บทที่ 152
คำสอนแต่งงานจากแม่ทัพหวง
“ แต่งงานกับท่านอย่างนั้นหรือเจ้าคะ ” ซูฉีก้มหน้าคิด
หลังจากที่ได้ลองพูดกับแม่ทัพหวง ท่าทีที่อีกฝ่ายนั้นแสดงออกมาบ่งบอกให้ล่วงรู้อย่างชัดเจนว่าเขานั้นเอาจริง
คนพวกนี้ไม่ใช่พูดขึ้นมาเล่นๆเขาคงจะคิดแบบนั้นจริงๆ แต่ว่าซูฉีก็ไม่เข้าใจเลยสักนิด เหตุใดแม่ทัพหนุ่มที่มาขอนางออกเรือน
จริงอยู่ว่าที่ภายในยุคสมัยนี้การออกเรือนไปก่อนและศึกษานิสัยใจคอที่หลังมันไม่ใช่เรื่องแปลก
เพราะว่าพวกตระกูลต่างๆหรือว่าแม้แต่คนธรรมดาก็ทำแบบนั้น เหล่าบุรุษหรือหญิงสาวมักจะออกเรือนเร็วกว่าในยุคสมัยที่นางจากมา
แต่สำหรับนางที่มีความคิดเหมือนกับคนรุ่นใหม่ นางกับมองแตกต่างออกไป ซูฉีเห็นว่าการอยู่คนเดียวมันไม่ใช่เรื่อง
อีกอย่างตอนนี้นางเองก็ไม่มีตระกูลคอยกดดัน เพราะแบบนั้นการตัดสินใจทุกอย่างล้วนแล้วเป็นของนางทั้งหมด
ซูฉีมองหน้าหวงเจียวลู่ที่อีกฝ่ายกำลังยิ้มอยู่ หวงเจียวลู่แสดงรอยยิ้มจ้องมองมาที่นางพรางพูดขึ้นอีกครั้ง “ ข้ายังขอยืนยันเช่นเดิม ”
“ เจ้าเป็นคนมีความสามารถ ฐานะเองก็ไม่เลว ”
“ อีกอย่างข้ารู้สึกว่าพวกเรานั้นเหมือนกัน ”
“ เหมือนกันอย่างนั้นหรือเจ้าคะเหมือนกันในมุมมองใด ข้าไม่รู้สึกว่าตัวของข้าเหมือนท่านไม่ทำเลยแม้แต่น้อย ”
“ หรือว่าการที่พวกเราทั้งสองโดนขับไล่มาที่ชายแดนเช่นนี้ท่านเองก็คิดว่าพวกเราเหมือนกันแล้ว ” ซูฉีเห็นว่าคำพูดของแม่ทัพหนุ่มผู้นี้ช่างเลอะเทอะ
ซูฉีนั่งคิดว่าอย่างไรเสียนางก็ไม่เหมือนกับเขา หวงเจียวลู่ขึ้นชื่อด้านความโหดร้าย นางไม่ใช่คนแบบนั้นสักหน่อย
แล้วเหตุใดอีกฝ่ายถึงบอกว่าตัวของนางเหมือนกับเขา
“ ฮืม… ”
“ ถ้าเช่นนั้นข้าขอถามหน่อยได้หรือไม่ ที่เจ้าไม่แต่งงานกับข้าเพราะอันใดอย่างนั้นรึ ”
“ ถ้าเป็นคนทั่วไปคงจะยอมตอบตกลงอย่างรวดเร็วโดยที่ไม่ลังเลเลยด้วยซ้ำ ”
“ แต่ว่าเจ้ากลับคิดทบทวนราวกับว่ามันเป็นเรื่องที่คิดได้ยากเย็น หรือว่าใบหน้าของข้าไม่หล่อเหลางั้นรึ? ”
“ แต่ข้าเองก็ค่อนข้างจะมั่นใจในหน้าตาของตนเองไม่น้อยเลยนะ ” แม่ทัพหวงพึมพำ
ซูฉีกระพริบตามอง ‘ เอ๋!! เพิ่งรู้ว่าหวงเจียวลู่เองก็เป็นคนที่หลงตัวเองไม่น้อย ’
‘ แต่ตอนนี้ก็ไม่ใช่เวลาที่จะมาคิดเกี่ยวกับเรื่องนั้น จัดการปัญหาตรงหน้าก่อนก็แล้วกัน ’
“ อย่างที่ท่านไม่รับรู้ดีตัวของข้าคิดว่าตนเองนั้นอยู่คนเดียวมันเองก็ไม่ได้ย่ำแย่อันใด ”
“ อยู่ๆท่านก็มากล่าวว่าท่านจะขอข้าแต่งงาน แน่นอนว่าท่านแม่ทัพมีฐานะที่ดีแถมยังมีอำนาจและก็ใหญ่โตภายในเมืองแถบชายแดน ”
“ แต่ว่าถ้าคิดว่าการออกเรือนมันเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อนมากกว่านั้น ”
“ สตรีแต่งงานทุกคนล้วนแล้วอยากแต่งงานเพียงครั้งเดียวทั้งสิ้นไม่ใช่หรือเจ้าคะ ”
“ ถ้าเกิดว่าเป็นตัวข้าสมัยก่อนถ้าตระกูลบังคับให้แต่งงานกับผู้ใด คงจะไม่สามารถปฏิเสธได้ ”
“ แต่ว่าในยามนี้ข้าเป็นตัวของข้าเอง ย่อมตัดสินใจเรื่องการแต่งงานได้ด้วยตนเอง ”
“ เพราะแบบนั้นอย่างน้อยข้าเองก็ควรจะต้องใช้เวลาในการไตร่ตรองและก็พิจารณากับผู้ที่จะมาเป็นสามีของข้าในอนาคต ” ซูฉีคิดว่าคำตอบของตัวเองนั้นเตรียมยอดเยี่ยม
นางพูดทั้งหมดออกมาโดยการเรียบเรียงทั้งหมดอย่างเข้าใจง่าย
อีกฝ่ายคงจะเข้าใจเกี่ยวกับคำพูดของนาง นางคิดว่านางน่าจะใช้คำพูดนี้ในการปฏิเสธอีกฝ่ายได้
อย่างน้อยนางก็เอาตัวรอดจากสถานการณ์ในตอนนี้ไปได้ มันไม่ได้ย่ำแย่นะ
“ เข้าใจแล้วสินะเจ้าคะ ” ซูฉีกล่าวด้วยรอยยิ้ม
หวงเจียวลู่ที่อยู่ด้านหน้าพยักหน้าขึ้นลง อีกฝ่ายกำลังก้มหน้าและก็คิดในใจราวกับว่าตนเองกำลังใช้ความคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้
“ เข้าใจแล้ว ”
“ เจ้าบอกว่าเจ้าต้องการเวลาสินะ”
“ ถ้าเช่นนั้นก็เพียงแค่ให้เวลาเจ้าก็พอ ”
เมื่อได้ยินหวงเจียวลู่กล่าว ซูฉีดวงตาเบิกกว้างขึ้น ใบหน้าของนางแสดงความคาดไม่ถึง ‘ ไม่ใช่แล้วไม่ใช่แล้ว กำลังบอกปฏิเสธอีกฝ่ายโดยรักษาน้ำใจแท้ๆ แต่เหมือนกับว่าไม่รับหนุ่มผู้นี้จะไม่เข้าใจเลยสักนิด ’
“ ไม่เป็นไรข้ารอได้ ”
“ จะซักปีนึงหรือสองปี หรือนานกว่านั้นก็ได้อย่างไรในตอนนี้ข้าเองก็ไม่มีสตรีที่สนใจอยู่แล้ว”
“ ในบรรดาสตรีที่เข้ามาทั้งหมดเจ้าหน้าจะเป็นคนที่น่าสนใจมากที่สุด ”
“ เอาแล้วถ้าเช่นนั้นในช่วงนี้ข้าก็คงจะต้องทำให้เจ้ารู้สึกดีกับข้าก่อนสินะ ”
อีกฝ่ายพูดเองเออเอง ซูฉีมองหวงเจียวลู่ในรูปลักษณ์นี้ยังตกตะลึง นางไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าแม่ทัพหนุ่มจะสามารถแสดงท่าทีเช่นนี้ออกมาได้ด้วย
อีกฝ่ายที่มีบุคลิกเคร่งขรึมอยู่ตลอดเวลา แถมยังดูเป็นแม่ทัพที่เห*้ยมโหดอย่างนี้ก็แสดงท่าทางเช่นนี้เนี่ยนะ
‘ อะไรกันอะไรกัน ทำไมถึงเป็นแบบนี้ มันชักยุ่งเหยิงไปใหญ่แล้ว ข้าไม่ได้คิดแบบนี้ตั้งแต่แรกสักหน่อย ’
บริเวณรอบๆตกอยู่ภายในภวังค์แห่งความเงียบ เหล่าทหารผู้ติดตามของหวงเจียวลู่พากันจ้องมองแม่ทัพของตนเองอย่างตกตะลึง
พวกเขาราวกับวิญญาณหลุดออกไปจากร่างกาย ในยามนี้ไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าแม่ทัพหวงจะแสดงท่าทีเช่นนี้หรือว่ามีบุคลิกในมุมนี้ด้วย
มันอยู่เหนือความคาดหมายของพวกเขาไปมาก
“ เอาล่ะข้าไม่พูดแล้ว เอาเป็นว่าข้าเข้าใจก็แล้วกัน นี่ราตรีนี้ชื่นชมงานเทศกาลที่อยู่ด้านหน้าเถอะ ” หวงเจียวลู่มองตรงไปด้วยรอยยิ้ม
ทันทีที่สิ้นสุดประโยคสนทนา เสียงดอกไม้ไฟเริ่มดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกายระยิบระยับสว่างไสวบนท้องนภาในยามราตรี
จ้องดอกไม้ไฟที่งดงามเป็นประกายราวกับอัญมณีบนท้องนภา ทั่วทั้งเมืองชายแดนแห่งนี้เต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ
ผู้คนเพลิดเพลินกับงานเทศกาลที่ถูกจัดขึ้น ผู้ใดจะคาดคิดเมืองตะวันออกมันจะเปลี่ยนไปในช่วงไม่ถึง 2 ปีที่ผ่านมา
กลไกที่ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงของเมืองแห่งนี้ มันเองก็คงจะเป็นแม่ทัพหวง และก็ซูฉีอย่างแน่นอนที่ทำให้เมืองแห่งนี้เปลี่ยนไปมากขนาดนี้
งานเทศกาลในยามราตรีที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ เมืองแห่งนี้ตลกอบอุ่นไปด้วยออร่าแห่งความสุข ได้ผ่านพ้นไปอย่างช้าๆ
มันราวกับเป็นราตรีแห่งความฝันที่ผู้คนที่ใช้ชีวิตอยู่ที่ชายแดนเช่นนี้ไม่คาดคิดว่าจะได้รับมาก่อน
….
หลังจากงานเทศกาลนั้นผ่านพ้นไป
ภายในเมืองนั้นเริ่มกลับคืนสู่สภาพเดิม ผู้คนมากมายภายในเมืองเริ่มกลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติ
เหล่าแขกที่เดินทางมาเที่ยวชมงานเทศกาลก็ค่อยๆเดินทางกลับ แต่ว่าจำนวนแขกภายในเมืองแห่งนี้ก็ยังมากมายอยู่ดี
กิจการภายในเมืองแห่งนี้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงที่ผ่านมา ซูฉีหลังจากที่ได้เข้าร่วมงานเทศกาลนางมองเห็นช่องทางหลายๆอย่าง
“ คุณหนูเจ้าคะนี่ท่านยังมานั่งใจเย็นได้อีกอย่างนั้นหรือเจ้าคะ ” เสียงของบ่าวรับใช้คนสนิทดังขึ้น
ซูฉีที่กำลังนั่งทานอาหารเช้าอยู่บนโต๊ะใจกลางบ้านเล็กๆของนาง หันมองลี่ถังอย่างประหลาดใจ
“ มีอันใดของเจ้า? ในช่วงเวลาเช้าๆเช่นนี้ก็ต้องดื่มด่ำกับอาหารเช้าสิถึงจะถูกต้อง ”
“ เจ้านั่นแหละรีบร้อนอันใดกัน วันนี้เพิ่งผ่านพ้นงานเทศกาลมาไม่ใช่รึ? ”
“ ตัวของข้าก็บอกแล้วนี่ว่าเหล่าคนงานให้พักผ่อนเพราะว่าเมื่อคืนคงจะเที่ยวงานเทศกาลจนดึก ”
“ เพราะแบบนั้นงานในวันนี้คงจะไม่มากนักพวกเราค่อยๆใช้ชีวิตไม่ต้องรีบร้อนก็ได้ ” ซูฉีสูดอากาศในยามเช้ายกน้ำชาด้านหน้าขึ้นมาดื่มอย่างผ่อนคลาย
“ จะได้อย่างไรล่ะเจ้าคะท่านไม่รู้อย่างนั้นเลยเจ้าคะว่าตอนนี้ข่าวของท่านกระจายไปทั่วทั้งเมืองแล้ว ”
“ ข่าวของข้าอย่างนั้นหรือ? ”
จบบท