เทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสี่ ตอนราชันเก้าพิภพ (จบแล้ว)

    ตอนที่ 46 แรกเข้าแดนเทวะ

    เสี่ยวเทียนมาปรากฏร่างในสถานที่แห่งหนึ่ง ที่มืดมิด ไม่มีแสงใดๆ ส่องเข้ามาเสี่ยวเทียนสัมผัสได้ว่าที่นี่ เป็นพื้นที่สำหรับกักขัง นักโทษที่เข้ามาในดินแดนเทวะแห่งนี้ทั้งหมด แต่ในเวลานี้ไม่มีนักโทษที่หลงพลัดเข้ามา เสี่ยวเทียนจึงอยู่เพียงคนเดียวในคุกแห่งนี้    ทันใดนั้นเอง ก็มีแสงสว่างส่องเข้ามาส่องมาที่เสี่ยวเทียน

    “ ไม่มีใคร เข้ามาดินแดนแห่งนี้มาหลายร้อยปีแล้ว ไอ้หนู เจ้าเข้ามาได้ยังไง”

    เสียงชายชราผู้หนึ่ง ยืนมองมา แล้วส่องแสงจากตะเกียง ทำให้เห็นหน้าชายชราวัย 70 ปี 

    “ ข้ามาตามหาท่านพ่อ” เสี่ยวเทียนเอ่ยไปตามความจริง

    “ เจ้าหนู ที่นี่ไม่มีใครเข้ามาเป็นร้อยปีแล้ว เจ้ามาตามหาผิดที่แล้ว”

    เสี่ยวเทียน มั่นใจว่า จักรพรรดิหลงอู่ตี้ ไม่น่าโกหกเขา ท่านพ่ออาจถูกส่งตัวไปปรากฏที่คุกที่อื่นกระมัง

    “ ดินแดนนี้มี ที่กักขังผู้ที่เข้ามา กี่แห่งหรือขอรับ”

    “ ก็มีทั้งหมดสี่แห่ง ที่นี่คือดินแดน บูรพาเทวะ เจ้าขึ้นมาจากน้ำก่อน” ชายชราเอ่ยเอ่ยอย่างมีเมตตา แล้วโยนเชือกไปให้เพราะว่าที่เสี่ยวเทียนอยู่คล้ายกับบ่อน้ำลึกหลายสิบเมตร   เพราะเห็นเสี่ยวเทียนเป็นเด็กน้อย ชายชราใช้รอกดึกเชือกที่เสี่ยวเทียนจับไว้ขึ้นมาอย่างช้า ๆ

    “ เด็กน้อย ที่นี่คือ คุกสวรรค์แดนบูรพา ข้าต้องพาเจ้าไปพบ ท่านผู้บัญชาการเรือนจำแห่งนี้ เจ้าต้องระวังตัวให้ดี ท่านผู้บัญชาการท่านมีอารมณ์แปรปรวนง่ายอย่าทำให้ท่านโกรธล่ะ”

    “ ขอบคุณท่านปู่”

    “ ข้าชื่อทากิ เรียกข้าว่า ปู่ทากิก็ได้ ว่าแต่เจ้าหิวไหม ข้ามีซาลาเปา อยู่สองลูก พวกเราแบ่งกันกินก่อน” เสี่ยวเทียนไม่ปฏิเสธ หยิบมากินทันที ซึ่งกินแล้วอดคิดถึงสมัยแบกฟืน และซาลาเปาไม่ได้

    “ ขอบคุณท่านปู่ทากิ ข้าชื่อเฉินเสี่ยวเทียน”

    “ เฉินเสี่ยวเทียน อืม  เป็นชื่อที่ดี ถ้าหลานชายข้ายังมีชีวิตอยู่  ก็คงมีหน้าตาคล้ายกับเจ้ายิ่งนัก” ปู่ทากิ หันเอามือมาลูบหัวเสี่ยวเทียนด้วยความเอ็นดู

    หลังจากกินเสร็จแล้ว ปู่ทากิ ก็พาเสี่ยวเทียนเดินออกมาจากคุกน้ำ ที่เป็นคุกร้าง มองแล้วเป็นคุกที่แทบไม่มีคนอยู่เลย มีแต่ปู่ทากิ เฝ้าอยู่คนเดียว  แต่พอเดินเข้ามาในส่วนที่เป็น ศูนย์กลาง กลับมีผู้คนมากมาย ผู้คุมแต่งตัวกันเต็มยศ มีอาวุธครบมือ พอเห็น ปู่ทากิเดินจูงมือ เสี่ยวเทียนเข้ามา ก็เอ่ยถามทันที

    “ ปู่ทากิ ท่านพาหลายชายมาทำอะไรรึ?”

    “ นี่คือนักโทษที่หลุดเข้ามาใน คุกน้ำ ข้าจะพาเขาไปพบท่าน ผู้บัญชาการ”

    “ เด็กตัวแค่เนี้ย นะรึ? สามารถลักลอบเข้ามาในดินแดนแห่งนี้ได้ ท่านปู่ทากิ ท่านแน่ใจ?”

    “ ข้าพบเขาในคุกน้ำ ข้าแค่ทำตามหน้าที่เท่านั้น” 

    หัวหน้าผู้คุม  ส่งคนไปแจ้งผู้บัญชาการเรือนจำทันที ไม่นานเสี่ยวเทียนก็ถูกพาเข้าพบผู้บัญชาการเรือนจำ

    “ เฉินเสี่ยวเทียน เจ้าบอกว่ามาตามหาพ่อ แต่ว่าในดินแดนของข้า ไม่มีใครเข้ามาเป็นร้อยปีแล้ว ดังนั้น ข้าเห็นแก่เจ้าที่เป็นเด็ก จะไม่ขังคุกเจ้าอีก แต่จะส่งเจ้าไปเป็นคนรับใช้ที่บ้านขุนนาง พามันไปส่งที่ ฝ่ายจัดการแรงงาน” ผู้บัญชาการเรือนจำสั่งการโดยที่ เสี่ยวเทียนไม่ได้พูดอะไรเลยสักคำ

    “ ขอบคุณท่านผู้บัญชาการซะ” ปู่ทากิรีบเอ่ยเตือนเสี่ยวเทียน

    “ ขอบคุณท่านผู้บัญชาการ” เสี่ยวเทียนไม่อยากให้ปู่ทากิ ลำบากใจ

    จากนั้นเสี่ยวเทียนก็ถูกพามาที่ฝ่ายจัดการแรงงาน

    “ เสี่ยวเทียน ข้าต้องส่งเจ้าเท่านี้ หวังว่าต่อไปเจ้าจะได้อยู่กับ เจ้านายที่ดี จะได้ไม่ต้องลำบาก  หากมีอะไร ก็มาหาข้าได้ ข้ามีบ้านพักที่ หลังเรือนจำแห่งนี้”

    “ ขอบคุณท่านปู่ทากิ” เสี่ยวเทียนไม่อยากพูดอะไรมา กะว่าออกไปจากที่นี่แล้วก็คงจากไปทันที

    เสี่ยวเทียนเข้าไปยืน รวมๆ กันกับ เด็กๆ ที่อายุรุ่นเดียวกัน ที่ถูกจับเข้ามา แล้วก็ถูกส่งตัวมาที่ฝ่ายจัดการแรงงาน  เสี่ยวเทียนถูกเลือกให้ไปอยู่จวนเจ้าเมืองสุ่ย พร้อมกับเด็กอีก 9 คน มีรถม้ามารับไป เสี่ยวเทียนนั่งไปกับเด็ก ทั้งเก้าคน โดยที่มีเด็กที่เล็กๆ ตั้งแต่ 5 ปี จนถึง 13 ปี นั่งไปด้วย เสี่ยวเทียนเห็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่งอายุเพียง 4 ปี หน้าตาบวมช้ำไปทั้งตัว เห็นแล้วอดสงสารไม่ได้ 

    “ น้องสาว พ่อกับแม่เจ้าไปอยู่ไหน ทำไม ถึงได้มาอยู่ที่นี่”

    “ ท่านพ่อกับท่านแม่ ถูกคนชั่วฆ่าตายไปแล้ว ฮือ ฮือ” เด็กน้อยวัยเพียง สีขวบพูดได้แค่นี้ก็เริ่มสะอึกสะอื้นร้องไห้ออกมา แล้วโผเข้ากอดเด็กชายวัย 13ปีคนหนึ่ง ที่นั่งมาด้วยกัน

    “ พ่อกับแม่ข้า ถูกโจรป่าปล้นฆ่าตาย พวกมันจับพวกเรามาขายเป็นทาสที่ฝ่ายจัดการแรงงานที่นี่”

    “ ช่างน่าสงสารจริงๆ หา!  ขายเป็นทาส ?  ถ้าเช่นนั้น ข้าก็ถูกส่งตัวไปเป็นทาสด้วยหรือนี่?”  เสี่ยวเทียนนึกได้ก็ตกใจ ไม่คิดว่า กรมราชทัณฑ์ กลายเป็นที่ขายแรงงานทาสเด็ก

    “ นี่เจ้าไม่รู้เรื่องเลยหรือไง ว่าถูกขายมาเป็นทาส”  เด็กชายวัย 13ปีเอ่ยขึ้นขณะที่กอดน้องสาวไปด้วย

    “ ไม่รู้เรื่องเลย เฮ้อ..ช่างบังอาจเสียจริงกล้าทำเช่นนี้กับข้าได้” เสี่ยวเทียนกำลังคิดว่า คงต้องหาเรื่องทำอะไรสักอย่างแล้ว

    “ ข้าชื่อ มู่ต้า นี่น้องสาวข้า มู่ตี้”

    “ ข้าเฉินเสี่ยวเทียน” กำลังคิดจะหาเรื่องแต่พอฟังเรื่องราวของสองพี่น้องนี่แล้วก็คิดจะช่วยเหลือพวกเขาออกไปด้วย

    “ พวกเจ้าสองคนพี่น้อง ทำไมไม่หนีกลับไปตระกูลของเจ้าล่ะ”

    “ พวกเราเคยคิดหนี หลายครั้งแล้ว แต่ก็ถูกจับได้ แล้วอาตี้ก็ถูกตบตีทุกครั้ง

    ข้าสงสารน้อง เลยไม่กล้าหนีอีก”   เสี่ยวเทียนมองหน้าเด็กสาวที่รอยช้ำบวม มีรอยคราบน้ำตา สภาพเสื้อผ้าเนื้อดีแต่มีรอยฉีกขาด เปื้อนฝุ่นไปทั่ว ก็เลยยิ่งสงสารเข้าไปใหญ่  แล้วรถม้าก็วิ่งเข้ามาจอดในจวนเจ้าเมืองสุ่ย ทั้งหมดถูกต้อนให้มาอยู่ลานหน้าจวน มีพ่อบ้านคนหนึ่งยืนอยู่ด้านข้าง พร้อมกับชายชราคนหนึ่งที่นั่งอยู่ตรงกลาง

    “ เด็กผู้หญิงสี่คน พาไปอาบน้ำแต่งตัว แล้วพาไปเรือนกล้วยไม้แดง ส่วนเด็กผู้ชายพาไปเล้าหมูเหมือนเดิม” เด็กรับใช้ หลายคนพาอาตี้กับเด็กสาวอีกสามคนไปคนละทาง อาตี้แบะปากร้องไห้ กวักมือเรียกพี่ชายทันที

    “ พี่ใหญ่ พี่ใหญ่”

    “ อาตี้ไม่ต้องกลัว ไม่มีอะไร”  มู่ต้าเอ่ยปลอบน้องสาว ส่วนเสี่ยวเทียนมองหน้าชายคนที่มองอาตี้แล้วรู้สึกแปลก

    “ อาจารย์ ข้ารู้สึกว่า ตาแก่ที่นั่งอยู่มันมอง อาตี้กับเด็กสาวท่าทีแปลกๆ นะ!”

    “ ไอ้นี่เป็นเฒ่าลามก เจ้าต้องไปช่วยเด็กน้อยที่น่าสงสารเหล่านี้ ขืนปล่อยไป ได้ตายทั้งเป็นแน่”

    “ นี่มันคิดชั่วกับเด็กน้อยแค่ 4 ขวบเนี่ยนะ”

    “ มันโรคจิต!”

    เสี่ยวเทียนถูกพาไปที่เล้าหมู พอเห็นเด็กที่ถูกจับมาเป็นทาสหลายคน กำลังให้อาหารหมู แล้วด้านข้าง ก็มีที่พักแรงงานทาส มีฟางเป็นที่รองนอนข้างเล้าหมู

    “ พวกเจ้าคืนนี้นอนที่นี่ พรุ่งนี้ไปรายงานตัวกับพ่อบ้านตอนเช้า”  ผู้คุมที่พามาเอ่ยจบก็จากไป  เสี่ยวเทียนหันไปเอ่ยกับเด็กที่เหลืออีก 6 คนว่า

    “ ข้าจะหนีไปจากที่นี่ มีใครอยากตามไปไหม”

    แต่ละคนส่ายหน้า ไม่มีใครกล้าหนีสักคน ส่วนมู่ต้า ก็เอ่ยออกมาด้วยความเป็นห่วงน้องสาว

    “ เสี่ยวเทียนข้าสังเกตตาแก่นั่น ข้ารู้สึกกลัวว่าจะเกิดเรื่องกับอาตี้ ข้าต้องไปช่วยน้องสาวก่อน”

    “ ข้าจะพาพวกเจ้ากลับตระกูลเอง  เจ้ารอที่นี่ก่อน ข้าจะไปพาน้องสาวของเจ้ากลับมาเอง”  เสี่ยวเทียนเอ่ยจบ ก็เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว พอเข้าไปในเรือนกล้วยไม้สีแดง เห็นเด็กหญิงน้อยทั้งสี่คน ถูกตาแก่คนที่นั่งเก้าอี้ กำลังใช้แส้เฆี่ยนตีร่างของเด็กสาวตัวเล็ก จนเป็นแผลมีรอยเลือด ท่วมร่าง  อาตี้นอนตัวงอเป็นกุ้งร้องไห้ครวญครางด้วยความเจ็บปวด เด็กน้อยอีกสามคน ก็ส่งเสียงกรีดร้องดังลั่น คนรับใช้  มีอยู่แปดคนมองเหตุการณ์เหล่านี้ด้วยสายตาเมินเฉย  ตาแก่ส่งเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ขณะที่กำลังกระชากศรีษะ อาตี้มาตบตี แต่ว่ามันไม่อาจทำแบบที่มันคิดได้อีกแล้ว เพราะมีดาบเล่มหนึ่งพุ่งออกมาอย่างรวดเร็ว  ฉัวะ !! มือที่มันจับศรีษะของอาตี้ไว้ ถูกดาบที่ปล่อยออกมาจากมือเสี่ยวเทียน ตัดขาดไปทั้งข้อ  อ๊ากกกกก !!  ร่างของมันเลยเซถลาถอยหลังไปนอนร้องลั่น  เลือดของมันไหลท่วมอาตี้จนเลอะไปหมด

    คนรับใช้ทั้งแปด เห็นอย่างนั้น สองคนเข้าไปดูแลตาแก่โรคจิต ส่วนอีก หกคนชักดาบพุ่งเข้าใส่เสี่ยวเทียน อย่างรวดเร็ว แต่พอพวกมันเคลื่อนไหว ก็มีดาบพุ่งกลับเข้ามาในมือของเสี่ยวเทียน แล้วตวัดดาบเข้าใส่อย่างรวดเร็ว หัวคนรับใช้ทั้งหกคนกลิ้งตกไปสระน้ำ ในห้องนี้ จนกลายเป็นสระเลือด อีกสองคนพยายามพยุงร่างของชายแก่ เพื่อจะหนีออกจากที่นี่  พรึบ !!  เสี่ยวเทียนหายตัวมายืนต่อหน้า คนทั้งสาม  ฉัวะ ฉัวะ !!   หัวคนรับใช้สองคนขาดออกจากกันทันที

    “ อย่า อย่าทำอะไร้ข้าเลย ข้าเป็นพ่อของเจ้าเมืองสุ่ย เจ้าอยากได้อะไร ข้าจะหามาให้ !”  ตาแก่วัยใกล้ฝั่งโรคจิต รีบต่อรองกับเสี่ยวเทียน

    “ เด็กพวกนี้ก็เคย ร้องขอความเมตตาต่อเจ้า แล้วเจ้าทำอย่างไรกับพวกเด็กเหล่านี้ ! ตายไปซะ”   ฉัวะ !! เสี่ยวเทียนผ่าร่างของตาแก่ชั่ว ขาดเป็นสองซีก

    “ ท่านพ่อ” เสียงคนหลายคนเข้ามาใน เรือนกล้วยไม้สีแดงอีกสามสิบคน มีชายคนหนึ่งแต่งชุดเจ้าเมืองเป็นคนเรียกตาแก่นี้ว่าพ่อ คงจะเป็นเจ้าเมืองสุ่ย

    “ ไอ้เด็กบ้า แกสังหารพ่อข้าทำไม?”

    เสี่ยวเทียนไม่ตอบ รีบหาเสื้อผ้ามาคลุมร่างของเด็กน้อย ที่เสื้อผ้าขาดหลุดรุ่ย มีรอยบาดแผล ทั่วร่างกาย นั่งกอดเข่าร้องไห้ตัวสั่นด้วยความกลัว แล้วเอายาเม็ดรักษาตัวให้กินคนละเม็ด จากนั้นก็หันมามองเจ้าเมืองสุ่ย ที่รีบสั่งให้ลูกน้องเตรียมหน้าไม้ เพื่อยิงใส่เสี่ยวเทียน พร้อมกับเด็กสาวทั้งหมด

    “ เจ้าคงเป็นเจ้าเมืองซินะ  เจ้ารู้เห็น ที่พ่อโรคจิตของเจ้าทำกับเด็กๆ เหล่านี้หรือไม่?”

    “ ทาสเหล่านี้ข้าเป็นคนซื้อมา จะทำอะไรกับพวกมันก็ได้ แต่เจ้าบังอาจสังหารพ่อของข้า แกต้องตาย  ยิงมัน !” เจ้าเมืองสั่งให้ทหารยิงหน้าไม้เข้าใส่เทียนกับเด็กสาวทั้งหมดอย่างไม่ลังเลเลย  ฟิ้ว  ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ  ลูกดอกหน้าไม้ พุ่งเข้าใส่มาเป็นชุด แต่ว่าทั้งหมดล้วนหยุดนิ่งกลางอากาศ ไม่สามารถเข้าถึง เสี่ยวเทียนกับเด็กๆ ทั้งสี่คนได้เลย

    “ พวกแกก็สมควรตายตามไปด้วย” เสี่ยวเทียนสะบัดมือทีเดียว ลูกดอกที่ยิงมาล้วนพุ่งกลับไปหาคนที่ยิงมา ต่างถูกลูกดอกของตัวเองพุ่งเข้าเจาะที่หน้าผากล้วนตายพร้อมกันจนหมดสิ้น  ส่วนเจ้าเมืองเห็นเช่นนั้นก็โกรธแค้นยิ่งนัก พุ่งร่างที่อวบอ้วน ปล่อยฝ่ามือที่มีพลังระดับปราณจักรพรรดิ เข้าใส่เสี่ยวเทียน รวดเร็วปานสายฟ้า แต่เสี่ยวเทียนปล่อยเข็มสังหารสวนออกไป ถูกหน้าผากของเจ้าเมืองสุ่ยเข้าอย่างจัง จนกระเด็นหงายหลังไป นอนตายกลางเรือนกล้วยไม้ เสี่ยวเทียนพา เด็กๆ ทั้งสี่ล้างเนื้อล้างตัว แล้วพาออกจากที่นี่ทันที

    พออาตี้เห็นพี่ชายก็วิ่งเข้าไปกอดแน่นร้องไห้ และเล่าเรื่องทุกอย่างให้ฟัง มู่ต้าโกรธแค้นยิ่งนัก ทั้งคู่คุกเข่าขอบคุณเสี่ยวเทียนพร้อมกัน

    “ ลุกขึ้น เตรียมตัวกลับบ้านได้แล้ว” เสี่ยวเทียนเรียกเรือเหาะออกมา แต่ว่าเรือเหาะไม่สามารถบินได้ พอปล่อยสัมผัสไปออกไปพบว่าที่ดินแดนแห่งนี้มีแรงโน้มถ่วงมากกว่าด้านนอกสามเท่า คงต้องหาซื้อเรือเหาะ ลำใหม่เสียแล้ว

    จากนั้นเสี่ยวเทียนก็พาทุกคนไปนั่งรถม้าแล้วเดินทางออกจากจวนเจ้าเมืองสุ่ย ทิ้งความวุ่นวาย เอาไว้อย่างไม่สนใจ

    หลังจากที่เสี่ยวเทียนพาคนหนีออกไปแล้ว ก็มีชายหนุ่มคนหนึ่ง มากับชายวัยกลางคน ชายหนุ่มเห็นศพเจ้าเมือง ก็ก้มลงไปคุกเข่า

    “ อย่าเสียใจไปเลย ข้าให้สัญญา ข้าจะช่วยเจ้าแก้แค้นให้พ่อของเจ้าเอง”

    ชายวัยกลางคนแต่งชุดคล้ายกับพวกนักพรต เอ่ยปลอบใจ

    “ ไม่ ! แค้นครั้งนี้ ข้าเย่วเหอ  จะต้องจัดการด้วยมือของข้าเอง”  ชายหนุ่มวัย 20ปีเอ่ยด้วยเสียงคำรามออกมาอย่างโกรธแค้น

    “ ฝีมือพ่อของเจ้านั้น คนธรรมดาไม่อาจเอาชัยได้อย่างง่ายๆ แต่เจ้าเด็กน้อยคนนี้มันกลับใช้อาวุธลับลอบทำร้ายพ่อของเจ้า ช่างเจ้าเล่ห์จริงๆ” 

    “ ท่านอาจารย์รู้ไหมว่ามันเป็นคนสำนักไหน”   เย่วเหอเอ่ยปากถามมา

    “ ถ้าถามเรื่องอาวุธลับ ที่เก่งที่สุดในดินแดนบูรพา ต้องเป็นคนของตระกูลถัง แต่จะใช่หรือเปล่า ต้องส่งเข็มที่สังหารพ่อของเจ้า ส่งไปสอบถามที่  ประภาคารหยั่งรู้ อาจจะได้คำตอบ”

    “ ได้ ข้าจะส่งไปตรวจสอบ  ไม่ว่ามันจะเป็นใคร ข้าต้องสังหารมันกับมือให้ได้” เย่วเหอเอ่ยวาจาออกมาต่อหน้าศพของพ่อกับปู่ของตน

    ในขณะเดียวกัน เสี่ยวเทียนก็นั่งรถม้า แล้วพาเด็กสาว วัย 8 ปีมาด้วยสามคน โดยทั้งสามคนก็ไม่รู้จะไปไหน ทำให้เสี่ยวเทียน ต้องเอ่ยถาม มู่ต้า ว่าจะทำอย่างไรดี

    “ ให้พวกเธอไปอยู่ตระกูลมู่  ท่านปู่ของข้าใจดีมาก ท่านคงไม่ว่าอะไรหรอก”

    เสี่ยวเทียนได้ฟังก็เริ่มสบายใจ เวลาเห็นน้ำตาเด็กๆ แล้ว ไม่ค่อยสบายใจเท่าไร

    ทั้งหมดนั่งรถม้ามาสามวัน  ก็ถึงเขตนครหลวงตงฉี ใจกลางเมือง มีบ้านตระกูลมู่ตั้งอยู่ในเขตการค้า  ดูจากตัวคฤหาสน์แล้ว ล้วนไม่ธรรมดา มองแล้วยิ่งใหญ่ไม่น้อย พอคนเฝ้าประตูเห็น มู่ต้ากับมู่ตี้กลับมา ก็รีบแจ้ง ให้ผู้นำตระกูลทราบทันที

    “ อาต้า อาตี้ โอ้  ในที่สุดหลานย่าก็ยังมีชีวิตอยู่”  หญิงชราเดินเข้ามากอดมู่ต้ากับมู่ตี้ แน่น โดยมีผู้นำตระกูลมู่เข้ามายืนอยู่ด้านข้าง

    “ท่านปู่ ท่านย่า ท่านพ่อกับท่านแม่ตายแล้ว ฮือ ฮือ” อาตี้ส่งเสียงสะอื้นไห้เข้าสวมกอดท่านย่าร้องไห้โฮ

    “ ไม่เป็นไร ต่อไปจะไม่มีใครทำอะไรพวกเจ้าได้อีกแล้ว” ท่านปู่มู่ชิง เอ่ยปลอบใจหลานทั้งสองคน

    “ ท่านปู่ นี่คือ เฉินเสี่ยวเทียน เป็นคนที่ช่วยข้ากับอาตี้เอาไว้”

    เสี่ยวเทียนประสานมือคารวะออกไป

    “ อืม ยังเป็นเด็กน้อยแท้ๆ กลับเก่งกล้าไม่เลว เจ้าอยู่พักที่ตระกูลมู่กันก่อนข้าจะเลี้ยงต้อนรับ หลานข้าทั้งสองกลับมา”  ท่านปู่มู่ชิงก็จัดห้องให้เสี่ยวเทียนพัก ที่ด้านหลังเป็นที่พักที่เงียบสงบ ทันใดนั้นเอง อาจารย์ลู่เอินก็เอ่ยออกมาว่า

    “ บ้านตระกูลมู่ มีเส้นเลือดมังกรตัดผ่านบ้าน แต่ว่ามีคนตัดแนวเส้นมังกรจนขาดสะบั้น ทำให้คนในบ้านเกิดการล้มตาย ขืนปล่อยทิ้งแบบนี้ เส้นเลือดมังกรที่เหลือ จะกลายเป็นเส้นมังกรเลือดพิษ ทำให้ชะตาของตระกูลมู่อาจต้องไร้สิ้นลูกหลาน”

    “ ถ้าเช่นนั้น ให้ข้าไปเตือนพวกเขาดีไหม?”

    “ หากเจ้าไปบอกพวกเขามีแต่จะหัวเราะเยาะเจ้าน่ะซิ !”

    “ อ้าว แล้วจะทำอย่างไรดีล่ะ?” 

    “ ไปบอกพวกเขาว่า เจ้าถูกเจ้าแม่กวนอิมส่งมาช่วยพวกเขาก็แล้วกัน”

    “ อีกแล้วรึ? ”....

    คล้ายกับเรื่องเทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสี่ ตอนราชันเก้าพิภพ (จบแล้ว) ที่คุณอ่าน