ส้มเปรี้ยวเข้าเรียนภาคค่ำด้วยความรู้สึกตื่นเต้น โรงเรียนพาณิชย์ที่เรียนอยู่ใกล้กับที่พัก เธอสามารถปั่นจักรยานไปเรียนหลังเลิกงานได้โดยไม่ต้องรีบ
ในชั้นเรียนวันแรกเป็การแนะนำตัวเพื่อให้นักเรียนใหม่ทุกคนทำความรู้จักกัน นั่นจึงทำให้ส้มเปรี้ยวได้รู้จักกับ ‘ธงชัย’ ชายหนุ่มผิวขาวหน้าตาดี ดูก็รู้ว่าเป็อาตี๋
ธงชัยเป็คนที่มั่นใจในหน้าตาและความหล่อของตัวเองมาก เมื่อเขาเห็นส้มเปรี้ยวครั้งแรก เขาก็อยากจะจีบเธอมาเป็แฟนแล้ว ถึงแม้ส้มเปรี้ยวจะไม่ใช่ผู้หญิงที่สวยจนทำให้คนต้องมองเหลียวหลัง แต่เธอก็มีความน่ารักสดใสอันเป็เอกลักษณ์ เมื่อใครอยู่ใกล้ก็จะรู้สึกมีชีวิตชีวาตามเธอไปด้วย
ธงชัยใช้เวลาตามจีบส้มเปรี้ยวอยู่เกือบหนึ่งเทอม กว่าที่ส้มเปรี้ยวจะตกลงยอมคบกับเขา ซึ่งนั่นทำให้ธงชัยเกือบจะเสียความมั่นใจในตัวเองไปเลยทีเดียว
ส้มเปรี้ยวกับธงชัยคบกันไปอย่างราบรื่นจนเรียนจบหลักสูตรภาคค่ำด้วยกัน ตอนนี้ทั้งคู่อายุยี่สิบสี่ปีแล้ว ส้มเปรี้ยวไม่ได้คิดมากเื่แต่งงาน เธอสามารถคบกับธงชัยไปได้เรื่อยๆ เพราะมาใช้ชีวิตในเมืองนานแล้ว ความคิดของส้มเปรี้ยวก็เริ่มเปลี่ยน ผู้หญิงแต่งงานตอนอายุสามสิบก็ไม่ถือว่าช้า
แต่ครอบครัวของธงชัยไม่คิดอย่างนั้น ความที่ครอบครัวยังยึดติดกับความเชื่อแบบเดิม ทำให้พ่อกับแม่ของธงชัยอยากให้เขารีบแต่งงานและมีหลานชายมาให้พวกเขาเลี้ยงเร็วๆ ทั้งพ่อและแม่ของธงชัยจึงพูดเื่นี้กับเขาอยู่ทุกวัน
“ส้มเปรี้ยว วันหยุดนี้ผมจะพาคุณไปพบพ่อกับแม่ของผมนะ” ธงชัยบอกกับแฟนสาว
“มันไม่เร็วไปหรือ พ่อกับแม่คุณจะชอบฉันไหม แล้วฉันต้องเตรียมตัวไปยังไงบ้าง” ส้มเปรี้ยวถามอย่างกังวล
“ทำตัวปกติเหมือนที่คุณเป็อยู่ทุกวันนี้ล่ะน่ารักที่สุดแล้ว แต่ถ้าคุณอยากจะเตรียมอะไรจริงๆ คุณก็แค่โชว์ฝีมือการทำอาหารให้พ่อกับแม่ผมกินสักมื้อ ฝีมือการทำอาหารของคุณดีมากขนาดนี้ รับรองว่าพ่อกับแม่ของผมต้องชอบว่าที่ลูกสะใภ้ของท่านคนนี้แน่ๆ” ธงชัยจับมือส้มเปรี้ยวพร้อมกับส่งยิ้มอย่างสดใสให้เธอ
เดิมส้มเปรี้ยวก็มีทักษะในการทำอาหารดีอยู่แล้ว เพราะตอนที่อยู่ชนบท แม่ของส้มเปรี้ยวเปิดร้านขายอาหารตามสั่งอยู่ในตลาด ส้มเปรี้ยวก็ได้เรียนรู้ทักษะการทำอาหารจากแม่มาอย่างไม่รู้ตัว อีกทั้งส้มเปรี้ยวยังไปช่วยเป็ลูกมือแก้วกับเหมียวทำอาหารอยู่บ่อยๆ และแก้วก็ยังใจดี สอนส้มเปรี้ยวทำเมนูอาหารภาคกลางอีกหลายๆ เมนูให้กับส้มเปรี้ยวอีกด้วย ซึ่งแก้วก็ชมว่าส้มเปรี้ยวมีรสมือที่ดี ทุกครั้งที่ส้มเปรี้ยวมาช่วยงาน แก้วยังให้ส้มเปรี้ยวแสดงฝีมือทำอาหารเองตั้งหลายเมนู ซึ่งลูกค้าที่ได้กิน ต่างก็ชมฝีมือการทำอาหารของส้มเปรี้ยวกันไม่ขาดปาก บางคนถึงกับแนะนำให้ส้มเปรี้ยวมาเปิดร้านขายข้าวของตัวเองด้วยซ้ำ
ธงชัยแนะนำให้ส้มเปรี้ยวรู้จักกับพ่อและแม่ของตนเอง แต่ดูจากปฏิกิริยาของพวกเขาทำให้ธงชัยถึงกับหน้าเสีย และส้มเปรี้ยวก็รับรู้ได้ถึงบรรยากาศชวนอึดอัดนั้น
“ผมว่าเราเข้าไปทำอาหารในครัวกันดีกว่า” ธงชัยพูดกับส้มเปรี้ยวเพื่อทำลายบรรยากาศ
“แกเคยเข้าครัวมาก่อนหรือ ปกติแม่ก็ไม่เคยเห็นแกทำ แกไม่ต้องเข้าไปเกะกะหรอก ปล่อยให้ ‘เพื่อน’ ของแกเข้าไปทำคนเดียวก็พอ” แม่ของธงชัยพูดขึ้นอย่างไม่พอใจ
ธงชัยได้แต่ขมวดคิ้ว “ก็ไหนเื่นี้เราคุยกันแล้วไงครับแม่ อีกอย่างวันนี้ผมชวนส้มเปรี้ยวมาบ้านเราครั้งแรก เราจะปล่อยให้เธอเข้าไปในครัวคนเดียวได้ยังไง แล้วเธอจะรู้เหรอว่าข้าวของอะไรวางอยู่ตรงไหน”
“ห้องครัวบ้านเราก็ไม่ได้ใหญ่โตมากมาย ไม่เห็นอะไรหมุนตัวไม่กี่ทีก็หาเจอแล้ว”
ส้มเปรี้ยวห้ามธงชัยเอาไว้ “ฉันเข้าไปทำอาหารคนเดียวได้ค่ะ กับข้าวแค่ไม่กี่อย่างเอง คุณรออยู่ข้างนอกนี่ล่ะ”
ส้มเปรี้ยวเริ่มทำอาหารไทยหลายอย่างทั้งน้ำพริก ผัด ทอด แกง ต้ม เรียกได้ว่าครบสำรับ ใช้เวลาไม่นานส้มเปรี้ยวก็ทำอาหารทุกอย่างเสร็จ เธอจึงเรียกให้ธงชัยเข้าไปช่วยเธอยกอาหารออกมาจากครัว
พ่อกับแม่ของธงชัยมองดูเมนูอาหารบนโต๊ะก็ได้แต่ขมวดคิ้ว อันที่จริงพวกเขาก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ชอบอาหารไทย และพวกเขาก็ไม่ใช่คนที่กินเผ็ดไม่ได้ แต่การที่หญิงสาวอาสามาทำอาหารให้พวกเขากิน ทำไมหญิงสาวถึงไม่ทำเมนูอย่างที่พวกเขาชอบล่ะ พ่อกับแม่ของธงชัยได้แต่มองหน้ากันและคิดในใจ ว่าที่ลูกสะใภ้คนนี้ช่างไม่มีไหวพริบเอาเสียเลย
“พ่อกับแม่ลองชิมดูสิครับ ส้มเปรี้ยวทำอาหารเก่งมาก เวลาที่ส้มเปรี้ยวไปช่วยพี่สาวทำอาหารที่ร้านขายข้าวแกง ลูกค้าติดใจกันใหญ่เลย” ธงชัยหันไปยิ้มให้ส้มเปรี้ยวตาหยี
“อ๋อ...ครอบครัวเปิดร้านขายข้าวแกงหรือ”
“ใช่ค่ะคุณป้า ลูกพี่ลูกน้องของฉันเปิดร้านขายข้าวแกงที่ท้ายตลาด ขายดีมากเลยนะคะ” ส้มเปรี้ยวพูดเสริม
“แล้วบ้านเธอทำอาชีพอะไรล่ะ” แม่ของธงชัยถามต่อ
“แม่ของฉันอยู่ที่ต่างจังหวัดค่ะ ท่านเปิดร้านขายข้าวราดแกงกับอาหารตามสั่งอยู่ในตลาด ส่วนพ่อก็ทำไร่ทำนา” ส้มเปรี้ยวตอบอย่างไม่ได้คิดอะไร เพราะเธอไม่เคยอายกับพื้นเพของครอบครัวตัวเอง
“เป็ร้านของตัวเองหรือเช่าร้านเขาล่ะ แล้วพ่อเธอมีที่นากี่ไร่ หรือว่าแม้แต่ที่นาของตัวเองก็ยังไม่มี”
ส้มเปรี้ยวเริ่มขมวดคิ้ว “เป็ร้านที่แม่เช่าเพื่อขายของเท่านั้นค่ะ ส่วนที่นาก็มีแค่พอทำกิน”
“เธอมีพี่น้องกี่คน แล้วถ้าเกิดว่าจะต้องแบ่งสมบัติกันล่ะ ที่นาจะต้องแบ่งให้ใครบ้าง เธอเป็ลูกคนที่เท่าไหร่” แม่ของธงชัยเริ่มถามอย่างไม่เกรงใจ
“แม่ครับ เื่พวกนี้แม่จะถามไปทำไม ร้านขายของของเราก็เช่าเขาอยู่เหมือนกัน ส่วนที่นาบ้านเราก็ไม่มีด้วยซ้ำ” ธงชัยเริ่มรู้แล้วว่าแม่ของเขาคง้าจะกดดันส้มเปรี้ยว และเขาก็รู้แล้วว่าพ่อกับแม่คงจะไม่ชอบแฟนสาวของเขาคนนี้
“แม่แกแค่ถามคำถามทั่วไปเท่านั้นเอง ก็แกอยากให้พวกเราทำความรู้จักกับ ‘เพื่อน’ ของแกไม่ใช่หรือ ถ้าแม้แต่คำถามง่ายๆ ยังถามไม่ได้ แล้วต่อไปพวกฉันจะพูดอะไรกับ ‘เพื่อน’ ของแกได้บ้างล่ะ” พ่อของธงชัยพูดขึ้นอย่างไม่พอใจ
“เอาล่ะ ฉันผิดเองที่อยากรู้อะไรมากเกินไป ครอบครัวของเราเช่าร้านเปิดกิจการก็จริง และถึงแม้เราจะไม่มีที่นา แต่เราก็ยังมีบ้านหลังนี้ แกคิดว่าบ้านหลังนี้ราคาเท่าไหร่ บ้านในเมืองยังไงก็คงมีราคาสูงกว่าราคาของที่นาในชนบท” แม่ของธงชัยพูดตัดบท เพราะไม่อยากให้สามีกับลูกชายทะเลาะกัน เธอเริ่มไม่พอใจและคิดว่าส้มเปรี้ยวเป็ต้นเหตุของเื่นี้ “อาหารวันนี้ก็ถือว่าใช้ได้ แต่ถ้าจะให้พูดกันตามตรง เธอควรจะศึกษาให้ดีว่าถ้าอยากเอาใจพวกฉัน เธอจะต้องทำอาหารแบบไหน อย่างน้อยเมนูนึ่ง เมนูตุ๋นก็น่าจะทำได้มั้ง”
“หนูขอโทษค่ะที่ลืมนึกถึงเื่นี้ไป” ส้มเปรี้ยวก้มหน้ารับผิด
อันที่จริงรายการอาหารวันนี้เป็ธงชัยที่เสนอมา เพราะธงชัยเป็คนชอบกินอาหารไทยและอาหารรสจัด เขาก็เลยเสนอเมนูเหล่านี้และคิดว่าพ่อกับแม่ก็คงจะชอบเหมือนกัน แต่ใครจะไปคิดว่านอกจากพวกเขาจะไม่ชอบแล้ว พวกเขายังพูดจาทำร้ายน้ำใจส้มเปรี้ยวอย่างไม่ไว้หน้าอีกด้วย
ส้มเปรี้ยวได้แต่แอบถอนหายใจ แต่เธอก็ยังหันไปส่งยิ้มให้ธงชัยอย่างเข้าใจ “เอาไว้ฉันจะกลับไปหัดทำอาหารอย่างที่พ่อกับแม่ของคุณชอบก็แล้วกันนะคะ”