“ไม่ๆๆ ข้า ฮึ ฮือออ” นางฟุบหน้าลงกับโต๊ะร้องไห้ออกมาอย่างหนัก ปากพร่ำรำพันว่า “ไม่จริงใช่มั้ย” สิ่งใดคือนางกลับไม่ได้ ถามว่านางเชื่อคำของบุรุษผู้นี้มากน้อยเพียงใด ใจนางนั้นกลับเชื่อไปมากกว่าครึ่งเพราะการสลับร่างในทางวิทยาศาสตร์ที่นางเคยร่ำเรียนมานั้นมันเป็ศูนย์ “ไม่จริงนะ ฮือๆๆ” ร้องไห้อยู่อย่างนั้นร่วมครึ่งชั่วยาม (หนึ่งชั่วโมง) จนหลับไป
ฟานอวี้ถงยกมือขึ้นลูบผมนางแ่เบาราวกับปลอบโยน เขามองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นูเาลูกใหญ่มีหมอกหนาปกคลุมบดบังความสูงตระหง่านไม่รู้จุดสิ้นสุด มาบัดนี้…ทุกอย่างกำลังจะเปลี่ยนไปเมื่อนาง ผู้มีนามที่แท้จริงว่าหนิงเซียนผู้นี้มิต้องชดใช้ความผิดแทนพี่สาวฝาแฝดชิงเซียนอีกสามร้อยชาติแล้ว “จริงทุกอย่าง” ยกเว้นชื่อแซ่ของนางที่เขายังคงไม่บอกออกไปให้วุ่นวายอีกเพราะถึงอย่างไรการสลับร่างไปต่างภพชาติเช่นนี้พวกนางก็ยังคงต้องใช้ชื่อแซ่เดิมอยู่ดี ‘มิรู้ว่ายามนี้สตรีที่ลักพาิญญาของน้องสาวฝาแฝดมาที่นี่จะเป็อย่างไร คงแล้วแต่เวรกรรม’
จิ๊บๆๆ จิ๊บๆๆๆ เสียงนกร้องข้างหน้าต่างเรียกสติชิงเซียนให้ลืมตาตื่นขึ้นมาบนฟูกนอน ความรู้สึกเสียใจยังคงดิ่งลึกลงไปราวกับไม่มีจุดสิ้นสุด นางไม่รู้ว่าตอนนี้นางควรจะทำสิ่งใดก่อนระหว่างกลับกระท่อมในูเาหรืออยู่ที่นี่ “ฮึ่กๆ” นั่งสะอื้นไห้ออกมาเบาๆ เมื่อทั้งสองทางนั้น…นางไม่ได้รู้สึกผูกพันหรือรู้จักผู้ใดเลย ไม่รู้ว่าต้องทำอะไรต่อ ไม่รู้ว่าบิดามารดาเป็ใคร ไม่รู้อะไรสักอย่าง แมวน้อยผู้นำทางก็หาย ‘หรือนางควรจะไปหาผู้เป็ต้นตอของเื่ กวนผูเล่อ’ ดังที่แมวน้อยเคยบอกว่าบุรุษผู้นั้นคือเนื้อคู่ของร่างนี้ ไปหาเพื่อขอความช่วยเหลือ…เช่นนั้น สองขาเล็กก้าวลงจากเตียง มองหาสิ่งของเครื่องใช้ของสตรี ด้านหลังยังมีถังน้ำใบใหญ่ จึงถอดชุดและก้าวขาลงไปแช่ จัดการร่างกายจนสะอาดก่อนจะเริ่มตามหา กวนผูเล่อ
ในห้องรับรอง
ฟานอวี้ถงนั่งจิบชารสขมฟังคำของสตรีตรงหน้าด้วยท่าทีนิ่งขรึม เมื่อวานเขาบอกนางว่าให้นางทำใจและกระทำตนตามที่ใจอยากทำ นางจะขึ้นเขา ก็ย่อมได้ จะอยู่ที่นี่ชั่วคราวก็ย่อมได้แต่สิ่งใดคือการตื่นนอนแล้วบอกว่าจะออกตามหากวนผูเล่อ!! บุรุษผู้ทำร้ายนางเมื่ออดีตชาติ ‘รึนางอยากจะกระทำความผิดเฉกเช่นพี่สาวของนางรึ?’
“แมวน้อยบอกข้าว่า กวนผูเล่อคือเนื้อคู่ ดังนั้น ในเมื่อข้ามาอยู่แปลกที่แปลกทาง มิรู้จักผู้ใดเช่นนี้ข้าก็ควรจะไปขอความช่วยเหลือจากเขา” ขอความเห็น
“บุรุษผู้นั้นคือเนื้อคู่ของชิงเซียน หาใช่เ้าที่มาเกิดใหม่ในร่างนี้ จงใช้ชีวิตใหม่ในแบบของเ้าตามที่ข้าบอก” หมอดูรูปงามย้ำคำเดิม ดีเท่าใดที่เขาไม่เรียกนางว่าหนิงเซียนอย่างที่ควรจะเรียกจริงๆ
“แต่ข้าไม่มีที่อยู่ ไม่มีเบี้ย ไม่รู้จักผู้ใด นอกจากแมวน้อยที่หายไปของข้าแล้วท่านจะให้ข้าทำอย่างไรต่อเล่าเ้าคะ?” ถ้าตอนนี้นางต้องเลือกเส้นทางเองอย่างที่บุรุษผู้นี้ว่า…เช่นนั้น “ข้าอยู่กับท่านได้หรือไม่เ้าคะ” ในฐานะสาวใช้หรืออะไรก็ได้ที่เขาเสนอ เมื่อนางคุ้นชินดีแล้วค่อยหาทางไปต่อ กับหนทางมืดมนจับต้นชนปลายไม่ถูกเช่นนี้ ‘นางไม่ร้องไห้ออกมาต่อหน้าท่านหมอดูก็ดีเท่าไหร่แล้ว’ สตรีถูกทิ้งทำหน้าเศร้า
พรู๊ด!! น้ำชาแสนขมถูกพ่นออกจากปากหมอฟานอย่างไร้มารยาท เขามองสตรีตรงหน้าด้วยสายตาสุดจะคาดเดา “เ้าเอาสิ่งใดมาพูด จะมาอยู่กับข้าได้อย่างไร เ้าเป็สตรีข้าเป็บุรุษ!!”
เื่นั้นนางรู้ดี แต่มันมีทางเลือกใดที่ดีกว่านี้หรือไม่เล่า “แล้วอย่างไรเล่าเ้าคะ ตัวข้านั้นอับจนหนทางให้ไปต่อ ไปหากวนผูเล่อก็ไม่ได้ หากท่านมิช่วยเหลือข้าแล้วจะปล่อยให้ข้ากลายเป็สตรีเร่ร่อนได้หรือเ้าคะ” นางค่อนข้างมั่นใจว่าท่านหมอดูจะต้องเป็บุรุษที่ดีไม่มากก็น้อย ยิ่งนางกล่าวเช่นนี้แล้วเขายิ่งต้องสงสารนาง
“แต่มันหาใช่เื่ที่ถูกต้อง หากมาอยู่กับข้าเ้าจะกลายเป็ที่ครหาได้เพราะเราหาใช่สามีภรรยากัน”
“ท่านหมอดูอย่าคิดเช่นนั้นสิเ้าคะ ที่จริงท่านควรคิดว่าช่วยข้าไว้หนึ่งคนบุญกุศลของท่านย่อมสูงขึ้นเสมอเทพเซียน อีกอย่างคือเราทั้งสองหาได้คิดสิ่งใดลึกซึ้งกันเช่นนั้นไม่ ในเมื่อบริสุทธิ์ใจย่อมอยู่ร่วมกันได้…นอกเสียจากว่าท่านจะไม่บริสุทธิ์ใจกับข้า” เอียงคอน้อยๆ “รับข้าไว้เป็สาวใช้ก็ได้นะเ้าคะ” ทำหน้าตาน่าสงสาร "แค่ขอห้องว่างให้ข้าได้ซุกหัวนอนชั่วคราว" และนางจะหาท่อนไม้ใหญ่ๆ เอาไว้ป้องกันตัว
“_”
เมื่อไร้เสียงปฎิเสธ ชิงเซียนจึงรีบคาราวะท่านหมอดูรูปงามทันทีคล้าายกับมัดมือชก “เช่นนั้นฝากตัวด้วยเ้าค่ะ” ^^
“_” หมอฟานลุกออกจากโต๊ะน้ำชาไปทันทีอย่างไม่รู้จะกล่าวคำใด ‘สตรีไร้ยางอาย!’ จะว่าเสี้ยวหนึ่งในความคิดนั้น มีความสงสารนางก็คงไม่ผิดนัก หลังจากวันนี้ทุกอย่างล้วนขึ้นอยู่กับนางแล้วว่าจะทำให้เขาทนว่าจ้างนางไปได้นานเท่าใด
สองวันผ่านไป
ยามนี้ชิงเซียนกลายเป็ผู้ติดตามท่านหมอดูรูปงามเพื่อเดินทางเข้าสู่วังหลวง ความงดงามในยุคสมัยนี้ช่างน่าตื่นตาตื่นใจอย่างไม่อาจละสายตาได้ ทุกจังหวะย่างก้าวนางเห็นทหารยามและนางกำนัลเดินกันอยู่ทุกพื้นที่ บ้างทำความสะอาด บ้างจับกลุ่มพูดคุย บ้างลอบมองมาทางนางกับท่านหมอดู “มีความสุขจัง”
ฟานอวี้ถงหมอดูรูปงาม เหลือบมองสตรีที่เอาแต่หันซ้ายหันขวาด้วยท่าทางตื่นเต้นราวกับเด็กน้อยอย่างรำคาญ แค่เพียงสามวันที่อยู่ร่วมชายคาเดียวกัน นางนั้นวุ่นวายเกินกว่าจะรับมือไหว ท่านป้าท่านลุงหลายคนที่เข้ามาใช้บริการตรวจดวงชะตา ต่างสอบถามว่าชิงเซียนคือฮูหยินใช่หรือไม่…ตัวเขาส่ายหน้า ‘ชายใดจะดวงตามืดบอดรับนางเป็ฮูหยินกัน ยิ่งนางกระทำตนราวกับลิงกับค่างเช่นนี้’ ยิ่งไปกันใหญ่
“นี่ๆ หมอฟาน” จากที่จับแค่ชายเสื้อของอีกฝ่าย ยามนี้เปลี่ยนเป็กอดแขนพลางเอ่ยถามด้วยใบหน้าน่ารัก “ท่านมาหาใครรึเ้าคะ”
“ผู้คุมขั้นหนึ่ง” เดินเลี้ยวไปตามทหารนำทาง ใจอยากจะสลัดแขนนางแต่ไหนเลยจะสลัดได้…แรงกอดรัดนั้นแน่นเหลือเกิน “วันนี้มีการสอบบัณฑิตใหม่”
“ฮ๊า!!!” ดวงตาเป็ประกายวาววับ “แต่ท่านเป็หมอดู หาได้มีส่วนเกี่ยวข้องนี่เ้าคะ”
“ไม่เกี่ยวได้อย่างไร ข้าต้องตรวจดวงชะตาผู้เข้าสอบ ทุกคน”
“ฮ๊าาา!!!” ก็เข้าใจอยู่ว่ามันต้องตรวจดวงชะตา แต่ด้วยจำนวนคนสอบล่ะ “มีผู้สอบมากมายหรือไม่เ้าคะ?”
“เกือบห้าร้อยคน” =_=
“ฮ๊าา!!”
หมอดูฟานหยุดเดินแล้วก้มมองสตรีที่มัดผมทรงหมั่นโถวสองข้าง “หยุดะโว่า ฮ๊า! ได้แล้วข้ารำคาญ” ก้าวต่อไปไม่สนใจคนที่จับแขนเขาแน่น “อย่าถามมาก” หมอดูรูปงามตีหน้านิ่งแล้วเดินเข้าไปยังลานสอบ ซึ่งใช้สวนหลวงอันกว้างขวางเป็สถานที่ มีโต๊ะเล็กสำหรับผู้เข้าสอบ ตั้งห่างกันเป็แถวยาว “ปล่อยแขนข้า”