บทที่ 2 แย่งชิงสิทธิ์การเรียนกลับคืนมา
กู้เหยาถูกบีบข้อมืออยู่อย่างนั้น เธออยากชักมือกลับมา แต่กู้หนิงจับข้อมือของเธอแน่นจนปวดร้าวไปถึงหัว
พี่สาวของเธอกำลังพูดถึงอะไรอยู่!?
"กู้เหยา นี่แกบังคับให้พี่สาวแขวนคอตายงั้นเหรอ?" กู้เจี้ยนเซ่อลุกขึ้นยืน ตวาดถามทันที นี่ไม่ใช่เื่การส่งลูกไปเรียนต่ออีกแล้ว
กู้เหยาหน้าซีดเผือด ความเ็ปพลันแผ่ซ่าน "อาสาม หนูไม่ได้ทำอะไรเลยนะ"
"พี่เขาใส่ร้ายหนูต่างหาก"
หลังจากพูดจบ กู้หนิงก็หลับตาลง แล้วพึมพำเสียงอย่างอ่อนแรงว่า "เหยาเหยาไม่ต้องกลัวนะ ฉันจะไม่บอกใคร"
ครั้งนี้ไม่ใช่แค่กู้เหยาเท่านั้นที่หน้าเปลี่ยนสี กู้เจี้ยนเซ่อก็เปลี่ยนสีหน้าเช่นกัน เขาะโอย่างโกรธแค้น "แกยังจะปฏิเสธอีกเหรอ? พี่แกเจ็บถึงขนาดนี้ จะมาใส่ร้ายแกได้ยังไง"
กู้เหยาใจนตัวสั่น ไม่รู้จะทำอย่างไร หันไปมองหลิวชุนฮวาผู้เป็แม่บุญธรรมด้วยสายตาขอความช่วยเหลือ
"น้องสาม แกทำอะไรของแก แกจะมาโทษเหยาเหยาได้ยังไง กู้หนิงแขวนคอเอง ไม่ได้มีใครบังคับสักหน่อย" หลิวชุนฮวาเป็สะใภ้ใหญ่ของตระกูลกู้ และเป็แม่บุญธรรมของกู้เหยา เธอชื่นชอบลูกสาวบุญธรรมผู้เป็ดั่งดาวนำโชคคนนี้มาั้แ่ไหนแต่ไร
เธอแต่งเป็สะใภ้ตระกูลกู้มานานหลายปีแต่ไม่มีบุตร ทว่าหลังจากที่รับอุปการะกู้เหยาก็ตั้งครรภ์ขึ้นมาทันที
ในสายตาของหลิวชุนฮวา กู้เหยาย่อมเป็ดาวนำโชค
กู้เจี้ยนเซ่อไม่ได้มองไปทางที่พี่สะใภ้ แต่จ้องมองไปที่กู้เหยา "กู้เหยา บอกความจริงมาเดี๋ยวนี้"
กู้เหยาถูกเรียกชื่ออีกครั้งให้ออกมายืนต่อหน้าทุกคน เธอได้แต่เอ่ยเสียงแ่เบาว่า "อาสาม อาก็รู้ว่าหนูเป็คนยังไง หนูจะไปบังคับให้พี่เขาแขวนคอตายได้ไง"
"ใช่แล้ว ในตระกูลของเรา เหยาเหยาเป็คนจิตใจอ่อนโยนมากสุดแล้ว ขนาดเหยียบมดตายยังร้องไห้เลย" หลิวชุนฮวารีบช่วยเหลือทันที "อีกอย่าง เธอเป็ดาวนำโชค ก็สมควรได้ไปเรียนต่อแทนดาวมรณะอย่างหนิงหนิงอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ?"
กู้หนิงถือเป็ดาวมรณะ เพราะนับั้แ่เด็กจนโต กู้หนิงทำให้หลิวชุนฮวาต้องพบเจอกับปัญหามากมาย หลิวชุนฮวารักกู้เหยามากกว่ากู้หนิงหลายเท่า
ในตอนนี้ กู้หนิงลืมตาขึ้นมา สิ่งแรกที่เธอทำก็คือถามด้วยความเป็กังวลว่า "เหยาเหยา ฉันแขวนคอตายตามที่เธอบอกแล้ว พ่อให้เธอไปเรียนต่อแล้วหรือยัง?"
การสอบเข้ามหาวิทยาลัยเพิ่งจะเริ่มกลับมาเปิดกว้างอีกครั้งในปี 1977 เพราะตอนนี้ การเรียนมัธยมปลายเพื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัยจึงเป็สิ่งสำคัญที่สุด
ตระกูลกู้มีฐานะยากจน ไม่สามารถส่งลูก ๆ เรียนได้ทุกคน เพื่อความยุติธรรม ผู้เป็หัวหน้าครอบครัวใหญ่อย่างจ้าวกุ้ยฮวา เกิดความคิดว่าจะส่งบุตรหลานของแต่ละครอบครัวที่เรียนดีที่สุดไปโรงเรียนครอบครัวละหนึ่งคน
กู้หนิงเป็เด็กที่มีผลการเรียนดี ป้าสะใภ้ใหญ่บอกว่าเธอจะได้แต่งงานกับคนในเมือง ทว่าน้องสาวฝาแฝดอย่างกู้เหยาต้องถูกส่งตัวไปให้ป้าสะใภ้ใหญ่เลี้ยงดู แถมกู้เหยายังมีสุขภาพไม่ดี กู้หนิงจึงรู้สึกผิดต่อน้องสาวของตนเองเสมอมา
กู้หนิง้าสละสิทธิ์ในการเรียนต่อให้แก่กู้เหยา แต่พ่อแม่ของเธอไม่ยอม เธอจึงพยายามแขวนคอตาย เป็การขู่ให้พ่อแม่ยอมยกสิทธิ์ในการเรียนต่อให้แก่กู้เหยา
กู้เหยาใกับคำพูดของกู้หนิง ตอบกลับไปโดยไม่รู้ตัวว่า "ยังเลย"
"ยังไม่ยอมอีกเหรอ?" กู้หนิงผิดหวังเล็กน้อย ยกมือขึ้นมานับนิ้ว "ในเมื่อแขวนคอตายไม่ได้ผล งั้นคราวหน้าฉันจะลองะโแม่น้ำแล้วกัน ฉันควรเชื่อฟังคำแนะนำของเหยาเหยา รู้งี้กินยาฆ่าแมลงก็ดีหรอก"
"เหยาเหยาเธอไม่ต้องห่วงนะ ถ้าฉันตายแล้ว เธอต้องได้เรียนต่อแน่นอน"
คำพูดของกู้หนิงทำให้ทุกคนอ้าปากค้าง
ดาวนำโชคกู้เหยามีจิตใจที่อำมหิตขนาดนี้เชียว? เพียงเพื่อให้ตนเองได้เรียนต่อ เธอถึงกับอยากให้พี่สาวฝาแฝดตาย!
กู้เหยามองไปที่กู้หนิงด้วยความไม่อยากเชื่อ "เลิกพูดไร้สาระได้แล้ว ฉันไม่เคยบอกสักหน่อย"
กู้หนิงยกมือจับรอยช้ำที่คอ ก้มหัวลงจนผมหน้าม้าร่วงลงปรกหน้าผาก ท่าทางราวกับคนโง่เขลาคนหนึ่ง "แต่เธอบอกว่าอยากไปเรียนมากไม่ใช่เหรอ?"
เมื่อได้ยินคำนี้ กู้เหยาก็พูดอะไรไม่ออก เธอเคยบอกว่าอยากไปเรียนต่อ แต่ไม่ใช่ด้วยวิธีนี้!
กู้เจี้ยนเซ่อทนฟังไม่ไหวอีกแล้ว ยกมือตบหน้ากู้เหยาอย่างแรงด้วยความโมโห "กู้เหยา ทำไมแกถึงเลวแบบนี้?"
เขาหันกลับมาหากู้หนิงพร้อมรู้สึกผิดที่ตีตื้นขึ้นมาในอก "หนิงหนิงทำไมลูกถึงได้โง่แบบนี้? ลูกจะได้ไปเรียนต่อ ไม่มีใครแย่งสิทธิ์นี้ไปได้ทั้งนั้น"
กู้เหยายกมือกุมแก้มของตนเอง มองอาสามที่ห่วงใยแต่พี่สาวของเธอด้วยความมึนงง นี่คือครั้งแรกที่อาสาม ผู้เป็พ่อแท้ ๆ ถึงกับตบตีเธอ
กู้หนิงคิดไม่ถึงว่าพ่อจะทำอะไรเช่นนี้ เธอหันขวับไปมองกู้เหยา แสร้งว่าเธอคือพี่สาวผู้แสนดีที่ห่วงใยน้องสาวของตัวเอง "กู้เหยาเป็อะไรไหม?"
ทุกคนในตระกูลกู้ยิ่งรู้สึกสงสารกู้หนิงมากกว่าเดิม ทว่ากู้เหยากำลังโกรธแค้นมาก
กู้หนิงปลอบโยนน้องสาวของตนเองต่อไป "ถึงพ่อจะไม่อนุญาต แต่ถ้าเหยาเหยา้า ฉันก็มอบชีวิตให้เธอได้เสมอ"
ถ้อยคำเหล่านี้เปรียบเสมือนฟังเส้นสุดท้าย
ทุกคนจ้องมองกู้เหยาด้วยสายตากล่าวโทษ
กู้เหยาถอยหลังกลับไปพร้อมใบหน้าซีดขาว ได้แต่ยิ้มออกมาอย่างเจ็บใจ "ฉันไม่ได้้า..."
"เธอไม่้าเหรอ?" กู้หนิงก้มหน้าลง ซ่อนรอยยิ้มไม่มีพิษมีภัยของตน
"คนที่ควรได้ไปเรียนต่อก็คือเธออยู่แล้ว" กู้เหยานั่งลงบนพื้น พยายามคิดหาเหตุผลว่าอยู่ดี ๆ ทำไมพี่สาวของตนเองถึงได้เปลี่ยนไปเหมือนเป็คนละคนอย่างนี้?
เมื่อเธอพูดประโยคนี้ออกมา นั่นก็หมายความว่าสิทธิ์ในการเรียนต่อตกเป็ของกู้หนิงแล้ว
กู้หนิงผุดพรายรอยยิ้ม กล่าวกับกู้เหยาว่า "เหยาเหยาแล้วเธอจะทำยังไง?" หลังจากนั้นก็ทำเหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ เธอจึงหันไปหาหลิวชุนฮวา "จริงด้วยสิ พวกเรายังเหลือสิทธิ์ของต้าฟางอีกคนนึง ป้าสะใภ้ใหญ่มอบสิทธิ์ของกู้พ่านเหวินให้เหยาเหยาก็ได้นะ"
หลิวชุนฮวาสวนกลับมาทันที "ไม่มีทาง!"
นี่คือสิทธิ์ในการเรียนต่อของลูกชายสุดที่รักของเธอ เหยาเหยาไม่สมควรได้รับ!
กู้หนิงเห็นสีหน้าผิดหวังของกู้เหยาเต็มตา เธอแอบยิ้มเยาะอยู่ในใจ ‘งั้นก็เชิญกัดกันเองตามสบายเถอะนะ’
โธ่ ๆ ในชาติที่แล้ว แม่ลูกบุญธรรมคู่นี้รักกันปานจะกลืนกินเลยไม่ใช่หรือ!
...
ตกกลางคืน สมาชิกตระกูลกู้กว่ายี่สิบชีวิตรับประทานอาหารเสร็จ กำลังเตรียมตัวจะไปอาบน้ำ
กู้หนิงยืนส่องกระจกพร้อมกับปัดผมหน้าม้าขึ้น หน้าผากเรียบเนียนปรากฏสู่สายตา มีเพียงเธอเท่านั้นที่รู้ว่าตนเองสวยขนาดไหนเมื่อยังเป็วัยรุ่น ทั้งมีใบหน้ารูปไข่ ไหนจะดวงตากลมโตที่เปล่งประกายระยิบระยับคู่นี้
ผู้คนในยุคนี้ไม่เห็นถึงความงามในรูปแบบนี้ ทว่ากู้หนิงรู้ดีว่าตนเองจะกลายเป็สาวงามตามสมัยนิยมอย่างไรในอนาคต
หลังจากนอนพักผ่อนตลอดทั้งวัน กู้หนิงรู้สึกอ่อนล้าไปทางร่างกาย เธอตั้งใจจะเดินไปอาบน้ำ แต่เมื่อเดินไปถึงห้องครัวก็พบว่ากู้เหยากำลังยกถังน้ำใบใหญ่ เดินผ่านไปด้วยความยากลำบาก
กู้หนิงรีบก้มหน้าลงหลบสายตา ในชาติที่แล้ว เธอเป็คนคอยช่วยยกน้ำให้กู้เหยาตลอด
แต่ในชาตินี้ กู้เหยาสมควรทำงานหนักบ้าง
เมื่อกู้เหยาเห็นหน้ากู้หนิง ดวงตาของเธอก็เป็ประกาย เธอรู้ดีว่าพี่สาวของตนเองมีหน้าตาดีเพียงใด เธอจึงบอกให้พี่สาวไว้ผมหน้าม้า คอยบดบังความสวยงามตลอดมา
แต่กู้เหยาไม่คิดเลยว่าในตอนนี้ กู้หนิงกลับเปิดผมหน้าม้าขึ้น ทั้งยังเปลี่ยนรูปลักษณ์ใหม่กลายเป็หญิงสาวที่สวยงามเต็มตัว
กู้เหยารู้สึกได้ถึงวิกฤตการณ์อย่างชัดเจน เธอเกือบจะทำถังน้ำหลุดมือ "ทำไมถึงเปิดผมหน้าม้าขึ้นแล้วล่ะ?"
ทว่ากู้หนิงเดินผ่านเธอไปเหมือนเธอเป็อากาศ
กู้เหยาไม่เคยถูกเมินแบบนี้มาก่อน!
กู้เหยากระทืบเท้าด้วยความโกรธแค้น ร้องเรียกกู้หนิงพร้อมกับกัดปาก เค้นเสียงถามว่า "พี่ไม่รักฉันแล้วเหรอ?"
เธอรู้สึกแบบนั้นั้แ่ที่กู้หนิงฟื้นขึ้นมา
ในตอนนั้น ก่อนที่กู้หนิงจะเข้าไปในห้องน้ำ กู้เจี้ยนเซ่อเดินกลับออกมาพร้อมกับถังน้ำในมือ เมื่อเขาเห็นว่ากู้หนิงสามารถลุกขึ้นมาได้แล้ว เขาก็ถามอย่างเป็กังวล "ลูกออกมาทำอะไร ทำไมไม่นอนพักไปก่อน"
เมื่อสังเกตเห็นใบหน้าบุตรสาว กู้เจี้ยนเซ่อก็เอ่ยพร้อมสีหน้าตื่นตาตื่นใจ "หนิงหนิง ลูกไม่ต้องไว้ผมหน้าม้าอีกแล้วนะ"
"หนูจะทำตามคำแนะนำของพ่อนะคะ" กู้หนิงคลี่ยิ้ม ลำคอของเธอไม่เจ็บอีกต่อไปแล้ว "ตอนนี้หนูดีขึ้นมากแล้วค่ะ"
"ไม่ไหวเลยนะ ลูกจะอาบน้ำแล้วใช่ไหม? สาว ๆ อย่างลูกควรอาบน้ำอุ่นสิ" กู้เจี้ยนเซ่อพูดจบก็เดินออกไป จัดการยกถังน้ำอุ่นที่ต้มเอาไว้ก่อนหน้านี้กลับมาให้กู้หนิง
เมื่อกู้หนิงเห็นถังน้ำอุ่นในมือพ่อ ดวงตาของเธอพลันทอประกายอบอุ่น รีบขอบคุณทันใด "ขอบคุณพ่อมากนะคะ"
ยิ่งเห็นอย่างนี้ กู้เหยาก็ยิ่งรู้สึกแค้นใจ
กลับกัน พ่อบุญธรรมของเธอรอให้เธอกลับไปล้างเท้าให้ กู้เหยาได้แต่ยกถังน้ำเดินเข้าไปในห้องพัก แต่ก็ถูกผลักออกมาจนซวนเซ "กู้เหยา! นังเด็กเลว ทำไมถึงไปเอาน้ำล้างเท้าฉันช้าแบบนี้?"
คนที่ส่งเสียงะโก็คือกู้เจี้ยนเป่า ลุงของกู้หนิงและยังเป็พ่อบุญธรรมของเหยาเหยา เขาเป็หัวหน้าฝ่ายผลิตในโรงงานจึงมีอำนาจในบ้านมากกว่าใคร
กู้เหยาสะดุดธรณีประตู ถังน้ำหลุดออกจากมือ ล้มโครมลงไปกองกับพื้น
เธอกรีดร้องยกใหญ่ "พ่อ น้ำหนูหกหมดแล้ว!"
กว่าจะตักน้ำขึ้นมาจากบ่อได้เธอต้องเหนื่อยแทบตาย แต่ตอนนี้มันหกหมดแล้ว!