ชายแก่ผู้อดทน กำลังซุ่มแอบมองผู้หญิงคนนึงอยู่นอกประตูรั้ว เพื่อไม่ให้คนในบ้านสังเกตเห็น เขาจึงต้องแอบหลังต้นไม้ ระหว่างนั้นเขาก็ดึงเสื้อออกมาจากถุงและฉีกมันให้ขาดเป็แผลใหญ่ ก่อนจะดึงสูทให้ตึงพร้อมกับเดินเชิดหน้าเข้าไปในบ้าน
"สวัสดีครับคุณมินตรา…" น้ำเสียงทุ้มๆกล่าวทักทายหญิงสาวที่กำลังเย็บผ้าอยู่ตรงหน้า
"อ้าว! สวัสดีค่ะคุณภูมิน เป็ไงมาไงคะเนี้ย! พักนี้แวะมาแถวนี้บ่อยนะคะ?"
"อ๋อ .พอดีว่าผมเเวะมาคุยธุระเเถวนี้กับเพื่อนน่ะครับ เเล้วเสื้อเ้ากรรมของผมมันก็ดันไปเกาะเข้ากับกิ่งไม้น่ะสิครับ แย่เลย..คุณมินตราพอจะซ่อมได้ไหมครับ ตัวนี้ตัวเก่งของผมเลยนะครับ"
"อ่อ..งั้นเดี๋ยวดิฉันของดูหน่อยได้ไหมคะ..โห!นี่แผลใหญ่มาก อย่างกับเพิ่งเอามือฉีกมาเลยนะคะ" ภูมินแสดงพิรุธชัดเจนโดยการหลบสายตา เพราะมินตรานั้นรู้ทันทีว่าแผลนี้ไม่ได้มาจากกิ่งไม้เกาะขาด…แต่มันน่าจะขาดด้วยวิธีอื่น
"โถ่..คุณมิน..ใครจะเป็บ้าถึงขั้นฉีกเสื้อตัวเองแล้วมาเสียตังเย็บใหม่ล่ะครับ สรุปซ่อมได้ไหมครับ?"
"น่าจะได้นะคะ เพียงเเต่อาจจะต้องใช้เวลาสักหน่อยค่ะ"
"ไม่เป็ไรครับ ผมรอได้"
"คุณภูมินจะนั่งรอตรงนี้หรอคะ!!"
"ใช่ครับ…คุณมินตราใอะไรครับเนี้ย?"
"เอ่อคือว่า..ดิฉันยังมีอีก 3 ชุดที่จะต้องตัดส่งลูกค้าวันนี้น่ะค่ะและฉันก็เกรงว่า….."
"ไม่เป็ไรครับ ผมรอได้..ผมจะนั่งรอตรงนี้ล่ะครับ อีกอย่างวันนี้ผมไม่รีบครับ เชิญคุณมินตราตามสบายนะครับ"
"..อ่อ..ค่ะ งั้นเดี๋ยวดิฉันไปเอาน้ำกับขนมมาให้นะคะ"
"ขอบคุณครับ" ภูมินอมยิ้มเก็บความรู้สึกดีใจเอาไว้ ก่อนที่เขาจะลุกขึ้นะโดีใจหลังจากที่มินตราเดินหายเข้าไปในครัวแล้ว ครั้งนี้ก็เป็ครั้งที่ 7 ที่ภูมินแวะมาที่นี่ ทุกอย่างมันเริ่มต้นขึ้นจากวันที่เขามาวิ่งออกกำลังกายที่สวนสาธารณะ ขณะที่เขากำลังนั่งพักเหนื่อยอยู่ใต้ต้นไม้ เขาก็ได้เหลือบสายตาไปเห็นผู้หญิงคนหนึ่ง เธอดูท่าทางใจดี ยิ้มแย้มแจ่มใส เขารู้สึกว่าเธอมีอะไรเหมือนกับคนที่เขารู้จักและรอยยิ้มของเธอมันก็ทำให้หัวใจที่ด้านชานี้ กลับมาพองโตอีกครั้ง หลังจากวันนั้นภูมิน ก็ได้สะกดรอยตามเธอไปจนถึงบ้าน จึงรู้ว่าเธอทำอาชีพตัดเย็บเสื้อผ้า นับจากนั้นมาเขาก็มีเสื้อผ้ามาให้เธอซ่อมไม่เว้นแต่ละวัน เพื่อที่จะหาข้ออ้างได้มาเจอหน้าเธอนั่นเอง
"คุณมินตราอยู่บ้านคนเดียวหรอครับ?"
"อ๋อเปล่าค่ะ…ฉันอยู่กับลูกสาวอีกคน แต่ตอนนี้เธอออกไปเที่ยวเล่นกับเพื่อนข้างนอกน่ะค่ะ"
"อ้อครับ..เอ้าแล้ว…เอ่อ…คือ…."
"คะ?"
"ผมไม่รู้ว่าคำถามนี้ควรจะถามดีหรือไม่ แต่ผมอยากรู้คำตอบของมันมากๆครับ..แล้วสามีคุณล่ะครับ?"
"ฉันอยู่กับลูกสองคนมา 7 ปีแล้วล่ะค่ะ สามีฉันประสบอุบัติเหตุรถชน เค้าเสียไปตั้งนานแล้วล่ะค่ะ" ทั้งๆที่เป็ประโยคน่าเศร้า แต่ภูมินกับยิ้มอย่างดีใจที่ตอนนี้มินตราไม่มีเ้าของชีวิต จังหวะที่มินตรากำลังจะเงยหน้ามามองหน้าเขา เขาก็รีบเปลี่ยนสีหน้าเป็เศร้าอย่างไว
"ผมเสียใจด้วยจริงๆนะครับ"
"อะไรกันคะ..ฉันไม่ได้เสียใจอะไรแล้วล่ะค่ะ มันเป็อุบัติเหตุนี่ค่ะ ไม่มีใครอยากให้มันเกิดขึ้นหรอก อีกอย่างชีวิตฉันตอนนี้ก็มีความสุขดีอยู่แล้ว ฉันมีลูกสาวที่น่ารักและฉันเองก็รักเขามากๆค่ะ..เสร็จแล้วค่ะ เสื้อของคุณ ฉันกลัวว่าคุณจะรอนานก็เลยลัดคิวให้ นี่ค่ะ"
"ขอบคุณครับ นี่ผมต้องกลับแล้วใช่ไหมครับ"
"อะไรนะคะ?"
"อ๋อ..เปล่าครับ..ไว้เดี๋ยวผมจะเเวะมาแอบดู เอ้ย!!ไว้ผมจะแวะเอาเสื้อมาให้เย็บใหม่วันหลังนะครับ"
"เดี๋ยวค่ะ!!"
"ครับ?" ภูมินหันหลังกลับมาด้วยความดีใจเพราะคิดว่ามินตรามีอะไรจะคุยกับเขา
"ระวังอย่าให้เสื้อไปเกาะกับกิ่งไม้อีกนะคะ ยืนห่างๆกิ่งไม้บ้าง.เสื้อคุณขาดเพราะกิ่งไม้มา 7 วันแล้วนะคะ.โชคดีค่ะ" มินตราพูดแซวทำเอาภูมินเขินจนแทบจะเดินไม่ออก เขายืนยิ้มอยู่นานก่อนจะพยักหน้าตอบรับและเดินออกไป เเต่ก็ยังเดินไม่ทันจะพ้นหน้าบ้าน จู่ๆมอเตอร์ไซค์ของสองสาวก็พุ่งเข้ามาพอดี..เอี้ยก!! เสียงเบรครถกะทันหัน
"ขอโทษค่ะ หนูไม่นึกว่าจะมีใครเดินสวนออกมาค่ะ"
"ไม่เป็ไรจ่ะ..เอ่อคือว่า…" น้ำมนต์ไม่รอให้คนตรงหน้าพูดอะไรจบ เธอรีบจอดรถและจูงมือช่อแก้ววิ่งผ่านเข้าไปหาแม่ของเธอ..เพื่อเล่าเหตุการณ์ในวันนี้ให้แม่เธอฟังนั่นเอง
"แม่!! แม่!!แม่ดูสิกล้องมนต์อ่ะ!!เสียหายหมดเลยเพราะไอ้บ้า สมองกลับนั่น..ก็เข้าใจนะว่ารีบ แต่ทำไมต้องทำให้คนอื่นใด้วย บอกกันดีๆก็ได้นี่นา!"
"แต่น้ำมนต์เป็คนะโเข้าไปขวางทางเขาเองนะ ไม่โดนเขาเหยียบโครมให้ ก็บุญขนาดไหนแล้ว"
"แก้ว!..นี่เป็เพื่อนกันจริงหรือเปล่า แก้วควรจะอยู่ข้างน้ำมนต์นะ แม่ดูสิ!..แขนขามนต์น่ะถลอกหมดเลย เพราะไอ้บ้านั่นคนเดียว"
"หยุดเลย!!แล้วนี่ไปเที่ยวที่ไหนมา ทำไมถึงสภาพเป็แบบนี้แล้วคนที่พูดถึงนั้นเป็ใคร?"
"พอดีวันนี้แก้วกับน้ำมนต์ไปหาโลเคชั่นเพื่อเป็แรงบันดาลใจในการเขียนนิยายของน้ำมนต์ค่ะและโลเคชั่นที่น้ำมนต์เลือกก็คือคฤหาสน์อัครบดี ส่วนคนที่เกือบจะขับรถชนน้ำมนต์นั้นแก้วไม่รู้ว่าเขาเป็ใคร แต่เขาอ้างตัวว่าเขาอยู่ในบ้านอัครบดีน่ะค่ะแม่" ทันทีที่ได้ยินคำว่าอัครบดี ภูมินนี่รีบวิ่งเข้ามาพูดแทรกถึงเื่ทุกอย่างทันที เพราะเขาไม่อยากให้มินตรารับรู้ถึงสิ่งไม่ดีเกี่ยวกับบ้านของเขาและตลอดชีวิตของเขาก็ไม่เคยมีภาพจำในทางลบเลยแม้เเต่ครั้งเดียว…