โอปอลหาแผนกพิเศษพบแล้ว แต่เดินตามทางเดินว่างเปล่าเข้ามาลึกเท่าไหร่ก็ไม่เจอห้องที่เหมือนห้องผู้ป่วยสักทีรอบตัวมีแต่ห้องแล็บว่างเปล่า
เขารู้ว่าไลลามองอยู่แต่นอกจากปลดล็อกเครื่องสแกนบัตรให้กดเลขเข้าประตูหน้ามาได้เธอก็โต้ตอบอะไรไม่ได้มากกว่านั้น
นั่นไง
เดินเลี้ยวไปเลี้ยวมาก็เจอทางเดินแคบสีขาวเพดานสูงลิ่วมีหลังคาโปร่งใสให้แสงแดดข้างนอกส่องเข้ามาตรงหน้าเขาคือประตูไม้ธรรมดาบานหนึ่งหลังประตูบานนี้คงเป็ห้องที่มีขนาดความกว้างตลอดแนวทางเดินและสูงลิ่วเท่าเพดานอย่างนี้ต้องเป็ห้องประชุมใหญ่หรือห้องโถงอะไรสักอย่างแน่
จับลูกบิดดูก็ปรากฏว่ามันไม่ได้ล็อกเด็กหนุ่มเปิดเข้าไปด้านในทันที
สิ่งที่อยู่ข้างในต่างจากที่คิดลิบลับเขานึกว่าจะเห็นเครื่องจักรขนาดั์ซึ่งมีสายระโยงระยางห้องสังเกตการณ์อยู่สูงขึ้นไป ตรงกลางมีเตียงซึ่งเด็กสาวคนหนึ่งนอนซมอยู่แต่ในความเป็จริง...
สิ่งที่แผ่อยู่เบื้องหน้าคือสวนขนาดใหญ่ที่งดงามราวหลุดมาจากภาพเขียน
“...?”
ลำธารสายเล็กไหลผ่านกลางสวนผืนหญ้ารู้สึกนุ่มใต้เท้า ไกลๆ เห็นชิงช้าถักจากเถาวัลย์ม้านั่งขาวตั้งข้างซุ้มกุหลาบ และโต๊ะเก้าอี้ทำจากเหล็กดัดสีขาวบนโต๊ะมีขนมวางอยู่หนึ่งโหล ถัดออกไปเล็กน้อยมีศาลาสร้างจากเหล็กสีดำเกี่ยวกระหวัดด้วยไม้เลื้อยตัวศาลาชวนให้นึกถึงกรงนก
โอปอลเดินข้ามสะพานไม้เล็กๆตรงไปที่ศาลา
มองเข้าไปก็เห็นพื้นทรายเทียมสีขาวสะอาดโซฟาทรงโค้งมีหมอนหลากสีกองสุมแสงแดดด้านนอกส่องลอดใบไม้ตกกระทบใบหน้าซีดขาวของไลลา
เธอถือแท็บเล็ตยืนเท้าเปล่าบนพื้นทรายรอยยิ้มประดับใบหน้านั้น
“มาสักที”
“ก็นะ”
ใบหน้าของเธอดูอวบอิ่มสุขภาพดีผิดกับตอนเจอที่ดาดฟ้าเมื่อวานเส้นผมยาวถูกหวีดูเรียบลื่น ดวงตาคู่นั้นสุกใสร่างบางอยู่ในชุดระบายลูกไม้สีขาวเหมือนหลุดมาจากเทพนิยาย
“ที่นี่คืออะไร?”
“ชอบไหมล่ะ? ฉันทำแบบนี้ได้ด้วยนะ”เธอกดแท็บเล็ตทีเดียว ทิวทัศน์รอบศาลาก็เปลี่ยนไป ไม่ใช่แค่นั้นแม้แต่เถาวัลย์ที่คลุมศาลาอยู่ก็กลายเป็ผ้าคลุมสีขาวบางๆ
“...ไม่เลว”
ศาลากลางสวนกลายเป็ศาลากลางน้ำก้าวเท้าออกไปก็พบน้ำทะเลสีฟ้าอมเขียวรอบตัวลึกแค่ข้อเท้า เรือสำราญและเรือเล็กเรือน้อยแล่นไปมาไกลๆ เป็เมืองที่ดูเหมือนเมืองย้อนยุค สุเหร่าตั้งเรียงรายแต่ละแห่งมีหออะซานสองหรือสี่หอ ตึกรามสีออกส้มไล่ขึ้นไปตามเนินสูงสองฝั่งน้ำฟ้าเหนือหัวเป็สีน้ำเงินเข้มแซมเมฆสีขาวสว่าง
“ช่องแคบบอสพอรัสที่ตุรกีถึงไม่เคยไปก็ยกมาไว้ที่นี่ได้”
ไลลาอมยิ้ม ทรุดลงนั่งแกว่งขาบนโซฟา
ตอนนั้นเองที่โอปอลสังเกตเห็นบางอย่าง
มือขาวข้างหนึ่งถูกเจาะด้วยเข็ม สายบางเชื่อมกับบางสิ่งที่อยู่นอกศาลาเงี่ยหูฟังก็ได้ยินเสียงติ๊ดเบาๆ ดังต่อเนื่อง
“นี่เป็โลกของฉันล่ะ”ไลลานั่งแกว่งขาต่อโดยไม่รู้สึกถึงสายตาของอีกฝ่าย “ฉันจะเปลี่ยนทุกสิ่งรอบตัวยังไงก็ได้แต่ถึงทำได้ทุกอย่าง นั่งเล่นคนเดียวแป๊บๆก็เบื่อนี่เป็ครั้งแรกเลยที่มีคนอื่นเข้ามาในนี้”
“เธอ...ดูเหมือนคนละคน”
“นั่นสินะ เพราะอยู่ในที่ของตัวเองแล้วสบายใจกว่าอยู่บนดาดฟ้ามั้งพออยู่บนดาดฟ้าเหมือนกำลังแสดงละครอยู่เลย กดดันเป็บ้า”
โอปอลพยักหน้าความรู้สึกแบบนั้นเขาเข้าใจดี
“จริงสิ ฉันแอบดูนายดูท่าทางนายจะถูกใจฟองจันทร์จริงๆ นะ นายชอบผู้หญิงแบบนั้นเหรอ?เรียกได้ว่าต่างกับฉันสุดขั้วเลย”
“ฉันไม่ได้ชอบเธอแค่ทำให้ฉันนึกถึงเพื่อนคนหนึ่ง”
“เพื่อนที่มีอะไรติดค้าง?”
บางทีไลลาก็เซนส์ดีจริง
“...เปล่าเพื่อนข้างบ้านที่เอาแต่หลบหน้า การต้องมาคอยหลบหน้าคนข้างบ้านมันน่ารำคาญแต่ฉันก็ดันเป็บ้าตามเธอไปด้วยสุดท้ายเลยไม่ได้เห็นหน้ากันอีก”
“ทะเลาะ?”
“ไม่ เธอกลัวที่ฉันไปต่อยคนหรือไม่ก็โดนสั่งห้ามไม่ให้มายุ่งกับฉัน”
“แต่ดูท่าทางนายยังคาใจกับเธอน่าดูนะถึงได้ติดใจฟองจันทร์”ไลลาพูด “ถ้าเป็ฉันคงดักรอเธอหน้าบ้านแล้วคุยกันให้รู้เื่ดีกว่าคอยหลบหน้ากันไปมาเพราะไม่รู้จะมีโอกาสไปจนถึงไหน...น่ะนะแต่ฉันก็ไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะสั่งสอนนายหรอกก็ฉันยังบอกเองเลยนี่ว่าสุดท้ายมันก็ไม่มีความหมายแค่ความพึงพอใจของตัวเองเท่านั้น”
คำพูดของเด็กสาวซึมลงในหัวของโอปอล
“เธอให้ฉันมาที่นี่เพราะอยากเล่าเื่ของตัวเอง”เด็กหนุ่มเปิดประเด็น
“นั่นสินะ นายคงสังเกตแล้วสิ”ไลลาโบกมือที่ถูกเจาะน้ำเกลือไปมา “เพราะอะไรก็ตามถึงฉันจะเปลี่ยนทุกอย่างในห้องนี้ได้ตามใจแต่ฉันกลับดึงสายน้ำเกลือไม่ออก...ถึงมันจะไม่เจ็บก็เถอะ แล้วข้างนอก...”
โอปอลแหวกม่านโปร่งแสงสีขาวก็เห็นหน้าจอแสดงชีพจร
“นั่นน่ะ...ของจริง ข้อมูลจริง”
เด็กหนุ่มปล่อยให้ผ้าม่านตกลงปิดบังหน้าจอไว้
“เธอเป็คน...?”โอปอลพึมพำแต่ยังไม่ปักใจเชื่อ
“ฉันคือไลลา ที่นี่คือโรงพยาบาล”เธอพูดและเดินออกจากศาลา สายน้ำเกลือเส้นบางเหมือนจะยืดได้ไม่สิ้นสุด“ห้องนี้คือโลกของฉันและคุกของฉัน”
“เป็คุกที่น่าอยู่ดี”
“ถ้าอยู่มานานมันก็ไม่น่าอยู่แล้ว”
“เธอไปที่ดาดฟ้าได้ยังไง?”
ไลลาฟังจบก็กดแท็บเล็ตร่างกายเธอหายวับไป แท็บเล็ตค้างเติ่งอยู่กลางอากาศอึดใจต่อมาร่างของเธอก็โผล่มาที่เดิม
“ประมาณนี้”
เด็กหนุ่มพยักหน้าเขายืนมองเธอที่เดินไปมาสลับกับเมืองริมทะเลข้างนอกโดยไม่ยอมนั่ง
โอปอลมีคำถามมากมายแต่หากถามไม่ตรงจุด คำตอบเดียวที่จะได้รับคงเป็ฉันคือไลลาตามเดิม
เด็กหนุ่มไม่ได้ช่างพูดเหมือนอัศวินเขาคิดไม่ออกว่าในสถานการณ์แบบนี้ควรจะพูดอะไร สุดท้ายหลังยืนฟังเสียงคลื่นอยู่นานก็เอ่ยปาก
“ไม่อยากออกไปบ้างเหรอ?”
“ฉันก็ไปที่ดาดฟ้าไง”
“ไม่ ออกจากคุก”เด็กหนุ่มทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟา มันนิ่มจนยวบ “ออกจากกรงนี้”
“...” ไลลาเตะทรายสีขาวเล่น“ฉันมีอะไรให้ทำหลายอย่าง คอยมองผู้คนใช้ชีวิต ทำความรู้จักพวกเขาโดยที่พวกเขาไม่รู้จักฉันค้นหาเหตุการณ์ใหม่ๆ การตอบสนองใหม่ๆ ที่เกิดจากตัวแปรซึ่งเรียกว่ามนุษย์”
“เธอเรียกการเฝ้ามองผู้เล่นคนแล้วคนเล่าเล่นผ่านเหตุการณ์เดิมๆว่าการใช้ชีวิตเหรอ?”
ไลลาหยุดแกว่งเท้าสายตาก้มมองทรายสีขาวปลอด
“พวกเขาไม่เคยถามเลยว่าฉัน้าชีวิตแบบนี้เหรือเปล่า”
โอปอลหันมองเด็กสาวเป็ครั้งแรกที่เขารู้สึกว่าเห็นเธอจริงๆ
แม้เธอจะไม่ได้หลั่งน้ำตาแต่เธอคงกำลังร้องไห้ มือขาวซีดข้างหนึ่งจับสายน้ำเกลือที่ไม่ว่ายังไงก็ถอดไม่ออก
“ฉันขอให้ช่วยอะไรหน่อยได้ไหม?”
“ดึงสายน้ำเกลือ? ได้สิ จะให้ฉันปิดเครื่องพยุงชีวิตของเธอก็ยังได้”เด็กหนุ่มพูดเสียงเรียบ พอพูดจบประโยคก็ได้ยินเสียงติ๊งในหัว
อะไรกัน...?
เปิดหน้าต่างระบบก็เห็นว่าในรายการเควสมีเควสชื่อ“????” ปรากฏขึ้น เมื่อเรียกดูรายละเอียดก็พบว่ามันไม่มีอะไรเลยนอกจากเครื่องหมายคำถามเรียงกันเป็พรืด
ไลลายิ้มบางๆ
“รู้อยู่แล้วล่ะว่าถ้าเป็นายต้องทำได้รู้ั้แ่ระบบแจ้งเตือนฉันแล้วว่ามีคนทำตามหนึ่งในเงื่อนไขสำเร็จ”
“เงื่อน...ไข?”
“ได้เวลากลับแล้วล่ะขืนอยู่นานเกินไปทั้งเลย์ลากับลิลิจะเป็ห่วงเอา ป่านนี้คงตามหานายไปทั่ว”ไลลายื่นมือมาหาเขา “ไว้เจอกันนะ โอปอล”
วินาทีที่มือขาวััร่างสติของเด็กหนุ่มก็ถูกกระชากกลับสู่โลกแห่งความเป็จริง
เขาหอบหายใจหนักเหมือนเพิ่งวิ่งหนีอะไรมาดวงตาเบิ่งค้างจ้องเพดานผ่านที่ครอบใส เหงื่อไหล่โทรมทั้งร่าง
เขาพยายามหายใจช้าๆสองสามทีก็กลับเป็เหมือนเดิมและต้องนอนอีกราวหนึ่งนาทีกว่าเครื่องจะปล่อยสัญญาณปลุกกล้ามเนื้อของเขาให้กลับมาขยับได้
เด็กหนุ่มชันตัวลุกขึ้นดึงหมวกกันน็อกจากหัวทุกครั้งที่ใส่มันให้ความรู้สึกเหมือนเอาถังเยลลี่ครอบหัวเพราะข้างในหมวกนั้นบุเจลที่เข้ารูปกับศีรษะในเจลนั้นฝังเซนเซอร์ไว้นับไม่ถ้วนตัวเซนเซอร์ไม่ได้อยู่แค่ด้านหลังศีรษะแต่ยังคลุมมาถึงส่วนบนของใบหน้ากับคางโผล่มาได้แค่ปากกับจมูก
บนหน้าจอคอนโซลบอกว่าเขาถูกตัดออกจากเกมเพราะตัวเครื่องตรวจพบความผิดปกติทางร่างกายแบบเฉียบพลัน
โอปอลสำรวจร่างกายตัวเอง เขารู้สึกสบายดีถึงจะมึนหัวนิดหน่อยแสดงว่าการที่ไลลาััใครคนนั้นจะโดนเด้งออกเป็เื่จริง...แต่ทำไมเธอถึงต้องทำแบบนั้น?
ดูนาฬิกาก็เห็นว่าตอนนี้ดึกแล้วเขาควรเข้านอน
โอปอลเปิดแชตพิมพ์รายงานเื่ที่เกิดขึ้นคร่าวๆ ให้อัศวินรับรู้ ตัดสินใจปิดเื่สายน้ำเกลือของไลลากับเื่ที่เธอบอกว่าไม่้าชีวิตไร้ความหมายแบบนี้