายเ้าค่ะ!]
เมื่อได้ยินแบบนั้นหลี่เก๋อเฟยพลันกลอกตาของนางไปมาอย่างไม่พอใจ
ยังจะต้องรอให้ถึงหนึ่งเดือนกว่าคลื่นสมองของนางจะไม่ถูกทำลายอีกหรือ?
เพราะแค่ยาเบื่อหนูที่หลงเหลืออยู่ในร่างเดิมก็เพียงพอที่จะทำให้นางตายได้แล้ว!
“เ้ารีบคิดหาวิธีแก้พิษให้ข้าเร็วเข้า!”
หลี่เก๋อเฟยะโออกมาพร้อมกับความเ็ป
[นายหญิง ขออภัยด้วยเ้าค่ะ นี่เป็ความผิดพลาดของระบบ จะรีบกำจัดสารพิษให้เดี๋ยวนี้เลยเ้าค่ะ]
[อีกอย่างนะเ้าคะนายหญิง… ท่านสามารถตอบกลับในใจได้เพียงแค่คิดออกมา ข้าก็จะรู้ได้ มิเช่นนั้นหากท่านะโออกมาบ่อย ๆ เช่นนี้ ผู้อื่นจะคิดว่าท่านมีปัญหาทางสมองนะเ้าค่ะ!]
หลี่เก๋อเฟยไม่มีแรงที่จะด่าทอหรือโต้ตอบอีกแล้ว นางจึงหลับตาลงอย่างรวดเร็วเพื่อเข้าสู่สถานะพักผ่อนในระหว่างการกำจัดสารพิษโดยระบบ
เมื่อหลี่เก๋อเฟยตื่นขึ้นมาก็พบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงแล้ว แต่สิ่งที่เข้ามาในสายตาคือม่านบังตาสีเขียวเข้มที่ส่งกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของสบู่
นางกำลังนึกสงสัยว่าตนเองปีนขึ้นเตียงตอนหลับได้อย่างไร ทว่าก็เห็นสองหัวเล็ก ๆ โผล่ออกมาและทักทายเข้าเสียก่อน
“สวัสดีพี่สะใภ้!”
เป็เด็กชายที่หัวเราะจนเผยให้เห็นฟันเขี้ยวน้อย ๆ และดวงตาที่โค้งมนเป็รูปพระจันทร์เสี้ยวโดยไม่มีท่าทีเกรงใจแม้แต่น้อยกับเด็กหญิงอีกคนที่ยิ้มอย่างขี้อายและกะพริบตาใสแจ๋วมองหลี่เก๋อเฟยอย่างพินิจพิเคราะห์
“พวกเ้าเป็ใคร?”
หลี่เก๋อเฟยคิดอย่างละเอียดและเหมือนจะจำได้ว่ามีคนเคยบอกเ้าของร่างเดิมไว้ว่าลูกชายคนโตของตระกูลซูยังมีน้องชายและน้องสาวอีกสองคนที่ยังเยาว์วัย
[1] หมูตาย เป็การใช้คำแสดงการดูิ่ ซึ่งมีความหมายเปรียบเสมือนคนไร้ค่า