พอได้ฟังความจริงจากปากของเซียนฟาน ทำให้นางรู้สึกว่าตนเอง ดูเเค่สภาพภายนอกของเขา ก็ตีตราว่า เขาเป็ผู้ยากไร้ นี้นางมองเขาเช่นนั้นจริงๆ หรือ อาจจะเป็เพราะนาง เจอชงเปาเด็กคนนั้นที่ดูลำบาก สภาพของชงเปาก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่ เสื้อผ้าที่ดูเก่ามาก จนนางต้อง ออกเงินไปซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่ให้กับชงเปา เพราะเหตุนี้นางจึงเปรียบเขาเป็ผู้ยากไร้
เมื่อนึกถึงเื่นี้ขึ้นมา ทำให้นางรู้สึกคิดถึงชงเปา ไม่รู้ป่านนี้จะเป็อย่างไรบ้าง ก่อนที่นางจะมาหางานทำ ก็ได้ไปเเวะเยี่ยมชงเปาพร้อมกับยื่นถุงเงินให้ แต่ดูเหมือนว่า คนในละแวกนั้น คงเอ็นดูชงเปา เลยมีคนจ้างให้ชงเปาไปเก็บไม้ฟืน เเละคอยให้เงินเป็ค่าตอบแทน นางจึงไม่ต้องเป็ห่วงชงเปามากนัก
เป็นางเองที่ดูเขาผิดไป จะโกรธเขาไปก็มิได้ จึงได้แต่ทำใจยืนนิ่งอยู่สักพัก ก่อนจะเอ่ยคำพูดขึ้นมา
"เป็ข้าผิดเอง ที่มองดูท่านไม่ออก เเละตอนนี้ข้าเองก็ออกมานานแล้ว ประเดี๋ยวข้าคงต้องกลับแล้วล่ะ"
"เดี๋ยวสิ! สรุปว่า เ้ายังโกรธข้าอยู่ไหม" เขาเอ่ยถามอย่างรู้สึกกังวล กลัวว่านางยังโกรธเขาอยู่
"เอาเป็ว่า เป็เื่เข้าใจผิด ข้าไม่โกรธคุณชายแล้ว"
เซียนฟางเห็นเหมยหลันกล่าวออกมา ทำให้เขารู้สึกใจชื้นขึ้นมาบ้าง เป็เพราะนางไม่โกรธเขาแล้ว
"ในเมื่อเ้ามาที่นี้ สนใจจะทำงานที่นี้หรือไม่" เขาเห็นนางมาที่นี้ คิดว่าคงมาหางานทำ เลยเอ่ยชวนนาง
"ขอบคุณมากที่เอ่ยชวนข้าให้มาทำงานที่นี้ แต่ข้าได้งานทำแล้ว"
"ได้งานทำแล้วหรือ เ้าทำงานอะไร พอจะบอกข้าได้หรือไม่" เขารู้สึกผิดหวัง เมื่อได้ยินว่านางมีงานทำแล้ว ใจจริงเขาอยากให้นางทำงานเป็สาวใช้ที่นี้
"เื่นี้...เอาเป็ว่า ตอนนี้ข้ายังบอกท่านไม่ได้" นางไม่สามารถบอกเขาได้ เพราะกลัวว่าเื่นี้จะมีผลกับนาง เป็ถึงสาวใช้ให้กับองครักษ์เสื้อแพร หากเขาล่วงรู้ว่านางเล่าอะไรออกไป มีหวังนางคงไม่มีชีวิตรอดเเน่ เเค่นึกถึงปลายกระบี่ที่จี้มาตรงคอของนาง เมื่อก่อนหน้านี้ ยังรู้สึกกลัวอยู่มิน้อย
"เช่นนั้น ก็ไม่เป็ไร ตอนนี้เ้าช่วยรออีกหน่อย...ข้ามีอะไรจะให้เ้าด้วย"ก่อนที่เขาจะหลีกทางให้นางไปจากที่นี้ เขามีอะไรบางอย่างจะให้นาง เขาเลยเข้าไปหาชายหนุ่มที่ยืนเฝ้าหน้าประตู ก่อนจะกระซิบอะไรบางอย่าง ไม่นานคนที่เฝ้าหน้าประตู กลับเข้าไปในคฤหาสน์ แล้วหยิบอะไรบางอย่างออกมาด้วย ก่อนจะยื่นให้ผู้เป็นายที่กำลังยืนรออยู่
เขาหยิบสิ่งนั้น แล้วเดินมาทางเหมยหลันที่กำลังยืนด้วยท่าที แปลกใจอยู่ เมื่อเขายื่นถุงเงินมาให้นาง ด้วยความสงสัยของสิ่งนั้น นางจึงเอ่ยถามเขา
"นี่ คืออะไรกัน แล้วเหตุใดถึงให้ข้า"
"สิ่งนี้ คือเงิน ที่ข้าตั้งใจจะมอบให้ เหมยหลัน เ้ารับไปเถอะ ข้าได้ยินมาว่า เ้า้าเงินไปไถ่ตัวบิดา ไม่ใช่เหรอ" เขากล่าวออกมา ทำให้นางเเปลกใจอยู่เช่นกัน เหตุใดเขาถึงได้รู้เื่เกี่ยวกับบิดาของนาง
"คุณชาย รู้ได้อย่างไร ว่าข้า้าเงินไปไถ่ตัวท่านพ่อข้า"
"พอดี วันก่อนข้าได้ยิน เ้าพูดคุยกับชงเปา ว่าเ้า้าหางานเพิ่ม ข้าเลยสงสัย เลยให้คนสืบดู ก็เลยรู้ว่าเ้ากำลังลำบาก ้าหาเงินมาใช้หนี้บ่อนพนันแทนบิดา" เขาบอกกับนางไปเช่นนั้น พร้อมทั้งยื่นถุงเงินนั้นให้อีกครั้ง
ตกลงว่า เขาไปเห็นนางคุยกับชงเปา ตอนไหนกัน เหตุใดถึงนางไม่รู้ นางคุยกับชงเปาเื่จะหาเงินเพิ่มจริง เลยตั้งใจจะบอกชงเปาให้รับรู้ไว้ เพราะนางตั้งใจจะไปหางานทำที่ได้เงินมากกว่านี้ คิดไว้แล้วว่าหากยังหาเงินเพิ่มมาไม่ได้ นางตั้งใจจะไปแคว้นจู่หนาน ไปหางานที่นั้น เพราะได้ยินผู้คนเขาพูดกันว่า ที่นั้นเป็แหล่งหาเงินที่ดี ซ้ำยังค้าขายได้กำไรเป็กอบเป็กำอีกด้วย นางเลยตั้งใจจะบอกชงเปาไว้ เพื่อชงเปาจะได้รับรู้ ไม่ต้องสงสัยว่านางหายไปไหน เเต่เพราะนางได้ยินข่าวว่ารับสาวใช้ สามารถเรียกร้องค่าจ้างได้ นางจึงสนใจและออกติดตามหางานทำแถวนี้
"คุณชาย ให้เงินแก่ข้า เท่าไหร่เหรอ?" นางเอ่ยถามเขา พลางมองดูถุงเงินที่เขาตั้งใจยื่นมาให้ แต่นางยังไม่รับ
"ในนี้ มีเงินทั้งหมด สองพันตำลึง ข้างในเป็ตั๋วเงิน"
"มากขนาดนั้น คุณชายเก็บไว้เถอะ ข้าคงรับไว้มิได้" นางกล่าวปฏิเสธ
"เงินนี้ ยังน้อยไปด้วยซ้ำ สำหรับน้ำใจที่ เ้ามีให้ข้า ถือว่าเป็เงินค่าบะหมี่ ที่ข้าไปกินที่ร้านของเ้าทุกครั้ง"
"ได้อย่างไรกัน ข้าบอกแล้ว ว่าให้กินโดยไม่คิดเงิน ดังนั้นคำพูดของข้า บอกว่าไม่คิดก็คือไม่คิด"
"ที่ผ่านมา ข้ารู้สึกละอายใจยิ่ง ข้าไปกินบะหมี่ เ้าไม่เคยเก็บเงินข้าเลย ทั้งที่ข้ามีเงินจ่าย แต่พอเ้าเดือดร้อนเื่เงิน ข้ายินดีช่วย แต่เ้ากับไม่รับน้ำใจจากข้า"เซียนฟางกล่าวออกมา อย่างน้อยใจ ที่นางปฏิเสธไม่รับถุงเงินจากเขา ทั้งที่เขามีน้ำใจจะให้นาง โดยไม่ได้หวังผลตอบเเทน
"ขอบคุณ ในความมีน้ำใจ ของท่าน แต่ข้าคงรับเงินนี้ไว้ ไม่ได้จริงๆ พอดีข้าได้งานทำแล้ว อีกไม่นาน ข้าก็จะได้เงินที่สามารถ ไปไถ่ตัวท่านพ่อข้าได้" นางกล่าวออกมา เพราะรู้สึกว่าเงินตั้งมากที่เขาตั้งใจให้นาง มันมากกว่าค่าบะหมี่ที่เขากินไปเสียอีก นางจะรับเงินจากเขาได้อย่างไรกัน เมื่อเห็นว่าเขายังไม่ยอม เเละยัง้าให้นางรับถุงเงินจากเขาให้ได้
"เอาไว้คราวหน้า หากข้ากลับไปขายบะหมี่ รอบนี้ข้าจะคิดเงินกับคุณชายอย่างแน่นอน"
"เ้าจะไม่รับเงิน จากข้าจริงๆหรือ...แต่เ้ากำลังเดือดร้อนอยู่" เขากล่าวออกมาอย่างรู้สึกเสียใจอยู่เช่นกัน เขาอุตส่าห์มีใจมอบเงินให้นาง แต่นางกลับไม่ยอมรับเงินจากเขา
นางส่ายหน้า กำลังจะพูด แต่ก็มีใครผู้หนึ่ง ทักขึ้นมาเสียก่อน จนนางต้องหันกลับไปมอง จึงรู้ว่าเป็องครักษ์มิ่งลู่นั่นเอง
"แม่นางเหมยหลัน เ้าอยู่ที่นี้เองหรือ ข้าออกตามหาเ้า สักพักแล้ว ใต้เท้ารออยู่ เ้ารีบกลับไปได้เเล้ว"
ก่อนหน้านี้องครักษ์มิ่งลู่ ที่คอยเฝ้าจับตาดูความเคลื่อนไหวของเหมยหลัน ตามที่ใต้เท้าหยางสั่งการ เห็น นางกำลังคุยอยู่กับเซียนฟาน นานแล้ว เขาจึงต้องรีบตามตัวนางกลับไป
เซียนฟาง ตั้งใจจะถามว่าคนตรงหน้าที่มาตามให้นางกลับไป เป็ผู้ใดกัน แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยถาม นางก็กล่าวขึ้นมาเสียก่อน
"นั้น ข้าขอตัวก่อน" นางกล่าวจบแล้วรีบเดินออกจากที่นั้น พร้อมกับได้ยินเสียง เซียนฟางร้องะโออกมา
"ข้าจะได้ เจอเ้าอีกไหม"
เหมยหลันไม่ได้กล่าวอะไร แค่พยักหน้าให้กับเขาเเล้วเดินจากไป
เซียนฟางยืนกำหมัดเเน่น เมื่อเห็นเหมยหลันเดินกลับออกไปแล้ว เขายังรู้สึกเสียดาย ที่นางไม่ได้เข้ามาทำงานเป็สาวใช้ที่นี้ ทั้งที่จริงแล้ว เขาอุตส่าห์วางแผนไว้ สั่งคนของเขาไปเป่าประกาศ ว่าที่นี้รับสาวใช้และบอกด้วยว่า สามารถเรียกร้องค่าจ้างได้ เพราะก่อนหน้านี้ เขาไปที่ร้านบะหมี่ของนาง ได้ยินเหมยหลันคุยกับ ชงเปา ว่าตอนนั้น นาง้าหาเงินเพิ่ม เขาเลยสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับนางกันเเน่ จึงส่งคนไปสืบ จึงรู้ว่าบิดาของนางติดหนี้บ่อนพนันที่หอจุ้ยเซียน เขาก็เลยวางแผนการนี้ขึ้นมา แต่ไม่ได้คิดว่ามันจะผิดพลาดเช่นนี้
เซียนฟางพยายามหลับตานิ่งเพื่อทำใจอยู่สักพัก ก่อนจะลืมตาขึ้นมา พร้อมทั้งเดินไปทาง บุรุษที่ยืนเฝ้าหน้าประตูอยู่ข้างๆ
"ตอนนี้ ไม่ต้องเปิดรับสาวใช้เเล้ว เป่าประกาศไปว่าที่นี้ได้สาวใช้แล้ว ดังนั้นใครที่มาก็บอกเช่นนี้ออกไป"
"ขอรับ ข้าน้อยจะทำตาม"