โหลวฉางซีมึนงงเดินออกจากจวนนายอำเภอนางเดินไปอย่างไม่รู้ตัวกระทั่งมาถึงหน้าโรงเตี๊ยมเหย้าไคซินเสี่ยวเอ้อมองเห็นก็อมยิ้มแล้วก็ร้องเอะอะชี้ให้หลงจู๊ดู
“เ้ารีบไปบอกเถ้าแก่ไฉเร็วมือปราบโหลวมา!”
ไฉซีฮันที่ยืนอยู่บนระเบียงคอยมองถนนด้านหน้าโรงเตี๊ยมก้าวพรวดๆลงจากบันไดไปหาหญิงสาวที่ยืนเก้ๆ กังๆ อยู่บนถนน
“ซีเอ๋อร์เข้ามานั่งข้างในก่อนสิ!”
นางยังคงยืนเหม่อมองหน้าเถ้าแก่หนุ่มเขาจึงได้จับมือนางแล้วจูงเข้าไปในนั่งในภัตตาคารด้านล่างโรงเตี๊ยมโดยมีสายตาของผู้ติดตามกระพริบพราว จู่จิ๋นอิ่งกับยงฟูหลิวสบตากันแล้วยิ้มพราย
“เ้านั่งก่อน”ไฉซีฮันรินน้ำชาเลื่อนมาตรงหน้านางอย่างเอาใจ “ดื่มน้ำชาสักหน่อยดีหรือไม่?”
“อืม...”นางยกจอกน้ำชาขึ้นดื่มแล้วมองหน้าไฉซีฮัน “ข้ามีเื่ต้องถามท่านหลายอย่างเชียว”
ไฉซีฮันพานางขึ้นไปบนห้องพักปิดประตูแล้วยืนคุยกันที่ระเบียง “เื่ที่เ้าเข้าไปลอบฟังวันนั้นข้าให้คนไปสืบมาแล้ว เป็ฮุ่ยห่าวอู๋จริงๆ ที่ติดต่อกับคนของสำนักโบตั๋นแดงป้ายหยกนั่นเป็ของเขา”
นางจึงเล่าเื่ที่สวีเสี่ยวถงบอกไฉซีฮันยิ้มให้คู่หมั้น
“อ้าซ้อของเ้าที่แท้ก็คือประมุขพรรคมารคนใหม่นางรับ่พรรคต่อจากซิวเชี่ยนอดีตประมุขน้อยพรรคพรรคัเทพวันที่ขบวนมือปราบยกพลไปสำนักโบตั๋นแดง ข้ารู้ว่าคนของพรรคัเทพแอบติดตามไปด้วยแต่พวกเขาก็ทำเพียงดูอยู่ห่างๆ เพราะชิงลงมือช่วยเ้าก่อน”
“ท่านเห็นพวกเขาด้วยหรือ?”
“ใช่! ตอนที่ข้าไปแอบดูเ้าในที่ตั้งค่ายข้าก็เห็นคนของพรรคัเทพซุ่มดูอยู่จึงได้หลอกให้เ้าตามออกมาเพื่อให้พวกเขาตามข้าไปหลังจากเ้าเข้าที่ตั้งค่ายไปแล้ว คนพวกนั้นก็ตามข้าไปจริงๆข้าหลอกล่อจนหลบพวกเขามาได้”
“เอ๋?”
“เห็นทีคงเป็สวีเสี่ยวถงส่งคนมาคอยดูแลเ้าและติดตามเื่สำนักโบตั๋นแดง”
“ทุกคนรู้หมดยกเว้นข้าสินะ!” โหลวฉางซีเขม่นเข่นเขี้ยว
“ซีเอ๋อร์อย่าโมโหไปเลยน่า!”ไฉซีฮันเอื้อมมือมากุมมือเรียวบางของนางไว้ “อาซ้อของเ้าก็มีความลำบากใจของนางที่นางไม่อาจจะเปิดเผยตัวตนของนางได้”
“นี่! ข้ายังไม่เอาเื่ท่านเลยนะ ที่ท่านใช้เื่ต่างหูมาหลอกลวงคนที่บ้านของข้าท่านพูดออกมาได้อย่างไรว่าข้าเป็คนรักของท่าน?”
ชายหนุ่มเหนี่ยวเอวบางของสตรีตรงหน้ามาใกล้ใบหน้าของคนทั้งสองแทบจะชนกัน ปลายจมูกของเขาอยู่แทบชิดกับแก้มเนียนของนาง
“เ้าคิดว่าที่ข้าตามช่วยเ้าเป็เพราะเหตุใด?”
น้ำเสียงนุ่มนวลดังขึ้นข้างหูหัวใจของโหลวฉางซีเต้นระรัว ใบหน้าแดงก่ำนางเพิ่งรู้สึกว่าการอยู่ใกล้บุรุษผู้นี้ช่างอันตรายต่อใจยิ่งนัก
“ท่านเป็สายลับก็ย่อมต้องตามสืบเื่ราวที่หลวนฮองเฮาทรงรับสั่งมิใช่หรือ?”
“นั่นก็ส่วนหนึ่งแต่ข้าก็ไม่เคยร้อนใจเช่นนี้มาก่อนเ้าคงไม่รู้ว่าข้าต้องคอยไปซุ่มฟังเสียงจากห้องของเ้าดึกๆ ดื่นๆเพราะเกรงว่าเ้าจะแอบออกไปสืบเื่โดยไม่มีข้า กลัวว่าเ้าจะได้รับอันตราย” เขากระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นจนตัวของนางแนบไปกับร่างกายแน่นเกร็งของเขา
โหลวฉางซีดิ้นขลุกขลักแต่ไม่อาจจะสู้แรงของเขาได้นางรู้แล้วว่าวรยุทธ์ของเขานางไม่อาจจะเอาชนะได้ง่ายๆ
“แต่ท่านก็ไม่ยอมเปิดเผยความจริงกับข้าเอาแต่ทำตัวเยี่ยงโจร”
“ซีเอ๋อร์หากข้าเปิดเผยความจริงั้แ่แรกเ้าก็คงมิได้สนใจคิดจะตามสืบเื่ข้าน่ะสิแล้วข้าจะใช้แผนต่างหูแทนใจกับเ้าได้อย่างไร?”
“ท่านมัน....!”นางจ้องตาเขาเขม็งคิดหาคำด่าเหมาะใจยังไม่ได้
“ข้าเห็นสิ่งที่เ้าอู๋เจี้ยนผู้นั้นพยายามทำกับเ้าแล้วขัดหูขัดตายิ่งนักเดิมทีมิได้คิดจะรวบรัดเ้าอย่างนี้แต่เพราะเหตุการณ์มันพาไปซ้ำเ้าอู๋เจี้ยนยังกล้าประกาศต่อหน้าข้าว่าจะนำเ้ากลับเมืองเทียนถังไปด้วยอีก”
นางตะลึงก่อนจะยิ้มน้อยๆ“นี่ท่านหึงจนเืขึ้นหน้าเลยหรือ?”
ชายหนุ่มไม่ตอบเขาก้มลงประทับริมฝีปากดูดเม้มคนปากนุ่มเบาๆเมื่อนางยกมือขึ้นคิดจะผลักเขาก็ใช้มือหนึ่งกุมมือนางไว้
โหลวฉางซีเพลิดไปกับรสััอ่อนหวานที่เขามอบให้นางรู้ว่าคนตรงหน้าแข็งแกร่งและพึ่งพาได้เพียงแต่คาดไม่ถึงว่าเขาวางแผนจะเก็บนางไว้ข้างกายเช่นนี้ เมื่อเขาจูบนางจนพอใจก็ถอนริมฝีปากออกหญิงสาวเขินอายจนต้องซบหน้าลงกับซอกคอของเขา
“เดิมทีข้าคิดจะตีสนิทเ้าเพื่อหวังรู้ความเคลื่อนไหวของสำนักมือปราบแต่ยิ่งอยู่ใกล้เ้า ข้าก็ยิ่งเป็ห่วงเ้า อยากรู้ว่าเ้าไปที่ใด ไปกับใครอันตรายหรือไม่? ชีวิตสายลับของข้าถูกเ้าก่อกวนความสงบจนหมดแล้วนะ ซีเอ๋อร์”
“อืม...ข้าก็สงสัยอยู่ว่าตนเองถูกสะกดรอย”
“ข้าให้คนคอยตามดูแลเ้าต่างหากตอนนี้เ้าก็เท่ากับเป็ภรรยาของข้า อย่าไปอยู่ใกล้เ้าอู๋เจี้ยนให้มากนักก็แล้วกัน!” น้ำเสียงของเขาห้วนจัดในประโยคสุดท้าย
นางยิ้มกับอกของเขา“ท่านขี้หึงถึงเพียงนี้เชียวหรือ?”
“ข้าจะยอมให้บุรุษอื่นมาป้วนเปี้ยนใกล้คู่หมั้นของข้าได้อย่างไร?”
“แต่ข้ากับเขาต้องทำงานด้วยกันนะคงหลีกเลี่ยงการพบปะได้ยาก”
“หึ! ใช่ว่าข้าจะไม่มีคนแฝงกายอยู่ในสำนักมือปราบของเ้าคนของข้าจะคอยจับตามองเขาอยู่ตลอด”
โหลวฉางซีผละออก“สำนักมือปราบนี่แฝงกายเข้าไปง่ายนักหรือไร? ทั้งคนของสำนักเทียมฟ้าทั้งคนสำนักคุ้มภัยหงส์ไฟล้วนมาอยู่นี้กันได้ทั้งนั้น”
“แม้แต่คนของพรรคัเทพก็ยังเป็หัวหน้ามือปราบเลยข้าส่งคนแฝงกายเข้าไปเป็มือปราบไม่ได้หรือ?”
โหลวฉางซีพยักหน้าเห็นด้วย“มิน่าเล่า!อาซ้อถึงได้ระวังตัวมากนัก ไม่เปิดเผยภารกิจหากไม่ถึงจังหวะลงมือ”
“หากข่าวรั่วไหลอย่าว่าแต่จะทำได้สำเร็จอาจจะเป็อันตรายถึงชีวิตด้วยซ้ำ หากว่าพรรคเทียมฟ้าคิดจะแบ่งแยกดินแดนแสดงว่าพวกเขามักใหญ่ใฝ่สูงการสร้างภาพเป็พรรคฝ่ายธรรมะก็น่าจะเป็หนึ่งในแผนการเพื่อพรางตัวเพื่อให้พวกเขารวบรวมผู้คนได้มากโดยไม่มีผู้สงสัย”
“แล้วเราจะเปิดโปงแผนของสองพ่อลูกสกุลอู๋ได้อย่างไรเล่า?”
“เื่นี้ข้าคงต้องเข้าไปปรึกษากับประมุขพรรคัเทพสักหน่อยเพราะสำนักคุ้มภัยหงส์ไฟไม่อาจจะออกหน้าได้”
“ท่านคิดจะยืมมือสำนักมือปราบหรือ?”
“คนของทางการต้องออกหน้าและเคราะห์ดีที่อาซ้อของเ้าคือหัวหน้ามือปราบและเป็ฮูหยินของท่านนายอำเภอ”
*******************************
