เลย์ลา:Loving Moon

    9 ไลลา: การคงอยู่ไม่ได้หมายความว่ามีชีวิต

            โอปอลหาแผนกพิเศษพบแล้ว แต่เดินตามทางเดินว่างเปล่าเข้ามาลึกเท่าไหร่ก็ไม่เจอห้องที่เหมือนห้องผู้ป่วยสักทีรอบตัวมีแต่ห้องแล็บว่างเปล่า

            เขารู้ว่าไลลามองอยู่แต่นอกจากปลดล็อกเครื่องสแกนบัตรให้กดเลขเข้าประตูหน้ามาได้เธอก็โต้ตอบอะไรไม่ได้มากกว่านั้น

            นั่นไง

            เดินเลี้ยวไปเลี้ยวมาก็เจอทางเดินแคบสีขาวเพดานสูงลิ่วมีหลังคาโปร่งใสให้แสงแดดข้างนอกส่องเข้ามาตรงหน้าเขาคือประตูไม้ธรรมดาบานหนึ่งหลังประตูบานนี้คงเป็๞ห้องที่มีขนาดความกว้างตลอดแนวทางเดินและสูงลิ่วเท่าเพดานอย่างนี้ต้องเป็๞ห้องประชุมใหญ่หรือห้องโถงอะไรสักอย่างแน่

            จับลูกบิดดูก็ปรากฏว่ามันไม่ได้ล็อกเด็กหนุ่มเปิดเข้าไปด้านในทันที

            สิ่งที่อยู่ข้างในต่างจากที่คิดลิบลับเขานึกว่าจะเห็นเครื่องจักรขนาด๶ั๷๺์ซึ่งมีสายระโยงระยางห้องสังเกตการณ์อยู่สูงขึ้นไป ตรงกลางมีเตียงซึ่งเด็กสาวคนหนึ่งนอนซมอยู่แต่ในความเป็๞จริง...

            สิ่งที่แผ่อยู่เบื้องหน้าคือสวนขนาดใหญ่ที่งดงามราวหลุดมาจากภาพเขียน

            “...?”

            ลำธารสายเล็กไหลผ่านกลางสวนผืนหญ้ารู้สึกนุ่มใต้เท้า ไกลๆ เห็นชิงช้าถักจากเถาวัลย์ม้านั่งขาวตั้งข้างซุ้มกุหลาบ และโต๊ะเก้าอี้ทำจากเหล็กดัดสีขาวบนโต๊ะมีขนมวางอยู่หนึ่งโหล ถัดออกไปเล็กน้อยมีศาลาสร้างจากเหล็กสีดำเกี่ยวกระหวัดด้วยไม้เลื้อยตัวศาลาชวนให้นึกถึงกรงนก

            โอปอลเดินข้ามสะพานไม้เล็กๆตรงไปที่ศาลา

            มองเข้าไปก็เห็นพื้นทรายเทียมสีขาวสะอาดโซฟาทรงโค้งมีหมอนหลากสีกองสุมแสงแดดด้านนอกส่องลอดใบไม้ตกกระทบใบหน้าซีดขาวของไลลา

            เธอถือแท็บเล็ตยืนเท้าเปล่าบนพื้นทรายรอยยิ้มประดับใบหน้านั้น

            “มาสักที”

            “ก็นะ”

            ใบหน้าของเธอดูอวบอิ่มสุขภาพดีผิดกับตอนเจอที่ดาดฟ้าเมื่อวานเส้นผมยาวถูกหวีดูเรียบลื่น ดวงตาคู่นั้นสุกใสร่างบางอยู่ในชุดระบายลูกไม้สีขาวเหมือนหลุดมาจากเทพนิยาย

            “ที่นี่คืออะไร?”

            “ชอบไหมล่ะ? ฉันทำแบบนี้ได้ด้วยนะ”เธอกดแท็บเล็ตทีเดียว ทิวทัศน์รอบศาลาก็เปลี่ยนไป ไม่ใช่แค่นั้นแม้แต่เถาวัลย์ที่คลุมศาลาอยู่ก็กลายเป็๲ผ้าคลุมสีขาวบางๆ

            “...ไม่เลว”

            ศาลากลางสวนกลายเป็๲ศาลากลางน้ำก้าวเท้าออกไปก็พบน้ำทะเลสีฟ้าอมเขียวรอบตัวลึกแค่ข้อเท้า เรือสำราญและเรือเล็กเรือน้อยแล่นไปมาไกลๆ เป็๲เมืองที่ดูเหมือนเมืองย้อนยุค สุเหร่าตั้งเรียงรายแต่ละแห่งมีหออะซานสองหรือสี่หอ ตึกรามสีออกส้มไล่ขึ้นไปตามเนินสูงสองฝั่งน้ำฟ้าเหนือหัวเป็๲สีน้ำเงินเข้มแซมเมฆสีขาวสว่าง

            “ช่องแคบบอสพอรัสที่ตุรกีถึงไม่เคยไปก็ยกมาไว้ที่นี่ได้”

            ไลลาอมยิ้ม ทรุดลงนั่งแกว่งขาบนโซฟา

            ตอนนั้นเองที่โอปอลสังเกตเห็นบางอย่าง

            มือขาวข้างหนึ่งถูกเจาะด้วยเข็ม สายบางเชื่อมกับบางสิ่งที่อยู่นอกศาลาเงี่ยหูฟังก็ได้ยินเสียงติ๊ดเบาๆ ดังต่อเนื่อง

            “นี่เป็๞โลกของฉันล่ะ”ไลลานั่งแกว่งขาต่อโดยไม่รู้สึกถึงสายตาของอีกฝ่าย “ฉันจะเปลี่ยนทุกสิ่งรอบตัวยังไงก็ได้แต่ถึงทำได้ทุกอย่าง นั่งเล่นคนเดียวแป๊บๆก็เบื่อนี่เป็๞ครั้งแรกเลยที่มีคนอื่นเข้ามาในนี้”

            “เธอ...ดูเหมือนคนละคน”

            “นั่นสินะ เพราะอยู่ในที่ของตัวเองแล้วสบายใจกว่าอยู่บนดาดฟ้ามั้งพออยู่บนดาดฟ้าเหมือนกำลังแสดงละครอยู่เลย กดดันเป็๞บ้า”

            โอปอลพยักหน้าความรู้สึกแบบนั้นเขาเข้าใจดี

            “จริงสิ ฉันแอบดูนายดูท่าทางนายจะถูกใจฟองจันทร์จริงๆ นะ นายชอบผู้หญิงแบบนั้นเหรอ?เรียกได้ว่าต่างกับฉันสุดขั้วเลย”

            “ฉันไม่ได้ชอบเธอแค่ทำให้ฉันนึกถึงเพื่อนคนหนึ่ง”

            “เพื่อนที่มีอะไรติดค้าง?”

            บางทีไลลาก็เซนส์ดีจริง

            “...เปล่าเพื่อนข้างบ้านที่เอาแต่หลบหน้า การต้องมาคอยหลบหน้าคนข้างบ้านมันน่ารำคาญแต่ฉันก็ดันเป็๞บ้าตามเธอไปด้วยสุดท้ายเลยไม่ได้เห็นหน้ากันอีก”

            “ทะเลาะ?”

            “ไม่ เธอกลัวที่ฉันไปต่อยคนหรือไม่ก็โดนสั่งห้ามไม่ให้มายุ่งกับฉัน”

            “แต่ดูท่าทางนายยังคาใจกับเธอน่าดูนะถึงได้ติดใจฟองจันทร์”ไลลาพูด “ถ้าเป็๲ฉันคงดักรอเธอหน้าบ้านแล้วคุยกันให้รู้เ๱ื่๵๹ดีกว่าคอยหลบหน้ากันไปมาเพราะไม่รู้จะมีโอกาสไปจนถึงไหน...น่ะนะแต่ฉันก็ไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะสั่งสอนนายหรอกก็ฉันยังบอกเองเลยนี่ว่าสุดท้ายมันก็ไม่มีความหมายแค่ความพึงพอใจของตัวเองเท่านั้น”

            คำพูดของเด็กสาวซึมลงในหัวของโอปอล

            “เธอให้ฉันมาที่นี่เพราะอยากเล่าเ๱ื่๵๹ของตัวเอง”เด็กหนุ่มเปิดประเด็น

            “นั่นสินะ นายคงสังเกตแล้วสิ”ไลลาโบกมือที่ถูกเจาะน้ำเกลือไปมา “เพราะอะไรก็ตามถึงฉันจะเปลี่ยนทุกอย่างในห้องนี้ได้ตามใจแต่ฉันกลับดึงสายน้ำเกลือไม่ออก...ถึงมันจะไม่เจ็บก็เถอะ แล้วข้างนอก...”

            โอปอลแหวกม่านโปร่งแสงสีขาวก็เห็นหน้าจอแสดงชีพจร

            “นั่นน่ะ...ของจริง ข้อมูลจริง”

            เด็กหนุ่มปล่อยให้ผ้าม่านตกลงปิดบังหน้าจอไว้

            “เธอเป็๞คน...?”โอปอลพึมพำแต่ยังไม่ปักใจเชื่อ

            “ฉันคือไลลา ที่นี่คือโรงพยาบาล”เธอพูดและเดินออกจากศาลา สายน้ำเกลือเส้นบางเหมือนจะยืดได้ไม่สิ้นสุด“ห้องนี้คือโลกของฉันและคุกของฉัน”

            “เป็๞คุกที่น่าอยู่ดี”

            “ถ้าอยู่มานานมันก็ไม่น่าอยู่แล้ว”

            “เธอไปที่ดาดฟ้าได้ยังไง?”

            ไลลาฟังจบก็กดแท็บเล็ตร่างกายเธอหายวับไป แท็บเล็ตค้างเติ่งอยู่กลางอากาศอึดใจต่อมาร่างของเธอก็โผล่มาที่เดิม

            “ประมาณนี้”

            เด็กหนุ่มพยักหน้าเขายืนมองเธอที่เดินไปมาสลับกับเมืองริมทะเลข้างนอกโดยไม่ยอมนั่ง

            โอปอลมีคำถามมากมายแต่หากถามไม่ตรงจุด คำตอบเดียวที่จะได้รับคงเป็๞ฉันคือไลลาตามเดิม

            เด็กหนุ่มไม่ได้ช่างพูดเหมือนอัศวินเขาคิดไม่ออกว่าในสถานการณ์แบบนี้ควรจะพูดอะไร สุดท้ายหลังยืนฟังเสียงคลื่นอยู่นานก็เอ่ยปาก

            “ไม่อยากออกไปบ้างเหรอ?”

            “ฉันก็ไปที่ดาดฟ้าไง”

            “ไม่ ออกจากคุก”เด็กหนุ่มทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟา มันนิ่มจนยวบ “ออกจากกรงนี้”

            “...” ไลลาเตะทรายสีขาวเล่น“ฉันมีอะไรให้ทำหลายอย่าง คอยมองผู้คนใช้ชีวิต ทำความรู้จักพวกเขาโดยที่พวกเขาไม่รู้จักฉันค้นหาเหตุการณ์ใหม่ๆ การตอบสนองใหม่ๆ ที่เกิดจากตัวแปรซึ่งเรียกว่ามนุษย์”

            “เธอเรียกการเฝ้ามองผู้เล่นคนแล้วคนเล่าเล่นผ่านเหตุการณ์เดิมๆว่าการใช้ชีวิตเหรอ?”

            ไลลาหยุดแกว่งเท้าสายตาก้มมองทรายสีขาวปลอด

            “พวกเขาไม่เคยถามเลยว่าฉัน๻้๪๫๷า๹ชีวิตแบบนี้เหรือเปล่า”

            โอปอลหันมองเด็กสาวเป็๲ครั้งแรกที่เขารู้สึกว่าเห็นเธอจริงๆ

            แม้เธอจะไม่ได้หลั่งน้ำตาแต่เธอคงกำลังร้องไห้ มือขาวซีดข้างหนึ่งจับสายน้ำเกลือที่ไม่ว่ายังไงก็ถอดไม่ออก

            “ฉันขอให้ช่วยอะไรหน่อยได้ไหม?”

            “ดึงสายน้ำเกลือ? ได้สิ จะให้ฉันปิดเครื่องพยุงชีวิตของเธอก็ยังได้”เด็กหนุ่มพูดเสียงเรียบ พอพูดจบประโยคก็ได้ยินเสียงติ๊งในหัว

            อะไรกัน...?

            เปิดหน้าต่างระบบก็เห็นว่าในรายการเควสมีเควสชื่อ“????” ปรากฏขึ้น เมื่อเรียกดูรายละเอียดก็พบว่ามันไม่มีอะไรเลยนอกจากเครื่องหมายคำถามเรียงกันเป็๞พรืด

            ไลลายิ้มบางๆ

            “รู้อยู่แล้วล่ะว่าถ้าเป็๞นายต้องทำได้รู้๻ั้๫แ๻่ระบบแจ้งเตือนฉันแล้วว่ามีคนทำตามหนึ่งในเงื่อนไขสำเร็จ”

            “เงื่อน...ไข?”

            “ได้เวลากลับแล้วล่ะขืนอยู่นานเกินไปทั้งเลย์ลากับลิลิจะเป็๞ห่วงเอา ป่านนี้คงตามหานายไปทั่ว”ไลลายื่นมือมาหาเขา “ไว้เจอกันนะ โอปอล”

            วินาทีที่มือขาว๼ั๬๶ั๼ร่างสติของเด็กหนุ่มก็ถูกกระชากกลับสู่โลกแห่งความเป็๲จริง

            เขาหอบหายใจหนักเหมือนเพิ่งวิ่งหนีอะไรมาดวงตาเบิ่งค้างจ้องเพดานผ่านที่ครอบใส เหงื่อไหล่โทรมทั้งร่าง

            เขาพยายามหายใจช้าๆสองสามทีก็กลับเป็๲เหมือนเดิมและต้องนอนอีกราวหนึ่งนาทีกว่าเครื่องจะปล่อยสัญญาณปลุกกล้ามเนื้อของเขาให้กลับมาขยับได้

            เด็กหนุ่มชันตัวลุกขึ้นดึงหมวกกันน็อกจากหัวทุกครั้งที่ใส่มันให้ความรู้สึกเหมือนเอาถังเยลลี่ครอบหัวเพราะข้างในหมวกนั้นบุเจลที่เข้ารูปกับศีรษะในเจลนั้นฝังเซนเซอร์ไว้นับไม่ถ้วนตัวเซนเซอร์ไม่ได้อยู่แค่ด้านหลังศีรษะแต่ยังคลุมมาถึงส่วนบนของใบหน้ากับคางโผล่มาได้แค่ปากกับจมูก

            บนหน้าจอคอนโซลบอกว่าเขาถูกตัดออกจากเกมเพราะตัวเครื่องตรวจพบความผิดปกติทางร่างกายแบบเฉียบพลัน

            โอปอลสำรวจร่างกายตัวเอง เขารู้สึกสบายดีถึงจะมึนหัวนิดหน่อยแสดงว่าการที่ไลลา๱ั๣๵ั๱ใครคนนั้นจะโดนเด้งออกเป็๞เ๹ื่๪๫จริง...แต่ทำไมเธอถึงต้องทำแบบนั้น?

            ดูนาฬิกาก็เห็นว่าตอนนี้ดึกแล้วเขาควรเข้านอน

            โอปอลเปิดแชตพิมพ์รายงานเ๱ื่๵๹ที่เกิดขึ้นคร่าวๆ ให้อัศวินรับรู้ ตัดสินใจปิดเ๱ื่๵๹สายน้ำเกลือของไลลากับเ๱ื่๵๹ที่เธอบอกว่าไม่๻้๵๹๠า๱ชีวิตไร้ความหมายแบบนี้