แตกหัก
“อาเฉิน นายพูดว่าอะไรนะ?” ปากวนรู้สึกว่าตัวเองได้ยินผิดไป เขาจึงจ้องมองไปที่ไป๋เฉินเขม็ง ส่วนหยงกั้วและคนอื่นๆ ได้แต่ขมวดคิ้วขึ้นมาด้วยความไม่พอใจ
“ฉันไม่เคยคิดเลยว่านายจะหูหนวกอากวน ฉันบอกให้นายและพวกของนายไสหัวไป!” ไป๋เฉินเตรียมตัวที่จะแก้แค้นปากวนแล้ว เขารู้ว่าปากวนจะไม่มีทางไสหัวไปตามคำพูดของเขาแน่
“ฮ่าฮ่าฮ่า!”
ได้ยินคำพูดของไป๋เฉิน ปากวนต้องหัวเราะออกมาเสียงดัง เขาไม่เคยคิดเลยว่าจะมีวันนี้ วันนี้ไป๋เฉินกล้าพูดกับเขาแบบนี้ ซึ่งมันไม่ได้เป็นเรื่องที่ไม่ดีสำหรับเขา
ความจริงเขาคิดว่าตัวเองหลอกใช้ไป๋เฉินมาพอแล้ว ถึงเวลาที่จะสั่งสอนอีกฝ่ายสักที และตอนนี้ มันก็เป็นโอกาสชั้นดีเลยที่ไป๋เฉินกล้ามาหาเรื่องเขา เขาจะได้หาข้ออ้างกระทืบไป๋เฉินได้อย่างสบายๆ
“กล้าพูดดีนี่หว่า ลูกพี่กวน ให้พวกเรากระทืบมันเลยไหม?” หยงกั้วรู้สึกไม่พอใจต่อคำพูดของไป๋เฉินอย่างมาก เขามีสีหน้าดุร้าย เมื่อมองไปที่ใบหน้าที่ไม่ทุกข์ร้อนของไป๋เฉิน
แน่นอนว่าไม่ใช่แค่หยงกั้วคนเดียวที่ไม่พอใจ ลูกน้องปากวนอีกสามคนก็รู้สึกไม่พอใจเหมือนกัน พวกเขามีสีหน้าที่บ่งบอกว่าพร้อมที่จะกระทืบไป๋เฉินแล้ว
ทางด้านเฉียนเป่ยได้แต่งุนงง เขาไม่คิดเลยว่าจะมีคนมาช่วยเขา และคนๆ นั้นเขาก็รู้จักเป็นอย่างดี ผู้ที่มีคะแนนเป็นอันดับ 1 ของห้องมาโดยตลอดไป๋เฉิน
เขาไม่เคยได้พูดคุยกับไป๋เฉินมาก่อน เขาจึงไม่รู้ว่าทำไมไป๋เฉินถึงอยากที่จะช่วยเขา
แต่ว่าด้วยสิ่งที่เขาทำ ก็ทำให้เฉียนเป่ยรู้สึกขอบคุณไป๋เฉินจากก้นบึ้งของหัวใจ เขาเตรียมที่จะบอกให้อีกฝ่ายไม่ต้องมายุ่งเรื่องนี้
เพราะในสายตาของเขาแล้ว ไป๋เฉินคงจะไม่มีความสามารถพอที่จะจัดการกับพวกปากวนทั้งห้าคนได้
อย่างไรก็ตาม เขาก็ไม่มีโอกาสได้พูด เนื่องจากปากวนเริ่มวิ่งออกไปหาไป๋เฉินแล้ว ใบหน้าของปากวนในตอนนี้ไม่มีรอยยิ้ม มีแต่ความโกรธ
“อยากถูกกระทืบมากนักใช่ไหม? ไอ้กระจอก!”
เห็นได้ชัดว่าปากวนไม่ต้องการที่จะใช้หยงกั้วและลูกน้องคนอื่นๆ ของตัวเองกระทืบไป๋เฉิน เพราะเขาต้องการเป็นคนกระทืบเอง!
ในวันนี้ความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อนของเขากับไป๋เฉินได้มาถึงจุดแตกหักแล้ว!
ไป๋เฉินมองร่างของปากวนที่วิ่งเข้ามาหา เขาก็ไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวเลย เขาพบว่าการวิ่งของปากวนมันช้ามาก เขาเหมือนกับมองเห็นภาพสโลโมชั่นไม่มีผิดเลย ดูเหมือนว่านี่จะเป็นความสามารถจากทักษะต่อสู้ระดับต่ำที่เขาได้รับมา
“กินหมัดของบิดาซะ!” ปากวนตะโกนขึ้น ก่อนจะเหวี่ยงหมัดเข้าใส่ใบหน้าของไป๋เฉิน เขาไม่คิดที่จะออมแรงไว้ เขาเหวี่ยงด้วยแรงทั้งหมดของเขา
หยงกั้วและคนอื่นๆ อีกสามคนต่างยิ้มสะใจ เมื่อเห็นว่าปากวนลงมือแล้ว พวกเขาคิดว่าไป๋เฉินคงจะมีสภาพไม่ต่างจากผ้าขี้ริ้วแน่ๆ เมื่อถูกปากวนต่อยและกระทืบ
“ยะ...หยุดนะ!”
เฉียนเป่ยต้องตะโกนออกมาด้วยความตื่นตระหนก เขาเองก็คิดไม่แตกต่างจากพวกหยงกั้วเท่าไหร่ เขาคิดว่าไป๋เฉินจะต้องเจ็บหนักแน่ ถ้าหากถูกหมัดของปากวนเข้าไปที่ใบหน้า
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทุกคนคาดไม่ถึงก็เกิดขึ้น ไป๋เฉินค่อยๆ ยื่นมือออกไปมารับหมัดของปากวน
ตึก!
เสียงของหมัดที่กระทบกับฝ่ามือสามารถได้ยินมา ใบหน้าของปากวนต้องเปลี่ยนไป เขารู้สึกราวกับว่าตัวเองได้ชกเหล็กไปอย่างไรอย่างนั้น หมัดที่ชกออกไปของเขาสั่น รู้สึกเจ็บปวดเป็นอย่างมาก
หมัดของเขาพลันคลายออกและห้อยลงมา เป็นที่แน่นอนแล้วว่าข้อมือของเขาหัก มันได้หักไปอย่างชัดเจนและง่ายดาย เพียงชกไปถูกฝ่ามือของไป๋เฉินเท่านั้น!
“อ้ากกก!” ปากวนได้แผดร้องออกมา ก่อนจะทรุดลงคุกเข่ากับพื้น ใบหน้าของเขาได้ถอดสี แสดงถึงความเจ็บปวดอย่างมากออกมา
“ละ...ลูกพี่กวน!”
หยงกั้วและคนอื่นๆ อีกสามคนต่างร้องออกมาอย่างแตกตื่น เมื่อพวกเขาพบเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น พวกเขารู้สึกไม่อยากจะเชื่อเท่าไหร่นัก ที่คนแข็งแกร่งอย่างปากวนในสายตาของพวกเขา จะถูกไป๋เฉินเล่นงานเอาได้
“แก้แค้นให้ลูกพี่กวน!” หยงกั้วตะโกนออกมา เขาเป็นเหมือนกับหัวหอก เลือกที่จะไม่สนใจอาการบาดเจ็บของปากวนก่อน เพราะเขากลัวว่าไป๋เฉินจะวิ่งหนีไปได้
คนอื่นๆ ก็เข้าใจในจุดนี้ ต่างพากันวิ่งออกไปล้อมไป๋เฉินไว้พร้อมกับหยงกั้ว สีหน้าของพวกเขาดูจริงจังอยู่ไม่น้อย เนื่องจากคนที่จัดการกับปากวนได้ต้องมีฝีมือชกต่อยพอตัว
แต่ในความคิดของพวกเขา คนๆ เดียวจะสู้คนหมู่มากได้ยังไง ทำให้พวกเขาไม่ค่อยกังวลเท่าไหร่ คิดว่าสามารถกระทืบไป๋เฉิน ล้างแค้นให้กับปากวนได้อย่างง่ายดายอยู่แล้ว
ไป๋เฉินทำเหมือนกับไม่สนใจว่าตัวเองถูกล้อมอยู่ เขาก้มลงมองปากวนที่กุมข้อมือของตัวเองด้วยสีหน้าเจ็บปวดและซีดขาว ก่อนจะพูดออกมาเสียงเย็นชา
“จำไว้ปากวน ต่อไปอย่ามาให้ฉันเห็นหน้าอีก ไม่งั้นจะไม่แค่ข้อมือของแกที่หัก แต่ฉันจะหักขา หักแขนของแกด้วย!”
หลังจากพูดจบเขาก็ไม่ได้รอให้ปากวนได้ตอบอะไร เขายกขาขึ้นเตะไปที่ใบหน้าของปากวน ทำให้ร่างของปากวนกระเด็นไปถูกลูกน้องของตัวเองคนหนึ่งและปลิวออกไปพร้อมกัน
ร่างของปากวนและลูกน้องของเขาคนนั้น ได้ปลิวออกไปชนเข้ากับกำแพงและสลบ...หมดสติไปทั้งคู่!
“แกกล้า! พวกเรารุมมัน!”
หยงกั้วมีสีหน้าไม่อยากจะเชื่ออยู่บ้าง แต่เขาก็ตั้งสติอย่างรวดเร็ว เขารีบตะโกนออกมาอย่างเร่งรีบ
คนอื่นๆ ที่เหลืออยู่สองคนก็พยักหน้า และจะวิ่งเข้าไปรุมทำร้ายไป๋เฉิน
แต่น่าเสียดายที่พวกเขาช้าไป หมัดของไป๋เฉินได้ชกใส่ใบหน้าของพวกเขาคนละหนึ่งหมัด ส่งร่างของพวกเขาปลิวกระเด็นออกไปชนกำแพง จนสลบตามพวกปากวนไป
“บ้าเอ้ย!”
หยงกั้วเห็นท่าไม่ดี เขาคิดที่จะหนีขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ เขาพลันหมุนตัวเตรียมจะวิ่งหนี ไม่คิดที่จะล้างแค้นให้ปากวนแล้ว เพราะดูจากที่ไป๋เฉินจัดการปากวนและอีกสามคนได้ การจัดการเขาก็ไม่ใช่เรื่องยาก
เมื่อเป็นแบบนี้แล้ว เขายังจะอยู่ให้เจ็บตัวทำไม?
แต่น่าเสียดายที่เขายังไม่ได้วิ่งหนี เขาก็มองเห็นดาวระยิบระยับ หมัดของไป๋เฉินได้ตอกใส่หน้าเขาอย่างจัง!
จบบทที่ 18