เถียนซีเป็ทายาทเพียงคนเดียวของจิ้นอ๋อง ท่านพ่อของเขาเป็อนุชาร่วมสายเืเดียวกับองค์ฮ่องเต้ ท่านพ่อเป็น้องเล็กที่องค์ฝ่าารักใคร่มากที่สุด ทั้งยังยกแคว้นจิ้นให้ท่านพ่อของเขา
แต่คนภายนอกมักจะมองความจริงใจข้อนี้ไม่ออก บ้างก็ว่าท่านพ่อของเขาได้บรรดาศักดิ์อ๋องก็เพื่อซื้อใจ ที่ยกแคว้นเล็กๆ ที่อยู่ห่างไกลให้ก็เพราะเกรงกลัวว่าวันหนึ่งท่านพ่อของเขาจะแว้งกัดฝ่าาจึงไล่ออกไปอยู่ในพื้นที่ที่ไกลจากเมืองหลวงขึ้นหน่อย
ท่านพ่อเข้าใจความวิตกของฝ่าาดี และไม่อยากให้ฝ่าาเข้าพระทัยผิด จึงยินยอมเปลี่ยนแซ่ จากแซ่ ‘โจว’ เป็แซ่ ‘จิ้น’ จิ้นเหวินกงหรือ จิ้นอ๋อง เพื่อให้คนภายนอกรับรู้ว่าท่านพ่อยินยอมจะเป็เพียงขุนนางคนหนึ่งมากกว่าจะเป็เชื้อพระวงศ์ที่มีศักดิ์และสิทธ์ในบัลลังก์ทอง
และถึงแม้จะเปลี่ยนแซ่แล้ว เถียนซีก็ยังคงเป็พระนัดดาที่ฮ่องเต้รักใคร่มากที่สุด เอาจริงๆ แล้วฝ่าาอาจจะเอ็นดูเขามากกว่าองค์ชายอื่นๆ ในราชวงศ์เสียด้วยซ้ำ
“ท่านชายฟื้นแล้ว! รีบไปแจ้งท่านอ๋องเร็ว!” เสียงร้องด้วยความดีใจของพวกนางกำนัลโหวกเหวกกันดีเหลือเกิน เถียนซีคิดขณะถูกอุ้มมาวางไว้บนเตียง
“ท่านชายฟื้นแล้วหรือเพคะ?” ที่นอกม่านมีเสียงอ่อนหวานเอื้อนเอ่ย เสียงนั้นฟังดูคุ้นหูเขายิ่งนัก
ครู่ต่อมามือบางเลิกม่านที่หน้าเตียงเขาขึ้นพร้อมกับร่างของหญิงสาวนั่งลงที่ข้างเตียงเขาอย่างถือวิสาสะแล้วใช้มือลูบแก้มเขาเบาๆ
“ท่านชายสีหน้าดีขึ้นแล้วนะเพคะ” เถียนซีย่นคิ้วจ้องมองลี่อี๋เหนียง
อนุของท่านพ่อ มารดาของลี่หลินฟาง นางดูอ่อนวัยนัก ทั้งยังวางตัวสูงส่ง คะเนจากสายตาเขาอายุของนางตอนนี้น่าจะไม่เกิน 25 ด้วยซ้ำ
“ข้าจะไปเคี่ยวยามาให้นะเพคะ ท่านชายเอนลงพักผ่อนอีกสักหน่อยดีกว่า” อีกฝ่ายจับเขาเอนลงนอนอย่างง่ายดายจนเขาใ
หลังจากลี่อี๋เหนียงเดินจากไป เขาก็หันไปเรียกนางกำนัลน้อยคนหนึ่งที่ก้มหน้ายืนอยู่ข้างเตียง
“เ้า...เข้ามานี่สิ” นางกำนัลน้อยคนนั้นท่าทางกล้าๆ กลัวเดินมายืนข้างเตียง
“ท่านชายมีอะไรจะสั่งข้าน้อยเพคะ?”
“อนุลี่เข้ามาอยู่ที่นี่นานแค่ไหนแล้ว?”
“อนุลี่? ท่านชายหมายถึงแม่นางลี่หรือเพคะ?”
“แม่นางลี่?” เถียนซีย่นคิ้ว เหตุใดอนุลี่ถึงกลายเป็แม่นางลี่ได้เล่า?
“เพคะ...แม่นางลี่ช่วยท่านชายไว้จากเหตุจมน้ำอย่างไรล่ะเพคะ” นางกำนัลน้อยตอบ
เถียนซีร้อง อ๋อ พลันนึกถึงเหตุการณ์จมน้ำขึ้นมาได้
เขาเคยจมน้ำครั้งหนึ่งเมื่อตอนที่ยังเด็กมากๆ ตอนนั้นจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าทำไมถึงได้จมลงไปในแม่น้ำ สมัยนั้นเขากับท่านพ่อท่องเที่ยวไปทั่วแคว้นเพื่อให้คลายเศร้าโศกจากการสูญเสียท่านแม่ พวกเขาทำตัวเหมือนคุณชายเ้าสำราญ ค่ำไหนนอนนั่น ใช้เงินตราทรัพย์สมบัติมือเติบ
มีครั้งหนึ่งไปเที่ยวในเมืองหวู่โจว จองเหลาสุราที่ดีที่สุดของเมืองแล้วกินข้าวกัน แต่แล้วทำไมเขาจึงได้ไปตกน้ำตกท่าที่ทะเลสาบด้านล่างได้ ทั้งที่ก็มีข้ารับใช้ดูแลตั้งหลายคน
ตอนนั้นจำได้แต่ว่าคนที่ช่วยเขาขึ้นมาคืออนุลี่ จากนั้นเขาก็ถูกใจนางจนรบเร้าให้ท่านพ่อรับนางเข้ามาดูแลเขาในฐานะแม่นม อนุลี่รบเร้าให้พาเขาที่ยังเด็กกลับแคว้นจิ้น จากนั้นแม่นมลี่ก็กลายเป็อนุลี่ เนื่องจากมีคืนหนึ่งท่านพ่อเมามายจนขาดสติขึ้นเตียงกับนาง ทั้งที่เรือนของท่านพ่อกับเรือนของแม่นมเช่นนางอยู่ห่างไกลกันมาก เขาเชื่อว่านี่จะต้องเป็แผนของนางแน่ๆ ที่จะเอาตัวเองและลูกสาวแทรกเข้าในครอบครัวของเขา
ไม่ได้การ!! เขาจะต้องทำอะไรสักอย่างก่อนที่แม่นางลี่กับลูกสาวจะกลายมาเป็อนุของบ้านตัวเองไปจริงๆ
“เถียนเถียน! เ้าฟื้นแล้ว! เถียนเถียนของพ่อ!” ม่านบนเตียงถูกเลิกขึ้นพร้อมกับร่างใหญ่โตของตาแก่พุ่งเข้ามากอดรัดเขาทั้งตัว
“โอ๊ย! ตาแก่! อย่าเอาหนวดมาถูแก้มข้านะ!” เถียนซีทั้งร้องทั้งดิ้น ทั้งโวยวาย ทว่าอีกฝ่ายกลับหัวเราะร่าเริงสุดขีด
“เ้าเด็กหน้าเหม็น! กล้าเรียกท่านพ่อว่าตาแก่รึ! อย่างนี้ต้องถูกฟัดเป็การลงโทษ!” ท่านพ่อของเขาทั้งระดมจูบแก้มทั้งจั๊กจี้พุงเขาจนเขาหัวเราะร่า
เถียนซีไม่นึกไม่ฝันว่าท่านพ่อและตัวเองจะสามารถหัวเราะและมีความสุขอย่างนี้ได้อีก สมัยนั้นเมื่อท่านพ่อรู้ว่าเขารักใคร่ในตัวองค์ชายห้า ความสัมพันธ์พ่อลูกของเขาก็เริ่มย่ำแย่ ท่านพ่อไม่ชอบองค์ชายห้าเพราะคิดว่าอีกฝ่ายไม่จริงใจต่อเขา ยิ่งเมื่อรู้ว่าเขาแต่งกับโม่โฉวเพื่อช่วยองค์ชายห้า ยิ่งทำให้พวกเขาสองคนทะเลาะกันและยิ่งห่างเหิน โชคดีจริงๆ ที่เขาได้ย้อนกลับมาเกิดใหม่ในร่างตัวเองอีกครั้ง และท่านพ่อของเขายังไม่ถูกตัดหัวท่านพ่อเขายังไม่ตาย....ความรู้สึกนี้มันดีจริงๆ
“...ท่านพ่อ...” เถียนซีหยุดหัวเราะแล้วใช้มือเล็กๆ จับใบหน้าของท่านพ่อแล้วกอดรอบคออีกฝ่าย ซุกใบหน้าเล็กๆ ลงกับซอกคอท่านพ่อ
“ดีจริงๆ ที่ยังไม่ตาย” จิ้นอ๋องได้ยินบุตรชายพูดจาแปลกๆ เห็นท่าทางบุตรแปลกไปก็คิดว่าเ้าลูกคนนี้คงนึกกลัวขึ้นมา ทั้งยังกอดเขาไว้แล้วสะอื้นไห้อยู่กับไหล่จึงได้อุ้มบุตรชายขึ้นมากอดและลูบหลัง
“เถียนเถียนเด็กดี...พ่ออยู่นี่แล้ว...ไม่เป็ไรนะ” เถียนซีเงยหน้ามองพ่อตัวเองแล้วร้องไห้โฮเสียงดัง สมกับความอัดอั้นตันใจมาเนิ่นนาน
“ข้ารักท่านพ่อ! ชาตินี้ข้าจะดูแลท่านพ่อให้ดีๆ”
“โอ้! เถียนเถียนลูกรักกตัญญูกับข้าที่สุด...อย่าร้องไห้อีกเลยนะลูกรัก” สองพ่อลูกกอดกันร้องไห้เสียงดังท่ามกลางสายตาตะลึงลานของนางกำนัลและข้ารับใช้
หลังจากที่เขาสงบลงท่านพ่อยังอยู่กินข้าวเที่ยงเป็เพื่อนเขา เถียนซีพิศมองใบหน้าของท่านพ่อ ตาแก่นี่ไม่รู้จะไว้หนวดเคราไปทำไม เกะกะ แถมยังเลอะเทอะเวลากินข้าวแล้วเศษข้าวติดหนวดอีก เถียนซีลองเอามือเล็กๆ ไปปิดหนวดตรงปากของท่านพ่อและพบว่าใบหน้าอีกฝ่ายยังอ่อนเยาว์ก็นึกถึงเื่เร่งด่วน เขาต้องหาเมียใหม่ให้ท่านพ่อ
คนผู้นั้นจะต้องดีกับท่านพ่อและจริงใจต่อเขา คนที่พอจะนึกออกก็มีแต่ท่านน้าเหมย หน้าชายของเขาที่เป็ ิ* เท่านั้น
ความพิเศษของิอีกอย่างก็คือกลิ่นหอม เมื่อ ิ* เข้าสู่วัยเจริญพันธุ์จะเริ่มส่งกลิ่นหอมออกมาคล้ายการเจริญเติบโตของดอกไม้ ที่ส่งกลิ่นหอมเพื่อกระตุ้นให้เกิดการผสมพันธุ์และติดผล ิ*เองก็เช่นกัน
ดังนั้นเมื่อถึง่อายุหนึ่ง ิ ก็จะส่งกลิ่นหอมของดอกไม้ออกมา ซึ่งิแต่ละคนก็มีกลิ่นที่ต่างกันออกไปตามสัญลักษณ์ดอกไม้ที่จะปรากฏตรงช่องทางให้กำเนิดบุตร หน้าเหมยได้ชื่อว่าเหมยเพราะมีกลิ่นกายคล้ายดอกเหมย ทว่าคนที่จะได้กลิ่นนั้นจะมีเพียง ‘คู่’ เท่านั้นที่จะได้กลิ่นหอม
แต่ตอนนี้เถียนซีไม่รู้ป่านนี้น้าเหมยจะแต่งออกไปหรือยัง? ถ้ายังจะต้องให้น้าเหมยเข้ามาแทนที่แม่ลูกสกุลลี่ให้ได้ เมื่อชาติที่แล้วน้าเหมยไม่ได้มีชีวิตที่ดีนัก ไม่กี่ปีหลังจากที่ท่านแม่เขาเสีย ทางบ้านก็รีบยกน้าเหมยให้คหบดีที่ร่ำรวยคนหนึ่งเพื่อพยุงฐานะทางสกุลเดิม ทั้งที่คหบดีคนนั้นมีภรรยาเอกและอนุอีกหลายคน
อ้อ! แล้วไหนจะมีเื่ของโม่โฉวอีก เขาอยากตามหาอีกฝ่ายให้ได้เร็วๆ และถ้าเป็ไปได้หากเขาได้ตัวเ้าแห่งพิษอย่างจื่อรั่วมาไว้ในมือด้วยจะยิ่งดีเข้าไปใหญ่ นางอาจมีวิธีรักษาสติปัญญาของโม่โฉวให้ดีขึ้น ยังมีหลี่เฉียงอีกคน คนผู้นั้นเป็นักฆ่ามือดี จะปล่อยให้รอดมือไปถึงองค์ชายห้าอวิ๋นเซียงไม่ได้เด็ดขาด อะไรที่เป็ของอวิ๋นเซียงเขาจะแย่งมาให้หมด!
โอ้ย! แล้วเด็ก 7 ขวบอย่างเขาจะไปจัดการเื่ตั้งมากมายขนาดนั้นได้ยังไง ไม่สิ! ถ้าไล่ตาม่เวลาเขาอาจจัดการเื่ต่างๆ พร้อมกันได้!
เถียนซีคิดได้ก็ลุกขึ้นมาร้องหากระดาษและแท่นฝนหมึก เขาตั้งใจเขียน่เวลาก่อนหลังเหตุการณ์ต่างๆ ที่เคยเกิดขึ้นก็พบว่า เขาเจอกับโม่โฉวหลังสุด ตอนพบกันครั้งแรกเขาก็อายุปาเข้าไป 17 ปีแล้ว รองลงมาคือหลี่เฉียง อวิ๋นเซียงช่วยชีวิตหลี่เฉียงตอนนั้นเขาอายุได้ 15 ปี คนที่เขาพบเร็วสุดคือจื่อรั่ว สามคนนี้พวกเขาพบหลังจากรู้จักกับองค์ชายห้าอวิ๋นเซียงทั้งนั้น
เมื่อคิดได้ดังนั้นเขาก็ตั้งใจจะกำจัดแม่ลูกแซ่ลี่ก่อน ส่วนสามคนนั้นเขาค่อยใช้คนไปสืบข่าวเอาก็ได้ จิ้นอ๋องพ่อของเขามีคนให้ใช้สอยจำนวนมาก แต่อยู่ดีๆ จะไปขอคนจากท่านพ่อเอาตอนนี้คงจะถูกมองแปลกๆ แน่ แล้วเขาก็ี้เีโกหกตาแก่ด้วย ทางที่ดีคือใช้คนในเรือนของตัวเอง
เถียนซีกอดอกแล้วพยักหน้าหงึกหงักให้กับความคิดของตัวเอง ขณะเดียวกันนางกำนัลและข้ารับใช้ที่คอยเฝ้าท่านชายน้อยอยู่ด้านนอกต่างพากันซุบซิบนินทา ถึงท่าทางของท่านชายน้อย หลังจากฟื้นขึ้นมาหลังจมน้ำก็ดูจะโตขึ้นผิดหูผิดตาราวกับเป็อีกคน
ขณะที่คนอื่นค่อยๆ ใช้ชีวิตในตำหนักจิ้นอ๋องต่อไปเรื่อยๆ เถียนซีก็เริ่มดำเนินแผนการแรกของตัวเองทันที
“ท่านพ่อ...เราไม่ได้พบน้าเหมยมานานมากแล้ว ท่านว่าเราส่งหนังสือไปเชิญน้าเหมยมาทานข้าวสักมื้อดีหรือไม่?” เถียนซีหยุดตะเกียบที่กำลังพุ้ยข้าวใส่ปากแล้วเอ่ยถามตาแก่ในเช้าวันหนึ่ง ขณะที่ตาแก่มากินข้าวเช้าด้วยในที่เรือนของเขา โดยมีแม่นมลี่คอยจัดสำรับอยู่ข้างๆ
หลังฟื้นขึ้นมาเถียนซีเพิ่งจะรู้ว่าตัวเองถูกพานั่งรถม้ากลับแคว้นจิ้น ทันทีตามคำขอร้องของแม่นมลี่ แถมนางยังเอาแต่วนเวียนอยู่รอบตัวราวกับแมลงวันที่น่ารำคาญ จะไล่ไปท่านพ่อก็ไม่กล้า เพราะนางถือเป็คนช่วยชีวิตเขาขึ้นจากน้ำ
ตอนช่วยชีวิตเขาร่างกายนางเปียกปอน กอดเขาที่ไม่ได้สติไว้อยู่ที่ริมแม่น้ำ ผู้คนที่มุงดูเริ่มวิจารณ์ ท่านพ่อจึงรับนางมาอยู่ได้ชั่วคราว ยิ่งเมื่อนางเล่าเื่ที่สูญเสียสามี และใช้ชีวิตอย่างยากลำบากกับลูกสาวสองคน ท่านพ่อยิ่งสงสาร เห็นว่านางดูแลเขาดีจึงรับนางไว้เป็แม่นมคอยดูแลเขา
มีแค่เถียนซีเท่านั้นที่รู้ดีที่สุดว่าในใจลี่อี๋เหนียงคิดจะปีนป่ายขึ้นเตียงท่านพ่อ หวังจะได้เป็หวางเฟยแทนท่านแม่เขา ชาติที่แล้วนางอาจทำได้ แต่ชาตินี้เขาจะไม่ยอมให้เื่นั้นเกิดขึ้นอีกเด็ดขาด เขานี่แหละจะเขี่ยสองแม่ลูกนั่นกระเด็นออกจากแคว้นจิ้นเอง!
“น้าเหมยนี่...ใครหรือเพคะ?” แม่นมลี่ที่เอาแต่ขยับจานกับข้าวบนโต๊ะหยุดมือแล้วเอ่ยถามเขา
เถียนซีไม่ตอบแม่นมลี่และทำเป็ไม่ได้ยิน ต่างจากชาติก่อนที่เขาปากสว่าง ท่านพ่อรังเกียจคนที่ชอบขัดเวลาคนอื่นกำลังคุยกันอยู่ที่สุด และมันไม่ใช่ธุระกงการอะไรของนางที่จะมาเที่ยวถามถึงคนโน้นคนนี้ ท่านพ่อขมวดคิ้วมองหน้าแม่นมลี่ก่อนจะโพล่งเปลี่ยนเื่
“แม่นมลี่มีอะไรทำก็ไปทำเถอะ”
“อ้อ...เพคะ...” แม่นมลี่หน้าตึงก่อนจะขอตัวเดินออกจากห้องไป
หลังจากเห็นว่าแม่นมลี่ปิดประตูเดินออกไปแล้ว เถียนซีก็เริ่มทำตามแผนตัวเอง
“แม่นมลี่ท่าทางแปลกๆ แปลกั้แ่ตอนที่ข้าตกน้ำครั้งนั้นแล้ว” เถียนซีทำราวกับไม่ได้ใส่ใจนางแล้วคีบเนื้อตุ๋นตรงหน้าเข้าปาก โดยไม่ลืมจะวางเหยื่อล่อท่านพ่อของตนด้วยประโยคที่ชวนฉงน
“แปลกอย่างไรหรือ?” พอได้ยินตาแก่ถาม เถียนซีก็ซ่อนประกายตาวาววาบลงก่อนจะตอบอย่างใสซื่อ
“ก็ตอนข้าตกน้ำ ข้าจำได้ว่าะโร้องให้นางช่วย นางใส่ชุดสีเหลืองบางยืนเด่นอยู่ที่ริมแม่น้ำ แต่นางกลับไม่ยอมช่วยข้า ข้าตีน้ำตีขาจนหมดแรงจมลงไป นางถึงได้ะโตามลงมาช่วย ท่านพ่อ....ตอนนั้นข้าคิดจริงๆ นะว่าตัวเองต้องตายแล้วแน่ๆ” เถียนซีวางตะเกียบลงแล้วก้มหน้าลง น้ำตาเริ่มหยดลงมาจากดวงตาคู่สวย
“ตอนนั้นข้าหายใจไม่ออก กลืนน้ำเข้าไปอึกใหญ่ ข้ากลัวมากจริงๆ”
“เถียนเถียนลูกพ่อ...ไม่เอานะ...ไม่ร้องไห้แล้ว...เ้ารอดมาได้ก็นับว่าดีมากแล้วจริงๆ” ตาแก่ขยับตัวมาโอบเขาเข้าสู่อ้อมกอด
“ความจริงเ้าน่าจะบอกพ่อว่าเคยเกิดเื่แบบนี้ขึ้น..แม่นมลี่บอกข้าว่าเห็นเ้าเล่นซุกซนแถวนั้นแล้วอยู่ๆ ก็พลัดตกน้ำไป” เถียนซีรีบเงยหน้าแล้วส่ายหัวไปมา
“ท่านพ่อ...ข้าไม่ได้โง่ขนาดนั้นนะ...แค่แวะมากินข้าวทำไมต้องวิ่งไปเล่นใกล้น้ำด้วยล่ะ ข้าแค่เห็นว่ามีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งก้มดูอะไรที่ผิวน้ำไม่รู้ พอเดินไปถามนางก็บอกว่าดูปลาจักรพรรดิ ข้าไม่เคยเห็นปลาจักรพรรดิมาก่อนจึงก้มลงไปดูบ้าง เผลอแป๊บเดียวก็ถูกผลักตกน้ำเสียแล้ว”
“ตกลงนี่เ้าถูกคนผลักตกน้ำจริงๆ หรือ?” ท่านพ่อถามเขาด้วยเสียงสูงท่าทางเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง
“อืม...ที่น่าแปลกกว่านั้นคือ...ลูกสาวแม่นมลี่เหมือนกับคนที่ผลักข้าตกน้ำจริงๆ” เถียนซีแสร้งทำท่าไม่ใส่ใจแล้วชวนตาแก่กินข้าวต่อ
อันที่จริงเถียนซีจำไม่ได้จริงๆ ว่าตอนนั้นเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ชาติก่อนก็จำไม่ได้ว่าทำไมถึงตกน้ำ แต่ชาตินี้เขามีแผนในใจแล้ว และกำลังดำเนินการตามแผนของตัวเองเงียบๆ เขาสร้างเมล็ดพันธุ์แห่งความสงสัยไว้ในใจท่านพ่อ เมื่อถึงเวลา...ท่านพ่อจะอยากรู้ความจริงเอง
.............................................
ระหว่างรอจดหมายตอบกลับของท่านน้า อีกด้าน เถียนซีก็กำลังเฟ้นหาคนมาใช้งาน พวกนางกำนัลที่เคยเป็คนของอนุลี่ถูกเลือกออกมาให้เป็คนเฝ้าจับตาดูพวกนางสองแม่ลูก เถียนซีให้เงินและเครื่องประดับหลายอย่างให้นางกำนัลกลุ่มนี้เพื่อซื้อใจ ซึ่งแน่นอนว่าเขาจะต้องเรียกคืนสมบัติส่วนนี้ไม่วันใดก็วันหนึ่ง นางกำนัลพวกนี้เชื่อใจไม่ได้ จะกำจัดทิ้งก็ต่อเมื่องานเสร็จสิ้น
จากนั้นเถียนซียังต้องหาข้ารับใช้ชายมาคอยติดต่อธุระปะปัง อย่างคนที่จะคอยสืบข่าวจะต้องสมองไว มือเท้าคล่องแคล่ว ชอบเื่ซุบซิบนินทา คนกลุ่มนี้เถียนซีจะไว้ใช้ให้ไปสืบข่าวจากจื่อรั่วบนเขาตันหลิวที่นางอาศัยอยู่ ยังมีหลี่เฉียง ได้ยินว่าเขาเป็คนแคว้นหลู่ และโม่โฉวบุตรชายแม่ทัพชายแดน ที่ภายหลังขึ้นเป็แม่ทัพใหญ่
หลังจากคัดข้ารับใช้ได้ร่วม 10 คน เถียนซีก็แบ่งคนออกเป็สามกลุ่ม ให้แยกย้ายกันไปสืบข่าว และด้วยแต่ละที่ล้วนห่างไกล คนของเขาอาจใช้เวลานานกว่าจะสืบข่าวได้ เขาจึงได้ให้เงินคนพวกนั้นไว้ติดตัวยามเดินทางอีกจำนวนมาก และหากสืบข่าวสำเร็จและเป็ประโยชน์กับเขา จะได้เงินรางวัลอีกก้อน
นอกจากนี้เถียนซียังไปรบเร้าตาแก่ขอองครักษ์คุ้มกันฝีมือดี โดยอ้างเหตุจมน้ำทั้งที่มีข้ารับใช้เยอะแยะ ตาแก่ก็ยอมหาคนมาให้แต่โดยดี
เถียนซีตั้งใจใช้งานคนที่ได้รับมาอย่างเปิดเผยเพียงสามคน อีกสี่คนให้ซ่อนตัวอยู่ใกล้ๆ ทำหน้าที่องครักษ์เงาคอยสังเกตความเคลื่อนไหวคนและปกป้องรอบตัวเขา หากไม่จำเป็ไม่ให้ปรากฏตัวออกมาเด็ดขาด
หลังจากทุกอย่างเป็ไปตามแผนที่วางไว้ เถียนซีก็เริ่มเดินหมากต่อ ที่หลินฟาง...เขาแสร้งทำเป็ชวนแม่นมลี่ออกไปเที่ยวตลาดข้างนอก แสร้งทำเป็ออดอ้อนนาง ขอให้นางอุ้มบ้าง จูบแก้มนางบ้าง ป้อนขนมนางบ้าง และไม่ลืมที่จะส่งสายตาเยอะเย้ยให้หลินฟางที่ได้แต่ยืนมองพวกเขาตาละห้อย แม่นมลี่ก็ตามใจเขาทุกอย่างหวังจะซื้อใจเขาที่ยังเด็กและไม่รู้ความ
แต่เถียนซีรู้ความมานานแล้ว ทั้งยังเข้าใจความรู้สึกของเด็กในวัย 7 ขวบดีอีกด้วย แม่นมลี่เป็โลกทั้งใบของหลินฟาง พวกนางมีกันแค่สองคนแม่ลูก หากนางโดนเขาแย่งแม่ไปล่ะ? ทั้งความรักและความสนใจของแม่นมลี่อยู่ที่เขาเพียงผู้เดียวล่ะ? หลินฟางจะรู้สึกเช่นไร? จะขมขื่นแค่ไหน?
“ข้าอยากกินขาหมูตุ๋นน้ำแดงฝีมือแม่นมลี่”
“เพคะ...แม่นมลี่ทราบแล้ว”
“ข้าอยากกินปลาผักขึ้นฉ่ายด้วย”
“เพคะ”
“แล้วยังมีถั่วผัดเต้าซี่...ท่านทำอร่อยที่สุด” เถียนซีพูดเจื้อแจ้วอย่างมีความสุขขณะเดินจับมือแม่นมลี่และแกว่งไปมา
“เพคะ...ข้าจะทำของชอบให้ท่านชายหมดทุกอย่างเลยเพคะ” แม่นมลี่คุกเข่าลงข้างเขาแล้วเอามือหยิกแก้ม เถียนซีแสร้งหัวเราะแล้วกอดแขนนางตอบ หลินฟางเห็นพวกเขารักใคร่ก็รีบพูดขึ้นบ้าง
“ท่านแม่...แต่ข้าไม่ชอบขึ้นฉ่ายกับขาหมูมันๆ” หลินฟางหน้างอ เมื่อเห็นว่าแม่ของตัวเองตามใจแต่ลูกคนอื่น และั้แ่กลับมาจากตลาดพวกเขายังคงจับมือกันจนหลินฟางเริ่มอิจฉา
“แม่รู้แล้ว...ไว้ทำกับข้าวให้ท่านชายแล้วแม่จะทำเกี๊ยวให้เ้า”
“ข้าเอาเกี๊ยวด้วย!” เถียนซีรีบชูมือแล้วเกาะเอวนาง
“ตายแล้ว! ประเดี๋ยวท่านชายก็กลายเป็หมูน้อยหรอกเพคะ” แม่นมลี่โอบเขาแล้วหัวเราะอีกครั้งก่อนจะขอตัวไปเข้าครัว
พอแม่นมลี่เดินหายไป หลินฟางก็ตั้งใจจะเดินกลับไปเรือนพักของตัวเอง เถียนซีจึงกอดอกแล้วเชิดหน้าพูด
“แม่นมลี่ท่าทางจะรักข้ามากจริงๆ เ้าคิดอย่างนั้นหรือไม่?” เถียนซีแสร้งถามอีกฝ่ายแล้วรอดูปฏิกิริยา
“เพราะท่านชายเป็นาย พวกเราเป็บ่าว ท่านแม่จึงต้องตามใจท่านหรอก!” หลินฟางค้าน
“จริงหรอ? แต่ของที่เ้ามี ของที่เ้าได้ บางอย่างทำไมแม่เ้าจึงบอกเ้าให้ยกให้ข้าล่ะ? ดูอย่างเมื่อวันก่อนสิ ถังหูลู่ที่เ้าซื้อมา แค่ข้าร้องคำเดียวนางก็เอามาให้ข้าทันที แม่เ้า...คงไม่ได้รักเ้าเท่าไหร่ล่ะมั้ง...” เถียนซีตั้งใจยื่นหน้าเข้าไปพูดประโยคท้ายเบาๆ
“ต่อไปนางจะมาเป็แม่ข้า นางว่านางรักข้าเหมือนลูก ต่อไป...หากนางแต่งงานกับท่านพ่อข้า นางก็จะเป็แม่ของข้า และถ้านางท้อง...มีลูก...ก็เป็น้องชายข้าที่มีสายเืเดียวกัน เป็ครอบครัวเดียวกัน ส่วนเ้า....เ้ามันลูกใครกันล่ะ? พ่อเ้าก็ไม่มี...ระวังนะ...ระวังจะถูกไล่ออกจากบ้าน หรือไม่เ้าก็อาจถูกขายออกไปก็ได้...” เถียนซีหัวเราะและหมุนตัวเดินออกไปพลางอมยิ้ม หลินฟางจะต้องแค้นเขามากแน่ๆ
ขณะที่เขาอมยิ้มก็พลันเหลือบไปเห็นท่านพ่อเดินออกมาจากห้องหนังสือพร้อมกับตาแก่อีกคน จำได้ว่าวันก่อนท่านพ่อว่าจะเชิญอาจารย์มาสอนหนังสือเขาที่บ้าน ชายคนนั้นอาจเป็อาจารย์ที่ว่า...
ทันใดนั้นเถียนซีก็เกิดความคิด! หลินฟางยังไม่ได้เดินไปไหนไกล แถมแถวนี้ก็ใกล้กับสระบัว เขาจึงแสร้งเดินไปชะโงกหน้าชมปลาชมบัวแล้วร้องเสียงดังด้วยความสนใจ นั่งยองๆ หันหลังให้หลินฟางที่กำลังกรุ่นโกรธ
เถียนซีแอบอมยิ้ม เขาอุตส่าห์หลอกล่อถึงขนาดนี้แล้ว หลินฟางคงไม่ทำให้เขาผิดหวังนะ
รอเพียงไม่นาน เถียนซีก็รู้สึกถึงแรงผลักจากด้านหลัง เขาดีดตัวะโลงไปในสระแล้วะโโหวกเหวก
บัดซบ!! เขาดันลืมไปว่าตัวเองว่ายน้ำไม่เป็!!
ขณะที่เขาตีน้ำเพื่อพยุงร่างตัวเองไม่ให้จมลงไป เขาก็ได้ยินเสียงท่านพ่อร้องดังด้วยความใ เขาได้แต่ภาวนาขอให้ท่านพ่อทันเห็นหลังไวไวของหลินฟางก่อนที่นางจะหนีไป
ไม่ช้าเขาก็ถูกท่านพ่อช่วยขึ้นจากน้ำ เถียนซีแกล้งร้องไห้เสียงดังราวกับเสียขวัญ เขากอดรอบคอตาแก่ไว้ไม่ยอมปล่อย รอจนกระทั่งแน่ใจว่าตาแก่สั่งให้คนไปลากตัวหลินฟางเข้ามาสอบถามแล้ว จึงแสร้งสลบไปทันที
.................................................
โชคดีที่เขาหมดสติได้จังหวะที่ท่านน้าเหมยเดินทางมาเยี่ยมเขาพอดี ดังนั้นคนที่คอยดูแลเขาคือน้าเหมย ระหว่างนั้นเถียนซีก็คอยเป่าหูน้าเหมยว่าแม่นมลี่พยายามจะเข้ามาเป็ท่านแม่ให้เขา แถมหลินฟางยังไม่ชอบเขาจึงผลักเขาตกน้ำ
พอเื่นี้แดงออกไปน้าเหมยก็ตรงเข้าไปจัดการกับแม่ลูกสกุลลี่ทันที แม้แม่นมลี่จะพยายามอธิบายว่าเป็เพียงแค่เด็กเล่นกันเท่านั้น ท่านพ่อเขาก็ไม่พอใจที่หลินฟางไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงพลั้งมือผลักเถียนซีตกน้ำอยู่ดี แม่นมลี่รับปากจะสั่งสอนลูกสาวให้ดีกว่านี้จะกลับไปพักผ่อน ส่วนน้าเหมยก็ถูกเขารั้งให้อยู่เป็เพื่อนเพราะหวาดกลัวสองแม่ลูกสกุลลี่
ซึ่งอันที่จริงเถียนซีตั้งใจไว้แล้วว่าจะให้น้าเหมยเป็หมากตัวสำคัญในการกำจัดแม่ลูกสกุลลี่ออกไปจากแคว้นจิ้น เถียนซีรู้ว่าหลังจากเกิดเหตุการณ์นี้กับหลินฟาง แม่ลูกสกุลลี่จะต้องรีบรวบรัดขึ้นเตียงกับพ่อเขาแน่ เหอะ! ไม่ง่ายไปหน่อยหรือ
ไม่ช้านางกำนัลที่เคยเป็คนของแม่นมลี่เมื่อชาติก่อนก็เข้ามารายงานเถียนซีว่าพบแม่นมลี่เข้าไปซื้อยาแปลกๆ กลับมา เถียนซีมอบรางวัลให้นางกำนัลคนนั้น เสร็จแล้วก็ใช้คนของท่านพ่อที่ซ่อนตัวอยู่ในเรือนคอยจับตาดูแม่นมลี่อย่างลับๆ
เมื่อคนของเขาเห็นแม่นมลี่เริ่มทำท่าลับๆ ล่อๆ และมารายงาน เถียนซีก็รีบไปจูงมือน้าเหมยออกไปเล่นซ่อนหา โดยให้น้าเหมยเป็ฝ่ายปิดตานับเลข ส่วนเขาเป็คนไปซ่อน ซึ่งจุดที่เขาพาน้าเหมยไปปล่อยไว้ เป็สวนใกล้ๆ กับโรงครัวพอดี แถมจากมุมนั้นยังสามารถมองเข้าไปในโรงครัวได้โดยที่คนไม่รู้ตัวอีกด้วย
เมื่อน้าเหมยเห็นแม่นมลี่ใส่ของแปลกๆ ลงไปก็ไม่ไว้ใจ และตรงเข้าไปแล้วถามจนเกิดการโต้เถียงกันเสียงดัง แม่นมลี่ยืนยันว่านางไม่ได้ใส่อะไรลงไป เป็น้าเหมยที่ตาฝาดไปเอง จากนั้นก็ถือถาดของว่างเดินไปหาท่านพ่อของเขาที่ห้องหนังสือ โดยมีน้าเหมยติดตามไปด้วย
แม่นมลี่รีบเข้าไปวางถาดของว่างไว้ตามปกติที่เคยทำทุกวัน โดยมีน้าเหมยตรงเข้าไปบอกเล่าสิ่งที่เห็น ในตอนนั้นเถียนซีก็โผล่เข้าไปไกล่เกลี่ย ทั้งยังช่วยแม่นมลี่ยืนยันอีกเสียงว่านางไม่ได้ใส่อะไรลงไปในของว่างท่านพ่อแน่ๆ
จากนั้นระหว่างที่ทุกคนไม่ทันสังเกตเขาก็คว้าถ้วยของว่างนั้นขึ้นมา โดยแอบเขี่ยผงยาฆ่าหนูที่ใต้ฝ่ามือที่ชื้นเหงื่อลงในถ้วยขนม ผงยาฆ่าหนูนี้เถียนซีแอบไปหยิบมาจากในครั้วเมื่อหลายวันก่อน จากนั้นก็จิบเพียงเล็กน้อยแล้วยิ้มให้ทุกฝ่าย พลางบอกว่า...ถ้าใส่ยาจริงเขาต้องแย่แน่ๆ
แม่นมลี่แม้จะอยากห้ามแต่ไม่กล้าเปิดเผยเื่ยาปลุกอารมณ์ที่ใส่เข้าไป แต่เพียงชั่วครู่เถียนซีก็เริ่มท้องไส้ปั่นป่วน เขากุมท้องแล้วหันไปทางท่านพ่อของตัวเองด้วยสีหน้าซีดเซียวก่อนจะอาเจียนออกมากองใหญ่ จากนั้นก็เป็ลมไปทันที
มารดามันเถอะ! เขาลืมนึกไปว่าฤทธิ์ยาฆ่าหนูจะแรงขนาดนี้
ขณะที่ล้มลงไปก็ได้ยินเสียงท่านน้าร้องด้วยความใแล้วอุ้มเขาขึ้นมาพลางะโเรียกให้ตามหมอ ส่วนท่านพ่อสั่งให้คนจับแม่นมลี่กดหัวลงทันที นางใรีบโพล่งความจริงออกไปว่านางแค่ใส่ยาเร้าอารมณ์เท่านั้น
แต่คิดรึว่าเขาจะปล่อยนางไป! ก่อนหน้านี้ระหว่างที่ทำทีเป็เล่นซ่อนหากับน้าเหมย เถียนซีได้ใช้องครักษ์ลับแอบเอายาฆ่าหนูบางส่วนที่เหลืออยู่ไปซุกไว้ใต้เตียงของแม่นมลี่แล้ว เพราะท่านพ่อต้องสั่งค้นเรือนแน่ๆ
แต่นอกจากยาฆ่าหนูแล้วยังมีหุ่นดินปั้นรูปชายหญิงกอดกันที่เขาลงทุนปั้นเอง แล้วใช้ด้ายแดงพันพวกมันไว้ ก่อนจะให้คนของเขาไปซ่อนไว้บนขื่อ ยังมีของใช้ส่วนตัวของท่านพ่อ อย่างผ้าเตี่ยวที่เขาแอบไปรื้อออกมาจากห้องท่านพ่อ ไปซ่อนไว้ใต้ชุดชั้นในสตรีของแม่นมลี่ที่ก้นหีบที่เรือนของนาง และไม่ลืมที่จะเขียนวันเดือนปีเกิดของท่านพ่อที่เลอะเืปลามื้อค่ำของวันนี้ที่เตรียมไว้ในครัวมายัดใส่หมอนแม่นมลี่ ดูสิว่าของทั้งหมดหากพบในเรือนของแม่นมลี่นางยังจะมีหน้าอยู่ที่แคว้นอย่างไร
ไม่ช้าแม่ลูกสกุลลี่ก็ถูกตัดสินโทษ โบย20ไม้และเนรเทศออกจากแคว้นจิ้นไปยังชายแดนทางด้านเหนือ โดนนายอำเภอเป็คนพาพวกนางที่ถูกโบยจนเกือบตายไปส่งไว้ที่ชายแดน
จากนั้นเถียนซียังเก็บกวาดนางกำนัลและสาวใช้ในเรือนที่เคยเป็คนของแม่นมลี่ทั้งหมดด้วยข้อหาลักทรัพย์ หลักฐานนั้นก็เป็สร้อย กำไลหยก ต่างหูมุกราคาแพงที่อยู่ในเรือนสาวใช้ของพวกนางนั่นเอง ต่อให้พวกนางอ้างว่าเขาตกรางวัลให้ใครจะกล้าเชื่อเพราะเครื่องประดับแต่ละชิ้นล้วนเป็สมบัติเก่าของอดีตหวังเฟยที่อยู่ในห้องเก็บสมบัติทั้งนั้น
ฝ่ายเถียนซีหลังจากที่ถูกรักษาจนหาย ตอนนี้เขานอนหนุนตักน้าเหมย โดยมีท่านพ่อคอยป้อนผลไม้เข้าปากให้ ใช้ชีวิตอยู่ดั่งาา
----------------------------------------
To Be Con
ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยค่ะ
นามิ