“อย่างที่เจ้าเห็น พวกเรายุ่งอยู่จริงๆ นั่นแหละ” นางซูเอ่ยพลางทำงานไปด้วย
จินหลันถือถ้วยน้ำยืนอยู่ข้างๆนางมองหยางหลิ่วกำลังเสียบเนื้อเงียบๆ อยู่ที่มุมห้องส่วนนางซูก็ใช้ช้อนตักเนื้อหมูใส่ลงในไห ทั้งสองคนทำงานอย่างชำนาญและรวดเร็ว
นางเร่งร้อนเอ่ยว่า“งานเหล่านี้ข้าช่วยได้ ค่าแรงเราเจรจาไว้ก่อนได้”
งานเหล่านี้มิได้ยากอันใดนางยังสามารถอุ้มบุตรคนเล็กมาได้ด้วยซ้ำ หากอีกฝ่ายยินยอม
นางซูเป็นคนใจอ่อนนักยามอยู่ต่อหน้าจินหลันก็ไม่อาจปฏิเสธลงได้ แต่นางก็ไม่กล้าตอบตกลงในทันทีจึงกล่าวว่า “ข้าคงต้องปรึกษาหารือกับพวกเด็กๆเสียก่อน พรุ่งนี้ค่อยให้คำตอบกับเจ้าได้หรือไม่?”
งานเหล่านี้มิได้ยากเย็นอันใดและพวกนางก็ต้องการคนช่วยอยู่จริง แต่นางซูกำลังคิดเผื่อปัญหาการลอกเลียนสูตร
บัดนี้มีร้านค้าหลายแห่งที่ขายล่าช่วนข้างถนน แม้รสชาติจะสู้ของพวกนางไม่ได้แต่ลูกค้าก็ถูกแบ่งปันไปไม่น้อย หากมีเนื้อหมูตุ๋นหม้อดินผุดขึ้นมาอีกหลายร้านการค้าของพวกนางคงยากที่จะดำเนินไปได้เช่นกัน
“ซูเหนียงจื่อช่างมีบุญนัก ที่มีบุตรฉลาดเฉลียวคอยช่วยเหลือ” จินหลันรู้สึกประหลาดใจ ไม่คาดคิดว่านางจะไม่ได้เป็นผู้ตัดสินใจด้วยตนเองจึงยิ้มพลางกล่าวว่า “เช่นนั้นพรุ่งนี้ข้าจะกลับมาใหม่นะเจ้าคะ”
“ได้สิ”
นอกเหนือจากชาวบ้านหมู่บ้านเถียนซินที่มาติดต่อยังมีผู้มาเยือนจากถนนจิ้นเหมินด้วย
“เนื้อหมูตุ๋นหม้อดินของพวกเจ้าไม่เลวเลยนายท่านของข้ามีความประสงค์จะเจรจากับมารดาของพวกเจ้า” หัวหน้าผู้ดูแลหนวดสองแฉกยิ้มแย้มพลางยื่นไมตรี
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เย่จื้อเฟิงประสบกับเรื่องเช่นนี้เขาโบกมือปฏิเสธทันที “ถ้ามาเพื่อซื้อสูตรก็ไม่ต้องกล่าวอันใดกันอีกหากต้องการให้พวกเราส่งสินค้าให้ ก็พอจะเจรจาเรื่องราคาได้ขอรับ”
หัวหน้าผู้ดูแลหนวดสองแฉกขมวดคิ้วกล่าวว่า“สหายน้อย อย่ากล่าวเช่นนั้นเลยกลับไปปรึกษาความคิดเห็นกับมารดาของเจ้าเสียก่อนดีหรือไม่?”
“เรื่องนี้ข้าตัดสินใจได้ขอรับ” เย่จื้อเฟิงยกแขนขึ้นกอดอกตั้งแต่พวกเขาคาดเดาว่าน้ำในบ่อไม่ธรรมดาก็ตัดสินใจแล้วว่าจะไม่ขายสูตรไม่ว่าจะด้วยราคาเท่าใด เรื่องนี้ไม่มีข้อโต้แย้ง
เด็กน้อยวัยสิบกว่าปีจะตัดสินใจอะไรได้หัวหน้าผู้ดูแลหนวดสองแฉกไม่เชื่อเช่นนั้นเขาเคยสืบมาแล้วว่าร้านแห่งนี้มีเพียงสตรีชาวบ้านผู้หนึ่งกับบุตรชายและบุตรสาวที่ยังโตไม่เต็มวัยจะไม่ถูกยั่วยวนด้วยเงินทองได้อย่างไร?
เนื้อหมูตุ๋นหม้อดินเก็บรักษาได้นานการขนส่งก็ไม่ใช่ปัญหา กำไรจากของสิ่งนั้น ผู้ใดก็มองเห็นหัวหน้าผู้ดูแลหนวดสองแฉกตั้งใจมั่นว่าจะต้องครอบครองมันให้ได้ จึงส่งคนไปสะกดรอยเมื่อนางซูปรากฏตัวเมื่อใด ก็ให้แจ้งแก่เขาในทันที
ณห้างร้านไท่หราน หลังจากเวลาล่วงเลยผ่านไปหลายวันเผยรุ่นจือก็จัดการบัญชีเสร็จสิ้นในที่สุด และเป็นอิสระเสียทีเมื่อเขาปรากฏตัวออกมา ก็ย่อมถูกผองเพื่อนผู้รักสนุกชักชวนให้ไปเที่ยวเล่น
โรงน้ำชาอวี๋ชิงคุณชายรูปงามสี่ห้าคนสวมเสื้อผ้าอาภรณ์หรูหรา นั่งประจำอยู่ริมหน้าต่างพวกเขาดึงดูดสายตาของผู้คนทั้งที่เปิดเผยและซ่อนเร้นมิใช่น้อย
เมืองสืออันมิได้ใหญ่โตนักไม่ว่าจะเป็นการพบปะสังสรรค์ของสตรีวัยแรกรุ่นหรือการรวมตัวของเหล่าบุรุษหนุ่มผู้เปี่ยมไปด้วยความกระตือรือร้นล้วนเป็นภาพที่งดงามน่าชม บางครั้งก็มีชายชราลูบเคราพร้อมถอนหายใจและกล่าวว่า“เมื่อตอนที่ข้ายังหนุ่มก็เคยควบม้าเร็วรี่ชมดอกไม้ทั่วทั้งฉางอันเช่นกัน”
เจ้าของโรงน้ำชาเป็นชายอ้วนลงพุงหน้าท้องกลมใหญ่ของเขาดูคล้ายพระสังกัจจายน์ที่ยิ้มแย้มแจ่มใสเขายกน้ำขึ้นมาบริการด้วยตนเองแทนเด็กรับใช้พลางกล่าวว่า“คุณชายทั้งหลาย ช่วงนี้พวกท่านสบายดีหรือไม่? ไม่ได้พบเห็นท่านทั้งหลายรวมตัวกันมาหลายวันแล้วผู้คนทั้งหลายคิดถึงพวกท่านมากเลยนะขอรับ!”
“มีผู้ใดคิดถึงข้าด้วยหรือ?” คุณชายชุดม่วงยิ้มพลางขยิบตาให้เขา
เจ้าของโรงน้ำชาหัวเราะเสียงดัง“แน่นอนว่ามีขอรับ คุณชายอี้ช่างสง่างามถึงเพียงนี้จะไม่ให้ผู้อื่นคิดถึงได้อย่างไรเล่า!”
“เหวินฉวินอย่าเพิ่งดีใจไป” คุณชายหลินที่กำลังชงชาอย่างพิถีพิถันกล่าวแทรกขึ้นว่า“ผู้อื่นที่เจ้าของร้านกล่าวถึงนั้น ไม่ได้หมายถึงแม่นางทั้งหลายแต่หมายถึง...”
“ตาเฒ่าฟาง! ฮ่าฮ่าฮ่า!”
คุณชายอิ่นที่อยู่ข้างๆแย่งตอบอย่างรู้ใจ เขาสบตาคุณชายหลินแล้วยิ้ม ส่วนคนอื่นๆ ก็อดหัวเราะไม่ได้คุณชายชุดม่วงอย่างอี้เหวินฉวินจึงโกรธจนแทบขาดใจตรงนั้น
ท่านตาฟางเป็นคนพิลึกเขาลุ่มหลงในวิถีแห่งชาอี้เหวินฉวินเคยพลั้งปากว่าจะนำต้าหงเผาที่เก็บสะสมไว้ที่บ้านมาให้เขาลิ้มรสนับแต่นั้นมา เขาก็ถูกเฒ่าหัวดื้อผู้นี้ตามติดไปทุกหนแห่งทว่าชาชนิดนั้นเป็นของบิดาของเขา หากนำออกมาโดยง่ายคงถูกตีขาหักเมื่อมอบให้ไม่ได้ก็จำต้องหลบเลี่ยง
เรื่องนี้มักถูกยกขึ้นมาหยอกล้อเสมอจนเขาไม่มีอารมณ์จะโกรธแล้ว เขาเอ่ยพึมพำ “ทั้งหมดเป็นความผิดของรุ่นจือเลยทำตัวว่างๆ ไม่เก่งการค้าหน่อยก็ไม่ได้ พวกเราเลยถูกเปรียบเทียบจนหมดสภาพต้องถูกบิดาบังคับให้ดูบัญชีไม่เว้นวัน แถมยังถูกด่าทอ...” แม้แต่ชาเล็กน้อยก็ยังให้ไม่ได้!
เผยรุ่นจือยิ้มแย้มพลางยกถ้วยชาขึ้น“ขอบคุณสำหรับคำชม”
“...”อี้เหวินฉวินเห็นแล้วอยากระเบิดอารมณ์ เขาดีดตัวลุกขึ้นพลางกล่าวว่า“นี่คือคำชมหรือ? ข้าบ่นเจ้าอยู่นะ! รีบตอบมาเคออิ๋งอิ๋งชวนเจ้าไปเที่ยวชมงานวันเทศกาลไหว้พระจันทร์ใช่หรือไม่?!”
เมื่อหัวข้อเปลี่ยนมาเป็นเรื่องนี้สีหน้าของทุกคนก็ดูคาดหวังขึ้นมาทันที พวกเขาอายุใกล้เคียงกันสมควรหมั้นหมายกับสตรีได้แล้วหากไม่มีความคิดเห็นอันใดกับเรื่องนี้เลยคงเป็นเรื่องโกหก
เจ้าของโรงน้ำชาถอนหายใจพลางรำพึงในใจ‘หนุ่มสาวนี่ดีจังนะ’ พลางนำไหใบเล็กออกมา“นี่เป็นกับแกล้มสำหรับพวกท่านทั้งหลายขอรับข้าไม่รบกวนการสนทนาของพวกท่านแล้ว”
หลายคนคุ้นเคยกันมานานเจ้าของโรงน้ำชาก็ทราบกำหนดการของพวกเขาโดยประมาณยามเที่ยงย่อมต้องย้ายไปยังร้านอาหาร เขาเป็นเพียงคนขายชา มิได้มีสิ่งอื่นใดนอกจากจะเพิ่มกับแกล้มเพื่อผูกมิตร
เด็กรับใช้ยิ้มแย้มพลางยื่นมือรับไว้จากนั้นวางไว้ข้างๆ ก่อนจะถอยออกไปพร้อมกับเจ้าของร้าน
เมื่ออี้เหวินฉวินถามซ้ำอย่างไม่ยอมแพ้เผยรุ่นจือก็จำต้องกล่าวอย่างจนใจ “เมื่อรู้ว่าเหวินฉวินมีใจให้นางข้าจะยอมรับคำชวนให้ออกไปเที่ยวด้วยกันได้อย่างไร?”
อี้เหวินฉวินตกตะลึงไปชั่วขณะแล้วกล่าวอย่างยินดี “รุ่นจือช่างมีน้ำใจนัก!”
คุณชายหลินมองคนทั้งสองเขาส่ายหน้าแล้วเผลอหัวเราะ “หากรุ่นจือก็มีใจให้คุณหนูเคอเช่นกันเหวินฉวิน ไม่ใช่ว่าเจ้ากำลังแย่งชิงสิ่งที่ผู้อื่นปรารถนาอยู่หรือ?”
หา?เขาไม่เคยคิดถึงปัญหานี้เลยสักครั้งพอคิดว่าหากคนทั้งสองรักใคร่ชอบพอกัน แล้วตนเองกลับเป็นคนชิงรักหักสวาท...แค่คิดอี้เหวินฉวินก็ไม่สบายใจขึ้นมาอีก
แม้ว่าการแต่งงานมักจะเป็นเรื่องที่บิดามารดาตัดสินใจให้และคุณหนูเคอกับพวกเขาในที่นี้ฐานะเหมาะสมกัน แต่หากทั้งสองมีใจให้กันคนในครอบครัวย่อมยินดีมากกว่า
“อย่ากล่าวเหลวไหลไปเลย” เผยรุ่นจือยกมือเป็นสัญญาณให้คุณชายหลินระมัดระวังคำพูดในโรงน้ำชามีผู้คนมากมาย เขาไม่อยากให้มีข่าวลือแปลกๆ แพร่สะพัดออกไปเช่นเรื่องการแตกคอกันเพราะสตรีนางหนึ่ง
“หญิงสาวผู้เพียบพร้อมทั้งรูปโฉมและคุณธรรมย่อมเป็นที่หมายปองของชายผู้สูงศักดิ์และมีคุณธรรม เหวินฉวินไม่ได้กระทำสิ่งใดผิด”
“ฮ่าฮ่าฮ่า! หญิงสาวผู้เพียบพร้อมทั้งรูปโฉมและคุณธรรมย่อมเป็นที่หมายปองของชายผู้สูงศักดิ์และมีคุณธรรม!” เมื่อกล่าวถึงประเด็นนี้คนอื่นๆ ก็อดสงสัยไม่ได้ว่า ในเมื่อชายผู้สูงศักดิ์เองก็ใฝ่หาหญิงสาวแล้วเหตุใดจึงมิเคยเห็นเขาเกี้ยวพาผู้ใดเลย?
ปฏิเสธไม่ได้ว่าเผยรุ่นจือเป็นที่นิยมมากที่สุดในหมู่พวกเขามีคุณหนูผู้กล้าหาญมากมายโยนผ้าเช็ดหน้าให้เขา แต่เขาก็มิเคยแสดงท่าทีอันใดเลย...