บทที่ 11 : สร้างโรงงาน
สกุลเซี่ยมาชุมนุมกันที่บ้านเซี่ยหย่ง ซึ่งเป็พี่ชายคนโต เป็หัวหน้าตระกูลเซี่ยในขณะนี้ ใบหน้าของทุกคนเต็มไปด้วยความเศร้าหมอง เมฆหมอกปกคลุมตระกูลเซี่ย ไม่รู้จะได้เห็นแสงสว่างอีกทีคือเมื่อไร ซูฉีเองก็นั่งรวมอยู่ในบรรดาหลานๆ
เซี่ยหย่งผมขาวโพลนทั้งหัว ใบหน้าแก่ชราเต็มไปด้วยรอยตีนกา เขาเองก็เป็ช่างต่อเรือที่มีฝีมือ ทว่าอายุตอนนี้ก็หกสิบกว่าแล้ว ไร้เรี่ยวแรงจะทำไหว บรรดาลูกหลานไม่มีใครรับสืบทอดเลยสักคน เขาเอ่ยว่า “เรือของเราตอนนี้บางส่วนจมดิ่งอยู่ก้นทะเลใกล้แนวชายฝั่ง บางส่วนลอยมาติดที่หาด การต่อเรือหนึ่งลำค่อนข้างยุ่งยาก ต้องทำเื่ขออนุญาตเป็เวลานาน และต้องใช้เงินเกือบหมื่นหยวน” ไม้ที่ใช้ต่อเรือเป็ไม้แบบพิเศษ ทนต่อการกัดเซาะของน้ำทะเล
ลูกหลานแต่ละคนกลืนน้ำลาย เมื่อได้ยินคำว่าหมื่นหยวน ตอนนี้แค่พันหยวนยังยากเลย พวกเขาจะไปหาเงินหมื่นหยวนมาจากไหน?
เซี่ยหย่งเอ่ยต่อว่า “เื่นี้อย่าได้โทษฉีฉีเลย สกุลเป้ยหาเื่เด็กสาวคนหนึ่ง แล้วพาลมาทำลายเรือของเรา ขอให้ทุกคนโกรธเคืองให้ถูกคน อย่าเกลียดชังกันเองให้พวกมันสมน้ำหน้า” ชายแก่ผ่านโลกมามาก สิ่งที่น่ากลัวกว่าความยากลำบากคือพี่น้องคนในครอบครัวไม่สามัคคีกัน และเขาแก่จนปูนนี้ก็ไม่อยากเห็นเื่แบบนั้น
เซี่ยต่งได้ยินพี่ชายพูดปกป้องหลานสาวของตนเอง เขาแอบปาดน้ำตาคนเดียวเงียบๆ ลูกหลานและพี่น้องเชื่อฟังผู้เฒ่าเซี่ยหย่งมาก ไม่มีใครกล้าคัดค้านเื่นี้ อีกอย่างซูฉีก็เป็หลานเพียงคนเดียวของคุณปู่รอง แก้วตาดวงใจนี้หากใครคิดร้ายคุณปู่รองคงไม่ยอมอยู่เฉยแน่
ซูฉีเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ “ฉันยินดีออกเงินหนึ่งหมื่นหยวนต่อเรือให้ทุกคนใหม่ค่ะ”
ทุกคนหันไปมองหลานสาวบ้านรองเป็ตาเดียวกัน เมื่อก่อนหล่อนมักจะทำท่าเป็องค์หญิงตัวน้อย เชิดใส่ทุกคนแล้วบอกว่าบ้านเซี่ยเป็แค่ชาวประมง บิดาของหล่อนเป็ถึงรองนายอำเภอ คนตระกูลเซี่ยอย่าแม้แต่เอาสกุลซูของหล่อนไปแอบอ้าง
ด้วยความถือดีนี้ ทำให้บรรดาหลานชายหลานสาวคนอื่นๆ ต่างไม่มีใครอยากไปมาหาสู่กับเ้าหล่อนอีก เพราะเกรงจะถูกกล่าวหาว่าเอาอกเอาใจหวังผลประโยชน์จากตระกูลซู ทั้งที่ทุกคนต่างรู้กันดีว่าซูฉีถูกตัดหางปล่อยวัดมานานแล้ว หล่อนอยู่ได้อย่างสุขสบายเพราะมีสกุลเซี่ยคอยหนุนหลังต่างหาก
ได้ยินหลานสาวสายรองพูดแบบนั้น เฒ่าเซี่ยหย่งดวงตาเบิกขึ้นเล็กน้อย ดูเหมือนเขาจะรู้จุดประสงค์ของสกุลเป้ยแล้ว ซูฉีเอ่ยเื่เงินหมื่นออกมาง่ายดายขนาดนี้ นั่นย่อมหมายความว่าเ้าหล่อนหาเงินจากการขายของได้เป็จำนวนเงินที่น่าใ และเื่นี้คงไปเตะตาคนละโมบแบบสกุลเป้ยเข้าอย่างจัง
เซี่ยหย่งกระแอมไอเบาๆ คืนสติให้ทุกคน ก่อนจะเอ่ยว่า “เื่นี้ไม่ใช่มีเงินก็ทำได้ ต้องใช้กำลังแรงงานบวกกับเวลา พวกเราว่างงานไม่ได้ ลูกหลานยังต้องกินดื่ม ดังนั้น่นี้ให้ผู้ชายและผู้หญิงในตระกูลบางส่วนเข้าไปหางานทำในตัวอำเภอก่อน เพื่อหาเงินมาเลี้ยงปากท้องคนในบ้าน ส่วนเื่เรือฉันจะกลับไปคิดอีกที ตอนนี้สิ่งสำคัญคือเด็กๆ ทุกคนจะอดไม่ได้”
บรรดาพ่อแม่มองหน้าลูกตัวน้อยที่ตายังแป๋วไร้เดียงสา ก็ได้แต่พยักหน้ารับ เื่เรือก็เสียใจ แต่ทำอย่างไรได้ ตอนนี้ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อน พวกเขาได้แต่หวังว่าสักวันจะมีปัญญาต่อเรือออกทะเลอีกครั้ง
คราวนี้ซูฉีลุกขึ้นยืน “ฉัน้าแรงงานคนอยู่พอดีเลยค่ะ ฉันอยากทำโรงงานผลิตซุปไก่ ขอทุกคนช่วยสนับสนุน!” ตอนนี้รายการสั่งซื้อที่พึ่งเข้ามา เธอกับคุณยายทำส่งไม่ทันมานานแล้ว ได้แต่ทำขายให้ลูกค้าเก่าๆ ซูฉีอยู่ที่นี่มาหลายเดือน เธอเริ่มคุ้นชินกับเมืองติดชายทะเล เธอเห็นสัตว์ทะเลหลายชนิดที่ไม่เป็ที่้า วางขายเกลื่อนตลาดในราคาถูก ความจริงหล่อนวางแผนว่าคลอดลูกแล้วจะนำของทะเลมาหมักทำเครื่องปรุง ทว่าตอนนี้สถานการณ์มันคงบังคับให้เธอต้องทำมันเดี๋ยวนี้!
ลูกหลานตระกูลเซี่ยไม่ค่อยเชื่อใจซูฉีนัก เด็กสาวอายุ 18 ปีผู้ไม่เอาไหนคนนั้นน่ะหรือจะเปิดโรงงานซุปไก่ แค่คิดก็เห็นความล่มจม พวกเขาไม่กล้าฝากความหวังเอาไว้กับหล่อน
เซี่ยหย่งกลับคิดต่างจากลูกหลานคนอื่นๆ เขาพยักหน้า “จะทำโรงงานก็ต้องสร้างมันขึ้นมา เรามีชายหนุ่มโตเต็มวัยสิบกว่าคน ครึ่งเดือนก็น่าจะทำโรงงานเล็กๆ เสร็จ แต่ต้องขอใบอนุญาตจากหัวหน้าหมู่บ้านให้ได้”
ลุงใหญ่ลูกชายคนโตของเซี่ยหย่งรู้สึกว่าบิดาวู่วามเกินไป “คุณพ่อครับ ฉีฉียังเด็กนัก เปิดโรงงานไม่ใช่เื่ง่าย ผมว่าเราควรไตร่ตรองให้ดีอีกที”
คนอื่นๆ พยักหน้าเห็นด้วย คุณตาเซี่ยต่งมองหลานสาวแล้วหันไปมองพี่ชาย เขาเองก็กำลังคิดหนักว่าจะช่วยทุกคนอย่างไรดี
เซี่ยหย่งส่ายหน้า “อายุน้อยยิ่งดี มีโอกาสให้แก้ตัวใหม่หลายครั้ง อีกอย่างตอนนี้พวกเราก็ยังว่างงาน ต่อให้ไปสมัครงานกับโรงงานก็ต้องรอเขาเรียกตัวอีกหลายวัน ระหว่างนี้ก็ช่วยกันสร้างโรงงานให้ยัยหนูฉี จากนั้นพวกแกจะเข้าเมืองไปหางานทำกันก็ไป ส่วนคนแก่ ผู้หญิง และเด็กจะทำงานอยู่ที่นี่ อยู่กับบ้านไม่ต้องเดินทางไกล ย่อมดีกว่าเข้าเมือง”
พอเห็นหัวหน้าตระกูลเอาจริงก็ไม่มีใครคัดค้านอีก ซูฉีไม่คิดเลยว่าตัวเองจะได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจจากผู้นำตระกูลขนาดนี้ เธอไม่กดดันเลยสักนิด ของที่เธอทำออกมาจะต้องคุณภาพดีจนลูกค้าติดใจ ขอเพียงมีโรงงานกับแรงงาน ซูฉีสู้ไม่ถอย!
เด็กสาวอายุสิบแปดรู้สึกใในความใจร้อนของผู้เฒ่าเซี่ยหย่ง เขาเป็คนมีความรู้เื่งานช่าง สามารถร่างแบบโรงงานและทำเสร็จได้ในเวลาเพียงสิบกว่าวัน ไม้ที่ใช้สร้างเป็ไม้ธรรมดา ไม่ใช่ไม้หายากเหมือนไม้ที่ใช้สร้างเรือ หัวหน้าหมู่บ้านอนุญาตให้พวกเขาใช้ไม้ได้ แต่ต้องเสียค่าส่วนกลางเพื่อปลูกทดแทน การเปิดโรงงานต้องได้รับความยินยอมทั้งกับหัวหน้าหมู่บ้านและหัวหน้าฝ่ายผลิต
หัวหน้าหมู่บ้านไม่มีปัญหาอะไร ทว่าหัวหน้าฝ่ายผลิตกลับค้านหัวชนฝา เรียกร้องให้รื้อทิ้งอย่างเดียว โดยอ้างเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้นเช่น เป็การแย่งคนงานจากฝ่ายผลิต แต่สกุลเซี่ยก็แย้งว่าคนที่ทำงานในโรงงานของซูฉีมีแต่ผู้หญิงและเด็ก พวกเขาไม่ได้ออกเรือหาปลา มีบางคนเคยทำงานที่โรงชำแหละปลา แต่ถูกเป้ยหลางไล่ออกมา เพราะไม่ชำนาญ ทำให้ทำงานช้า ดังนั้นถือว่าไม่เกี่ยวข้องกับฝ่ายผลิตแล้ว!