ตอนที่ 8 เสี่ยวเฟิ่งออกเรือน (1)
วันนี้บุตรสาวของกวนซื่อออกเรือนขบวนและเกี้ยวของสกุลเซวียดูมีหน้ามีตา น้อยครั้งจะได้พบเจอเหตุการณ์เช่นนี้ในหมู่บ้านหนิวเจี่ยวด้วยเหตุนี้จึงพากันมามุงดูเกือบทั้งหมู่บ้าน
กวนซื่อไม่มีความยินดีเลยสักนิดที่บุตรสาวจะออกเรือนนางปาดน้ำตาไม่หยุดขณะที่เดินออกมาส่งหม่าเสี่ยวเฟิ่ง กระทั่งขบวนเกี้ยวเคลื่อนออกไปไกลแล้วกวนซื่อก็ยังคงยืนอยู่หน้าบ้านมองอย่างไม่ละสายตา
วันนี้บ้านสกุลเซวียครึกครื้นเป็อย่างมากในฐานะเ้าของที่ดินหลายร้อยลี้ แต่งสะใภ้เข้าบ้านครั้งนี้แต่ละหมู่บ้านต่างมีคนมาร่วมงาน จัดงานอย่างเอิกเกริกทว่าเมื่อเกี้ยวเ้าสาวมาถึงหน้าประตู เ้าบ่าวกลับไม่ได้ปรากฏตัวทุกคนต่างรู้ว่าคุณชายสกุลเซวียผู้นี้นอนซมป่วยหนัก ไม่ออกมาก็ไม่แปลก
สี่เหนียง[1]ประคองหม่าเสี่ยวเฟิ่งลงมาจากเกี้ยวเ้าสาวกางร่มไผ่สีแดง พานางเข้าไปในบ้าน เดินข้ามกระถางเพลิง[2]นางก้มหน้าอยู่ ทันใดนั้นก็ใที่เห็นไก่ตัวผู้ถูกผูกด้วยผ้าจับจีบเป็ดอกไม้แดงเสียงจากผู้คนโดยรอบกระซิบกระซาบและหัวเราะขบขันดังเข้ามาในหูของนาง หม่าเสี่ยวเฟิ่งสมองตื้อไปชั่วขณะรู้สึกเพียงว่าเท้าอ่อนกำลังลง
คุณชายน้อยของสกุลเซวียคนนั้นอยู่ในสภาพที่เท้าข้างหนึ่งแหย่เข้าไปในโลงศพแล้ววันนี้แม้แต่เข้าพิธีแต่งงานก็ยังต้องใช้ไก่ตัวผู้แทน!
“ไปเถอะเ้าสาวอย่าทำเสียฤกษ์มงคล” สี่เหนียงบีบมือของนางพลางก้มลงมากระซิบข้างหู
บริเวณโดยรอบหลายลี้นี้มีใครไม่รู้บ้างว่าสกุลเซวียแต่งสะใภ้เข้าบ้านครั้งนี้ก็เพื่อเอาเคล็ดมงคลยิ่งไปกว่านั้นยังเป็สะใภ้ที่ขอมาเป็อนุแสดงให้เห็นว่าไม่ได้ให้ความสำคัญกับหม่าเสี่ยวเฟิ่งเท่าไร นายใหญ่ของสกุลเซวียบอกแล้วว่าขอแค่ทุกอย่างเป็ไปอย่างเรียบร้อย อย่าได้เกิดข้อผิดพลาดกับเ้าสาวคนนี้
หม่าเสี่ยวเฟิ่งกำมือแน่นเจ็บเสียจนดวงตาแดงก่ำเสียงหัวเราะเยาะและคำดูถูกเ่าั้ลอยเข้ามาในหูของนางอย่างไม่หยุดหย่อน หยามเหยียดจนทำให้หัวใจของนางแทบฉีกขาดเห็นๆ อยู่ว่าวันนี้คนที่ควรได้รับการดูถูกเช่นนี้ควรเป็อู่เย่ว์ ไม่ใช่นาง
“เสร็จพิธี ส่งตัวเข้าหอ”นางแทบจะถูกสี่เหนียงบังคับจนเสร็จพิธีเมื่อจบพิธีทุกอย่างแล้วนางก็ถูกพาตัวเข้าห้องหอพร้อมกับไก่ตัวผู้ตัวนั้น
พอเข้าไปในห้องแล้วสี่เหนียงก็เปิดผ้าคลุมหน้าของนางออกนางก้มหน้าทันทีด้วยความใ ถึงแม้วันนี้จะผัดหน้ามาหนาพอควรทว่าก็ยากนักจะมองร่องรอยไม่ออก
พูดกันว่าเป็หญิงงามอันดับหนึ่งสี่เหนียงอดเบะปากไม่ได้ ใบหน้านี้ผัดมาหนาสามฉื่อ[3]ได้ท่าทางเหมือนผีก็ไม่ปาน งามตรงไหนกัน ก็แค่ใช้วิธีที่น่าอดสูเพื่อแต่งเข้าสกุลเซวีย
“เซวียฮูหยินฝากข้ามาบอกเ้าสาวว่าเมื่อแต่งเข้ามาสกุลเซวียแล้ว เ้าก็คือคนของที่นี่ถ้าไม่ติดว่าคุณชายน้อยของสกุลเซวียร่างกายไม่แข็งแรง เ้าก็ไม่มีคุณสมบัติแม้แต่จะมาเป็สาวใช้ถึงแม้สกุลเซวียจะไม่ใช่ตระกูลสูงศักดิ์ แต่ก็ถือว่าร่ำรวยที่ดินเ้าแต่งเข้ามาแล้วก็ถือเสียว่าได้มาเสวยสุข เซวียฮูหยินฝากมาบอกเ้าเท่านี้ จำไว้ให้ดี”สี่เหนียงกระแอมเสียง “อยู่ในบ้านสกุลเซวียต่อไปเ้าจะพึ่งพาใครก็คิดให้ดีล่ะ”
หลังจากสี่เหนียงไปแล้วหม่าเสี่ยวเฟิ่งถึงได้กล้าเงยหน้ามองไปรอบตัวเตียงสูง หมอนอ่อนนุ่ม เทียนมงคลสีแดง แม้แต่สาวใช้ก็แต่งตัวงดงาม ลำพังแค่ห้องนี้ห้องเดียวก็กินขาดบ้านของนางทั้งหลังในหมู่บ้านหนิวเจี่ยวแล้วหม่าเสี่ยวเฟิ่งอดเหม่อมองไม่ได้ ความมั่งคั่งตรงหน้าทำให้นางลืมความอับอายและความเศร้าเมื่อครู่ไปทั้งหมดสิ่งเดียวที่ทำให้นางหงุดหงิดก็คือไก่ตัวผู้ตัวนั้นที่ไม่เข้ากับสถานที่
อีกมุมหนึ่งภายในเรือนของบ้านสกุลเซวียเมื่อเซวียเซิ่งหานได้ฟังข่าวที่หลี่จิ่นไปสืบกลับมาก็มีสีหน้าเรียบเฉย
“เ้าสาวคือหม่าเสี่ยวเฟิ่งตัวจริงรึ”
“ขอรับ ไม่รู้ว่าเกิดเื่อะไรขึ้นคนที่นั่งอยู่บนเกี้ยวเ้าสาวคือหม่าเสี่ยวเฟิ่งบุตรสาวของกวนซื่อจริงๆ”
นิ้วมือของเซวียเซิ่งหานเคาะโต๊ะหินเบาๆทว่าก็เป็เื่ที่อยู่ในความคาดหมาย
คนคนนั้นไม่มีทางยอมให้ตัวเองถูกส่งมาแต่งเข้าสกุลเซวียแทนได้ง่ายๆ
“แล้วนางล่ะ”
“นางตามขบวนเกี้ยวเ้าสาวมาด้วยเข้ามาในบ้านพวกเราแล้วขอรับ” หลี่จิ่นตอบเห็นแววตาของเซวียเซิ่งหานวูบไหวเล็กน้อย “ข้าเห็นนางดูเหมือนกำลังหาอะไรอยู่...”
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/0bbbc3b1cc93fc7757bd93c032d45e97
[1] สตรีแต่งงานแล้วที่ถูกจ้างมาดำเนินพิธีแต่งงานถือเป็อาชีพหนึ่งของจีนในสมัยโบราณ
[2] หนึ่งในขั้นตอนเข้าพิธีแต่งงานแบบจีนโบราณ ทำเพื่อขจัดสิ่งอัปมงคล
[3] นิ้ว