ผมเปิดประตูห้องพักของรีสอร์ทหรูอย่างเชื่องช้าด้วยความเมา งานเลี้ยงหลังงานแต่งเต็มไปด้วยเครื่องดื่มหลากชนิด ที่สำคัญขาดไม่ได้คือบลูฮาวายที่ผมโปรดปราน(จนเกือบจะเสียตัวให้กับแฟนตัวเองหลายหน) ได้แต่คิดในใจเอาเองว่างานแต่งงานของพวกคนรวยนี่ดีจริงๆ เสิร์ฟพวกค็อกเทลอะไรแบบนี้ด้วย มีหลายครั้งที่ผมติดสอยห้อยตามคุณแฟนไปงานเลี้ยงที่เป็ผับหรือบาร์ คุณต่อจะสั่งให้ผมจิบๆแก้วหนึ่งพอให้ดับกระหาย ราคามันก็ตกแก้วละ 250 บาทหรือแพงกว่านั้น เพราะมันต้องมีภาษีอีก 7% บวกค่าบริการอีก 10% แค่ไอ้กระผมซดไป 10 แก้ว (สมมุตินะครับ ไม่ได้ดื่มจริง จริง จรี๊งงงงงงงงง...เอิ๊กกกกก) ก็ตก 2,500 บาท บวกๆเข้าไปละ ใส่ซอง 500 ก็คุ้มแล้ว
ทางเดินจากห้องจัดเลี้ยงมาที่ห้องพักค่อนข้างมืด แม้จะมีโคมไฟประดับประดาอยู่แทบจะทุก 50 เมตรก็ตาม หรืออาจเป็เพราะว่าผมกำลังเมาได้ที่ก็ไม่รู้ ก่อนหน้านี้แฟนหนุ่มสุดหล่อก็อาการร่อแร่ไม่ต่างกัน หลังจากโหมงานหนักมาสักระยะแล้วมาที่นี่ก็เรียกได้ว่าแทบจะหมดสิ้นพลังงานชีวิต ดีหน่อยที่ไม่ต้องขับรถเอง ตอนที่นั่งมาจากกรุงเทพก็ฟุบหลับตลอดทาง ยังดีนะที่สมัยนี้มีกูเกิ้ลแมพ ไม่อย่างนั้นคงจะหลงอยู่แถวๆหัวหินนานพอดู
รีสอร์ทหรูนี้อยู่แถวปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็รีสอร์ทระดับสี่ดาวที่ตกแต่งหรูหราสมกับใช้เป็สถานที่จัดงานแต่งแบบกลางแจ้ง ่เช้าเราเหงื่อไหลไคลย้อยก็มาฉลองพิธีสมรสกันต่อ่เย็นในห้องจัดเลี้ยง ดื่มเต็มที่ไม่มีอั้น ใครจะฟุบหลับก็ไม่มีใครว่า ... ว่าได้ไงล่ะ แฟนเราก็หนึ่งในนั้น ผมเลยต้องมาตามดูอาการหน่อยว่าสภาพเละเทะแค่ไหน
“ห้อง 9 ห้อง 9” ผมต้องพึมพำกับตัวเองเพื่อไม่ให้ลืมหมายเลขห้อง คราวที่แล้วก็หลงไปห้องหมายเลข 6 ทีนึงละเพราะตัวเลขมันหลุดกลับหัว พยายามเอากุญแจมาไขก็เปิดไม่ออก สุดท้ายเ้าของห้องเปิดมาด้วยสีหน้างวยงง
แกร็ก.... ไฟมืดสนิท
พรึ่บ...
“พี่เอก” ผมตาเบิกโพลง มองร่างใหญ่ที่เปลือย่อกโดยมีร่างสูงใหญ่ของผู้ชายอีกคนคร่อมอยู่ เสียงนั้นบ่งบอกว่าใมากที่ผมมาเห็นเข้าจนได้
“คุณยิ่งเทพ” ผมสูดลมหายใจลึกๆ มองเรือนร่างเปลือยเปล่าของคนที่ถูกเอ่ยชื่ออย่างไม่ชอบใจ
ก่อนหน้านี้ 1 วัน
ผมจัดข้าวของออกจากกระเป๋าเดินทางให้เรียบร้อยก่อนจะลงไปนั่งพ่นลมหายใจที่โซฟาสีขุ่นในห้องพักของรีสอร์ทที่ทางคุณกรจองไว้ให้ งานแต่งงานจะเริ่มั้แ่พรุ่งนี้เช้าตามฤกษ์ของพระอาจารย์โดยจะจัดงานแบบเรียบง่ายที่ชายหาดด้านหลังรีสอร์ทนี่เอง พวกเราทั้งสองคนยังไม่มีเวลาไปเดินสำรวจเลยั้แ่มาถึง เพราะคุณต่อที่ดูง่วงงุนเอาแต่นอนตลอดทางและก็ยังคงนอนอยู่บนเตียงอย่างหมดสภาพ เมืุ่์แฟนนอนไร้สติ เราก็ต้องช่วยเหลือตัวเอง ผมเป็คนชอบเที่ยว แต่ไม่เคยพักโรงแรมหรือรีสอร์ทหรูระดับนี้มาก่อน เพราะสไตล์การท่องเที่ยวของผมคือเรียบง่ายติดดิน แต่เหตุผลหลักคือ ค่าเช่ามันแพง เลยทำให้ต้องประหยัดงบประมาณ ไม่อย่างนั้นคงชักหน้าไม่ถึงหลัง
วันนี้เป็วันธรรมดา เลยทำให้ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวมาพัก คงจะมีแต่ญาติๆและคนสนิทที่มาร่วมงานวันนี้เท่านั้นที่ทะยอยกันเช็คอิน พนักงานบริษัทระดับผู้จัดการต่างก็มากันถ้วนหน้า ทุกคนต่างก็คุ้นหน้ากันอยู่แล้วเลยไม่เกร็งเท่าไหร่
“อ้าวคุณเอก มาเดินเล่นเหรอคะ” น้ำเสียงสดใสทักทาย ผมหันไปตามต้นเสียงก่อนจะปรี่ไปใกล้ๆ
“ใช่ครับ คุณแก้วเพิ่งมาถึงเหรอครับ” ผมตอบรับและถามกลับ คุณแก้วกานดา พี่สาวคนโตของตระกูลเพิ่งลงจากรถก่อนที่สมาชิกคนที่เหลือตามลงมาด้วย เธอเรียกผมว่าคุณเอกจนติดปาก ฟังแล้วเขินๆนะแต่ก็รู้สึกดีเพราะเป็การให้เกียรติจากพี่สาวของแฟน
“สวัสดีครับลุงเอกรึยัง” เธอบอกสองหมูที่แต่งตัวในชุดเบนเทนสีสดใส
“สวัสดีครับลุงเอก” เสียงเจื้อยแจ้วของเ้าฝาแฝดทักทายมา
“สวัสดีครับ แหมน่ารักจริงๆ” ผมยีหัวเ้าสองหมู พวกเราก็ถือว่าสนิทกันไม่น้อยแล้วนะครับ เนื่องจากคุณต่อได้มีการพาผมไปนั่งเล่นที่บ้านใหญ่ใน่วันหยุดเพื่อทำความคุ้นเคยกับทุกคน เริ่มแรกก็เกร็งจนตัวแข็งแหละครับ ไหนจะท่านประธานและคุณนาย คุณพันธุน่ะไม่เท่าไหร่เพราะเจอกันทุกวันที่บริษัท คุณแก้วกานดาที่ดูจะหยิ่งในตอนแรกจนไม่กล้าทัก แต่ยังดีที่มีคุณตงฉินคอยสร้างบรรยากาศผ่อนคลายโดยการทะเลาะกับคุณต่อ นานวันเข้าผมก็สนิทกับครอบครัวนี้ไปโดยปริยาย
“แล้วนี่เ้าต่อไปไหนซะล่ะ” คุณพันธุ สามีคุณแก้วกานดาเป็คนถาม ผมปราดไปช่วยยกของจากท้ายรถอย่างรู้งาน
“คุณต่อหลับน่ะครับ”
“อะไรกัน มาเที่ยวทั้งทีเอาแต่นอน” คุณแก้วต่อว่า แต่เ้าตัวคงไม่รับรู้หรอก น่าจะกำลังกรนได้ที่
“เอาน่าคุณ ไอ้ต่อมันเร่งเคลียร์งานเพื่องานแต่งโดยเฉพาะเลยนะ ไม่เหนื่อยสิแปลก”
“คุณก็เข้าข้างแต่เ้าต่อ” น้ำเสียงตัดพ้อเล็กๆน่ารักไปอีกแบบ “คุณชายตงฉินคะ จะไม่ลงจากรถเหรอคะ”
“อ้าว คุณตงมาด้วยเหรอเนี่ย” ผมลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ผ่านรถยนต์บีเอ็มดับเบิ้ลยูคันหรูที่คุณพันธุขับมาในเวลาเดียวกับร่างสูงของดาราหนุ่มน้องชายคนสุดท้องอย่างตงฉินเปิดประตูรถมาพอดี
“พี่เอกไม่อยากให้ผมมาเหรอ งั้นผมกลับก็ได้”
“เปล่าครับ ผมนึกว่าคุณตงต้องยุ่งทั้งเรียนทั้งถ่ายละครซะอีก”
“ไม่ต้องห่วงครับ ผมฝากน้องชายและหลานชายพี่เอกเก็บชีทไว้ให้แล้ว” เออดีเนาะ เหมือนเป็พรหมลิขิตเลยนะที่บ้านพวกเราจะสนิทชิดเชื้อกันแบบนี้ เราเดินจากรถมาถึงเค้าเตอร์เช็คอินผมก็ขอตัวออกไปเดินเล่น โดยมีคุณตงเดินตามมาติดๆ
“พี่ต่อนี่ไม่ไหวเลยนะครับ ปล่อยแฟนมาเดินคนเดียวแบบนี้” แสงแดดยามบ่ายมันร้อน ยิ่งเดินเลาะเลียบหาดทรายยิ่งชวนให้เหนียวตัว ผมตั้งใจจะมาเดินดูซุ้มดอกไม้สำหรับงานแต่งงานวันพรุ่งนี้
“ปล่อยคุณต่อพักผ่อนเถอะครับ ทำงานหนักมาทั้งเดือน”
“แก้ตัวแทนกันด้วยอ่า ถามจริงเถอะพี่ต่อมีอะไรดี พี่เอกถึงไปตกลงปลงใจด้วย” คุณตงครับ ถามผิดคนหรือเปล่าครับ คำถามนี้ควรไปถามเอากับพี่ชายตัวเองจะดีกว่านะครับว่าไอ้เอกภพมีอะไรดีถึงได้มาขอเป็แฟนด้วยได้
“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกน่า” ผมตอบแก้เก้อ พี่น้องสองคนนี้หน้าตาไม่ค่อยเหมือนกันนะครับ คุณต่อน่ะออกแนวขาวตี๋สไตล์หนุ่มจีนแผ่นดินใหญ่ แต่คุณตงฉินผิวสีแทน(ที่น่าจะมาจากการอาบแดด) ใบหน้าตี๋ๆออกแนวคนจีนไต้หวันมากกว่า
“น่าอิจฉาจัง ผมล่ะอยากแต่งงานบ้าง” คุณตงบอกความในใจที่เหมือนจะอยากให้ผมมีส่วนร่วมกับสิ่งที่ตัวเองเพิ่งเอ่ยปาก ผมไม่ได้สนใจฟังเท่าไหร่หรอก ที่ผ่านมาคุณตงทำตัวเป็หมาหยอกไก่แซวผมประปรายคล้ายจะกระตุ้นให้พี่ชายออกอาการหึงหวงมากกว่าจะคิดมาจีบจริงจัง อีกอย่างคุณตงฉินก็เป็เพื่อนสนิทไอ้โทน้องชายแท้ๆของผม รวมไปถึงยังมีสถานะคลุมเครือกับไอ้หนึ่ง หลานชายผมอีกด้วย
ซุ้มดอกไม้ยังไม่ได้ประดับเหมือนที่คิดไว้ คงเป็เพราะอากาศที่ร้อนจัดทำให้ทางรีสอร์ทต้องชลอการตกแต่งออกไปก่อนเพื่อป้องกันไม่ให้ดอกไม้เหี่ยวเฉา เลยมีแต่โครงเหล็กดัดโค้งวางบนทรายโดยมีสมอบกที่ทำจากเหล็กขนาดใหญ่ช่วยยึดไม่ให้ล้ม ที่ว่างจากซุ้มเหล็กดัดยาวเรื่อยไปจรดเวทีเตี้ยๆน่าจะเอาไว้วางเก้าอี้ของแขกผู้มาร่วมงาน แผ่นไม้กระดานประดับด้วยริ้วผ้าสีเขียวเริ่มเป็รูปร่าง ตรงกลางมีการตกแต่งด้วยชื่อบ่าวสาวและรูปหัวใจสีแดงสองดวง(แบบโบร๊าน โบราณ)
“อยากเปลี่ยนชื่อบนนั้นเป็ ตงฉิน กับ เอกภพจัง” นี่ก็หยอดเก่ง
“เปลี่ยนไม่ได้หรอกครับ คุณต่อหวง” ได้ผลครับ อีกคนหน้ามุ่ยไปเลย ไอ้ตัวทำลายบรรยากาศน่ะ เบอร์หนึ่งต้องยกให้ผม
“พี่เอกก็ชอบขัด” คุณตงฉินไหวไหล่ ก่อนจะลากแขนผมเดินไปทางรีสอร์ท “ตรงนี้ร้อนมากครับพี่ ระวังเป็ลมแดด”
“ห่วงผมเหรอครับ” ขอแซวเสียหน่อย
“ก็อยากห่วงอะ ได้มั้ยครับ” มีหยอดกลับ ใจคอจะไม่บริโภคคนนอกตระกูลไอ้เอกเลยเหรอครับผู้ชายบ้านนี้น่ะ เราเดินกลับมาทางรีสอร์ทแล้วครับ เหงื่อซึมจนรักแร้เปียก ถึงแม้ต้นไม้จะปลูกเรียงรายเต็มสองข้างทาง แต่ความร้อนก็ยังร้อนแรงเช่นเคย
“โหหหหห คนเราน้อ ใจคอจะกินทั้งพี่ จะกลืนทั้งน้อง” นั่นไง มลพิษทางเสียง เมื่อชายหนุ่มร่างสูงที่คุ้นหน้าคุ้นตาเหมือนจะจงใจเดินมาหา
“สวัสดีครับพี่เทพ มาร่วมงานเหมือนกันเหรอครับ” คุณตงฉินไหว้คุณยิ่งเทพที่เพิ่งมาถึง สรุปแล้วเขาชื่อยิ่ง หรือ เทพกันแน่วะ
“ใช่ครับ แต่นอกจากจะได้มาร่วมงานแต่งแล้วเนี่ย ยังได้มาเห็นอะไรดีๆอีกนะครับ” ผมอุตส่าห์ไม่ต่อความยาวสาวความยืดอะไรแล้วนะ แต่ดูเหมือนว่าอีกคนจะยังไม่ยอมลดราวาศอก ท่าทางจีบปากจีบคอจนผมหมั่นไส้นี่อีก ได้แต่มองคู่อริเก่าที่ผมตอกหน้าหงายเมื่ออาทิตย์ก่อนอย่างแกนๆ วันนั้นถ้าไม่ได้ปรึกษากับคุณต่อพงษ์ไว้ก่อน ผมคงไม่มีปัญญาจะไปต่อกรพวกสองเทพได้หรอกครับ รู้สึกดีที่ตัวเองเป็คนขวานผ่าซาก มีอะไรคาใจก็เปิดปากคุยกับคุณแฟนให้เสร็จสรรพ ไอ้แผนที่ไปคุยที่ร้านกาแฟและให้เปิดสายคุยกันใส่กระเป๋าก็ไอเดียคนที่กำลังนอนนั่นแหละ
“เดี๋ยวผมขอตัวก่อนนะครับ” ผมพูดให้ทุกคนได้ยิน ไม่สนใจท่าทางไม่เป็มิตรนั้นสักนิด คุณตงที่สวมเสื้อเชิ้ตลายดอกแขนสั้นกับกางเกงขาสั้นสีขาวเลยหัวเข่ามาดูหล่อจนกลบรัศมีของคนปากไม่ดีจนผมไม่ได้สังเกตเลยว่าอีกคนแต่งตัวยังไง
“พี่เอกจะไปไหน ผมไปด้วย” ไอ้คุณตงเหมือนจะไม่สนใจบรรยากาศตึงๆเลยสักนิด เดินตามผมต้อยๆ
“ถ้าจะกินรวบขนาดนี้ ระวังตู๊ดจะพังเอานะครับ” น้ำเสียงนั้นพูดดังๆเหมือนจงใจให้ได้ยิน ั้แ่เกิดมาไม่เคยเกลียดตุ๊ดเลย แต่กับคนชื่อยิ่งเทพเนี่ย ขอเว้นไว้คนนึงละกัน
ไอ้เราก็ศึกษามาบ้างล่ะเื่เพศภาพของผู้ชายที่รักเพศเดียวกันเนี่ย อย่างผมที่ไม่เคยมีแฟนมาก่อน ไม่เคยจีบสาว บทจะได้ก็เกรดพรีเมี่ยมนั้นให้อนุมานว่าเป็เกย์ ซึ่งมันก็จะแบ่งได้อีกว่าเป็ฝ่ายรุก รับ หรือว่าได้ทั้งสองทาง คุณต่อพงษ์ก็ถือว่าเป็เกย์ เพราะไม่ได้แสดงออกว่าอยากเป็ผู้หญิงหรือมีอาการตุ้งติ้งให้เห็น เกย์กับตุ๊ดจะต่างกันตรงที่ ตุ๊ดนั้นจะก้ำกึ่งระหว่างกะเทยกับเกย์ จะออกสาวก็ไม่สุด จะแต่งหน้าก็ประปราย แต่องค์รวมแล้วดูออกว่าไม่แมน แต่ก็ไม่ได้ไว้ผมยาว สวมวิก ผ่านม ผ่าจิ๊มิ บางทีก็อาจจะมาในรูปแบบของเกย์รับ แต่ตุ้งติ้งเกินเกย์ทั่วไป ส่วนกะเทยนั้น ก็คือผู้ชายที่อยากเป็ผู้หญิง อยากมีมดลูก อยากมีนมมีทุกอย่างเหมือนผู้หญิงทุกประการ ซึ่งเกย์ ตุ๊ดนั้นไม่ได้ถึงขั้นนั้น พวกนี้ไม่ได้อยากเป็ผู้หญิง แค่มีใจชอบหรือรักเพศเดียวกันเท่านั้น ... พูดมาซะเยอะเพื่อจะบอกว่า ผมจัดประเภทไอ้คุณยิ่งเทพอยู่กลุ่มตุ๊ดแล้วครับ
“เกิดอะไรขึ้นอะพี่เอก ทำไมพี่เทพต้องคอยพูดจาแบบนั้นกับพี่ด้วย” เอาแล้วไง จากเื่ที่มันไม่ควรแพร่งพราย กลับกลายว่ามีคนที่ห้ามาพัวพัน (ไม่ใช่คนที่สามล่ะนะ เพราะมีผม คุณต่อ คุณเทพบดินทร์ และนังยิ่งเทพรู้เื่อยู่แล้ว)
“เอ่อ คือ..”
“ไม่ต้องเล่าหรอกพี่เอก ผมพอจะเดาได้” เดาได้แล้วจะถามให้ลำบากใจทำไมฟระ “พี่เอกโอเคมั้ยครับ”
“ทำไมพี่ต้องไม่โอเคด้วยล่ะครับ”
“อ้าว ก็พี่เทพน่ะ ชอบพี่ต่อมาก สมัยเรียนที่อเมริกาก็เทียวไปเทียวมาจีบแต่พี่ต่อไม่เล่นด้วย”
“แปลกจัง หน้าตาคุณเทพก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่อะไรนี่ครับ” ผมลองตั้งข้อสังเกต เผื่อจะได้ข้อมูลอะไรดีๆ
“พี่เทพน่ะหล่อระดับนายแบบเลยพี่ แต่นิสัยไม่ค่อยดี อย่างที่พี่เห็นแหละ เอาแต่ใจ ปากร้าย ไม่ค่อยทำการทำงาน พี่ต่อไม่ชอบ”
“แค่นี้เองเหรอ” คนเราจะรู้นิสัยกันขนาดนี้ มันต้องรู้จักกันเชิงลึกมาก่อนสิ
“ก็ไม่เชิงหรอก แต่ถ้าผมเล่าแล้วพี่เอกห้ามบอกพี่ต่อนะว่าได้ยินมาจากผม”
“ถ้าเื่ที่เล่ามันฟังขึ้น ผมรับปากก็ได้”
“คืองี้ พี่ต่อกับพี่เทพน่ะเคย xxx กันมาก่อน”
“ห๊ะ” เนื้อแนบเนื้อเลยเรอะ
“ใจเย็นๆนะครับพี่เอก คือพี่ต่อเนี่ยเมา แล้วเผลอไปมีวันไนต์สแตนด์ (one night stand) กับพี่เทพตอนสมัยเรียนที่โน่นน่ะ แต่พี่ต่อไม่ได้รักหรือชอบนะครับ มีอะไรกันแล้วก็จบๆไป แต่อีกฝ่ายไม่ยอมไง พี่เทพติดใจหรือไม่ก็หลงอะไรในตัวพี่ต่อนี่แหละ ตามติดแจเลย”
“แล้วคุณตงรู้เื่นี้ได้ไงอะครับ”
“พี่ต่อเล่าให้ฟังครับ ที่จริงไม่เชิงเล่าหรอก เรียกว่าปรึกษาดีกว่าว่าอยากสลัดใครสักคนออกไปต้องทำยังไง ผมเลยคาดคั้นให้เล่าเื่ราวมาอย่างละเอียด” อืมมม ปรึกษาไม่ผิดคนจริงๆด้วยสินะ
“แล้วคุณตงแนะนำไปยังไงอะครับ”
“ผมก็ไม่ได้แนะนำอะไรหรอกครับ เพราะหลังจากนั้นพี่ต่อก็กลับมางานแต่งงานพี่แก้วแล้วเจอพี่เอก แกก็พร่ำเพ้อถึงแต่พี่เลยไม่ได้สนใจพี่เทพอะไรนั่นอีก รายนั้นคงจะเห็นว่าพี่เอกไม่สนใจใยดีมั้งครับ เลยต้องยอมออกห่าง ไม่อย่างนั้นจะเสียหน้าคนคูลๆ” ผมฟังแล้วก็พอจะเข้าใจเื่ราวบ้างแล้วล่ะ แต่ทำไม...
“ทำไมคุณเทพถึงจะกลับมาทวงคุณต่อคืนล่ะ”
“ก็...” คุณตงมองหน้าผม ท่าทางอึกอัก
“ก็เพราะเห็นว่าผมไม่หล่อ เลยคิดว่าจะแย่งไปได้ง่ายๆ” ผมเป็คนตอบ
“ไม่ใช่หรอกพี่เอก อย่าคิดมากสิ” ท่าทางกับน้ำเสียงไม่ได้ปลอบใจกูเลยสักนิดนะไอ้คุณตง
มาถึงตอนนี้ ผมก็พอจะปะติดปะต่อเื่ราวได้ครบถ้วนแล้วล่ะ คุณต่อเคยมีความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนกับคุณยิ่งเทพจนอีกฝ่ายติดใจอยากได้ แต่คุณต่อไม่เล่นด้วย เพราะดันมาเจอผมที่ช่วยคุณนายครั้งกระโน้นเลยตกหลุมรักไอ้เอกภพมาตลอด พอได้คบเป็แฟนก็พาออกงาน แล้วไปเจอคุณเทพบดินทร์ที่ทำท่าจะมาจีบผมแต่โดนคุณต่อกันซีน ทั้งสองเทพเลยร่วมมือกันเพื่อพยายามแยกพวกเราออกจากกัน
ผมสงสัยนะ ใครก็ได้ช่วยตอบที...ถ้าพวกเราเลิกกันจริงๆ หมายถึงคุณต่อกับผมน่ะนะ คิดเหรอว่าคุณต่อจะไปคบกับคุณยิ่งเทพ แล้วผมจะไปสนใจคุณเทพบดินทร์? ... ผมคิดว่าสองเทพไม่ได้คิดเื่นี้กันแน่ๆ
“พี่เอกโอเคมั้ยอะครับ” คิดในใจเพลินจนลืมไปเลยว่าผู้ให้ข้อมูลสุดหล่อยืนเด่นอยู่ตรงนี้
“ทำไมพี่ต้องไม่โอเคด้วยล่ะครับ” ผมถามอย่างสงสัย
“อ้าว... ผมก็นึกว่าพี่จะคิดมากเื่ที่พี่ต่อไปมีอะไรกับพี่เทพ ... หึง อะไรแบบนี้อะครับ” หน้าตาคุณตงไม่ได้บ่งบอกเลยนะครับว่าเป็ห่วง เห็นมีแต่รอยยิ้มชวนให้คิดว่ากำลังแช่งให้พวกเราเลิกกันอยู่
“หึหึ พี่ไม่ใช่คนคิดมากหรอก เื่มันผ่านไปแล้ว ตอนนี้คุณต่อเป็แฟนพี่แล้ว สำหรับคนโน้นก็คืออดีต”
“โหพี่เอกโคตรใจกว้าง” คุณตงเหมือนจะชมนะ แต่ผมว่าเป็คำประชดมากกว่า แต่สำหรับเื่นี้ผมไม่คิดอะไรเลยด้วยซ้ำ ทุกคนมันก็ต้องมีอดีต ผมคงไม่นั่งว่างไปตามหึงย้อนหลังหรอก ขนาดเขาตามมาทวงคืนยิกๆ คนของผมยังช่วยวางแผนแหกหน้าเลย แบบนี้แล้วผมยังจะต้องมานั่งห่วงนั่งหึงไปทำไมกัน
##### #####
พอตะวันคล้อยต่ำ คุณต่อก็ตื่นนอนด้วยสีหน้ามึนงง ท่าทางจะเพลียหนักเอาการ ตื่นมาแล้วยังมึนๆอยู่ เส้นผมชี้ฟูไปมาไม่เป็ทรง ใบหน้ายับยู่จากรอยหมอนที่นอนทับ ร่างสูงใหญ่ที่เต็มไปด้วยกล้ามแน่นขนัดนั่งบนที่นอนโดยมีมือข้างขวาขยี้ตาไปมาก่อนจะหาวยาวเหยียดหมดสภาพคนหล่อที่ทุกคนหลงใหล อยากให้คุณยิ่งเทพมาเจอสภาพนี้จังเลย อยากรู้นักว่ายังจะชอบอยู่มั้ย โทรมขนาดนี้
“ดื่มน้ำหน่อยนะครับ” ผมเทน้ำดื่มแช่เย็นใส่แก้วและยื่นให้ มือหนาหยิบไปกระดกจนหมดแก้วและวางไว้ที่โคมไฟข้างเตียง
ห้องพักของพวกเราเป็แบบบ้านเดี่ยว มีพื้นที่ใช้สอยครบครัน เมื่อเปิดประตูเข้ามาก็จะเป็ส่วนของโซฟารับแขกสีขุ่นวางชิดกันสามตัว มีโต๊ะกระจกวางอยู่เป็ศูนย์กลาง ถัดไปเป็ทีวีจอแบนขนาดไม่ต่ำกว่า 40 นิ้วแขวนติดผนัง ห้องรับแขกและห้องนอนไม่มีที่กั้น เราจึงเห็นเตียงนอนขนาดใหญ่วางเด่นอยู่ในห้อง ถัดไปอีกมุมเป็ห้องครัวที่มีที่กั้นเพียงอก ดีหน่อยที่มันอยู่มุมเกือบจะอีกฝั่งกับที่นอน ตรงนั้นจะพร้อมสรรพไปด้วยตู้เย็น ไมโครเวฟและอุปกรณ์สำหรับทำอาหาร ส่วนห้องน้ำจะติดกับห้องนอน มีแค่กำแพงอิฐสีครีมขนาดประมาณ 1x3 เมตรกั้นไว้ พอเดินไปสำรวจก็จะมีอ่างอาบน้ำวางเด่นอยู่ ไม่มีประตูกระจกหรือประตูใดๆกั้นอีกแล้ว หากใครกำลังอาบน้ำอยู่ก็สามารถเดินไปทักทายได้โดยง่าย
“กี่โมงแล้วอะครับ” น้ำเสียงทุ้มถามอย่างงัวเงีย
“หกโมงครึ่งแล้วครับ”
“นี่ผมหลับไปนานขนาดนี้เลยเหรอครับ” ใช่สิครับ เกือบหกชั่วโมงได้มั้ง
“เหวออออ” ผมร้องลั่นเมื่อโดนมือใหญ่ฉุดให้ลงไปนั่งในอ้อมอก ท่าทางงัวเงียเมื่อกี้คือการแสดงหรือไงครับ ไปเอาเรี่ยวแรงมาจากไหนเนี่ย คุณต่อชอบทำเหมือนผมเป็คนตัวเล็กครับ นึกอยากดึงไปกอดก็ทำเลยแบบตอนนี้ แถมยังชอบเอาคางมาเกยไหล่เสียอีก ลมหายใจอุ่นร้อนก็ราดรดมาจนขนลุกเกรียวกราวเลย
“ขอโทษนะครับ อุตส่าห์ได้มาเที่ยวทั้งทีผมก็มาเอาแต่นอนซะอีก”
“ไม่ต้องขอโทษหรอกครับ แค่นี้สบายมากอย่าคิดเยอะ” ผมตอบความจริง ไม่ได้ตอบเพื่อทำให้อีกฝ่ายสบายใจ
“แต่ผมคิดอะ อุตส่าห์วางแผนจะไปโน่นไปนี่ จะถ่ายรูปกับพี่เอกเยอะๆ”
“พรุ่งนี้ไงครับ เรายังมีเวลา”
“พรุ่งนี้งานแต่งแต่เช้า ไม่รู้เสร็จกี่โมง” เออ จริงด้วย ลืมคิดไปเลย
“คุณต่อหิวยังครับ ออกไปหาอะไรรองท้องมั้ย”
“บอกให้เรียกน้องต่อ” งื้อออออ ไม่เอาไรหนวดมาถูไถกันสิ
“นะ น้องต่อ...” ก็ได้ฟระ เลิกเอาหนวดมาเบียดซะทีสิ
“กินพี่เอกได้มั้ย” นั่นไง
“ไม่ได้” ผมห้าม
“จริงอะ” ฮื้ออออออออ เกลียดน้ำเสียงแบบนี้จังเลยโว้ย เกลียดมือใหญ่ที่เชยคางผมให้ไปสบตาหวานๆ เกลียดตัวเองที่ยอมให้เขากดริมฝีปากลงประกบ เกลียดความร้อนวูบวาบที่แล่นพล่านไปมาทั่วตัวตอนที่ลิ้นสากเยิ้มฉ่ำเกี่ยวกระหวัดกวาดคว้านในโพรงปากอย่างช่ำชอง เกลียดที่ยอมให้มือใหญ่ทั้งสองข้างไล้เลื้อยเข้ามาใต้ชายเสื้อ ปลายนิ้วเขี่ยเลาะไปมาอย่างวาบหวามและมาหยุดที่เม็ดแข็งที่ทรวงอก
“อา...” ผมครางอย่างลืมตัว มันรู้สึกดีเกินไปแล้ว ทำไมจะต้องกดน้ำหนักลงมาด้วย ไอ้เราต้องถอยใช่มั้ย ถอยแล้วหลังก็แนบกับที่นอน เอาล่ะสิหมดทางหนีแล้ว แถมคนที่คร่อมตัวอยู่ก็เปลี่ยนมาไซร้ที่ซอกคออีก ไอ้ลิ้นเย็นๆนั่นจะเลี่ยที่ติ่งหูทำไมฟะ มันเสียวนะเว้ย แล้วกระดุมเสื้อเชิ้ตที่ผมใส่มามันหลัดออกไปหมดั้แ่ตอนไหนวะ อื้ออออ ทำไมจะต้องขบที่หัวนมผมด้วยวะ
“พี่เอกน่ากินขนาดนี้ จะไม่ให้ผมกินเลยเหรอ”
“บะ บ้า น่ากินที่ น่ะ ไหน พูดไปเรื่อย ฮ้า...” ร่างกายไม่มีแรงขัดขืนเลยครับตอนที่ลิ้นยาวๆเลียั้แ่ใต้ฐานนมไปจรดสะดือ มือใหญ่ก็พยายามปลดเข็มขัดอย่างแข็งขัน
แกร็ก
“ลุงต่อ ลุงเอก ไปกินข้าวกัน” เสียงสองหมูดังขึ้น พวกเราสองคนค้างสิครับ ผมนอนใต้ร่างเสื้อหลุดรุ่ย มีคุณต่อที่ไม่สวมเสื้ออยู่แล้วตอนนอนคร่อมอยู่ในท่าโน้มมาซุกที่หน้าท้อง สองมือกำลังปลดเข็มขัดออกมาได้
ชะงักงัน
ค้าง...
“ต๊ายยยย จะฮันนีมูนกันก็ไม่ล็อกห้องนะ เด็กๆออกไปก่อนไป” เสียงคุณแก้วกานดาครับ หมดกัน ภาพพจน์ที่สร้างมา
“ขอโทษที่ขัดจังหวะนะ” คุณพันธุยื่นหน้ามาพูดและปิดประตูให้
มะ ไม่จริ๊งงงงงงงงงงงงงงงงงงง....
เอกภพอยากร้องไห้....
“ไหน พี่ต่อห้ามทำอะไรพี่เอกนะ” ไอ้คุณตงเปิดประตูพรวดเข้ามาอีก พวกเรายังอยู่ท่าเดิมเลยครับ ยังค้างอยู่
TT___TT
อย่าให้ผมเล่าถึงสภาพตัวเองตอนนั่งกินมื้อเย็นกับพี่น้องคุณต่อเลยนะครับ เ้าสองหมูน่ะไม่รู้เื่อะไรหรอก แต่คนพ่อกับแม่น่ะสิ ทำสายตากรุ้มกริ่มเหมือนพร้อมจะเอ่ยปากแซวได้ตลอดเวลา คิดดูนะครับว่าผมจะต้องสนิทกับคนบ้านนี้ถึงขั้นไหน คุณแก้วกับคุณพันธุถึงได้แซวกันอย่างไม่อายปาก ไอ้ตัวการน่ะไม่สะทกสะท้านหรอก มีแต่ยิ้มรับแถมเอาแขนมาโอบไหล่คว้าผมไปซบอีก เสียงโห่ของทุกคนดังจนพนักงานบริษัทที่นั่งโต๊ะอื่นต้องชะเง้อมาทางนี้ ผมหน้าแดงจนร้อน นึกอยากจะมุดคอลงแก้วน้ำหลบหน้าทุกคนให้รู้แล้วรู้รอดไป
“หวานกันขนาดนี้ แต่งแทนเลยมั้ยคะ” เอิ่ม ... ว่าที่เ้าสาวส่งเสียงมาแซว
“มะ ไม่ดีมั้งครับคุณวีณา คุณกรไม่ใช่สเป๊ก” ในเมื่อคนตัวใหญ่ไม่ตอบ ผมก็เลยต้องออกโรงเอง แซวมาแซวกลับไม่โกง
“โหพี่เอก พูดแบบนี้ผมก็อกหักสิ โอ๊ย” นั่นไง โดนคุณวีณาว่าที่เ้าสาวกระทุ้งชายโครงจนได้ พวกเราหัวเราะร่วน การได้มาที่นี่ก็เหมือนเป็การพักผ่อนหลังจากผ่านการทำงานอย่างหนัก มื้ออาหารค่ำที่เ้าภาพเหมารีสอร์ทไว้ก็ช่างถูกปาก แถมนั่งข้างคนถูกใจ ผมมองไปทางว่าที่คู่บ่าวสาวที่เหมาะสมกันอย่างรู้สึกดีใจด้วยไม่น้อย นึกอายตัวเองที่ตอนนั้นแอบคิดเอาเองว่าคุณกรเป็เกย์และจะมาแย่งคุณต่อไปจากผม วันนี้ต้องมานั่งร่วมโต๊ะกับเขาในฐานะแขกของงานแต่งงานที่จะจัดริมชายหาดในวันพรุ่งนี้เสียอย่างนั้น
“พี่เอกตาถึงไง เลยเลือกกู” จะปล่อยให้เงียบไปก็ไม่ได้นะคุณต่อพงษ์ครับ (-___-)’’
“พอเลยพี่ต่อ เบื่อจะฟัง” คุณตงฉินกวนโอ๊ยกลับ ผมนั่งตรงกลางระหว่างสองพี่น้องนี้บนโต๊ะกลมขนาด 10 ที่นั่ง ถัดไปทางซ้ายมือของคนที่เพิ่งพูดก็คือครอบครัวคุณแก้วรวม 4 ชีวิต คุณกรนั่งติดกับคุณพันธุในฝั่งตรงข้ามกับผมโดยมีคุณวีณาคนสวยนั่งอยู่ไม่ห่าง เหลือที่นั่งว่างไว้ข้างคุณต่อซึ่งเดิมทีจัดให้เป็ของคุณยิ่งเทพ แต่พอทางเ้าภาพรู้เื่ที่เกิดขึ้นเลยย้ายเพื่อนสนิทของเ้าสาวไปนั่งร่วมโต๊ะกับพ่อแม่ของบ่าวสาวแทน
“พอเลยสองคนนี้นี่ จะทะเลาะอะไรกันั้แ่เด็กจนโต” นั่นไง ร้อนถึงพี่สาวต้องออกโรงห้ามทัพซะแล้ว ผมมองซ้ายทีขวาทีอย่างนึกขัน คนหนึ่งก็หล่อ ยิ้มทีชวนใจละลาย อีกคนก็มีเสน่ห์น่าดึงดูดใจจนนึกอยากอวตารให้ตัวเองมีฝาแฝด จะได้ครบคู่
“หยุดความคิดไว้ตรงนั้นเลยนะพี่เอก”
ชิบ! นี่เราคิดดังหรือว่าคุณต่อมีพลังพิเศษเลยอ่านใจได้วะเนี่ย