พงศกรวาดลวดลายอย่างมืออาชีพท่ามกลางหนุ่มสาวซึ่งออกลีลาท่าทางเต้นตัวบิดตัวงอตามจังหวะที่เร็วของดนตรีในผับ
เขาชอบเที่ยวชอบสนุกมากกว่าเื่งานปล่อยให้พี่ชายคนโตจัดการไปก็แล้วกัน
จนเมื่อดนตรีจบเพลงถึง่พัก หนุ่มเ้าสำราญเดินกลับมาร่วมกลุ่มกับเพื่อนๆ ที่โต๊ะ
“เฮ้ย พงศ์ ได้ข่าวว่าขวัญใจมึงกลับมาจากเมืองนอกแล้วนี่หว่า”
“ฮื่อ”
คนถูกถามพยักหน้าส่งเสียงตอบในลำคอ กระดกแก้วเครื่องดื่มสีเหลืองใสในมือ ของเหลวในแก้วเหือดแห้งเหลือเพียงก้อนน้ำแข็งอยู่ก้นแก้ว หนุ่มหน้าแดงก่ำจากฤทธิ์สุราและการออกแรงเต้นเมื่อครู่ยกขวดเครื่องดื่มราคาแพงเทใส่ลงไปใหม่ จึงเงยหน้าบ่น
“เซ็งชิบ วันก่อนกูขอไปเยี่ยม กะจะสานสัมพันธ์ พี่ชายคนดีของกูแม่ง...ไม่ยอมบอกเกรงใจท่านอาหญิง”
“เฮ้ย...แล้วมึงยอมทามไมว่ะ อยากไปหา ก็ไปซะซิ กัวไร”
หนึ่งในสองเพื่อนร่วมดื่ม ลิ้นรัวพูดอ้อแอ้ยุส่งอย่างไม่คิด
“นั่นดิหรือมึงกลัว”
อีกคนที่ท่าทางเมาน้อยกว่าพูดเสริม
“กูไม่ได้กลัว แต่พี่กูเขาเป็คนจ่ายเงินเดือนให้กูนะซิ มีปัญหาเดี๋ยวเขาตัดเงิน แย่เลยมึง”
พงศกรชี้แจงซึ่งไม่จริงทั้งหมดชลทิศทำหน้าที่แทนพ่อแม่ ดูแลทุกคนในบ้าน จ่ายเงินเดือนให้พงศกรในตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการและเงินส่วนตัวสำหรับใช้จ่ายเฉพาะคนในครอบครัวอีกหนึ่งก้อนต่อเดือนซึ่งก็ไม่ได้มากมายอะไรนัก แต่เมื่อใดที่พงศกรเที่ยวเตร่ เกเรงาน พี่ชายจะจ่ายแค่เงินเดือนในตำแหน่งงดเงินอีกส่วนหนึ่งทันที ทำให้พงศกรค่อนข้างเกรงใจแต่ก็รู้สึกขุ่นใจอยู่ลึก ๆ
แล้วเหมือน์เป็ใจเมื่อเขาเห็นสาวที่แอบชอบนั่งอยู่กับเพื่อนแค่สองคนห่างไปไม่มาก ทำให้พงศกรยิ้มปากกว้างตาวาว อารมณ์ดีขึ้นมาฉับพลัน สะบัดศีรษะตัวเอง มือตบไปตรงต้นคอเบา ๆ ดัง
“บึก บึก”
ไล่ความมึนงง ฉีกยิ้มเดินตรงไปหาด้วยความดีใจ
กิตติยา อยู่ปราง หรือกิ๊ก ทำท่าเลิกลั่กจนปิ่นต้องบีบมือเพื่อนสนิทหันไปสบตายิ้มให้แล้วยื่นแก้วเครื่องดื่มสีส้มสดไร้แอลกอฮอล์ให้ส่วนตัวหล่อนเป็น้ำสีน้ำตาลเข้มรสหวานซ่า
ทำไมต้องมาที่แบบนี้ด้วย เคยถามปิ่น แล้วได้คำตอบว่า
“เราต้องรู้จักหรือไปที่อื่นบ้าง จะได้ไม่ถูกหลอกง่าย ๆ”
นั่นคือเหตุผลที่ปิ่นมักพาเพื่อนสาวไปที่โน่นที่นี่เสมอั้แ่กลับมาจากเมืองนอก ซึ่งก็จริงอย่างที่เพื่อนบอก ถ้าปิ่นไม่พามาหล่อนไม่มีทางมาที่แบบนี้เด็ดขาด
ปิ่นแค่ออกมาเปิดหูเปิดตา ฟังเพลงอึกทึกครึกโครมเรียกความตื่นเต้น ไม่ได้ตั้งใจมาดื่มเครื่องดื่มสุดฮิตที่ไม่อร่อยแล้วยังสามารถเปลี่ยนพฤติกรรมคนดื่มได้อย่างน่าประหลาด
เครียดมาเป็เดือนแล้ว นับั้แ่รู้ว่าต้องแต่งงานกับชายเต้ แต่ยังนึกหาวิธีหลีกเลี่ยงไม่ได้ เลยออกมาข้างนอกมาเห็นแสงสีมาฟังเพลงดูผู้คนบ้างเผื่อจะคิดอะไรออก อีกอย่างอยากให้กิ๊กเพื่อนสนิทซึ่งเป็คุณครูผู้แสนดีได้เห็นโลกอื่นที่ต่างจากห้องเรียนบ้าง
แล้วเื่ที่ทำให้ปิ่นเปลี่ยนจากเครียดเป็โมโหเมื่อผู้ชายท่าทางเมาแล้วกร่างโต๊ะเยื้องหล่อนไปหนึ่งในสองหรือสามคนเดินตรงมาที่โต๊ะหล่อน ปากแทะโลมว่า
“คนสวย มากันแค่สองคนหรือจ๊ะ สนใจไปนั่งร่วมโต๊ะกับพวกพี่มั๊ยครับเดี๋ยวพี่เลี้ยง”
มันเสนอแบบมีเลศนัย ซึ่งคนอย่างปิ่นตอบกลับอย่างไม่ยี่หระ ผิดกับกิ๊กที่นั่งตัวสั่นหน้าซีด
“ไม่เป็ไร”
ปิ่นตอบแค่นั้น ก่อนจะหันหน้าหนีไม่สนใจมันทำเสียง
“ฮึ”
ในลำคอแล้วหรี่ตาเม้มปาก ยกนิ้วชี้ขึ้นสะบัดน้อย ๆตรงหน้า่จมูกของมันเป็สัญลักษณ์บางอย่างที่ดูไม่น่าจะดีนักแล้วเดินเซกลับโต๊ะตัวเองไป
ปิ่นปรับทุกข์กับเพื่อนสนิทแค่หาคนฟังระบายความอึดอัด ไม่ได้หวังให้เพื่อนช่วยเหลืออะไร จนรู้สึกปวดจี๊ดตรงท้องน้อย หญิงสาวหน้ายุ่งบอกเพื่อน
“อูย ปวดท้องจัง ปิ่นไปห้องน้ำแป๊บนะ”
“จ๊ะ”
กิ๊กพยักหน้ารับรู้มองไปรอบตัวคิดว่าไม่มีอะไรเพราะนั่งอยู่นานแล้วไม่มีใครมาวุ่นวายอะไรอีกหลังจากคนเมาคนนั้นกลับไปที่โต๊ะตัวเอง
กระทั่งมือแข็งแรงของบางคนบีบหัวไหล่หล่อนแล้วดึงจนหญิงสาวต้องลดตัวลงจากเก้าอี้ตัวสูงขายาวเบาะทรงกลมหุ้มผ้ากำมะหยี่สีแดงสดลงมายืนที่พื้นร้อง
“ว๊าย”
ด้วยความใแล้วเ้าของมือปริศนาใช้ลำแขนใหญ่ตวัดโอบจนร่างของหล่อนเซถลาเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดแล้วปากที่มีกลิ่นเหล้าเหม็นคลุ้งของมันก็แนบเข้ามาใกล้ใบหน้าตรงซอกคอหล่อนก่อนจะพูดประโยคน่าทุเรศว่า
“ตัวหอมจังเลยน้องสาวเพื่อนไปไหนซะล่ะ หรือเพื่อนทิ้งไปแล้ว มามะ ไปกับพี่ดีกว่าเดี๋ยวพี่ดูแลเอง”
“อะ อะไรนะ อย่าน๊า”
กิ๊กหน้าเสียปากะโสองมือน้อยผลักมันด้วยดวงตาตื่นตระหนก แล้วเหมือนมีอะไรบางอย่างดึงมันออกจากร่างกายสั่นเทาของหล่อนจนมันลงไปนอนขดตัวบนพื้นร้อง
“โอ้ยยยย”
ดังลั่น
พงศกรที่ยังเมาไม่มากตั้งใจเดินมาหาปิ่นที่โต๊ะ แต่เห็นหลังปิ่นหลัดหลัดเดินลับไปตรงทางไปห้องน้ำตั้งท่าจะเดินกลับเผอิญเห็นผู้ชายกำลังลวนลามเพื่อนปิ่นอยู่ ทนไม่ได้จึงเดินรี่เข้าไปกระชากตัวมันผลักอย่างแรงจนมันล้มลงไปนอนบนพื้นปากะโต่อว่า
“เฮ้ย ...เป็ผู้ชายอย่ารังแกผู้หญิงซิโว๊ย”
พาให้นักเที่ยวที่กำลังเต้นกันอย่างสุดเหวี่ยงหยุดเต้นหันมองมันด้วยแววตาตำหนิ แต่บางคนก็ทำปากซุบซิบด้วย
กิ๊กตื่นตะลึงพอเห็นมีคนมาช่วย ดีใจและรู้สึกปลอดภัยหญิงสาวผู้ไม่เคยััความเถื่อนของคนเมาผวาเข้ากอดคนที่มาช่วยหล่อนแน่น
พงศกรเซไปด้านหลังกระพริบตาปริบปริบเมื่อสาวสวยในชุดเรียบร้อยไม่เหมาะกับสภาพแวดล้อมของที่นี่ผวากอดเขาแน่นซุกหน้าลงแนบทรวงอกหลับตาปี๋
ชายหนุ่มได้กลิ่นหอมอ่อนๆเดาว่าน่าจะเป็กลิ่นแชมพูลอยเข้าจมูกจากเรือนผมดำยาวมัดเป็หางม้าที่อยู่ต่ำลงไปตรงซอกคอ
อาการมึนเมาเมื่อครู่หายไปความสดชื่นเข้ามาแทนอย่างน่าแปลกใจเขาก้มหน้าลงพอดีกับเห็นพวงแก้มสีแดงจัดของคนในอ้อมกอดที่เงยหน้าขึ้นสบตาเขา
พงศกรชะงัก ตากลมโตสวยคู่นั้นราวมีเวทมนตร์แฝงอยู่สะกดเขาให้นิ่งงันชั่วขณะ
คนเมาที่โดนผลักนอนอยู่บนพื้นเจ็บตรงก้น มันกัดฟันแค้นใจ เจ็บตัวไม่เท่าเสียหน้า มันลุกขึ้นยืนมองพงศกรด้วยแววตาขมึงตึงตะคอกขู่ในลำคอ
“ฝากไว้ก่อนนะมึงเดี๋ยวเจอกัน”
แล้วหันหลังเดินกลับไปหาพวกตัวเองที่โต๊ะของมัน
ขณะที่พงศกรใจลอยไปกับอ้อมกอดและดวงหน้าตื่นกลัวแต่น่าสนใจคนที่โดนเขาหักหน้า ย่างสามขุม มือแหวกนักเที่ยวเดินเข้ามาใกล้เขาแล้วยกขวดเหล้าขึ้นเหนือหัวด้วยดวงตาเบิกโพลง เสียงร้อง
“ระวัง”
ของกิ๊กที่เผอิญเงยหน้าขึ้นมองเลยไหล่กว้างเห็นเข้าพอดีหญิงสาวใช้แรงผลักชายหนุ่มสุดตัวทำให้พงศกรโดนขวดฟาดที่หัวไหล่เสียงดัง
“พลั๊กเพล้ง”และ “โอ๊ยยย”
ติด ๆ กัน