“เอาวะ ลองต้มดูก่อน”ชายหนุ่มกล่าวออกมาก่อนจะเดินไปในครัวข้างหลังร้านเขาจัดการเอาหม้อขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เขาจะหาได้ ซึ่งมันก็เป็หม้อสแตนเลสขนาด 12L มาใส่น้ำก่อนจะยกขึ้นไปบนเตาแก๊สแล้วจุดไฟ
พรึ่บ ปุด ปุด
ผ่านไปประมาณสิบนาทีน้ำก็เริ่มเดือดชายหนุ่มไม่คิดอะไรมากโยนแผ่นหยกลงไปทันทีแต่เมื่อมาคิดดูก็พบว่าเขาลืมอะไรบางอย่าง
[“ระบบ! หยกแผ่นนี้มันต้มกับน้ำได้กี่ลิตร? แล้วใช้เวลาต้มนานขนาดไหน”] ชายหนุ่มลองถามระบบในใจดูจะให้เขาพูดนเดียวตลอดถ้าคนอื่นมาเห็นเข้าคงจะโดนหาว่าบ้าเอาได้
[“ไม่ควรใช้น้ำเกิน 20 ลิตรต้มครั้งละหนึ่งชั่วโมง”] เสียงไร้อารมณ์ตอบกลับมา
[“แล้วถ้าใช้น้ำเกินหรือต้มเร็วไปหรือต้มนานกว่านั้นล่ะ”] ชายหนุ่มยังคงถามต่อเขาค่อนข้างเป็คนขี้สงสัยอยู่แล้ว
[“ถ้าใช้น้ำมากเกินไปการจะทานยาเพื่อให้เห็นผลก็ต้องกินน้ำต้มให้มากกว่าปกติ ยกตัวอย่างถ้าต้มกับน้ำ 20ลิตร การจะกินน้ำต้มเพื่อรักษาโรคภายในร่างกายเพียงแค่กินน้ำต้มให้ครบหนึ่งลิตรภายในหนึ่งวันก็หายดีแล้ว”]
[“ส่วนที่ผู้ใช้งานต้มด้วยน้ำ 12 ลิตรเพียงกินน้ำต้ม 600 มิลลิลิตรก็จะได้ผลลัพธ์เดียวกันส่วนการต้มนานเกินไปไม่มีผลเสียอะไร แต่ถ้าต้มเร็วกว่าหนึ่งชั่วโมงน้ำต้มจะยังไม่ได้ฤทธิ์ยาจากแผ่นหยกไป”]
หลังจากระบบอธิบายจบชายหนุ่มก็พอจะเข้าใจวิธีการต้มยาจากแผ่นหยกคร่าวๆ แล้ว แต่เขาก็ยังคงสงสัยอยู่ดีว่ามันจะได้ผลจริงไหมตอนนี้ก็ได้แต่เก็บความสงสัยไปก่อนแล้วเอาน้ำต้มนี้ไปขายที่ร้านขายยาดู
“โอ๊ยย ร้อน”ชายหนุ่มกำลังจะทดลองตักน้ำต้มขึ้นมากินก็ถึงกับสะบัดช้อนทิ้งเพราะมันร้อน!
“แบ่งใส่ขวดน้ำดื่มขวดเล็ก ขวดละ 650ml.เอาไปสักสิบขวดก่อนก็แล้วกัน”ว่าแล้วเขาก็เดินหาขวดใส่น้ำมือหนึ่งที่ยังไม่ผ่านการใช้งานมาแบ่งกรอกน้ำต้มแผ่นหยกสิบขวด ก่อนจะยัดขวดเ่าั้เข้าไปในกระเป๋าเป้สีดำ
ด้วยความยากจนทำให้ชายหนุ่มไม่มีแม้แต่รถจักรยานยนต์แต่ก็ยังดีที่เขามีรถจักรยานระบบตีนถีบด้วยความที่ต้องปั่นจักรยานทุกวันทำให้ร่างกายของเขาไม่อ้วนและไม่ผอมอยู่ในสมส่วนเหมือนคนทั่วไป เขามุ่งหน้าไปยังร้านยาที่ใกล้ที่สุดทันที
“ไปให้พ้น! ที่นี่ไม่ต้อนรับขอทานอย่างแกยาที่แกมีก็คงไปเก็บจากถังขยะแล้วเอามาแอบขายล่ะสิ”นี่คือเสียงตอบรับหลังจากที่ชายหนุ่มเข้าไปเสนอยาต้มของเขาให้กับร้านแห่งแรก
แต่จนแล้วจนรอดเข้าไปสอบถามมาห้าร้านแล้วก็ไม่มีสักที่จะสนใจซื้อน้ำต้มยาของเขาทุกที่ล้วนขับไล่เขาออกมาทั้งหมด โดยไม่แม่แต่จะขอดูน้ำต้มยาด้วยซ้ำทำให้ชายหนุ่มตัดสินใจไปยังร้านที่ใหญ่ที่สุดในถนนเส้นนี้แทน
ร้านถงเล่อเป็ร้านขายยาที่มีชื่อเสียงที่สุดในถนนเหอเป่ยในแต่ละวันมีผู้คนเข้าออกร้านนี้ไม่ต่ำกว่าหนึ่งพันคนร้านแห่งนี้ขายเฉพาะยาจีนโบราณ ยาสมุนไพร ยาต้ม ไม่ขายยาสามัญของโรงพยาบาลทำให้เป็ที่นิยมของคนในพื้นที่แห่งนี้เป็อย่างมาก
“สวัสดีครับ ้าซื้อยาตัวไหนบอกอาการกับผมคร่าวๆได้เลยนะครับ”พนักงานกล่าวทักทายทันทีเมื่อเห็นว่ามีคนเดินเข้าร้านมา
“เอ่อ.. ผมไม่ได้มาซื้อยาหรอกครับแต่มียามาขาย” ชายหนุ่มกล่าวออกมาด้วยท่าทางไม่มั่นใจเพราะเขาค่อยจะเข้าร้านยามากเท่าไหร่นัก
“อ๋ออ ถ้าอย่างนั้นรบกวนนำออกมาให้ผมดูได้ไหมครับ”ดูเหมือนพนักงานร้านนี้จะถูกอบรมมาเป็อย่างดีเพราะถึงแม้ชายตรงหน้าของเขาจะใส่แค่เสื้อยืด กางเกงยีนเก่า ๆก็ไม่ได้แสดงท่าทางรังเกลียดอะไรออกมา
“ได้ครับ ๆนี่เป็ยาน้ำต้มสูตรลับของบ้านผมเองมันรักษาโรคภายในร่างกายได้เกือบทุกโรคเลยนะครับ”ชายหนุ่มรีบเอาขวดน้ำออกมาหนึ่งขวดทันทีความจริงเขาก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสรรพคุณมันจริงเท็จแค่ไหนการทีเขามาวันนี้ก็เพื่อจะให้ร้านขายยาช่วยตรวจสอบให้ด้วยนั่นแหละ
ครึ่งหลัง
“อืมในกรณียาน้ำแบบนี้ทางร้านเราต้องมีการตรวจสอบและยืนยันสรรพคุณก่อนว่ามันจะได้ผลจริงๆ ถึงจะรับซื้อนะครับ ไม่ทราบว่าคุณสะดวกให้ทางร้านนำตัวอย่างไปตรวจสอบไหม” พนักงานกล่าวถามออกมา หลังจากลองเปิดขวดน้ำดมดูเขาพบว่ามันไม่มีกลิ่นสมุนไพรอะไรเลย ส่วนการชิมนั้นเขาไม่ได้ทำเพราะไม่กล้าเสี่ยง
“มันใช้เวลานานไหมครับ แล้วผมต้องทำอะไรบ้างมีค่าใช้จ่ายไหม” ชายหนุ่มถามไปทั้งเนื้อทั้งตัวเขาเหลืออยู่แค่ห้าพันกว่าหยวน
“ในร้านเรามีแลปวิเคราะห์อยู่ครับ ใช้เวลาแค่หนึ่งชั่วโมงผลก็ออกมาแล้วค่าใช้จ่ายจะอยู่ที่500 หยวนต่อหนึ่งเทสครับ” หนักงานชายยังคงแนะนำด้วยความสุภาพ
“งั้นผมรบกวนหน่อยนะครับ นี่เงิน 500 หยวน” ชายหนุ่มหยิบเงินยื่นให้กับพนักงานไปพนักงานก็ส่งกระดาษให้กรอกรายละเอียดต่างๆเช่นชื่อผู้นำส่ง เบอร์โทร ชนิดยาสรรพคุณ รายละเอียดการตรวจ เวลารับผล
“เชิญคุณลูกค้านั่งรอที่ด้านข้างได้เลยนะครับอีกหนึ่งชั่วโมงหลังผลออกมาแล้วผมจะแจ้งให้ทราบเอง”พนักงานกล่าวออกมาพลางผายมือไปยังผนังด้านหนึ่งซึ่งมีโซฟาและเก้าอี้ท่าทางสบายเตรียมไว้
‘ของมีราคามันดีอย่างนี้นี่เองถ้าเรามีเงินก็อยากจะหาไว้ที่ร้านบ้างจัง’ชายหนุ่มเดินไปนั่งที่เก้าอี้สีโซไฟครีมซึ่งไม่มีคนนั่งอยู่ แล้วนั่งลงไปตัวของเขาเหมือนจมลงไปในฟองน้ำ ให้ความรู้สึกนุ่มสบายไปทั้งตัว
ช่างแตกต่างจากเก้าอี้ที่ร้านของเขาเหลือเกินเป็แค่เก้าอี้ไม้ถูกๆ แข็งก็แข็ง แถมพังจนซ่อมไปหลายรอบแล้วด้วย
ร้ายขายยาแห่งนี้จัดได้ว่ามีขนาดใหญ่มากเป็อาคารร่วมสมัยสูงถึง5ชั้นทุกชั้นติดตั้งผนังกระจกไว้ทำให้มองเห็นภายในร้านที่ถูกจัดวางไว้อย่างสวยงานชวนมอง ถึงแม้จะไม่ได้ขายยาแผนปัจจุบัน ก็มีผู้คนหลั่งไหลเข้ามาตลอดเวลาซึ่งบริเวณที่เย่เซวียนไปติดต่อขอให้ตรวจสอบเื่ยาก็เป็เพียงช่องบริการเล็กๆที่อยู่ด้านในสุดเท่านั้น
หลังเวลาผ่านไปจนครบหนึ่งชั่วโมงก็ได้มีเสียงโวยวายดังขึ้นมาจากด้านในร้านขายยาขนาดใหญ่แห่งนี้เสียงนั้นเต็มไปด้วยความหงุดหงิด ปนรำคาญใจ
“ใครกัน! ใครมันส่งน้ำประปามาตรวจวะว่างหรือมีเงินเหลือมากนักรึไง! ” ด้วยเสียงที่ดังเป็อย่างมากถึงแม้ร้านแห่งนี้จะมีผู้คนมากมายเลยทำให้มีเสียงพูดคุยอยู่ตลอดเวลาเสียงนี้ก็ยังทำให้ทุกคนได้ยินได้ไม่ยากรวมถึงเนื้อความที่ถูกกล่าวออกมายิ่งทำให้ทุกคนหันไปให้ความสนใจ
“ไหน! เย่เซวียนส่งยารักษาภายใน เย่เซียน! อยู่ไหน มานี่หน่อย” หลังจากที่อ่านรายละเอียดเรียบร้อยแล้วชายกลางคนที่หวีผมเรียบแปล้ใส่แหว่นทรงสี่เหลี่ยมก็ส่งเสียงขึ้นมาอีกที
“ผมเองครับ เอ่อไม่ทราบว่ามันมีปัญหาอะไรไหมครับ”ชายหนุ่มแม้จะอับอายอยู่บ้างที่โดนผู้คนจ้องมอง แต่เขาก็เดินเข้าไปถามอยูดีอย่าบอกนะว่าสรรพคุณยาที่ระบบบอกมาจะผิดพลาด หรือบรรพบุรุษของเขาจะเป็ของเก๊กัน??
ปั้ง!
“คุณคิดจะขายน้ำประปานี่ให้ร้านเราเนี่ยนะ ?คุณดูผลตรวจนี่สิ นอกจากส่วนผสมหลักที่เป็น้ำเปล่า มีแร่ธาตุนิดเดียวจนแทบไม่นับก็มีแค่คลอรีนเท่านั้นแหละ มันจะช่วยรักษาอะไรได้ ?? ”ชายคนนั้นกระแทกเอกสารลงบนโต๊ะอย่างแรงก่อนจะตวาดออกมาเสียงดังทำเอาชายหนุ่มหน้าเสียไปนิดหน่อย
“มันไม่ได้เป็แค่น้ำเปล่านะไม่อย่างนั้นผมจะเสียเงินตั้ง 500 หยวนเพื่อตรวจสอบทำไม!” ชายหนุ่มเถียงกลับไปทำให้ผู้คนรอบ ๆ พากันซุบซิบถึงเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น
“ดูสิถึงจะยากจนแต่ก็ไม่คิดว่าจะเอาน้ำประปามาหลอกขายเป็ยาแบบนี้”
“เหมือนจะสติไม่ค่อยดีนะหน้าตาก็ดีทำไมถึงเป็อย่างนี้ไปได้”
“น่ารังเกียจจริงๆ”
“จะอะไรก็ช่าง! แกออกไปเถอะขอทานแบบแกไม่เหมาะจะเหยียบเข้ามาในร้านนี้ด้วยซ้ำ”ชายคนนั้นทำท่าดันแว่นขึ้นแล้วกล่าวขับไล่ออกมาแต่ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะเถียงกลับไปก็มีคนเปิดประตูร้านเข้ามาด้วยความรีบร้อน
“ปั้ง! ที่นี่คือร้านยาที่ใหญ่ที่สุดในถนนเหอเป่ยใช่ไหมช่วยรักษาคุณยายให้ฉันที” หญิงสาวผมสีชมพู หน้าตาน่ารักเธอสูงราวๆ 150 ซม. แต่ทรวดทรงของเธอกลับไม่เล็กเหมือนขนาดร่างกายเอาซะเลยเธอเดินเข้ามาในร้านด้วยความเร่งรีบ ด้านหลังมีชายฉกรรจ์ร่างใหญ่ในชุดสูทสวมแว่นสีดำนับสิบคนเข็นรถเข็นที่มีหญิงชราคนหนึ่งนั่งอยู่เข้ามา