เข้าสู่โลกนิยายมาเป็นแม่เลี้ยงยืนหนึ่งของลูกวายร้าย

    ตอนที่ 34 เป็นฝีมือข้าเอง

            ในลานบ้าน

            หลินซีนั่งลงที่โต๊ะไม้ คิ้วเรียวขมวดมุ่นอย่างครุ่นคิด “เรื่องนี้มีบางอย่างไม่ชอบมาพากล แม้พวกเราหาเงินได้ก็ไม่ได้คิดปิดบังผู้ใด แต่ที่ผ่านมาจำต้องรีบออกไปแต่เช้าตรู่เพื่อแข่งกับเวลา ทำให้ช่วงเวลาทำงานของเราคลาดเคลื่อนกับชาวบ้านมาตลอด พวกเขาแต่เดิมไม่เคยรู้เรื่อง แล้วเหตุใดจู่ ๆ ถึงได้ล่วงรู้ขึ้นมาพร้อมกัน?”

            ตามนิสัยของชาวบ้าน หากพวกเขารู้เรื่องนี้แต่เนิ่น ๆ และไม่พอใจ ก็ย่อมต้องยกโขยงมาหาเรื่องที่หน้าบ้านนานแล้ว

            ดังนั้น…

            หลินซีเงยหน้ามองเสิ่นเฉินที่เดินเข้ามาใกล้ “แปดในสิบส่วนคงเป็นเพราะมีคนจงใจจับตาดูพวกเราอยู่ พอพบเห็นเรื่องนี้เข้า ก็จงใจไปยุยงชาวบ้านให้มารวมตัวกัน”

            เสิ่นเฉินทรุดกายนั่งลงตรงข้ามนาง พยักหน้าเห็นพ้องกับข้อสันนิษฐานนั้น

            “แล้วจะเป็นผู้ใดกัน? ย่อมไม่ใช่ครอบครัวท่านผู้นำหมู่บ้านเป็นแน่ หรือจะเป็นตอนที่พวกเราไปเช่าเกวียนวัวที่บ้านพ่อเฒ่าหลี่ ตอนนั้นอาจจะมีผู้ใดเห็นเข้า? แต่…เห็นแล้วอย่างไร หากสงสัยเหตุใดไม่ถามขึ้นมาเลยล่ะ”

            หลินซีขบคิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ตก และทันใดนั้นนางก็พลันนึกถึงเหตุการณ์แปลก ๆ เมื่อก่อนหน้านี้ขึ้นมาได้

            “จริงด้วย! หลายวันก่อนข้ารู้สึกคล้ายมีคนคอยติดตามอยู่ แต่พอมองหากลับไม่พบผู้ใด ตอนนั้นข้ารู้สึกไม่วางใจอยู่หลายวัน จึงต้องใช้เส้นทางอ้อมเพื่อเข้าป่า หลังจากนั้น พอไม่เห็นมีเรื่องผิดปกติเกิดขึ้น ข้าก็นึกว่าคิดมากไปจึงวางใจ เพิ่งจะกลับมาใช้เส้นทางเดิมเมื่อสองวันก่อนนี้เอง เป็นไปได้หรือไม่ว่า…

            ลางสังหรณ์ของข้าไม่ได้ผิดพลาด แท้จริงแล้วมีคนสะกดรอยตามข้าอยู่จริง ๆ?”

            “เป็นไปได้” เสิ่นเฉินพยักหน้าแล้วเอ่ยต่อเสียงขรึม “หลายวันก่อน ข้าเห็นเงาคนเคลื่อนไหวอยู่รอบบ้าน แต่เพราะไม่รู้สึกถึงจิตสังหาร จึงคิดว่าเป็นเพียงเรื่องบังเอิญ”

            สีหน้าของหลินซีพลันเคร่งเครียดขึ้น “ถ้าเช่นนั้นก็น่าจะเป็นคนเดียวกันไม่ผิดแน่ แต่… บ้านเราเคยไปล่วงเกินผู้ใดไว้ด้วยหรือ?”

            เสิ่นเฉินส่ายหน้า

            ครู่ต่อมา คิ้วกระบี่ก็ขมวดเข้าหากัน “หรือจะเป็นพวกนางหลี่?”

            หลินซีมีสีหน้ากังขา “เพียงแค่เรื่องที่ข้าลงมือสั่งสอนลูกของนาง ถึงกับต้องทำกันถึงเพียงนี้เชียว? อีกอย่าง เมื่อช่วงก่อนนางหลี่มัวแต่วิ่งวุ่นหาหมอเพื่อรักษาคนในบ้านที่ถูกทางการโบยไม่ใช่หรือ?”

            เสิ่นเฉินนิ่งเงียบไปหลายอึดใจ ก่อนเอ่ยขึ้นอีกครั้ง “ไม่ใช่เพราะเรื่องนั้น”

            “แล้วเพราะเหตุใดเล่า?” หญิงสาวแปลกใจ

            ชายหนุ่มจึงตอบตามตรง “คราวก่อนที่คนของพวกนางถูกจับตัวส่งทางการ...เป็นฝีมือข้าเอง”

            “อ้อ อย่างนี้นี่เอง… หา?!!!”

            หลินซีรับคำไปโดยไม่ทันคิด แต่ครั้นตระหนักได้ว่าเขาเอ่ยสิ่งใดออกมา ดวงตากลมโตก็เบิกกว้างด้วยความตกตะลึง

            “ฝีมือเจ้า? วันนั้นไม่ใช่ว่าเจ้าออกไปขายของป่าที่ตัวอำเภอแต่เช้าตรู่หรอกหรือ?”

            เสิ่นเฉินกล่าวนิ่ง ๆ “วันนั้นข้าไม่ได้ไปขายของ...ข้าเข้า-ออกตัวอำเภอบ่อยครั้ง ย่อมคุ้นเคยกับสถานที่และผู้คนดี รู้ว่าบ้านใดมีคนติดการพนัน ทั้งยังรู้ว่าพวกเขาเคยทำเรื่องชั่วช้าอะไรไว้บ้าง คืนนั้นข้าจึงออกจากบ้านไปตั้งแต่กลางดึก พอไปถึงตัวอำเภอก็เป็นเวลาที่พวกมันรวมตัวกันพอดี เมื่อกองลาดตระเวนของทางการผ่านมา ข้าก็ใช้โอกาสนั้นล่อให้พวกเขาไปยังทิศทางที่ผีพนันสุมอยู่ ก่อนจะฉวยโอกาสสวมหน้ากากเข้าไปสั่งสอนยกหนึ่ง” 

            หลินซีฟังจนนิ่งอึ้งไป ในหัวประมวลผลตามแทบไม่ทัน นี่เป็นครั้งแรกที่เสิ่นเฉินพูดยาวมาก… เขาพูดยาว ๆ เป็นด้วยหรือ?   

            เอ่อ… อะแฮ่ม อย่างไรก็ตาม นางจับประเด็นสำคัญได้อย่างหนึ่ง 

            “เช่นนั้น… เจ้าก็เป็นคนลงมือซ้อมพวกนั้นงั้นรึ?”

            “อืม”

            “แล้วเจ้าก็เป็นคนแจ้งทางการด้วย?”

            “อืม”

            “…”

            หลินซีสูดลมหายใจเข้าลึก …มองไม่ออกเลยจริง ๆ ว่าชายหนุ่มเงียบขรึมตรงหน้า จะเป็นคนลงมือทำเรื่องเช่นนี้ได้!

            เสิ่นเฉินพูดต่อไปใบหน้าสงบนิ่งอย่างยิ่ง “บางทีพวกนั้นอาจสืบจนรู้แล้วว่าเป็นฝีมือข้า จึงส่งคนมาคอยสะกดรอยตาม”

            “เอ่อ นี่มัน…”

            ช่าง...กะทันหันจนตั้งตัวไม่ทันเลยจริง ๆ แล้ว—-

            น้ำเสียงกับสีหน้านั่นอีกเล่า เรียบ…เฉย…  เฉยมาก… เฉยสุด ๆ… เรื่องร้ายแรงขนาดนี้ จะเฉยไปไหม เอ่อ ไม่สิ! นั่นไม่ใช่ประเด็น แล้ว—-

            นี่มันเรื่องอะไรล่ะเนี่ย?!

            หลินซีร้อนรนจนทนไม่ไหว ต้องเอ่ยถาม “แต่… เจ้า เจ้าทำร้าย? …เหตุใดเจ้าถึงต้องลงมือทำถึงเพียงนี้ด้วยเล่า?”

            เสิ่นเฉินได้ยินดังนั้นก็เงยหน้าขึ้น มองสบดวงตาสตรีตรงหน้านิ่งนาน ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ 

            “ตราบใดที่เจ้ายังเป็นภรรยาของข้าแม้เพียงหนึ่งวัน ข้าย่อมต้องรับผิดชอบต่อเจ้า มีเรื่องอะไร ขอเพียงไม่ใช่เจ้าเป็นฝ่ายผิดหรือล้ำเส้นเกินไป ข้าล้วนหนุนหลังเจ้าได้ทั้งสิ้น”

            ความหมายโดยนัยคือ เขารู้สึกว่าปัญหาใดก็ตามที่เกิดจากพวกนางหลี่ สมควรเป็นเขาที่ต้องจัดการเอง นางไม่จำเป็นต้องออกหน้าไปเผชิญปัญหาเหล่านั้น

            ทว่าหลินซีฟังวาจาเขาแล้วชะงักงัน ความคิดหนึ่งผุดขึ้น 

            ‘แสดงว่า ถ้าวันนั้น… คนบ้านนางหลี่ไม่ได้ถูกจับกุมไปเสียก่อน ป่านนี้นางหลี่คงยกพวกมาหาเรื่องถึงหน้าบ้านไปนานแล้ว… และ—-

            หนุนหลัง?... ต้องรับผิดชอบต่อเจ้า?... ภะ ภรรยา?’

            หัวใจของหญิงสาวที่ถูกกล่าวอ้างว่าเป็นภรรยาพลันเต้นระส่ำ ไม่รู้เพราะเหตุใด ใบหน้าผุดผ่องจึงแดงซ่านอย่างไม่อาจควบคุม 

            นางรีบปัดความรู้สึกแปลกประหลาดออกไป หลบสายตาเสมองไปทางอื่น พร้อมเตือนตัวเองในใจ ‘ตั้งสติหน่อยหลินซี! คำพูดนั้นของเสิ่นเฉินเป็นคำมั่นสัญญาที่เขามีต่อหลินซีเจ้าของร่างคนเดิม ไม่ใช่ต่อตัวเราในตอนนี้!’

            หลินซีกระแอมเบา ๆ สองครั้งเพื่อกลบเกลื่อนอาการผิดปกติ “ในเมื่อเป็นแบบนี้ เช่นนั้น...พรุ่งนี้คงต้องลองหาโอกาส เอ่อ ไปถามท่านลุงผู้นำหมู่บ้านดู ว่าพอจะรู้หรือไม่ว่าชาวบ้านได้ข่าวมาจากผู้ใด หากเป็นฝีมือพวกนางหลี่จริง ๆ...ค่อยคิดหาวิธีรับมืออีกที”

            นับว่าเคราะห์ยังดีที่ครั้งนี้เป็นเพียงความขัดแย้งเรื่องธุรกิจผักป่า ไม่มีผู้ใดในครอบครัวนางได้รับอันตราย

            แต่หากพวกนางหลี่สะกดรอยตามพวกนางเพราะคิดจะลอบทำร้ายจริง...นางย่อมไม่ปล่อยไว้แน่! … ‘หึ! คิดจะทำร้ายลูก ๆ ข้ารึ? รอชาติหน้าตอนเจ้าเกิดใหม่ก็แล้วกัน!’ 

            เสิ่นเฉินขานรับในลำคอ รอจนเสียงด้านนอกเงียบสนิทแล้ว จึงเอ่ยปาก “เจ้าควรเข้านอนได้แล้ว”

            หลินซีส่ายหน้า “เจ้าไปพักผ่อนก่อนเถอะ ข้ายังเหลือยาอีกเทียบหนึ่งที่ต้องต้มดื่มให้หมด พรุ่งนี้เป็นต้นไปก็ไม่ต้องดื่มยาแล้ว”

            อันที่จริงอาการเจ็บป่วยของนางหายดีเกือบจะทั้งหมดแล้ว เพียงแต่ยังต้องบำรุงร่างกายต่ออีกสักระยะให้กำลังวังชากลับคืนมา จึงยังคงดื่มยามาตลอด

            เสิ่นเฉินพยักหน้ารับเล็กน้อย ลุกขึ้นยืน เตรียมจะเดินจากไป แต่จู่ ๆ ร่างสูงก็หยุดชะงัก สายตามองบางอย่างที่ด้านหลังของหลินซี

            หลินซีหันมองตามไป ก็เห็นเด็กชาย-หญิงสี่คนยืนอออยู่ที่หน้าประตูห้องนอน  ดวงตากลมโตบนใบหน้าน้อย ๆ จ้องมองผู้ใหญ่ทั้งสองด้วยแวววิตกกังวล

            ต้าเป่า—พี่ใหญ่วิ่งออกมาก่อนใครเพื่อน เอ่ยถามเสียงจริงจัง “ท่านพ่อ เมื่อครู่ชาวบ้านมาหาเรื่องหรือขอรับ?”

            พวกเขาได้ยินเสียงเอะอะด้านนอก จึงกลัวว่าจะเกิดเรื่องร้ายขึ้น

            เสิ่นเฉินส่ายหน้า ตอบบุตรชายเสียงเรียบ “ไม่มีอะไรแล้ว เรื่องผ่านไปแล้ว พวกเจ้ากลับไปนอนเถิด”

            “ไม่เป็นไรจริง ๆ หรือขอรับ?” เอ้อร์เป่าก็วิ่งออกมาเช่นกัน ใบหน้ายุ่งเหยิงเต็มไปด้วยความกังวล

            ซานเป่าและซื่อเป่าลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็พากันเดินออกมาสมทบ

            หลินซีจึงนั่งยองลง กวักมือเรียกพวกเขาเข้ามาใกล้ ๆ จับมือน้อยของเอ้อร์เป่าต้าเป่ามากุมไว้ กล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน 

            “ไม่ต้องกังวลไป ต่อให้ไม่มีเรื่องอะไร หรือต่อให้มีเรื่องร้ายเกิดขึ้น ก็ยังมีพ่อกับแม่อยู่ไม่ใช่หรือ? พวกเจ้าน่ะ มีหน้าที่เพียงทำให้ตัวเองร่าเริงและมีความสุขก็พอแล้ว”

            เด็กน้อยทั้งสี่มองนางนิ่งงันไปครู่ใหญ่ ก่อนจะพากันโผเข้ากอดสตรีตรงหน้าพร้อมกันอย่างโหยหาความอบอุ่นและปลอดภัย 

            หลินซีไม่ทันตั้งตัว ถูกสี่ร่างเล็ก  ๆ โถมเข้าใส่ จึงเสียหลักเกือบล้มหงายหลังก้นจ้ำเบ้า โชคดีที่เสิ่นเฉินว่องไว เข้ามาซ้อนด้านหลังช่วยประคองร่างบางไว้ได้ทันท่วงที

            ต้องยอมรับว่าเจ้าตัวน้อยทั้งสี่กอดแน่นกันจริง ๆ ทำเอาหลินซีรู้สึกอึดอัด หายใจติดขัดไปชั่วขณะ

            คงไม่เคยมีสักครั้งที่พวกเขาจะกอดใครเช่นนี้ และนานทีปีหนที่ตัวนางจะถูกใครกอดสักครั้ง หลินซีจึงไม่ได้เอ่ยสิ่งใด เพียงลูบศีรษะเล็ก ๆ เหล่านั้นเบา ๆ อย่างปลอบโยน

            ขณะที่นางกำลังจะเอ่ยปาก เจ้าตัวน้อยทั้งสี่ก็พลันผละจากอ้อมแขนนางพร้อมกัน ถอยหลังไปคนละก้าว กล่าวเลียนประโยคที่นางเคยพูดบ่อย ๆ ว่า “ราตรีสวัสดิ์” จากนั้นก็รีบวิ่งตื๋อกลับเข้าห้องไปเร็วจี๋

            หลินซีมองตามอึ้ง ๆ เงยหน้าถามเสิ่นเฉินอย่างงุนงง “พวกเขา… ไปกันดื้อ ๆ เช่นนี้เลยรึ?”

            ถ้อยคำปลอบโยนดี ๆ ที่นางเตรียมไว้ ยังไม่ทันได้เอ่ยออกมาแม้แต่คำเดียว

            เสิ่นเฉินก้มหน้าลงมองหญิงสาว ดวงตาคมลึกคู่นั้นราวกับจะสามารถโอบล้อมร่างนางไว้ได้ทั้งร่าง จู่ ๆ เสียงนุ่มทุ้มก็ดังขึ้น 

            “ดูท่า...พวกเด็ก ๆ คงจะเริ่มชอบเจ้าขึ้นมาบ้างแล้วกระมัง”

            “เรื่องนั้นข้าย่อมรู้ ก็เห็น ๆ อยู่ว่าตัวข้า น่ารักน่าเอ็นดูเพียงใด เจ้าไม่คิดเช่นนั้นรึ?”

            อันที่จริงหลินซีก็พอจะรู้สึกได้ เพียงแต่ก่อนหน้านี้ยังไม่แน่ใจนัก พอได้ยินคำยืนยันจากปากเสิ่นเฉิน ใบหน้านวลก็พลันยิ้มกว้างอย่างห้ามไม่อยู่ 

            ‘หึ ๆ…พวกเด็ก ๆ โดนนางตกเข้าให้แล้ว’ 

            เสิ่นเฉินมองคนตรงหน้า… ก่อนยื่นมือใหญ่ออกไปลูบศีรษะนางเบา ๆ 

            ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึง ดวงตาเบิกกว้างอย่างคาดไม่ถึงของหญิงสาว เขากล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉยไม่เปลี่ยนแปลง “ดูท่าเจ้าจะพักผ่อนไม่เพียงพอ ความคิดจึงพลอยเฉื่อยชาไปด้วย พรุ่งนี้ไม่ต้องออกไปไหนแล้ว นอนพักผ่อนให้มากหน่อย ฟื้นฟูสมองเสียบ้าง”

            หลินซี : “!!!???”

            เสิ่นเฉินชักมือกลับ แล้วหมุนกายเดินเข้าห้องไปไม่เหลียวหลัง

            หลินซียังคงนั่งยอง ๆ มองตามตาแข็งค้างอยู่อย่างนั้น แต่ครั้นได้สติก็ทะลึ่งพรวดลุกขึ้นยืน ชูกำปั้นใส่ประตูห้องที่ปิดสนิท กล่าวด้วยเสียงลอดไรฟัน “เจ้าสิสมองทึบ! ทั้งบ้านเจ้านั่นแหละสมองเฉื่อยชา!”

            นางออกจะเฉลียวฉลาดปานนี้ แถมตอนที่ชาวบ้านมาหาเรื่องเมื่อครู่ …นางก็คิดหาหนทางทำเงินวิธีใหม่ออกแล้วด้วย! แล้วจะสมองช้าได้อย่างไร?

            ทว่าพอคิดถึงเรื่องที่เขาช่วยจัดการเรื่องบ้านนางหลี่ให้ ใจหญิงสาวก็พลันอ่อนยวบลง พึมพำกับตนเอง “เออ ก็ได้ ๆ ถือว่าข้ายอมรับน้ำใจของเจ้าก็แล้วกัน”

            แต่คนอย่างนาง ไม่ชอบติดค้างบุญคุณใคร ไม่อาจยอมรับความช่วยเหลือไว้เปล่า ๆ 

            …รอให้ซ่อมแซมบ้านเสร็จเมื่อใด นางจะลงมือรักษาขาให้เขาเป็นการตอบแทน

            …หึ ๆ ถึงตอนนั้น จะต้องทำให้เสิ่นเฉินตกตะลึงจนตาค้าง ให้เขายอมรับให้ได้ว่านางผู้นี้ก็มีดี ฉลาดหัวไว และเก่งกาจขนาดไหน!

            คิดได้เช่นนี้ อารมณ์ของหลินซีก็ดีขึ้นมากโข ส่งเสียงเป็นทำนองเพลงในลำคอเบา ๆ อย่างสบายอารมณ์ พร้อมเดินเข้าครัวไปต้มยาเทียบสุดท้ายให้ตนเอง

            .

            .

            .

    คล้ายกับเรื่องเข้าสู่โลกนิยายมาเป็นแม่เลี้ยงยืนหนึ่งของลูกวายร้าย ที่คุณอ่าน

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.91M 3613
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    นิยาย แฟนตาซี
    106K 139
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

    จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.76M 3640
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276