ณ หมู่บ้านห้าวงแหวน
หลังจากเกิดการต่อสู้ครั้งใหญ่ในโรงเหล็ก นี่ก็ผ่านไปหนึ่งเดือนแล้ว แก๊งเฮยหลางได้ถูกกวาดล้างจนหมดสิ้น ดูเหมือนว่าเื่นี้จะไม่ได้สร้างผลกระทบให้กับเมือง Y แม้แต่น้อย
แก๊งไท่ซานแอบจัดการเก็บกวาดแก๊งเฮยหลางอย่างเงียบ ๆ อันที่จริงพวกเขาคิดว่าอาจจะถูกตระกูลหลิวกลับมาแก้แค้น
แต่วันเวลาผ่านไปพายุยังคงนิ่งสงบ ไร้ซึ่งการเคลื่อนไหวใด ๆ ภายในเมือง Y แห่งนี้
วันนี้คือวันที่ 1 เดือนมิถุนายน น่าเสียดายที่โลกใบนี้ไม่ได้มีเทศกาลงานวันเด็กเหมือนกับโลกก่อนหน้านี้ของเขา
แต่วันนี้ก็เป็วันพิเศษอีกหนึ่งวัน เพราะวันนี้คือวันที่นักเรียนสายศิลปะการต่อสู้จะได้รับการประเมินผลเพื่อเข้าร่วมการสอบเข้าวิทยาลัยศิลปะการต่อสู้
เซี่ยฮุยลุกขึ้นจากเตียงั้แ่เช้าตรู่
การประเมินในวันนี้ ไม่มีอะไรที่เขาต้องกังวล
ในฐานะของนักมวยที่เพิ่มเลเวลมาจนถึงเลเวล 9 คงไม่มีใครในเมือง Y ที่จะเป็ศัตรูของเขาได้
ที่เขารีบตื่นเช้าในวันนี้ก็เป็เพราะเขากลัวว่าจะนอนลืมเวลาและพลาดโอกาสที่จะเข้าทดสอบในวันนี้
ต่อให้แข็งแกร่งมากกว่านี้ แต่ถ้าพลาดโอกาสที่จะได้รับการประเมิน เขาก็หมดสิทธิ์ที่จะเข้าร่วมสอบเข้ามหาวิทยาลัย ดังนั้นเขาจึงต้องรีบตื่นั้แ่เช้า
ภารกิจ : ได้รับคุณสมบัติในการสอบเข้ามหาวิทยาลัยศิลปะการต่อสู้ สอบเข้ามหาวิทยาลัยศิลปะการต่อสู้อันดับหนึ่งของเมืองหลวง
รางวัล : ปลดล็อกอาชีพที่สอง
บทลงโทษ : รีสตาร์ทระบบ!
ให้ตายเถอะ! ระบบนี่ยิ่งอัปเดตก็ยิ่งพิลึกมากขึ้นเรื่อย ๆ
นี่เป็รูปแบบของระบบใหม่ ถ้าหากทำภารกิจไม่สำเร็จก็จะได้รับบทลงโทษด้วย
โคตรโหดเลย...ถึงขั้นรีสตาร์ทระบบใหม่เลยเหรอ?
เซี่ยฮุยไม่กล้าเดิมพันเื่นี้ แค่ได้ยินชื่อของมันเขาก็รู้แล้วว่ามันต้องกลับไปนับหนึ่งใหม่แน่ ๆ เขาไม่อยากกลับไปอยู่ในสภาพก่อนที่ระบบจะถูกปลดล็อกแบบนั้นอีกแล้ว
่นี้เขาเริ่มเข้าใจเกี่ยวกับระบบนี้มากยิ่งขึ้นแล้วด้วย
ขอใช้คำไม่กี่พยางค์สั้น ๆ เพื่อให้คำนิยามเ้าระบบนี่ : เอาแต่ใจ
แต่ความผิดเพี้ยนของมันนี่แหละที่ทำให้เซี่ยฮุยปล่อยให้มันทำทุกอย่างตามที่้า
ในเมื่อไม่สามารถทำอะไรมันได้ ถ้างั้นก็สนุกกับมันให้เต็มที่เถอะ
ภารกิจจากระบบที่ส่งออกมาโดยไม่ทันได้คาดคิด ทำให้แผนที่เซี่ยฮุยวางไว้ล้มเหลว จากเดิมที่ไม่ได้สนใจอะไรตลอดระยะเวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมา เขาจึงต้องกลับไปที่โรงเรียนเพื่อเจอหน้าเพื่อนฝูงและแสดงตัวตนว่าเขายังมีชีวิตอยู่
จะว่าไปบางครั้งการเสแสร้งแกล้งทำมันก็มีประโยชน์อยู่เหมือนกัน อย่างน้อย ๆ หลังจากผ่านไปหนึ่งเดือนเขาก็สามารถแสร้งบอกว่าตัวเองเป็หนุ่มน้อยผู้มีความมานะบากบั่นและฝึกฝนด้วยความยากลำบากตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้
เซี่ยฮุยไม่เพียงแต่จะสร้างภาพลักษณ์ให้ตัวเองเท่านั้น แต่เขายังสามารถเปลี่ยนทัศนคติของหลี่ต้าป้าวที่มีต่อเขาได้เป็อย่างมาก
แต่แท้จริงแล้วเขาก็แค่ควบคุมพลังของตัวเองผ่านหน้าต่างควบคุม ใส่ใจรายละเอียดและทำให้ทุกอย่างเป็ไปอย่างราบรื่นมากขึ้นก็เท่านั้น
เขาต้องควบคุมพลังเพื่อไม่ให้พลังของตัวเองสูงเกินไป และไม่แสดงความแข็งแกร่งทั้งหมดออกมาให้เกิดพิรุธ
หลังจากกินข้าวเช้าแบบง่าย ๆ แล้ว เซี่ยฮุยก็เหลือบมองเวลา ตอนนี้ใกล้จะได้เวลาไปโรงเรียนแล้ว เขารีบเปลี่ยนเสื้อผ้าและออกเดินทางทันที
อากาศร้อน ๆ ใน่เดือนมิถุนายน ถึงแม้ว่าจะเป็่เช้าตรู่ของวันและพระอาทิตย์เพิ่งจะขึ้นได้ไม่นาน แต่มันก็ร้อนผ่าวจนทำให้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาต้องก้มหน้าลงเล็กน้อยเพื่อไม่ให้แสงกระทบกับดวงตา
เซี่ยฮุยใช้สองมือล้วงกระเป๋าและเดินไปที่โรงเรียนด้วยท่าทางผ่อนคลาย
่เวลาที่แสนสงบใน่หลายวันมานี้ทำให้เขารู้สึกพึงพอใจเป็อย่างมาก ทว่าภายในใจของเขารู้ดีว่ามันเป็แค่่เวลาหนึ่งเท่านั้น
แม้ว่าเลเวลอาชีพนักมวยของเขาจะแตะเลเวล 9 มีสกิลที่แข็งแกร่งถึง 9 สกิล อีกทั้งยังเป็ผู้แข็งแกร่งสูงสุดของเมือง Y
แต่เหนือฟ้ายังมีฟ้า เมือง Y เป็เพียงแค่เมืองเล็ก ๆ ที่อยู่ติดกับชายแดนของอาณาจักรเซี่ยเฟิง
โลกใบนี้ยังมีผู้แข็งแกร่งกว่าเขาอีกนับไม่ถ้วน เขาต้องแข็งแกร่งกว่านี้เพื่อทำให้ตัวเองยืนอยู่จุดสูงสุดของโลก
“วู้ว...สู้ ๆ นะ ต้องได้รับคุณสมบัติในการสอบเข้ามหาวิทยาลัยให้ได้นะ”
“หนูต้องเชื่อมั่นในตัวเองนะ หนูมีความแข็งแกร่ง ยังไงก็ต้องได้รับการคัดเลือกแน่นอน”
“สู้เขานะไอ้ลูกชาย!”
“ถ้าทำไม่ได้ก็ไม่ต้องกดดันตัวเองนะ ถึงจะเดินสายศิลปะการต่อสู้ไม่ได้ พวกเราก็ยังเบนเข็มไปเรียนสายศิลปศาสตร์ได้อยู่นะ”
......
เหล่านักเรียนสายศิลปะการต่อสู้ที่เข้าร่วมการประเมินและเหล่าผู้ปกครองที่มาส่งต่างมายืนอออยู่บริเวณหน้าประตูใหญ่ของวิทยาเขตศิลปะการต่อสู้
เสียงะโโหวกเหวกของผู้คนทำให้วันนี้ดูมีชีวิตชีวาและคึกคักเป็อย่างมาก
เซี่ยฮุยมาที่นี่เพียงลำพังจึงไม่มีเสียงะโให้กำลังใจเหมือนคนอื่น ๆ แต่เขากลับไม่ได้สนใจสิ่งเหล่านี้ และคนอื่น ๆ ก็ไม่ได้สนใจเขาเช่นกัน
เซี่ยฮุยเดินผ่านกลุ่มคนจำนวนมากเข้ามาด้านในและมุ่งหน้าไปยังสนามสอบทันที
ไม่กี่วันก่อนครูภายในวิทยาเขตได้แบ่งสนามสอบไว้เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นวันนี้แค่เดินไปตามสถานที่สอบของตัวเองก็พอแล้ว
ถึงแม้ว่าตอนนี้จะยังเช้าอยู่ แต่หลังจากที่เซี่ยฮุยเดินทางมาถึงสนามสอบก็พบว่ามีคนมารออยู่ที่นี่เกือบครบแล้ว
สนามสอบคือห้องฝึกซ้อมที่เหล่านักเรียนใช้ฝึกในทุก ๆ วัน เนื่องจากครั้งนี้เป็การทดสอบประเมินผล ห้องฝึกจึงถูกเปลี่ยนให้กลายเป็สนามสอบชั่วคราว
มันก็ไม่ใช่เื่ยากเย็นอะไร ก็แค่ย้ายอุปกรณ์ในห้องฝึกทั้งหมดไปไว้ที่มุมห้องก็เท่านั้น
ห้องฝึกซ้อมเหล่านี้มีอยู่ทั้งหมด 30 กว่าห้องภายในวิทยาเขตศิลปะการต่อสู้ เนื่องจากฟังก์ชันที่แตกต่างกันจึงถูกกระจายอยู่ในสามอาคาร
วันนี้การประเมินผลที่เซี่ยฮุยต้องผ่านไปให้ได้มีทั้งหมดห้าด่าน
เนื่องจากเงื่อนไขที่มีอยู่อย่างจำกัด ดังนั้นผู้เข้าสอบแต่ละคนจำเป็ต้องแยกกันเข้ารับการทดสอบในสามอาคารนี้ ซึ่งการทดสอบจะต่อเนื่องตามตารางที่กำหนดไว้
รายการในการประเมินผลของเซี่ยฮุย : พลัง ความเร็ว พลังทางกายภาพและศิลปะการต่อสู้
หลังจากผ่านการประเมินสามด่านแรก จึงจะเข้ารับการประเมินในกลุ่มศิลปะการต่อสู้ซึ่งเป็ขั้นตอนสุดท้ายได้
ถ้าหากไม่ผ่านการประเมินอย่างใดอย่างหนึ่งในสามด่านแรกก็จะไม่ได้รับสิทธิ์ในการเข้าประเมินผลศิลปะการต่อสู้ นั่นก็เท่ากับว่าหมดคุณสมบัติที่จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยศิลปะการต่อสู้เช่นกัน
ตอนนี้เซี่ยฮุยมาถึงสนามทดสอบแล้ว และเขากำลังเข้ารับการประเมินเกี่ยวกับพลังเป็ด่านแรก
เวลา 09.45 นาที เหลือเวลาอีก 15 นาทีก็จะถึงเวลาทดสอบแล้ว
เ้าหน้าที่ผู้ประเมินการทดสอบเข้ามาด้านในสนามสอบแล้ว ส่วนนักเรียนที่เข้ารับการทดสอบพลังก็ทยอยเข้ามาด้านในแล้วเช่นกัน
หลังจากเข้ามาด้านในเหล่านักเรียนก็ยืนจัดแถวเป็ระเบียบโดยที่ไม่ต้องรอให้เ้าหน้าที่ออกคำสั่ง
ไม่มีเสียงกระซิบพูดคุยจากคนรอบข้าง นักเรียนส่วนใหญ่ต่างอยู่ในโหมดเคร่งขรึมและกวาดตามองไปรอบ ๆ
นอกจากผู้ที่เข้ารับการทดสอบและอุปกรณ์ฝึกซ้อมที่ถูกย้ายไปกองอยู่มุมห้อง ก็ไม่มีของชิ้นอื่นนอกเหนือจากนี้ อุปกรณ์ที่จะใช้ทำการทดสอบเหล่านักเรียนก็ไม่มีให้เห็นแม้แต่ชิ้นเดียว
จะประเมินพลังของนักเรียนยังไง? เกณฑ์การตัดสินคืออะไร?
เวลาล่วงเลยผ่านไป ในที่สุดก็ใกล้ถึง่เวลาทดสอบ
“อะแฮ่ม”
เ้าหน้าที่คุมสอบมองดูเวลาบนสายรัดข้อมือ หลังจากไอกระแอมหนึ่งครั้งเขาก็พูดขึ้นว่า “เอาเข้ามาได้”
แอ๊ด!
ประตูถูกเปิดออก ร่างของชายกำยำสองคนนำแผ่นกั้นสี่เหลี่ยมที่มีความสูงเท่ากับความสูงของคนหนึ่งคนเข้ามาด้านใน
หลังจากวางลงข้าง ๆ เ้าหน้าที่คุมสอบ เหล่านักเรียนที่อยู่ภายในห้องก็พบว่ามันไม่ใช่แผ่นกั้นธรรมดา แต่มันคือแผ่นตรวจวัดแรงฟองน้ำรุ่นใหม่ล่าสุด
“เชี่ย!”
“จบเห่แล้ว ทำไมถึงเป็เ้านี่วะเนี่ย”
“ต้องใช้แรงปะทะไม่ต่ำกว่า 800 KG ถึงจะสามารถประเมินตัวเลขได้ การประเมินผลของปีนี้ทำไมถึงยากขนาดนี้เนี่ย!”
......
เมื่อเห็นแผ่นตรวจวัดแรงฟองน้ำ เหล่าผู้เข้ารับการประเมินก็เกิดอาการแตกตื่น
“อะแฮ่ม!”
ท่ามกลางเสียงพูดคุยของเหล่าผู้เข้ารับการประเมิน ผู้ประเมินการทดสอบจึงพูดขึ้นว่า “นักเรียนสายศิลปะการต่อสู้ในปีนี้ไปไกลกว่าปีก่อน ๆ มาก แต่คุณสมบัติในการสอบเข้าของมหาวิทยาลัยก็สูงมากเช่นกัน ดังนั้นเกณฑ์การประเมินในปีนี้ก็อาจจะสูงกว่าปีที่แล้วเล็กน้อย”
เล็กน้อย! ผู้ประเมินการทดสอบไม่รู้สึกกระดากปากบ้างเหรอที่พูดประโยคนี้ออกมา?
“ก็แค่สูงกว่าเล็กน้อยเท่านั้น...”
เมื่อเห็นสายตาที่น่าสะพรึงกลัวของผู้เข้ารับการทดสอบที่ยืนอยู่แถวแรก ผู้ประเมินการทดสอบก็ชะงักไปเล็กน้อยและพูดต่อไปว่า “วิธีการสอบเข้ามหาวิทยาลัยของปีนี้มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมนิดหน่อย และยกระดับเกณฑ์มาตรฐานในการคัดเลือกที่สูงขึ้นด้วย สิ่งนี้ได้ถูกกำหนดโดยการปรึกษาหารือกับทางโรงเรียน นอกจากนี้ไม่ได้มีแค่การทดสอบด่านนี้เท่านั้น การทดสอบด่านอื่น ๆ ก็มีเกณฑ์ในการวัดที่สูงขึ้นด้วยเช่นกัน”
ดูเหมือนว่าคำพูดของเขายังไม่สามารถทำให้ผู้เข้ารับการทดสอบสงบสติอารมณ์ได้ ผู้ประเมินการทดสอบจึงใจดีบอกข้อมูลเพิ่มเติมอีกเื่หนึ่ง
ผู้ประเมินการทดสอบกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “การคัดเลือกในครั้งนี้ยังคงเป็ไปตามกฎก่อนหน้า พวกเธอสามารถตัดสินใจได้ด้วยตัวเอง ถ้าหากคิดว่ารับไม่ไหวก็ถอนตัวได้แล้วค่อยเข้ารับการประเมินใหม่อีกครั้งในปีหน้า”
“ถอนตัวได้ด้วยเหรอ?”
ผู้เข้ารับการทดสอบที่ถูกกดดันต่างหายใจไม่ทั่วท้อง ทว่ากลับไม่มีใครถอนตัวจากการเข้ารับการประเมินแม้แต่คนเดียว
ผู้ประเมินการทดสอบพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ “คนที่เดินสายศิลปะการต่อสู้ในยุคของฉันไม่เคยมีใครย่อท้อและไม่มีใครหวั่นเกรง หากมีใครที่คิดจะยอมแพ้และถอนตัวออกจากการเข้ารับการประเมินในครั้งนี้ ถ้าเช่นนั้นก็ดีใจด้วยเพราะการสอบเข้ามหาวิทยาลัยศิลปะการต่อสู้ใน่เวลาห้าปีต่อจากนี้จะไม่เกี่ยวกับบุคคลผู้นั้นอีก”
เซี่ยฮุยพบว่าอาจารย์ผู้มีใบหน้าและท่าทางที่ซื่อตรง ทว่าในความเป็จริงเขากลับไม่ได้เป็คนซื่อ ๆ อย่างที่เห็น
พูดโน้มน้าวในให้ถอนตัวออก จากนั้นก็ค่อยพูดผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นหากถอนตัวออกจากการประเมินในครั้งนี้ เมื่อเห็นว่าไม่มีใครตกหลุมพรางเขาก็แอบเห็นแววตาผิดหวังที่ส่งออกมาจากผู้ประเมินการทดสอบผู้นั้น ช่างชั่วร้ายจริง ๆ
“เอาล่ะ ถ้างั้นเรามาเริ่มการประเมินกันเถอะ”
ผู้เข้ารับการประเมินคนแรกคือผู้ชาย เขาก้าวเท้าไปด้านหน้าด้วยน้ำหนักเท้าที่หนักแน่น จากนั้นก็ขึ้นหยุดยืนอยู่ตรงหน้าแผ่นตรวจวัดแรงฟองน้ำที่อยู่ตรงหน้า
เขาขยับเท้าขวาถอยหลังไปเล็กน้อยและดึงหมัดขวากลับไปด้านหลัง วินาทีต่อมาหมัดของเขาก็ซัดเข้าใส่แผ่นตรวจวัดแรงฟองน้ำจนสุดกำลัง
850kg!
เมื่อเห็นตัวเลขที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า ชายคนนั้นก็แอบถอนหายใจออกมาเบา ๆ ด้วยความโล่งอก หลังจากนั้นเขาก็หันไปมองผู้ประเมินการทดสอบ
“ไม่เลว”
ผู้ประเมินการทดสอบพยักหน้าเบา ๆ จากนั้นก็หันไปยิ้มให้นักเรียนชายคนนั้น “ยังไม่ถึงเกณฑ์ เธอยังมีโอกาสอีกสองครั้ง”
“พูดเป็เล่น 850kg แต่ยังไม่ถึงเกณฑ์อีกเหรอ”
“พระเ้า ฉันรู้สึกถึงลางสังหรณ์ไม่ดีขึ้นมาเลย”
......
ความเงียบถูกทำลายลงโดยเสียงของเหล่าผู้เข้ารับการประเมินที่อยู่ในห้อง คะแนนสูงขนาดนี้แต่กลับถูกประเมินว่าไม่ถึงเกณฑ์ เหล่าผู้รับการประเมินจึงเริ่มวิจารณ์กันไม่หยุดปาก
“เงียบเสียง!”
เพียงสองพยางค์สั้น ๆ ที่ผู้ประเมินการทดสอบเปล่งเสียงออกมา กลับดังก้องไปทั่วทั้งห้องจนหูของผู้เข้ารับการประเมินแทบดับ วินาทีต่อมาภายในห้องก็เข้าสู่ความเงียบอีกครั้ง
เมื่อเห็นท่าทางตกตะลึงของเหล่าผู้รับการประเมิน ผู้ประเมินการทดสอบก็พูด “ต่อไป!”
สีหน้าของชายผู้รับการประเมินคนแรกเริ่มเปลี่ยนสีเล็กน้อย หมัดที่ถูกส่งออกไปก่อนหน้านี้ดูเหมือนว่าจะเป็คะแนนที่ดีที่สุดของเขาแล้ว
เขารู้ดีว่าต่อให้ชกอีกร้อยครั้งก็ไม่มีทางที่จะทำคะแนนให้ดีกว่าครั้งแรกได้
แต่เขาก็ยังไม่ยอมแพ้ เขาสูดหายใจเข้าเต็มปอดและถอยหลังออกไปเพื่อเตรียมตัว
หลังจากถอยออกไป 2-3 ก้าวเขาก็พุ่งทะยานเข้ามาอีกครั้ง
วินาทีที่อยู่ห่างจากแผ่นตรวจวัดแรงฟองน้ำเพียงหนึ่งก้าว เขาก็ฮึดสู้อีกครั้ง และซัดหมัดขวาออกไปแนวเส้นทแยงมุม
900kg!
ตัวเลขปรากฏขึ้น้าแผ่นตรวจวัดแรงฟองน้ำทันทีที่หมัดของเขาปะทะเข้าใส่
“ผ่าน!”
ผู้ประเมินการทดสอบพยักหน้าและประกาศให้ชายผู้เข้ารับการประเมินคนแรกผ่านการทดสอบในด่านแรก จากนั้นเขาก็ใช้มือกดไปที่สายรัดข้อมือของชายคนนั้นเพื่อติ๊กเครื่องหมายถูกลงบนหมวดทดสอบด่านแรก
ผู้ชายคนนั้นรีบยกมือขึ้นทำความเคารพผู้ประเมินการทดสอบด้วยท่าทางตื่นเต้น จากนั้นก็รีบออกจากห้องไปในทันที
“คนต่อไป”
“ผ่าน!”
“คนต่อไป”
“แก้ตัวครบสามครั้งแล้ว ไม่ผ่าน!”
“คนต่อไป”
“ไม่ผ่าน!”
......
ผู้ประเมินการทดสอบประเมินเหล่าผู้รับการทดสอบอย่างรวดเร็ว มีทั้งที่ผ่านั้แ่ครั้งแรกและไม่ผ่านทั้งสามรอบ
เซี่ยฮุยยืนอยู่ด้านหลังสุดและมองคะแนนทดสอบที่อยู่ตรงหน้า ตอนนี้คะแนนสูงสุดคือ 1,100kg
ดูเหมือนว่าภายในสนามสอบนี้ ยังไม่มีผู้มีพร์ปรากฏตัวออกมาสินะ
900kg!
ดูเหมือนว่านี่จะเป็ตัวเลขมาตรฐานในการสอบรอบนี้ คนที่อยู่ที่นี่ต่างก็เป็กลุ่มคนผู้มีสติปัญญา ไม่มีใครไม่รู้จักวิธีการหลบซ่อนทักษะของตัวเองหรอก
ตัวเลขเพื่อที่จะผ่านเกณฑ์ของด่านนี้ชัดเจนมาก แต่ทุกคนก็ยังใช้พละกำลังทั้งหมดที่มี เซี่ยฮุยจึงอดคิดไม่ได้ว่าการปล่อยพลังทั้งหมดที่มีจะเป็ประโยชน์ในภายหลังหรือเปล่า
“ฉันจะใช้พลังกี่เปอร์เซ็นต์ดีนะ?”
เซี่ยฮุยพึมพำภายในใจ อีกไม่นานก็จะถึงคิวของเขาเข้ารับการประเมินแล้ว
“แหม ปล่อยพลังมากไปก็ไม่ดีเท่าไหร่ งั้นใช้พลังสองเท่าก็แล้วกัน”
เมื่อได้ยินผู้ประเมินการทดสอบเรียกชื่อของตัวเอง เซี่ยฮุยก็ตัดสินใจได้ในทันทีว่าเขาจะเปิดใช้พลังเท่าไหร่เพื่อผ่านการประเมินในครั้งนี้ คิดเช่นนั้นเขาก็ก้าวเท้าไปด้านหน้าด้วยท่าทางผ่อนคลาย...