ระหว่างที่หุ่นผ่าดาวและแสงสายฟ้าอีกสายหนึ่งหายไปในทิศทางเดียวกัน ผลเืัอีกสองผลก็ถูกจับจองแล้วเช่นกัน พวกมันถูกอสูรปักษาตนหนึ่งใช้เท้าคีบบินออกไป
ส่วนอีกผลนั้นหายไปอย่างไร้ร่องรอย โดยที่ไม่มีใครพบเห็นเลย เมื่อพบว่าผลเืัหายไปจนหมดแล้ว เหล่าอสูรที่ไม่ได้รับผลเืัต่างก็พุ่งตามอสูรที่ได้รับผลเืัไป
โดยส่วนมากนั้นพุ่งไปยังทิศทางที่หุ่นไม้ผ่าดาวและแสงสายฟ้าพุ่งหายไป พวกมันตามทั้งสองไปเพราะเห็นว่าทิศนี้มีผลเืัมากที่สุด ส่วนอสูรปักษาที่ได้ไปผลเดียวก็ใช่ว่าจะมีอสูรตามมันไปเพียงน้อยนิด มีอสูรจำนวนมากเช่นกัน ที่ติดตามมันไป
ตู้มม !!
ขณะที่อสูรปักษากำลังบินหนีอยู่ ลูกไฟสีแดงจากที่ไหนไม่รู้พุ่งเข้าใส่ร่างของมันอย่างจัง ด้วยที่ไม่ทันได้สังเกตมันจึงโดนลูกไฟนั่นเข้าไปเต็มๆ จนทำให้ผลเืัหลุดออกจากเท้าของมัน
ฟุบ !
มีเงาดำร่างหนึ่งพุ่งเข้ามาเอาผลเืัไป และเปลี่ยนทิศทางไปทางอื่น ฝูงอสูรที่เห็นดังนั้นต่างก็หักเลี้ยวเปลี่ยนทิศทางตามไป
ตู้มม !! ปั้ง !!
เงาดำถูกโจมตีด้วยทุกสกิลอย่างไม่หยุดหย่อน อสูรที่พอมีความเร็วหน่อยก็พุ่งเข้าไปปะทะกับเงาดำนั้น ก่อนที่จะเกิดการปะทะกันขึ้นเป็วงกว้าง การต่อสู้อันแสนจะวุ่นวายก็เกิดขึ้น
ตัดมาทางด้านของหุ่นไม้ผ่าดาว เมื่อสกิลประกายสายฟ้าของมันหมดลง ความเร็วของหุ่นไม้ผ่าดาวก็ตกลงไปอย่างมาก แต่มันก็ยังเร็วกว่าอสูรที่ตามมาอยู่ดี
หุ่นไม้ผ่าดาวต่อสู้ไปด้วย และหลบหนีไปด้วย เพื่อคงไว้ซึ่งสกิลคลั่งต่อสู้ที่เขาเก็บสะสมมานานกว่า9ชั่วโมงเอาไว้ และพยายามพาพวกมันไปยังที่ที่มีกับดักจิดตั้งเอาไว้
การต่อสู้ส่วนใหญ่ที่เกิดกับเหล่าอสูรตรงต้นไม้นั่นคือฝีมือของหุ่นไม้ผ่าดาวเอง เพราะเขา้าเก็บสะสมเวลาต่อสู้เอาไว้ เขาจึงต้องต่อสู้ให้นานที่สุดเพื่อทำให้ตนเองแข็งแกร่งยิ่งขึ้น
จะได้พอสูงสีกับอสูรที่แข็งแกร่งบ้าง แม้จะไม่สามารถชนะได้แต่ก็สามารถต่อต้านและลอบโจมตีได้หรือหลบหนีได้หากอสูรตนนั้นแข็งแกร่ง
จนกระทั่งผ่านไปสักพักหนึ่ง เมื่อถึงสถานที่แห่งหนึ่งหุ่นไม้ผ่าดาวก็ทิ้งผลเืัไป ก่อนที่ร่างของมันจะหายเข้าไปในป่าลึก
เหล่าอสูรที่เห็นดังนั้นก็หยุดไล่ตามหุ่นไม้ผ่าดาวไปทันที พวกมันแทบจะหยุดร่างของตัวเองไม่ทันด้วยซ้ำไป เพราะไม่คาดคิดว่าหุ่นไม้ผ่าดาวอยู่ๆก็ทิ้งผลเืัไป เมื่อพวกมันหยุดตนเองได้แล้วก็พุ่งไปเอาผลเืัที่ตกอยู่ตรงพื้น
กรร !!
" ของข้า ! "
" ไม่ ! นั่นมันของข้า !"
" ของข้าต่างหาก !"
เหล่าอสูรที่หน้ามืดตามัวต่างก็เข้าไปยื้อแย่งผลเืักันอย่างบ้าคลั่ง เพราะหากพวกมันได้ผลเืัมา พวกมันก็มีสิทธิ์ที่จะเพิ่มระดับสายเืของตนเองให้แข็งแกร่งขึ้นได้
อสูรระดับสูงที่เคยเฉลียวฉลาดบางตนจึงกลายเป็ตัวโง่งมไปเมื่อถูกความโลภเข้าคลอบงำ
การต่อสู้อันชุลมุนก็เกิดขึ้น ไม่ต่างจากฝั่งของอสูรปักษาก่อนหน้านี้มากนัก แต่พวกมันกลับไม่ทันได้สังเกตเห็นเลยว่า หุ่นไม้ผ่าดาวที่หายตัวไปในตอนแรก ได้กลับมาแล้วและกำลังต่อสู้กับอสูรตัวหนึ่งที่อยู่รอบนอกของการแย่งชิงผลเืั
หุ่นไม้ผ่าดาวค่อยๆแอบกำจัดอสูรที่อยู่รอบนอกเรื่อยๆ พวกมันมีระดับั้แ่D-B ส่วนน้อยมากที่จะอยู่ในระดับD ที่แห่งนี้ระดับCคือมากที่สุด ส่วนระดับBคือตัวตนที่มีสิทธิ์ได้ผลเืัไปทั้งหมด
แต่เพราะความโลภเข้าบังตา พวกมันจึงไม่ทันว่าตนเองจะถูกหลอกให้ต่อสู้กันเอง ดังนั้นการต่อสู้กันเองของอสูรระดับBจึงเกิดขึ้นอย่างช่วยไม่ได้ ส่วนอสูรระดับCหลายตัวก็รวมกลุ่มกันเพื่อกดดันอสูรระดับBที่ได้ผลเืัไป
การต่อสู้อันแสนวุ่นวายดำเนินไปกว่า1ชั่วโมง ก่อนที่จะเหลืออสูรที่ได้ผลเืัเป็ตัวสุดท้าย " ฮ่าๆๆ ! ในที่สุดข้าก็ได้รับมันมา !"
อสูรรูปร่างคล้ายตัวนิ่มยืนถือผลเืัอยู่พลางหัวเราะออกมาด้วยความตื่นเต้น มันเป็เพียงอสูรระดับCเท่านั้น แต่ก็สามารถอยู่รอดจนเป็ตนสุดท้ายที่ได้ผลเืัเอาไว้ได้
" ไอ้พวกโง่เง่านั่น ! ฮ่าๆๆ ต่อสู้กันเองโดยที่ไม่รู้ตัวว่าข้านั้นมีพลังป้องกันที่แข็งแกร่งแค่ไหน ! ระดับแค่พวกเ้าทำอะไรเกราะของข้าไม่ได้หรอก แม้แต่ระดับเ้าอสูรมาเองก็ยังทำลายมันไม่ได้ !"
นี่เองที่เป็ความลับที่ทำให้มันเหลืออยู่เป็ตนสุดท้ายที่สามารถผลเืัได้
" อามมม ~" อสูรตัวนิ่มอ้าปากกำลังจะกินผลเืัเข้าไป แต่ในตอนนั้นเองเสียงสายฟ้าก็ดังเปรี้ยะๆ จากด้านข้างของตัวนิ่ม
ฟ้าคำราม !!
ร่างของตัวนิ่มหยุดชะงักไปในเสี้ยววินาที แต่ในเวลาเพียงเสี้ยววินาทีมันก็เพียงพอต่อหุ่นผ่าดาวที่มีความเร็วอันมหาศาลแล้ว ตอนนี้เขาไม่รู้ว่าตนเองมีค่าความเร็วเท่าไหร่ อาจจะเกิน500ไปแล้วก็ได้ หรืออาจจะมากกว่านั้นแต่เขาก็ยังไม่ได้เปิดดู
เพราะตอนนี้เขาก็เก็บรวบรวมเวลามาได้ถึง10ชัวโมงแล้ว ซึ่งการเพิ่มขึ้นมาถึงนะดับนี้ได้ถือว่ามากมายเลยทีเดียว
ฉั่วะ ~
ผลของฟ้าคำรามทำให้สกิลที่ส่งเสริมเกราะของตัวนิ่มคลายลง เมื่อไม่มีสกิลที่ส่งเสริมเื่ของเกราะ ดาบในมือของหุ่นผ่าดาวก็สามารถตัดผ่านร่างของตัวนิ่มไปได้อย่างง่ายดาย
" นี่…" ร่างของตัวนิ่มแยกออกจากกันด้วยสายตาไม่ยากจะเชื่อจากตัวนิ่มเอง มันไม่คิดว่าตนเองจะเปราะบางได้ถึงขนาดนี้ !
[ ยิ้นดีด้วย ! หุ่นไม้ผ่าดาวสังหาร อสูรทลายพสุธาระดับCเลเวล66สำเร็จ ! ได้รับค่าประสบการณ์… ]
[ ยินดีด้วย ! ท่านได้รับแกนกลางอสูรระดับC*1 ]
[ ยินดีด้วย ! ท่านได้รับการ์ดเปล่าระดับC*1 ]
เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นในหัวของวรรณชัยที่ซุ่มอยู่อีกแห่งหนึ่ง ั้แ่ที่รอผลเืันี้ เสียงแจ้งเตือนคล้ายๆกันก็ดังขึ้นในหัวของเขาไม่หยุด จนกระทั่งเขาต้องไปหาฟังชั่นปิดเสียงแจ้งเตือนเพื่อผิดการแจ้งเตือนเลยทีเดียว
เมื่อกำจัดตัวนิ่มได้แล้วหุ่นไม้ผ่าดาวก็ก้มลงไปเก็บผลเืัขึ้นมา และกำลังจะจากไป แต่ในตอนนั้นเองเสียงสายฟ้าก็ดังมาจากในพุ่มไม้แห่งหนึ่ง ก่อนจะผ่าเข้าไปที่ร่างของหุ่นไม้ผ่าดาวอย่างจัง
ปั้ง !! เปรี้ยะๆ !!
" ฮ่าๆๆ ! แม้แกจะฉลาดหน่อยที่สามารถหลอกล่อพวกอสูรชั้นต่ำนั่นตบตีกันได้ แต่ก็ไม่สามารถหลอกข้าผู้นี้ได้ ! " เสียงหัวเราะสะใจดังออกมาจากพุ่มไม้
ก่อนที่ประกายสายฟ้าเส้นหนึ่งจะพุ่งมาทางที่หุ่นไม้ผ่าดาวเคยอยู่และหยุดลง เมื่อประกายสายฟ้านั้นหายไปก็ปรากฎให้เห็นเป็พยัคฆ์ขาวตัวหนึ่งค่อยๆเดินเข้าไปยังที่ที่หุ่นไม้เคยอยู่มันกำลังจะไปเก็บผลเืัขึ้นมา
ร่างของพยัคฆ์ขาวตนนี้เหมือนกับพยัคฆ์ขาวที่ต่อสู้กับวานรเพลิงทุกประการ จะแตกต่างกันก็ตรงที่มันมีขนาดตัวที่เล็กกว่า และอ่อนแอกว่าพยัคขาวตนนั้นอยู่ระดับหนึ่ง
แต่มันก็เดินไปได้ไม่นานก็ต้องหยุดชะงักไป นั่นเพราะหุ่นไม้ผ่าดาวที่มันคิดว่าตายไปแล้วจากสายฟ้าของมัน กลับยังคงยืนอยู่ที่เดิมเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เมื่อเห็นว่าเป็ตัวตนระดับBที่โผล่ออกมา ในตอนแรกวรรณาลัยพร้อมที่จะให้หุ่นไม้สี่ทิศหลบหนีไปแล้ว แต่เมื่อเห็นว่ามันเป็ผู้ใช้สายฟ้าแค่นั้นแหละ รอยยิ้มยินดีก็แรากฎขึ้นบนใบหน้าของวรรณชัย
กลืนอัสนี !
สายฟ้าที่พยัคฆ์ขาวส่งมาไหลไปตามร่างของหุ่นไม้ผ่าดาว ตามการไหลเวียนของกายหลอมวัชระ เขาได้ใช้ไปสองสกิลในครั้งเดียวนี้
เมื่อเห็นพยัคฆ์ขาวเดินเข้ามา หุ่นไม้ผ่าดาวก็หันไปมองพยัคฆ์อย่างช้าๆ เล่นเอาพยัคฆ์ขาวหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่พวกมันจะแปรเปลี่ยนไปเป็ความโกรธเพราะคิดว่าหุ่นไม้ผ่าดาวกำลังดูถูกและยั่วยวนมันอยู่
" แก !! ไอ้สวะเดนตาย อย่ามาดูถูกข้าอัสนีคำรามผู้นี้นะ ! แกกล้าดูถูกข้าผู้ที่เป็ถึงลูกหลานของพยัคฆ์อัสนีทลายดวงดาวเชียวรึ !"
พยัคฆ์ขาวร้องคำรามก่อนที่ทั่วทั้งร่างของมันจะปกคลุมไปด้วยสายฟ้า จากนั้นสายฟ้าหลายสิบสายก็นะเบิดออกและผ่าลงมาใส่ร่างของหุ่นไม้ผ่าดาว
เปรี้ยงๆๆ !!! ตู้มม ~ ปั้ง !!
พายุสายฟ้าโหมกระหน่ำฟาดใส่หุ่นไม้ผ่าดาวอย่างไม่หยุดหย่อน เห็นการกระหน่ำโจมตีมาแบบไม่คิดหน้าคิดหลังแบบนี้ วรรณชัยที่เชื่อมจิตอยู่กับหุ่นไม้ผ่าดาวก็พอจะรู้ว่าพยัคฆ์ขาวตนนี้ยังอายุไม่มากนัก มันจึงยังไม่มีความยับยั้งชั่งใจ
และมีความคิดเพียงแค่ว่าสายเืของตนเองแข็งแกร่งที่สุด ไม่มีใครที่สามารถต่อกรกับพวกมันได้ หากพวกมันตั้งใจต่อสู้ก็สามารถเอาชนะได้ในท้ายที่สุด นั่นคือความหยิ่งยโสของสายเืพยัคฆ์อัสนีทลายดวงดาวที่เคยเป็ถึงตัวตนระดับเทพของบรรพบุรุษของพวกมัน
นี่เองจึงเป็เหตุผลให้พยัคฆ์ขาวตัวก่อนหน้านี้ก็ไม่ตรวจดูความแข็งแกร่งของวานรเพลิงให้ดีก่อนและโจมตีออกไปด้วยความหยิ่งยโส ผลจึงทำให้คราวนั้นมันเกือบจะเอาชีวิตไม่รอด หากไม่ได้อสรพิษมรกตและแร้งเพลิงทมิฬช่วยเอาไว้ แน่นอนว่ามันย่อมตกตายไปจนไม่มีใครจำซากศพได้
วรรณชัยไม่ได้สั่งให้หุ่นไม้ผ่าดาวโจมตีพยัคฆ์ขาว เขาสั่งให้มันดูดซับสายฟ้าที่ถูกปล่อยออกมาแทน และหมุนเวียนตามสกิลกายหลอมวัชระอีกครั้ง
สายฟ้าอันแสนจะรุนแรงโหมดระหน่ำใส่หุ่นไม้ผ่าดาว และโหมดระหน่ำเข้าไปไหลเวียนในร่างกายของหุ่นไม้ผ่าดาวเช่นกัน จากนั้นไม่นานเสียงแจ้งเตือนก็ดังขึ้นในหัวของวรรณชัย
[ ยินดีด้วย ! กายหลอมวัชระของหุ่นไม้ผ่าดาวเข้าสู่ระดับที่1แล้ว +50%ความแข็งแกร่ง +50%ความเร็ว +75ป้องกัน +25%ความอึด +15%มานา ]
การโจมตีแบบจัดเต็มของพยัคฆ์ขาวยังคงดำเนินต่อไป มันใช้ทุกอย่างที่มันสามารถใช้ได้ออกไปเพื่อโจมตีหุ่นไม้ผ่าดาวใฟ้สิ้นซาก
หลังโจมตีไปได้ระยะหนึ่งพยัคฆ์ขาวก็หยุดโจมตี ฝุ่นลอยฟุ้งกระจายไปทั่วทั้งพื้นที่ พยัคฆ์ขาวหอบหายใจรัวเร็ว แต่สีหน้ากลับเต็มไปด้วยความพึงพอใจ
" แฮก ~ แฮก ~ เป็ไงล่ะ ! เ้าตัวต่ำต้อย ! เห็นถึงพลังของข้าอัสนีคำรามผู้นี้แล้วหรือยัง !" พยัคฆ์ขาวกล่าวออกมาด้วยความพึงพอใจ สีหน้าแสดงออกถึงใบหน้าที่เหนือกว่าอย่างชัดเจนเมื่อมองเข้าไปในกลุ่มควัน
ไม่นานนักฝุ่นที่เกิดจากการโจมตีของพยัคฆ์ขาวก็ค่อยๆหายไป ก่อนจะปรากฎร่างของหุ่นไม้ผ่าดาวที่ยืนอย่างสงบอยู่ที่เดิมอีกครั้ง
" นี่มัน…" พยัคฆ์ขาวที่เห็นว่าหุ่นไม้ผ่าดาวไม่แม้แต่จะมีรอยขีดข่วนจากการโจมตีของมันเลยแม้แต่น้อย มันก็ไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เห็น
ฟ้าคำราม !! กรร !!
แต่ก่อนที่มันจะได้ทำอะไรนั้น เสียงคำรามของหุ่นไม้ผ่าดาวก็พุ่งเข้ามาในโสตประสาทของมัน ร่างของพยัคฆ์ขาวแข็งทื่อไป จากนั้นหุ่นไม้ผ่าดาวก็ค่อยๆเดินออกจากจากจุดเดิมที่เคยยืนอยู่ เขาไม่ได้เร่งรีบเหมือนครั้งก่อนๆนัก
ร่างของพยัคฆ์ขาวสั่นเทาอย่างหยุดไม่อยู่ ความรู้สึกหวาดกลัวเข้ามากัดกินจิตใจของมัน มันไม่เคยคาดคิดเลยว่าจะมีตัวตนแบบนี้อยู่บนโลกใบนี้ด้วว ! ตัวตนที่สายฟ้าของมันไม่สามารถทำอะไรรฝแม้แต่สร้างรอยขีดข่วนก็ยังไม่ได้เลย..
" ม ไม่… ! จ เ้า ย อย่า ฆ ฆ่าข้า บ บิดา ข ข้า ป เป็ ถ ถึง จ เ้าอสูร…"
ฉั่วะ ~
แยกปฐี !
ดาบในมือของหุ่นไม้ผ่าดาบเรืองแสงสีน้ำตาลอ่อนขึ้นมา ก่อนที่เขาจะฟันไปที่ร่างของพยัคฆ์ขาว ทันทีที่ฟันถึงร่างของพยัคฆ์ขาว คบื่นดาบสีน้ำตาลก็พุ่งออกไปตัดร่างของพยัคฆ์ขาวออกเป็สองส่วน
[ ยินดีด้วย หุ่นไม้ผ่าดาวสังหาร พยัคฆ์อัสนีพิโรธ ระดับBเลเวล110 สำเร็จ ! ได้รับค่าประสบการณ์… ]
[ ยินดีด้วยท่านได้รับการ์ดพยัคฆ์อัสนีพิโรธ ระดับB*1 ]
เลเวลของหุ่นไม้ผ่าดาวเพิ่มขึ้นอย่างก้าวะโ ทันทีที่สามารถสังหารพยัคฆ์อัสนีพิโรธได้สำเร็จ
หุ่นไม้ผ่าดาวไม่ได้ฟังด้วยซ้ำว่ามันกำลังพูดอะไนอยู่หรือยกใครที่ใหญ่โตกว่ามาอ้าง มันเพียงแค่กำจัดผู้ที่คิดร้ายต่อมันก็เท่านั้น
แม้ว่าจะเป็พยัคฆ์ขาวที่เป็ถึงระดับAจะมาเอง แต่หุ่นไม้ผ่าดาวก็ไม่เกรงกลัว เพราะสายฟ้าก็เหมือนกับน้ำอมฤตสำหรับหุ่นไม้ผ่าดาวที่สวมใส่การ์ดบาบาร์เรี่ยนฟ้าลั่นอยู่ในตอนนี้
หากเป็อสูรตนอื่นที่ไม่ใช่ความสามารถเป็สายฟ้าหรืออัสนีละก็การต่อสู้ในครั้งนี้จะต้องยาวนานและยากลำบากมากกว่านี้อย่างแน่นอน ไม่ใช่จบลงอย่างง่ายดายเช่นนี้ หรืออาจจะเป็หุ่นไม้ผ่าดาวเองที่ต้องหนีไปยังจุดที่สร้างกับดักเอาไว้
หลังจากสังหารพยัคฆ์ขาวเด็กเสร็จเรียบร้อยแล้ว หุ่นไม้ผ่าดาวก็ก้มไปเก็บผลเืัขึ้นมา จากนั้นก็พุ่งออกไป
กรร !!
ในเวลาเดียวกันกับที่หุ่นผ่าดาวพุ่งหายไปได้ไม่นาน สายฟ้าเส้นหนึ่งก็ปรากฎขึ้นข้างร่างของพยัคฆ์อัสนีพิโรธ
" กรร !! ใคร ! ใครมันกล้ามาทำสังหารลูกข้า !! ตาย !! พวกแกจะต้องตายทั้งหมด !! ไม่ว่าใครก็ตามที่มันทำ ! รอก่อนเถอะ ! หลังจากที่ข้าไปสู่ระดับพระเ้าได้แล้วข้าจะไปฆ่าล้างโคตรพวกเ้า !!"
พยัคฆ์ขาวที่สู้กับวานรเพลิงร้องคำรามด้วยความเกรี้ยวกราด ลูกของมันถูกสังหารขณะที่มันยังคงอยู่ใกล้ๆ แบบนี้มันถือเป็การดูิ่มันที่เป็ระดับเ้าอสูรเกินไป มันได้สาบานแล้วว่าเมื่อมันออกมาจากการเลื่อนระดับมันจะฆ่าล้างโคตรทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องกับผู้กระทำอย่างแน่นอน !
นั่นเพราะมันได้จำกลิ่นของผู้กระทำเอาไว้แล้ว ดังนั้นการจะตามหาจึงไม่ใช่เื่ยากอะไร
ทางด้านของวรรณชัย พวกเขาไม่ได้รับรู้ถึงเื่ราวอะไรด้วยเลย กับดักที่พวกเขาทำเอาไว้ก็เป็หมันไปไม่ได้ใช้ หลังจากได้รับผลเืัมาจากหุ่นไม้ผ่าดาวและพยัคฆ์ขาวแล้ว วรรณชัยก็เก็บมันไว้ในช่องเก็บของ
กลิ่นอายของผลเืัที่ฟุ้งกระจายออกมาก็หายไปในทันที เหมือนไม่เคยมีผลเช่นนี้มาก่อน
หลังจากที่เก็บผลเืัไปแล้ววรรณชัย หุ่นไม้ผ่าดาว และหุ่นไม้สี่ทิศ ก็ตามเก็บงานเหล่าอสูรระดับต่ำที่ยังคงเร่ร่อนอยู่แถวต้นไม้ที่ออกผลเป็ผลเืั
ตอนนี้เขาต้องรีบเก็บเลเวล ก่อนที่เวลาของหุ่นไม้ผ่าดาวจะหมดลงเขาจะต้องรีบไปให้ถึงเลเวล40 ให้ได้ ซึ่งตอนนี้เขาก็เลเวล34แล้ว จากการที่หุ่นไม้ผ่าดาวสังหารอสูรระดับสูงอย่าง ระดับ D C มากมายและยังมีพยัคฆ์อัสนีพิโรธที่เป็ถึงระดับ B เลเวล100อีกด้วย !!
ที่เหลือในตอนนี้จึงเป็เพียงแค่การเก็บรวบรวมการ์ดระดับDและแกนกลางอสูรระดับD และค้นหาไม้แกร่งเท่านั้นเขาก็จะสามารถเลื่อนระดับและปลดล็อกสกิลที่ล็อกอยู่ได้แล้ว