ทั่วโลกเปลี่ยนอาชีพ : สกิลข้าทวีคูณหมื่นเท่า ใครว่าข้าเป็นสายซัพพอร์ต

    เล่มที่ 6 บทที่ 160 ฉันวางเดิมพันข้างลู่เซิ่งสิบล้าน

            เขายังพูดไม่ทันจบลู่เซิ่งก็ขัดขึ้นมาเสียก่อน

            “พอเถอะเหล่าสวี่ คุณเลิกตื่นตูมก่อนจะได้ไหม?”

            ลู่เซิ่งส่งข้อความไปว่า“ไม่ต้องพูดถึง ‘จอมเวทมิติ’ อย่างหวังเทียนอีหรอก เพราะผมยังไม่เอาเขามาใส่ใจด้วยซ้ำ”

            เมื่อคุยกันมาถึงตรงนี้เขาก็ตอบข้อความกลับไปอย่างมั่นใจ

            “หากสถาบันจิงหลงตั้งใจจะจัดให้ผมเจอกับหวังเทียนอีคนนั้นจริงๆผมก็คงดีใจจนเนื้อเต้นเลยล่ะ แล้วจะถอนตัวจากการแข่งขันไปทำไม?”

            “ว่าไงนะ? ดีใจจนเนื้อเต้นงั้นเหรอ? แกบ้าไปแล้วหรือไง”

            เมื่อเห็นข้อความที่ลู่เซิ่งส่งมาสวี่ว่านเฉิงก็ตกใจแทบสิ้นสติ เขาตั้งท่าจะพิมพ์ข้อความต่อ

            ทว่าในตอนนั้นลู่เซิ่งได้ตัดการสื่อสารผ่านแชตส่วนตัวกับเขาไปแล้วไม่ว่าเขาจะส่งข้อความไปเท่าไร อีกฝ่ายก็ไม่ตอบกลับมาแม้แต่ประโยคเดียว

            “คุณลูกค้าครับ ไม่ทราบว่าคุณยังต้องการจะวางเดิมพันอยู่ไหมครับ?”

            ในขณะเดียวกันชายอ้วนจากสมาคมการค้าเทียนสิงก็เอ่ยถามสวี่ว่านเฉิงอีกครั้งด้วยสีหน้าคาดหวัง

            “ฉันจะวางเดิมพันบ้านแกสิ...”

            สวี่ว่านเฉิงขมวดคิ้วมุ่นพลางตั้งท่าจะหลุดปากด่าออกมา

            แต่คำด่ายังไม่ทันหลุดจากปาก

            “คุณแน่ใจนะว่าอัตราต่อรองของลู่เซิ่งคือ 100 ต่อ 1?”

            จู่ๆร่างสูงโปร่งร่างหนึ่งก็ก้าวเข้ามาเคียงข้างเขาโดยไม่ให้สุ้มให้เสียงสายตาคู่นั้นจ้องเขม็งไปที่ชายอ้วนแห่งสมาคมการค้าเทียนสิง ชายคนนี้จะไม่ใช่‘เซียนกระบี่พเนจร’ อวิ๋นเทียนหลัน ได้อย่างไร?

            “เอ๊ะ? ชายหนุ่มคนนี้... หรือว่าจะเป็น ‘เซียนกระบี่พเนจร’ อวิ๋นเทียนหลัน?”

            “ให้ตายเถอะ ใช่เขาจริงๆ ด้วย”

            “เลเวล 252 แต่มีระดับดาวพลังรบสูงถึง 1,647 ดาวเลยเหรอ?”

            “นี่มัน... สมกับเป็นหนึ่งในสี่ผู้ใช้อาชีพระดับสูงสุดจริงๆพลังรบกับค่าสถานะขนาดนี้ มันหลุดโลกไปแล้ว”

            “ถ้าเขาเต็มใจเข้าสถาบันฝึกตนของเราต่อให้ต้องแลกด้วยอายุขัยสิบปีฉันก็ยอม”

            “เหอะ ฝันไปเถอะ สี่ผู้ใช้อาชีพระดับสูงสุดยังไงก็ต้องเลือกสถาบันจิงหลงสถาบันฝึกตนทั่วไปอย่างพวกเราไม่มีหวังหรอก”

            “นั่นก็จริง”

            ในขณะเดียวกันบรรดาผู้ฝึกสอนทั่วไปที่เห็นอวิ๋นเทียนหลันต่างคนต่างก็อดไม่ได้ที่จะกระซิบกระซาบกันสายตาที่มองไปยังอวิ๋นเทียนหลันเต็มไปด้วยความชื่นชมและยกย่องอย่างไม่ปิดบัง

            “คุณ... คุณ...”

            ชายอ้วนคนนั้นก็เห็นอวิ๋นเทียนหลันเช่นกันและดูเหมือนจะจำฐานะของเขาได้ จึงตกใจจนพูดไม่ออกเห็นได้ชัดว่าเขาคาดไม่ถึงว่าคนระดับสี่ผู้ใช้อาชีพระดับสูงสุดอย่างอวิ๋นเทียนหลันจะวิ่งโร่มาวางเดิมพันด้วยตัวเองแบบนี้ด้วย

            “ผมถามอยู่นะ เป็นใบ้ไปแล้วหรือไง?”

            เมื่อเห็นปฏิกิริยาของชายอ้วนอวิ๋นเทียนหลันก็ขมวดคิ้วอย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนจะเอ่ยถามย้ำอีกครั้ง“คุณเพิ่งบอกว่าอัตราต่อรองของลู่เซิ่งสูงถึง 100 ต่อ 1 เรื่องจริงใช่ไหม?”

            “จะ... จริงแน่นอนครับ”

            ชายอ้วนได้สติกลับมาจึงรีบพยักหน้าหงึกหงักทันที

            “งั้นดี ผมขอวางเดิมพันข้างลู่เซิ่งว่าเขาจะชนะ ส่วนเงินเดิมพันน่ะเหรอ...”

            อวิ๋นเทียนหลันยิ้มบางๆก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้ทุกคนแทบหยุดหายใจ

            “วางไปก่อนสัก 10 ล้านแล้วกัน”

            “อะไรนะ? 10 ล้าน!”

            พรวด!

            เมื่อได้ยินตัวเลขที่เรียกได้ว่าหลุดโลกนี้ชายอ้วนรู้สึกเหมือนหายใจไม่ทั่วท้อง แทบจะสำลักความตกใจตายเขาถามย้ำอย่างไม่อยากเชื่อ “คุณลูกค้าครับคุณแน่ใจนะว่าจะวางเดิมพันข้างลู่เซิ่ง 10 ล้านเหรียญมังกร?”

            “แน่นอน” อวิ๋นเทียนหลันพยักหน้าอีกครั้ง

            “นาย... นายถึงกับกล้าลงเดิมพันหนักขนาดนี้เลยเหรอ?”

            คราวนี้แม้แต่สวี่ว่านเฉิงก็ทนดูต่อไปไม่ไหวเขาจ้องอวิ๋นเทียนหลันพลางถามด้วยเสียงหลง

            “หึๆ แค่ 10 ล้านเองครับ แค่เล่นขำๆ น่ะ”

            อวิ๋นเทียนหลันโบกมืออย่างไม่ยี่หระพลางแย้มยิ้ม“อีกอย่าง ลู่เซิ่งคือเพื่อนของผม ผมต้องสนับสนุนเขาอยู่แล้วสิ”

            “พูดได้ดี ลู่เซิ่งก็เป็นเพื่อนของฉันเหมือนกัน ฉันขอวางเดิมพัน 1 ล้านเหรียญมังกรว่าเขาจะชนะ”

            สิ้นเสียงนั้นก็มีเสียงเห็นด้วยดังมาจากที่ไกลๆทันที

            สวี่ว่านเฉิงหันไปมองตามเสียงโดยสัญชาตญาณเห็นเพียง ‘พรานแห่งแสง’ ลั่วเซวียนเซวียนแห่งโรงเรียนมัธยมตงหลินที่หนึ่งเดินตรงเข้ามาในนิ้วเรียวงามหนีบบัตรธนาคารสีชมพูไว้ใบหนึ่ง

            “ลั่วเซวียนเซวียน เธอจะมาเล่นพิเรนทร์อะไรอีกคน”

            เมื่อเห็นดังนั้นสวี่ว่านเฉิงก็ขมวดคิ้วมุ่นเห็นได้ชัดว่าเขาคาดไม่ถึงว่าแม้แต่ลั่วเซวียนเซวียนก็จะมาวางเดิมพันข้างลู่เซิ่งแถมยังลงไปถึง 1 ล้าน

            นี่มันไม่ใช่การเอาเงินไปโยนทิ้งในกองไฟหรือไง?

            ต่อให้บ้านเธอจะรวยแค่ไหนก็ไม่ควรจะถลุงเงินทิ้งขว้างแบบนี้

            ทว่าลั่วเซวียนเซวียนไม่ได้สนใจปฏิกิริยาของเขาเลยแม้แต่น้อยเธอพูดขึ้นเองว่า “ทำไมคะ ในเมื่อแม้แต่‘เซียนกระบี่พเนจร’ ผู้โด่งดังยังกล้าลงเดิมพันหนักข้างลู่เซิ่งแล้วฉันขอเล่นด้วยสักหน่อยมันจะเป็นอะไรไป?”

            พูดมาถึงตรงนี้เธอก็เสริมด้วยสีหน้าภาคภูมิใจว่า “ยังไงซะเงิน1 ล้านเหรียญมังกรก็ไม่ได้มากมายอะไร ถึงแพ้หนูก็จ่ายไหวแต่ถ้าเกิดหนูชนะขึ้นมาละก็...”

            พอพูดจบยัยหนูตัวแสบก็ปิดปากเงียบลงเสียดื้อๆ ไม่ได้พูดต่อให้จบประโยค

            แต่คำพูดที่ทิ้งท้ายไว้นั้นกลับทำให้บรรดาผู้ฝึกสอนทั่วไปรอบๆ เริ่มฉุกคิดขึ้นมาได้

            ต้องรู้นะว่าอัตราต่อรองของลู่เซิ่งคือ 100 ต่อ 1

            นั่นหมายความว่าถ้าเงิน 1ล้านที่ลั่วเซวียนเซวียนลงไปเกิดชนะขึ้นมาเธอจะได้เงินรางวัลกลับมาถึง 100 ล้านเหรียญมังกร

            100ล้านเชียวนะ

            เงินจำนวนนี้มากพอจะซื้ออุปกรณ์ระดับทองคำมืดเลเวลสูงๆคุณสมบัติเจ๋งๆ ได้ชิ้นหนึ่งเลยด้วยซ้ำ

            “จริงด้วย ลู่เซิ่งคนนั้นเป็นแค่พาลาดิน แม้โอกาสชนะจะดูน้อยแต่หัวใจสำคัญคืออัตราต่อรองตั้ง 100 ต่อ 1 ต่อให้ลงไปนิดหน่อย แต่ถ้าเกิดมีการหักปากกาเซียนขึ้นมาก็อาจจะกอบโกยกำไรมหาศาลได้เลย”

            “แถมแม้แต่ ‘เซียนกระบี่พเนจร’ อวิ๋นเทียนหลันยังดูมั่นใจในตัวลู่เซิ่งขนาดนี้ไม่แน่ว่าพาลาดินคนนี้อาจจะมีไม้เด็ดอะไรซ่อนอยู่ก็ได้...”

            ในขณะเดียวกันเมื่อเห็นว่ามีคนเริ่มเปิดฉากเป็นคนแรกคนที่เหลือก็เริ่มได้สติและตัดสินใจได้ทันควัน

            “เถ้าแก่ ฉันขอลงเดิมพัน 10,000 เหรียญมังกรเดิมพันข้างลู่เซิ่ง”

            “ฉันด้วย ขอลง 20,000 เหรียญมังกรที่ตัวลู่เซิ่ง”

            “ฉันขอลง 30,000 เหรียญมังกร”

            “ทางนี้ด้วย ของฉันด้วยสิ”

            ในวินาทีต่อมาเสียงเฮก็ดังสนั่น บรรดาผู้ฝึกสอนทั่วไปต่างกรูเข้ามาห้อมล้อมราวกับฝูงผึ้งแตกรังจนสถานการณ์ในสนามวุ่นวายโกลาหลไปหมด

            “นี่มัน... เรื่องนี้มัน...”

            เมื่อมองดูฝูงคนที่แย่งกันวางเดิมพันชายอ้วนจากสมาคมการค้าเทียนสิงก็ตกใจจนตัวสั่นเห็นได้ชัดว่าเขาคาดไม่ถึงว่าเหตุการณ์จะกลายเป็นเช่นนี้

            แต่เมื่อเห็นว่าจำนวนคนวางเดิมพันไม่ได้ลดลงเลยแถมยังมีทีท่าว่าจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

            ในที่สุดชายอ้วนก็ทนไม่ไหวเขาปาดเหงื่อเย็นๆ บนหน้าผาก พลางตะโกนบอกฝูงชนรอบข้างเสียงดัง“ทะ... ทุกท่านโปรดรอสักครู่ครับ เนื่องจากมีคนวางเดิมพันมากเกินไปลำพังผมคนเดียวตัดสินใจไม่ได้ ต้องขอสอบถามความเห็นจากเบื้องบนก่อนครับ”

            “งั้นก็รีบถามเข้าสิ จะมัวบื้ออยู่ทำไมล่ะ?”

            คนที่เหลือเห็นดังนั้นจึงรีบเอ่ยเร่งเร้าทันที

            “ครับ”

            ชายอ้วนพยักหน้าก่อนจะรีบเปิดแผงระบบเพื่อนขึ้นมา และส่งข้อความส่วนตัวหาชื่อที่คุ้นเคยชื่อหนึ่ง

            “นายน้อยครับ เกิดเรื่องใหญ่แล้วตอนนี้มีคนแห่กันมาวางเดิมพันข้างลู่เซิ่งเยอะมาก พวกเราควรทำยังไงดีครับ?”

            ในขณะเดียวกันณ ด้านนอกลานประลอง ‘ผู้ควบคุมแมลงแห่งเหวลึก’หลงเฉิน เพิ่งจะเดินมาถึงประตูทางเข้าเขายังไม่ทันได้ก้าวเข้าไปข้างในเสียด้วยซ้ำทันใดนั้นเขาก็ได้รับข้อความจากชายอ้วน จนถึงกับชะงักงันอยู่กับที่ด้วยความงุนงง

            “ว่าไงนะ? วางเดิมพันข้างลู่เซิ่งงั้นเหรอ? พวกนั้นบ้าไปหมดแล้วหรือไง”

            หลงเฉินอ่านข้อความที่ชายอ้วนส่งมาแล้วอุทานถามด้วยความตกใจ

             

             

    คล้ายกับเรื่องทั่วโลกเปลี่ยนอาชีพ : สกิลข้าทวีคูณหมื่นเท่า ใครว่าข้าเป็นสายซัพพอร์ต ที่คุณอ่าน