กบของผมกลัวว่าผมจะตายจึงเดินทางทะลุมิติ

    EP-36 ค่ายกักกันผู้รอดชีวิต

    เข้าไปในห้องของตาลุงวัยกลางคนค่อนข้างสะอาด ดูเหมือนเขาจะเกลียดความสกปรก

    หลังจากเข้ามาแล้วจึงเป็นการแนะนำชื่อ โดยตาลุงคนนี้กล่าวว่าชื่อโทจุนและยูบินก็เริ่มแนะนำตัวอย่างร่าเริง

    สำหรับเนี่ยฝานเขาไม่ได้สนใจรับฟังนัก แต่กำลังใช้พลังจิตขยายออกไปครอบคลุมทั้งห้องไว้ ไม่นานคิ้วของเขาก็ขมวดมุ่นเมื่อพบซอมบี้ที่ถูกขังไว้อีกห้องหนึ่ง

    “พวกเธอวิ่งหนีซอมบี้มาคงจะเหนื่อย กินนี่สิ ดื่มน้ำก่อนจะได้มีแรง” โทจุนหยิบน้ำขวดใหญ่มาวางบนโต๊ะแล้วรินใส่สองแก้ว

    “เอ่อ...คือฉัน” ยูบินต้องการปฏิเสธ เห็นดังนั้นโทจุนจึงยิ้มแล้วหยิบแก้วเปล่าของตัวเองขึ้นมา จากนั้นรินน้ำใส่แก้วแล้วยกดื่มเพื่อแสดงให้เห็นว่ามันไม่มีปัญหา

    ยูบินเห็นแบบนั้นก็กำลังจะดื่ม แต่ถูกหยุดไว้โดยเนี่ยฝานซะก่อน

    “เป็นอะไรไป ทำไมถึงหยุดพี่สาวของเธอล่ะ” โทจุนถาม ใบหน้าไม่พอใจเล็กร้อยแต่แสร้งแสดงรอยยิ้มกลบเกลื่อน

    ยูบินเองก็อยากรู้คำตอบ นอกจากนั้นเธอไม่ได้ห้ามเนี่ยฝาน หลังจากอาศัยอยู่ด้วยกันนานนับเดือนทั้งสองสนิทสนมกันมาก เห็นแบบนี้เธอจึงรู้ว่าน้ำต้องมีอะไรแน่ๆ แต่มันจะเป็นไปได้ยังไง ในเมื่อโทจุนกินแล้วเขาไม่เห็นเป็นไรเลยนี่นา

    “นี่ตาลุง...คิดว่าผมโง่เหรอ” เนี่ยฝานอมยิ้มเล็กน้อย เลิกแสร้งเล่นละครกับพวกวิปริตเลี้ยงซอมบี้

    “อะไรนะ...ลุงไม่ได้พูดแบบนั้นเลยนะ เธอเข้าใจผิดเองแล้วล่ะ”

    โทจุนไม่เข้าใจว่าทำไมเนี่ยฝานถึงพูดอะไรแปลกๆ เป็นไปได้ไหมที่ชายหนุ่มคนนี้เห็นซอมบี้ที่ซ่อนอยู่ในห้อง แต่คิดแล้วก็เป็นไปไม่ได้

    ประตูห้องล็อกอยู่ ตั้งแต่เข้ามาทั้งสองนั่งอยู่ในห้องกินข้าวไม่ได้ย้ายก้นไปไหน ดังนั้นลืมเรื่องรู้ว่ามีซอมบี้ไปได้เลย สิ่งที่เนี่ยฝานกังวลคงกลัวว่าจะถูกแย่งพี่สาวคนนี้ต่างหาก ดังนั้นเมื่อรู้คำตอบหลังจากคาดเดาโทจุนจึงยิ้มมุมปาก

    “ในน้ำไม่มีอะไรหรอก เธอเองก็เห็นแล้วไม่ใช่เหรอ เอาล่ะกินซะสิ เดี๋ยวฉันจะเอาอาหารมาให้กินจะได้อิ่มท้อง”

    โทจุนไม่สนใจหรอกว่าเนี่ยฝานจะรู้ความจริงหรือเปล่า สิ่งที่เขาต้องทำคือเกลี้ยกล่อมให้กิน โดยเฉพาะผู้หญิงโง่คนนั้น

    “เกิดอะไรขึ้นเนี่ยฝาน” ยูบินจับมือเขาแล้วกระซิบถาม แต่เขายังไม่ทันได้พูดโทจุนที่ลุกขึ้นไปเดินดุ่มๆ แถวตู้เย็นได้หยิบปืนพกขึ้นมาแล้วเล็งมาที่ทั้งสอง

    “นี่ลุง...ทำบ้าอะไรเนี่ย!” ยูบินตกใจทำอะไรไม่ถูก จะหยิบปืนออกมายิงเขาก็ไม่ทันแล้ว นอกจากนั้นการยิงมนุษย์ด้วยกันมันต่างจากซอมบี้

    “ทำอะไรเหรอ...ก็แค่เห็นว่าพวกเธอไม่กินอาหารสักทีลุงก็เลยโกรธน่ะสิ!” โทจุนคำราม

    “เรื่องแค่นี้...” ยูบินต้องการหักล้างแต่กลับถูกเขาตะคอกใส่

    “เรื่องแค่นี้พ่อมึงสิ! หุบปากนางบ้า เธอนั่งอยู่ตรงนั้นอย่าขยับ ส่วนไอ้เด็กเวรอย่างแกน่ะมาตรงนี้เร็วๆ มัวแต่สงสัยอยู่ได้ ตอนแรกกะว่าจะให้ตายอย่างสบายๆ แล้วเชียว”

    ภายใต้การคุกคามของโทจุนเนี่ยฝานแสร้งทำตามอย่างว่าง่าย

    ส่วนยูบินไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ เพราะหากเมื่อไหร่ก็ตามที่เธอขยับโทจุนจะยิงทันที

    “มาตรงนี้ หลังจากที่ฉันเปิดประตูแกก็เข้าไปในห้องนะ” โทจุนหันมาบอกด้วยรอยยิ้มบ้าคลั่ง โดยไม่รอคำตอบของอีกฝ่ายเขาเปิดประตูกว้าง ด้านในเป็นซอมบี้เพศเมียถูกมัดไว้ เมื่อมันเห็นมนุษย์จึงคำราม ต้องการพังเชือกแล้ววิ่งเข้ามากัด

    “นาย...เลี้ยงซอมบี้เหรอ และคิดจะให้เราเป็นอาหารของมัน!” ยูบินถามด้วยความไม่เชื่อ แต่คำตอบตรงหน้าไม่จำเป็นต้องเสแสร้ง

    “ฮ่าฮ่า เห็นแล้วยังจะถามอีก ตอนแรกฉันจะให้ภรรยาของฉันกินเธอก่อนเพราะดูเนื้อเยอะดี แต่ดูเหมือนว่าไอ้เด็กคนนี้มันจะขี้สงสัยเกินไปหน่อย ฉันจึงเปลี่ยนแผนเป็นกินมันแทน เอาล่ะรีบๆ เข้าไปสิ!”

    ภายใต้การคุกคามด้วยกระบอกปืนอยู่ๆ เนี่ยฝานที่แสร้งตื่นตระหนกกลับหัวเราะจนท้องแข็ง การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวทำเอาโทจุนมีสีหน้าปั้นยาก เขากำลังจะทุบปืนที่ศีรษะชายหนุ่มแต่อยู่ๆ ร่างกายดันขยับไม่ได้

    “เกิดอะไรขึ้น ทำไมร่างกายของฉันถึง...”

    “ตกใจอะไร เอาล่ะนายอยากหาอาหารให้ภรรยาไม่ใช่เหรอ งั้นจะรออะไรอยู่ รีบๆ เข้าไปเลยสิ เดี๋ยวเธอรอนานแล้วหิวจนโกรธมันไม่ดีนะ”

    “อะไรนะ เดี๋ยวก่อน...!”

    “ไม่ต้องโวยวายหรอกน่า รู้นะว่าดีใจ แต่อยู่ในห้องกับภรรยากันสองคนเถอะ เราคนนอกจะไม่เข้าไปรบกวน”

    โทจุนเดินเข้าไปหาภรรยาด้วยความไม่เต็มใจ ไม่สิหากมองให้ละเอียดเท้าของเขาไม่ติดพื้นด้วยซ้ำ เหมือนกับว่ามันกำลังลอยแล้วถูกควบคุม

    ประตูห้องปิดลง ตามมาด้วยเสียงกรีดร้องภายใน

    “เกิดอะไรขึ้น เมื่อกี้นี่นายทำเหรอ...?” ยูบินสงสัย อีกฝ่ายพยักหน้าเป็นคำตอบ เธอเอามือปิดปากแล้วอุทาน “โอ้พระเจ้ามันน่าทึ่งมาก นายทำได้ยังไงน่ะ”

    “ไม่มีอะไรมาก แค่ควบคุมเขาเหมือนไพ่นั่นแหละ”

    เนี่ยฝานยักไหล่ราวกับเป็นเรื่องง่ายๆ ในขณะเดียวกันเหมือนว่าเขาจะได้ยินเสียงบางอย่างจึงดึงยูบินออกไปจากห้องแล้วมองขึ้นท้องฟ้า มองเห็นเฮลิคอปเตอร์ทหารบินอยู่ไม่ไกล ทำเอานางเอกสาวดีใจจนกลั้นไว้ไม่อยู่

    “พวกเขาคงกำลังอพยพพลเรือน งั้นเรารีบขึ้นไปบนดาดฟ้าตึกเถอะ อยู่บนที่สูงเขาจะได้เห็นเราง่ายๆ”

    “นั่นสินะ ไปกันเถอะ”

    ทั้งสองรีบวิ่งขึ้นไปบนชั้นดาดฟ้า โดยมีเนี่ยฝานเป็นคนนำ

    ตามต้นฉบับจะมีการสู้กับซอมบี้แทบตาย แต่ตลอดทางเนี่ยฝานได้ฆ่าพวกมันหมดแล้ว ดังนั้นยูบินจึงสบายนั่งพักเหนื่อยอย่างสงบแล้วรอเฮลิคอปเตอร์มาถึงอย่างช้าๆ ทหารโรยตัวลงมา 6 คน พวกเขามาพร้อมอาวุธปืนไรเฟิลจู่โจม ตรวจเช็คสภาพร่างกายเบื้องต้นของทั้งคู่ก่อนจะถามว่า

    “มีแค่พวกคุณสองพี่น้องเหรอ”

    “ค่ะ ทั้งตึกมีเราแค่สองคน รีบไปกันเถอะค่ะ”'

    “เข้าใจแล้ว”'

    ทหารพยักหน้าและส่งสัญญาณไปที่ฮอร์

    หลังจากนั้นเนี่ยฝานจึงขึ้นเครื่องบินไปพร้อมกับนางเอก เธอนั่งอยู่ข้างๆ เขาแล้วหันไปมองเมืองที่กำลังลุกเป็นไฟ เนื่องจากเมื่อก่อนติดอยู่ในอพาร์ทเม้นท์จึงไม่สามารถเห็นเมืองส่วนอื่นๆ ได้ ตอนนี้เห็นแล้วมันดูสิ้นหวังมากๆ

    เฮลิคอปเตอร์มุ่งหน้าไปที่ค่ายกักกัน 17 อิงนัม มันเป็นค่ายชั่วคราวของกลุ่มผู้รอดชีวิต

    เนื่องจากพวกเขาคิดว่าเนี่ยฝานและยูบินเป็นพี่น้องจึงถูกจัดให้อยู่ด้วยกัน แต่ทั้งนี้สภาพความเป็นอยู่ไม่ดีนักหลังจากตรวจเช็คตัวตนว่าเป็นประชากรชั้น 2 ส่วนเนี่ยฝานอ้างว่าบัตรประชาชนหายระหว่างทาง ยูบินช่วยแก้ต่างว่าเป็นญาติจากต่างประเทศ เขาจึงไม่ถูกย้ายไปสอบสวนเป็นประชากรระดับต่ำสุด หรือก็คือผีน้อยลักลอบเข้ามาทำงานในเกาหลีใต้

    “ขอบใจนะยูบิน”

    “ขอบใจอะไร ที่ผ่านมานายเองก็ช่วยฉันมาเยอะแล้ว นอกจากนั้นแม้ว่าจะเป็นคนเกาหลีด้วยกันแต่ฉันไม่สามารถไว้ใจคนอื่นได้”

    ดูเหมือนเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นในอพาร์ทเม้นท์จะยังจำฝังใจอยู่ เนี่ยฝานไม่ได้หักล้างยูบิน ปล่อยให้มันเป็นบทเรียนไปแล้วกัน

    หลังจากเข้ามาพักอยู่ในค่ายกักกันอาหารที่ได้รับจะเป็นสองมื้อต่อวัน กิมจิและหัวใชเท้าดองและน้ำเปล่าหนึ่งขวด ไม่มีเนื้อสัตว์เลยสักชิ้น

    ในฐานะคนที่ไม่เคยอดอยากเนี่ยฝานทนไม่ได้ เขาจึงกลับไปที่บ้านตัวเองเพื่อกินอาหารแล้วกลับมา แต่ไม่ได้นำมาแบ่งปันกับนางเอก เพราะหากเขาทำแบบนั้นหล่อนคงได้สงสัยว่าเอาเสบียงมาจากไหน ขณะเดียวกันหากผู้รอดชีวิตคนอื่นเห็นมีอาหารดีๆ กิน คงเกิดการต่อสู้ภายใน แล้วเรื่องจะยุ่งยากมากขึ้น

    ค่ายผู้รอดชีวิตรองรับคนเข้ามาเรื่อยๆ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ใช่สถานการณ์ที่ที่ดี

    เนี่ยฝานประเมินเวลาคร่าวๆ ไม่นานที่นี่คงล่มสลาย อย่างหนึ่งเพราะด้านอาหารที่ไม่พอเพียงต่อพลเรือน อาจทำให้ทุกคนก่อกบฏและต่อสู้กับพื้นที่ของประชากรระดับ 1 ซึ่งได้รับอาหารดีกว่า นอกจากนั้นจำนวนซอมบี้ยังเพิ่มมากขึ้น ในขณะที่ผู้รอดชีวิตเหลือน้อยเพียงหยิบมือ

    ..........

    วันนี้อาหารที่ได้มาคือกิมจิหนึ่งชิ้นและน้ำเปล่าขวดเล็ก

    ยูบินนั่งกับเนี่ยฝานให้เต็นท์ชั่วคราว ดูเธอน้ำหนักลดประมาณ 5 กิโลกรัมหลังจากเข้ามาอยู่ที่ค่ายกักกัน แต่ถึงอย่างนั้นแววตายังสู้ไม่ถอย ในขณะเดียวกันความสัมพันธ์ของทั้งคู่ยังพัฒนาได้มาก

    เนี่ยฝานเห็นแบบนี้ก็เริ่มรู้สึกสงสาร ในขณะที่เธออดแต่เขาอิ่มมันน่าตีจริงๆ แต่สุดท้ายกลับไม่ได้เลือกเปลี่ยนสถานการณ์ เพียงเพื่ออยากให้เธอเรียนรู้ความสิ้นหวังในตอนจบของภาพยนตร์ที่ไม่ได้ถูกสร้างภาคต่อ

    “กินสิทำไมไม่กินล่ะ” ยูบินถามเนี่ยฝาน เมื่อเห็นว่าเขาเอาแต่ถืออาหารไว้ไม่ยอมกินสักที ชายหนุ่มยื่นคืนให้เธอ ตามด้วยกล่าว

    “ผมแอบไปขโมยกินมาแล้ว ฮี่ฮี่ คนพวกนั้นไม่เห็นผมเพราะว่าผมตัวเล็ก ในขณะเดียวกันเธอเองก็รู้เรื่องพลังของผมนี่นา ดังนั้นอาหารชิ้นนี้ยูบินกินเถอะ”

    “อย่างนี้นี่เอง” ยูบินไม่สงสัย เพราะหากเขาไม่ได้กินอะไรเลยคงผอมมากแล้ว ไม่ดูดีแบบนี้หรอก

    กลางคืนมาถึง อากาศค่อนข้างหนาว ถึงแม้จะกล่าวว่ามันเป็นพื้นที่อยู่อาศัยของประชากรระดับ 2 แต่ก็ไม่ได้แย่ซะทีเดียว อย่างน้อยที่พักยังเป็นเต็นท์นอนแบบส่วนตัว ดังนั้นทั้งสองจึงนอนด้วยกันไปโดยปริยาย

    เนี่ยฝานจับมือของยูบิน ในขณะที่หญิงสาวไม่ได้ปฏิเสธ

    “นี่เนี่ยฝาน หากพรุ่งนี้ไม่มีอยู่จริงนายจะทำอะไรต่อ”

    “ผมจะทำทุกอย่างที่ผมอยากทำก่อนตาย ฮี่ฮี่ เราจะได้ไม่ค้างคาใจ ตายไปแล้วจะได้นอนตาหลับ ไม่ต้องเป็นวิญญาณมาหลอกหลอนคนอื่น”

    “คำพูดฟังดูดี บังเอิญฉันเองก็มีเรื่องอยากทำเหมือนกัน”

    “ยูบิน...”

    แม้ว่าในเต็นท์จะค่อนข้างมืดไปบ้างแต่เมื่อสัมผัสนั้นถูกริมฝีปากนุ่มๆ เนี่ยฝานก็รู้สึกได้ทันทีว่ากำลังโดนอะไร

    ใช่เธอกำลังจูบเขา

    จูบแสนหวานของนางเอก

    คล้ายกับเรื่องกบของผมกลัวว่าผมจะตายจึงเดินทางทะลุมิติ ที่คุณอ่าน