“จะทำอะไรน่ะ”
เดือนอ้ายที่นอนเล่นอยู่บนเตียงของตุลธรถึงกับลุกขึ้นนั่งทันทีเมื่อปลายนิ้วของเ้าของห้องแตะลงบนข้อเท้าของตน ใบหน้าตื่น ๆ ของเดือนอ้ายทำเอาเ้าของห้องที่นั่งลงบนเตียงกลั้นขำ
“จะนวดให้”
“ไม่เอา สกปรก”
“เพิ่งอาบน้ำเสร็จ เถอะน่า อย่าดื้อ”
คนฟังค้อนขวับกับคำดุนั่น เขาหน้าบึ้งตึงเล็กน้อย แต่เมื่อมือของตุลธรตามมาจับไว้อีกครั้งก็ยอมโอนอ่อน ท่อนขาถูกวางลงบนตักแล้วตุลธรก็เริ่มนวดฝ่าเท้าให้เดือนอ้ายพร้อม ๆ กับคำถามที่เพียรถามมาตลอด่เย็น
“ประชุมเป็ไงบ้าง”
“เหมือนเดิม”
“หมายถึง”
“ก็เหมือนเดิมไง”
เดือนอ้ายคว้าเอาตุ๊กตาฉลามสีฟ้าที่ตุลธรยอมหิ้วมาให้แล้วทิ้งไว้ในห้องนอนเ้าตัวจากห้างสรรพสินค้ามากอดเอาไว้ เขาซุกหน้าลงไปคล้ายกับกำลังรำคาญตุลธรเต็มทน
“อย่าลืมว่าผมก็มีหุ้นในนั้นเหมือนกันนะเดือนอ้าย จะไม่บอกอะไรผมหน่อยรึไง”
หุ้นที่ตุลธรว่าเป็หุ้นที่ซื้อร่วมกับเดือนอ้ายและจิราธิป ใน่เวลาที่เดือนอ้ายยังไม่มีกำลังทรัพย์มากพอ พวกเขาลงขันกันซื้อหุ้นไว้เพื่อให้เดือนอ้ายยังมีที่ยืนในบริษัทของครอบครัวตัวเอง
“ลุงก้องก็กดดันให้อ้ายขายหุ้นให้เฮียคราม ส่วนป้าเกลก็ขอให้อ้ายถอนตัวจากหนึ่งในผู้บริหาร”
“เหอะ ลุงป้ามหาภัยนั่นอีกแล้วเหรอ”
“เฮ้อ ว่าที่แม่ยายคุณเลยนะคุณไจ๋”
“ก็บอกว่าไม่หมั้นไม่แต่งอะไรทั้งนั้น ผมกับเจ้พริบพราวดูรักกันได้ขนาดนั้นเลยเหรอ”
เสียงของตุลธรเข้มขึ้นมาอีกครั้งเมื่อเดือนอ้ายจี้ปมเื่การเป็คู่หมั้นของพริบพันดา ปภังค์วัฒนกุล หลานสาวคนเดียวของตระกูลนั่น ก็ในเมื่อเขาและเจ้พริบพราวปฏิเสธไปหลายครั้งหลายครา แต่ดูเหมือนฝั่งสาวเ้าจะไม่ยอมโดยง่าย นั่นจึงเป็สิ่งที่ตุลธรหงุดหงิดมาก เขาจะขยับตัวทำอะไรมากไม่ได้เลย
“อย่าเสียงดังสิ หยอกเล่นเอง”
“ให้มันน้อย ๆ หน่อยเถอะอ้าย แล้วนี่อดหลับอดนอนมากี่วันแล้ว”
ถามพลางนวดฝ่าเท้าอีกข้างให้คนที่นั่งเกยคางกับหัวตุ๊กตาฉลามตาแป๋วนั่น
“ไม่ได้อดหลับอดนอนซักหน่อย ่นี้งานเยอะอะ โหมงานไปหน่อย”
“ถ้าป่วยละก็-”
“ไม่ป่วยหรอก อ้ายแข็งแรงแล้วนะ”
“หึ”
ตุลธรหัวเราะหึกับคนช่างเถียง เงยหน้าขึ้นสบตาคนพูดอีกครั้งก่อนจะลุกเดินไปล้างมือแล้วกลับขึ้นเตียงอีกครั้ง
“แล้วอ้ายว่ายังไงเื่ที่เขาบอกให้ขายหุ้น”
“ก็....”
.
.
.
ย้อนกลับไปเหตุการณ์่เช้าและบ่ายของวัน
ห้องประชุมบอร์ดบริหารใน่เช้า
“ลุงว่าอ้ายขายหุ้นนั่นให้ลุงเถอะ ตอนนี้เพิ่งเริ่มเป็ธุรกิจใหม่เป็ของตัวเองนี่ ทำไมไม่ทุ่มให้บริษัทที่กำลังก่อตั้งซะก่อน”
เดือนอ้ายนิ่งเมื่อได้ยินคำพูดของลุงก้องภพก่อนจะยกยิ้มน้อย ๆ ให้อีกฝ่าย
“อ้ายคิดว่ายังพอไหวครับ หุ้นที่มีตอนนี้ยังไงอ้ายว่ามันก็น่าจะช่วยทำกำไรให้อ้ายได้ในขณะที่บริษัทอ้ายกำลังเริ่มต้น เพราะงั้นอ้ายว่าคุณลุงอย่าเสียเวลากล่อมเลยครับ อ้ายไม่ขาย”
“แก..”
“ป๊าครับ”
เสียงของลูกชายคนโตเอ่ยปรามขึ้นมาแ่เบา ก้องภพจึงมีท่าทีฮึดฮัดยิ่งกว่าเก่า
“แต่ป้าคิดว่า-”
“ตอนนี้คนถือหุ้นเป็เฮียเมฆกับเจ้พราว อ้ายว่าถึงคุณป้าจะออกความเห็นยังไง คุณป้าก็ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับหุ้นของอ้ายอยู่ดีใช่มั้ยละครับ”
“เดือนอ้าย!”
“เอาล่ะ ผมว่าเื่หุ้นก็ให้เป็ไปตามเดิมเถอะครับ ยังไงตอนนี้คนของตระกูลก็ยังเป็ผู้ถือหุ้นรายใหญ่อยู่ จะพวกผมหรือเดือนอ้ายก็ไม่ได้ทำให้บริษัทเสียหายอะไร”
“ผมเห็นด้วยกับเฮียคราม เพราะตอนนี้ทุกคนก็แทบจะขยายสาขาและมีบริษัทลูกกันทุกคน ยังไงซะผลกำไรและผลประโยชน์ก็ยังเป็ของพวกเราเสียส่วนใหญ่ ผมว่าแค่นี้ตระกูลของเราก็กินใช้ไม่หมดแล้วนะครับ”
“เมฆลูก”
กวินตราจ้องมองลูกชายเมื่อได้ยินประโยคที่สุดแสนจะเข้าข้างปิยวิศว์ของวาริธรก็เกิดอาการเดียวกันกับพี่ชาย ยิ่งเห็นว่าทั้งลูกชายและหลานชายรักใคร่เดือนอ้ายมากเท่าไหร่ก็ยิ่งไม่ชอบใจมากขึ้นเท่านั้น
“เมฆว่าเราประชุมเื่แผนงานกันต่อดีกว่าเถอะครับ เดี๋ยวก็จะพักกลางวันแล้ว ผมมีนัดคุยกับลูกค้ารายใหญ่ด้วย”
พอได้ยินลูกขายและหลานชายว่ามาอย่างนั้นทั้งก้องภพและกวินตราก็เลิกสนใจเดือนอ้ายไปจนหมด
ยกเว้นตอนที่เดือนอ้ายนำเสนอลู่ทางใหม่ ๆ
ทั้งลุงและป้าก็ปัดตกข้อเสนอของเขาจนหมด!!
เดือนอ้ายนั้นแม้จะโมโหแต่ก็ต้องเก็บอาการเอาไว้เพราะเกรงใจบรรดาเฮีย ๆ ทั้งสามและเจ้คนสวยที่นั่งลอบส่งยิ้มให้กำลังใจมาให้
หงุดหงิดเป็บ้า!
แล้วก็ยิ่งหงุดหงิดไปใหญ่เมื่อต้องออกไปทานอาหารกลางวันกับบรรดาเฮีย ๆ และเจ้
เดือนอ้ายนั่งหน้าตูมเมื่อได้ยินในสิ่งที่เหล่าเฮียทั้งหลายกำลังพูดกับเขา
“ได้ยินมาว่าคราวก่อนคู่ค้ามีปัญหาเหรอ”
“เฮียครามได้ยินจากไหนเหรอครับ”
คำถามย้อนกลับไปที่พี่ชายอย่างนภาธร ทำเอาคนถามขมวดคิ้วดุ เฮียครามยิ่งโตก็ยิ่งดุ แล้วเดี๋ยวนี้เฮียคลื่นก็ด้วยอีกคน เป็อะไรกันก็ไม่รู้
“เจ้บอกเองแหละ พอดีเจ้รู้จักกับทางฝั่งนั้น”
เจ้พราวเอ่ยขึ้น และเดือนอ้ายก็ค้อนขวับใส่พี่สาวคนสวย
“เจ้แค่เป็ห่วง รู้ว่า้ารากฐานเพื่อให้บริษัทใหม่อยู่รอด แต่ขอทีเถอะไอ้พวกตัณหากลับแบบนั้นน่ะ ไปดินเนอร์กับมันได้ยังไง”
“อ้ายไปคุยเื่งาน”
ถึงแม้ไอ้ว่าที่คู่ค้านั่นจะคิดว่าเขาจะเอาตัวเข้าแลกกับการได้เงินค่าขายหุ้นของบริษัทก็เถอะ
อื้อ มันคิดว่าเดือนอ้ายจะขายทั้งตัวทั้งหุ้นให้มันเพื่อแลกกับคอนเนคชั่นของบริษัทั์ใหญ่
เหอะ
“แล้วมันคิดว่าอ้ายคุยเื่งานกับมันหรือเปล่าล่ะ”
เฮียเมฆะโมาร่วมวงด้วย ฝาแฝดทั้งสองจ้องเขม็งน้องชายคนเล็กของบ้านอย่างกดดัน
“โอ๊ยยย เฮียกับเจ้เป็อะไรกันไปหมด อ้ายแค่ไปคุยเื่งานไม่ได้ไปดูตัวซักหน่อย”
เดือนอ้ายพยายามทำเป็หงุดหงิดเมื่อจนตรอก เขายื่นส้อมไปจิ้มเอากุ้งตัวโตกำลังจะส่งมันเข้าปากก่อนที่จะทันได้ลิ้มรสกุ้งชุบแป้งทอดตัวโตนั้นก็โดนพี่ใหญ่ของบ้านกีดกันอีกครั้ง
“กินอย่างอื่นไป เดี๋ยวแพ้อีก”
“อ้ายจะโกรธทุกคนแล้วนะ ขัดใจอ้ายอยู่เรื่อย”
น้องน้อยที่ถึงแม้ตอนนี้จะอายุยี่สิบห้าแล้วแต่บรรดาเหล่าพี่ ๆ ทั้งหมดลงความเห็นว่าเดือนอ้ายนั้นน่าเป็ห่วงที่สุด ด้วยพอสิ้นบุญของเ้าสัวธนินท์บรรดาป๊าและม๊าของพวกเขาก็ได้ถือตัวว่าเป็ผู้ปกครองดูแลเดือนอ้าย กว่าที่น้องชายเขาจะผ่านมาถึงจุดนี้ได้นั้น แทบจะเรียกว่าช่วยกันประคับประคองทั้งร่างกายและจิตใจกันเลยทีเดียว
“หลังจากนี้จะไปเจอคู่ค้าอะไรที่ไหนก็ให้พวกเฮียไปด้วย”
เฮียครามไม่ใส่ใจคำตัดพ้อข้างต้น เขาส่งกุ้งจากส้อมของน้องเข้าปากตัวเองและพูดกำชับซึ่งเดือนอ้ายมองว่ามันเป็คำสั่งมากกว่า
“โห...อ้ายทำงานแล้วนะ”
“แต่พวกเฮียก็โตกว่าอ้ายอยู่ดี”
เฮียคลื่นพูดขึ้นมาบ้างเมื่อเห็นว่าน้องยังคงไม่ยอมเชื่อฟัง
“.....”
“ก็ถ้าอ้ายไม่คิดว่าพวกเฮียกับเจ้เป็ห่วง อ้ายจะทำอะไรต่อไปนี้ก็คงไม่มีใครห้ามแล้วล่ะ”
“เจ้อะ”
จากที่กำลังกางเล็บพองขนไม่ยอมอะไรง่าย ๆ ก็กลายเป็ลูกแมวหูลู่หางตกขึ้นมาทันทีเมื่อเจ้พริบพราวกล่าวออกมาแบบนั้น
“อ้ายขอโทษครับ จากนี้จะระวังตัว แล้วก็เฮียงานยุ่งกันอะ อ้ายไปกับคุณไจ๋แล้วก็คุณจินก็ได้”
“ก็ถ้าหนึ่งในสองคนนั้นไปด้วยเฮียก็โอเค หรือจะเอาเลขาไปด้วยดี”
“ไม่เอาอะ อ้ายไม่ชอบมันวุ่นวาย”
เมื่อเห็นน้องตกลงเหล่าพี่ ๆ ก็ยอมรามือกับเื่นี้และปล่อยให้น้องชายได้กินข้าวไปคุยกันไป
พวกเขาเหล่าพี่น้องมักจะออกมาทานอาหารกลางวันกันเสมอเมื่อว่างพร้อมกันเช่นนี้
และมื้ออาหารสิ้นสุดลงพวกเขาก็แยกย้ายกันกลับไปทำงาน ส่วนเดือนอ้ายก็มุ่งหน้ากลับไปทำงานของบริษัทตนและตกเย็นก็ไปป่วนตุลธร
“สรุปว่าไอ้นั่นมันคิดว่าอายอยากให้มันร่วมลงทุนใจจะขาดว่างั้น”
“ใช่”
“ฮ่า ๆ ๆ สเปคพวกเสี่ยเหรอคุณน่ะ”
“ไจ๋”
“คุณจินรู้หรือยัง”
“ไม่ได้บอกอะ ่นี้เห็นวุ่น ๆ กับงานเหมือนกัน เพิ่งรับ่ต่องานบริหารก็งี้”
“น่าสงสารอยู่นะ ตัวคนเดียวเลยตอนนี้”
“หรือจริง ๆ แล้วอ้ายควรไปอยู่เป็เพื่อนคุณจินดี”
“ไปให้เขาปวดหัวเพิ่มเหรอ”
“เอ๊ะ ไจ๋นี่นะ อ้ายไม่ได้ป่วนสักหน่อย พรุ่งนี้ไปหาดีกว่า แวะซื้อชุดออกงานร้านเจ้พราวไปฝากด้วยดีกว่า”
แม้จะไม่ได้เป็พาร์ทเนอร์ แต่ความสัมพันธ์ของเดือนอ้ายและจิราธิปนั้นแน่นแฟ้นมาั้แ่สมัยมัธยมปลาย จิราธิปเองก็เปรียบเสมือนพี่ชายอีกคนของเขา ส่วนคนข้าง ๆ นี่ก็...
“เอาสักชุดปะ อ้ายซื้อให้”
โคตรจะเพื่อนสนิท
“ก็ถ้าคุณหนูอ้ายมีใจจะซื้อให้ ผมก็ยินดีรับครับ”
ตุลธรหลุดยิ้มออกมาก่อนจะจัดท่าทางการนอนของตนให้เรียบร้อย แล้วเอ่ยสั่งแขกในค่ำคืนนี้
“ปิดไฟด้วย ผมง่วงแล้ว พรุ่งนี้มีคุยงานแต่เช้า หาววว”
เดือนอ้ายหัวเราะกับท่าทางเหมือนเด็กของอีกฝ่ายที่นาน ๆ ทีจะเจอ มือเล็กยื่นไปปิดไฟบนหัวเตียงจนกระทั่งห้องมืดสนิท
“อ้าย”
“ครับ”
“รอบหน้าไปคุยงานกับคู่ค้าที่ไหนชวนผมไปด้วยนะ”
“งานเยอะไม่ใช่เหรอ”
“บอกล่วงหน้าสักวัน ผมจะได้เคลียร์งานไว้”
“อื้อ ไว้รอบหน้าจะบอกนะ”
“อืมม
“อื้อ ฝันดีนะ”
“ฝันดีอ้าย”
................................
Talk : เอาครึ่ง 50 มาลงก่อนค่ะ เื่นี้จะดำเนินเื่ช้านิดนึงนะคะ เพราะเดือนอ้ายมีเื้ักับครอบครัวค่อนข้างเยอะ ฮาา อย่าเพิ่งทิ้งกันไปก่อนนะคะ จะพยายามมาอัปให้บ่อยขึ้นค่ะ
และก็ ขอฝากกกกก
เื่สั้น เคะXเคะ ด้วยนะคะ
- Cherry Rum
และ เื่สั้นแฟนตาซีตอนเดียวจบ
- รอจนกว่าจะได้รับ-
“วันนี้วันหยุดผมนะฤทธิ์”
“ออกไปทำภารกิจกับผมมั้ย”
ถ้าชอบก็รบกวนช่วย Comment เป็กำลังใจให้ด้วยนะคะ
ด้วยรัก
ครู่ยามหนึ่ง