แสงแดดเริ่มจางลง นกกาพากันบินกลับรังส่งเสียงให้รื่นหู คนทั้งสี่เดินมาทั้งวันจึงทำให้บัดนี้ใกล้ตัวเมืองปากน้ำโพเข้าไปทุกที แค่อึดใจเดียวเท่านั้นมั่นและหมายก็จะกลับถึงบ้านแล้ว
"เอ้า เร่งเดินเข้า ตะวันคล้อยแล้ว" มั่น ผู้เป็หัวหน้าคณะเดินทางกล่าว
"ใกล้ถึงบ้านแล้ว ข้าตื่นเต้นนักจ้ะพ่อ" หมายเดินเคียงข้างพ่อ ใบหน้าของเขามีรอยยิ้มเปื้อนอยู่ พอกันทีสำหรับการนอนผิดที่ เขาคิดถึงบ้าน!
"เอ็งจะตื่นเต้นกระไรวะ เรือนมันก็อยู่ที่เดิม มันก็ไม่ได้หายไปไหน จากเรือนไปไม่ถึงสิบวัน" คนเป็พ่ออดไม่ได้จึงเขกกระโหลกลูกชายไปทีหนึ่ง
"โธ่ ก็ข้าอยากพาแม่พลอยไปเจอแม่นี่พ่อ พ่อว่าแม่จักว่ากระไรหรือไม่" ชายหนุ่มลดเสียงลงกระซิบกระซาบกับมั่น เขาหนักใจกลัวแม่ไม่ชอบแม่พลอย หากเป็เช่นนั้นอะไรๆก็คงยากไปหมด
"นังช่วยแม่เอ็งคงมิว่ากระไรดอก ซ้ำร้ายอยากจะยื้อตัวแม่พลอยไว้ที่เรือนเสียด้วยซ้ำไป" มั่นนั้นมั่นใจในตัวเมียของตนว่าต้องชอบเด็กหญิงเป็แน่ แต่ฝ่ายลูกชายกลับยังไม่แน่ใจเท่าใด
"พ่อช่วยข้าอีกแรงด้วยนะจ๊ะ" หมายเว้าวอนขอร้องให้พ่อตนช่วย
"เออ เออ" มั่นนั้นแสนรำคาญนัก เมียใครก็เกี้ยวเอาเองสิหวา คนเป็พ่อคิดในใจ
ไม่นานนัก คนทั้งห้าก็เห็นเรือนกลางทุ่งนาตั้งตระหง่านอยู่ เป็เรือนยกสูงแม้จะไม่ใหญ่โตนัก แต่ก็ถือว่าดูมีฐานะกว่ากระท่อมของตาและยายเฒ่า เด็กหญิงวัยไล่เลี่ยกับพลอยแต่มีผิวสองสีนั่งอยู่บนบันไดขั้นบนสุดของเรือน เมื่อเธอเห็นคนคุ้นหน้า เธอก็ร้องเรียกออกมาทันที
"พ่อ! แม่จ๊ะ พ่อกับพี่หมายกลับมาแล้ว" เด็กหญิงะโเรียกมารดาที่อยู่บนบ้าน ก่อนจะวิ่งแจ้นลงมาหาพ่อและพี่ชายที่สุดแสนจะคิดถึง
"เอ้อ เป็เยี่ยงไรบ้างนังแม้น อยู่กับแม่เอ็งสองคน ดูแลบ้านช่องช่วยแม่เอ็งเลี้ยงวัวควายบ้างหรือไม่" มั่นลูบหัวลูกสาวด้วยความเอ็นดู จากไปไม่กี่วัน เขารู้สึกคิดถึงลูกสาวจอมก๋ากั่นคนนี้มากนัก
"ช่วยสิจ๊ะพ่อ ข้าช่วยแม่ทุกอย่างเลยจ้า" เด็กหญิงที่ถูกเรียกว่านังแม้นพยักหน้าแรงเพื่อแสดงว่าเธอพูดจริงทุกอย่าง
"จริงรึ ท่าทางฝนจะตกห่าใหญ่" คนเป็พ่อเอ่ยขำขันทำเอาลูกสาวเบะปากงอนเป็ช้อนราวกับน้อยใจ
"เหตุใดเอ่ยเยี่ยงนั้นล่ะจ๊ะพ่อ" แม้นกล่าวตัดพ้อ
"เป็เยี่ยงไรบ้างพี่มั่น ค้าขายคราวนี้ไม่มีเหลือเลยรึ" เสียงของหญิงวัยกลางคนดังลอดออกมาจากประตู ก่อนจะปรากฏร่างของหญิงเ้าของเสียงเดินลงมาจากลานบ้าน
"ใช่ ท่านเศรษฐีคหบดีใหม่ซื้อไปจนหมด แลยังสั่งจองไว้ล่วงหน้าอีกด้วย รอบนี้ได้อัฐมาเจ็ดบาทเทียวหนา" มั่นเอ่ยกับเมียของเขาอย่างตื่นเต้น เมียของเขาเองก็ตื่นเต้นไม่แพ้กัน
"ดียิ่งนัก อย่างน้อยก็อยู่ได้หลายเดือน หากใช้ประหยัดหน่อยก็คงพอมีเก็บออมไว้บ้าง" คนเป็เมียลองคำนวนดูในใจ ปกติแล้วก็ไม่ได้ใช้เงินไปกับอันใดเท่าไหร่ ข้าวก็ปลูกเอง ปลาก็จับเอง ผักก็ปลูกไว้กินเอง นั่นทำให้พวกเขามั่งมีในระดับหนึ่งเลยทีเดียว
"ไปละโว้คราวนี้ มีของฝากให้ข้ามั้ยจ๊ะพ่อ" แม้นถามขึ้นเพราะทุกครั้งที่พ่อไปละโว้ ก็จะมีของติดไม้ติดมือมาให้เสมอ
"เอ้านี่ ตลับแป้งของเอ็ง แล้วนี่ ผ้าสไบของเอ็งนังช่วย" ลุงมั่นล้วงตลับแป้งแลสไบออกมาให้เมียและลูกสาว ช่วยนั้นรักผัวตัวเองอย่างหาใดเปรียบ เพราะทุกครั้งที่ไปค้าขายไกลๆก็ไม่เคยลืมเธอเลย เธอจึงดูแลเขาอย่างดีสมกับความรักที่เขามีให้แก่เธอ
"ขอบน้ำใจพี่นะจ๊ะ พี่มั่น พี่รีบเข้าบ้านเถิด นั่งพักแล้วดื่มน้ำดื่มท่าเสีย เอ๊ะ แล้วนั่นใครกันที่ตามมา" ในตอนนั้นเองที่ช่วยและแม้นสังเกตุเห็นการมีอยู่ของคนสามคน
"นี่แม่พลอย แม่เรือง กับพ่อนิล ลุงเสือฝากเดินทางมาด้วยน่ะ" มั่นชี้พลางเรียกชื่อแนะนำเด็กๆทีละคนให้แม่ช่วยรู้จัก ซึ่งช่วยนั้นก็ส่งยิ้มให้เพื่อทำตัวเป็เ้าบ้านที่ดี
"ลุงเสือที่เคยช่วยพี่ตอนที่มีเื่ต่อยตีที่ละโว้น่ะรึ" ช่วยเอ่ยถามผัวของตน นึกถึงเื่ราวเก่าๆครั้งที่มั่นยังหนุ่ม
"ใช่ เด็กพวกนี้ถูกโจรล่มเรือเหลือกันแค่สามพี่น้อง มาปากน้ำโพหนนี้ก็มาเพื่อตามหาญาตินั่นแหละแม่ช่วย เยี่ยงไรก็จัดแจงที่หลับที่นอนให้เด็กมันด้วยแล้วกันหนา คืนนี้" มั่นอธิบายที่มาที่ไปให้กับเมียของตน
"ได้จ้ะพี่ โธ่เอ๋ย ช่างน่าเวทนานัก มาๆ มากับป้า" ช่วยที่เป็คนดีชอบช่วยเหลือคนอยู่แล้วก็รู้สึกเมตตาเด็กทั้งสามขึ้นมาทันที
"ขอบน้ำใจป้าช่วยจ้ะ ที่เมตตาเราสามคน" พลอยเป็ตัวแทนเอ่ยขอบคุณนายหญิงแห่งเรือนนี้ ทำเอาอีกฝ่ายประทับใจในความไม่เคอะเขินของพลอยมากขึ้นไปอีก
"แม่พลอยใช่ไหม หน้าตาหมดจดงดงามทีเดียว พ่อหนุ่มน้อยก็หล่อเหลาเอาการ คืนนี้นอนที่ห้องนังแม้นมันแล้วกัน ห้องมันก็กว้างอยู่" ช่วยยิ้มหวานพลางลูบหัวนิลอย่างเอ็นดู เ้าตัวน้อยไม่ได้หลบมือกร้านกรำแดดของป้าช่วย เขารู้ว่าผู้ใหญ่เมตตานั้นเป็เื่ดี ดีกว่าถูกเกลียดแลถูกตบตีมากนัก
"แม่! อยู่ๆจะให้คนไม่รู้จักมานอนห้องข้า หากสิ่งของของข้าถูกขโมยขึ้นมาเล่า" เมื่อได้ยินว่าจะให้แขกทั้งสามนอนห้องของตน แม้คนก็แหวขึ้นมาทันควัน เธอไม่ชอบหน้าพลอยกับเรืองั้แ่คราแรกที่เห็น เป็คนดีหรือไม่ก็ยังไม่รู้
"เอ๊ะ นังแม้น ห้องเอ็งจักมีกระไรมีค่า ใครเขาจะมาขโมย" ลุงมั่นหน้าหงิกดุลูกสาว เด็กคนนี้ชอบทำให้เขาเสียหน้านัก แขกมาถึงเรือนชานนอกจากจะไม่ต้อนรับยังกล่าวหาเขาอีก
"ก็เครื่องประทินโฉม ผ้าผ่อนท่อนสไบงามๆของข้าไงเล่า" แม้นชายตามองสไบแลผ้านุ่งของทั้งสองสาวที่เก่าแลซีด เนื่องด้วยเป็ผ้าที่ยายเฒ่าให้ใส่เพื่อไม่สะดุดตาเวลาเดินทาง หารู้ไม่ว่าจะกลายเป็เหตุให้ถูกปรามาส
"ใครเขาจักไปเหมือนเอ็งที่วันๆใช้แต่เครื่องประทินโฉม แม่เรืองแลแม่พลอยเขางามกว่าเอ็งโข เขามิต้องใช้ของพวกนั้นดอก" ป้าช่วยพูดขึ้นบ้าง ทำเอาลูกสาวตนหน้าหงิกเป็ช้อนตักแกง แม้นประท้วงขึ้นมาด้วยความน้อยใจ
"แม่! ข้าเป็ลูกแม่นะ" เธอสะบัดหน้า หวังให้แม่ปลอบเธอเหมือนเคย แต่คราวนี้แม่ของเธอไม่เข้าข้างเธอเหมือนเคย
"ก็เออน่ะสิ เป็ลูกข้าถึงได้สอน หากไม่ใช่ลูกข้าคงตะเพิดคนเกียจคร้านอย่างเอ็งไปเสียนานแล้ว" ใบหน้าของป้าช่วยแดงก่ำด้วยความโกรธและอาย
"พอๆ คืนนี้พวกแม่พลอยนอนห้องลุงกับป้าไปก่อน เดี๋ยวลุงกับป้าจักไปนอนห้องนังแม้นมัน เื่แค่นี้ทำเป็เื่ใหญ่" เป็ลุงมั่นที่ห้ามทัพแม่ลูกกำลังทะเลาะกัน เหตุด้วยเขาเหนื่อยและอยากจะพักแล้ว หลังจากกล่าวเสร็จก็เดินขึ้นเรือนไป โดยมีคนในครอบครัวเดินตามไปติดๆ เหลือเพียงป้าช่วย
"ดูสายตาแม่แม้นแล้ว ท่าทางเขาจักไม่ต้อนรับเรานะแม่พลอย" เรืองรู้สึกอ่อนไหวเพราะแม้นเป็ลูกสาวลุงมั่น เธอไม่อยากมีเื่ด้วย
"ช่างเขาเถิด พรุ่งนี้เราก็ไปกันแล้ว มิต้องมาพบเจอกันอีก" พลอยเอ่ยยิ้มๆ เธอถือคติว่าคิดดีทำดี ทุกสิ่งทุกอย่างก็จักดีตามไปเอง
"ไม่ต้องคิดมากไปดอกแม่เรือง แม่พลอย นังแม้นมันขี้อิจฉา เจอคนงามกว่าก็ริษยาเขาไปเช่นนั้น มิได้มีพิษมีภัยอันใดดอก" ป้าช่วยมีสีหน้ารู้สึกผิด เธอเลี้ยงลูกตามใจเกินไปจนเสียคนเช่นนี้
"พวกข้าไม่ถือสาหรอกจ้ะ" พลอยเอ่ยกับป้าช่วย
"หน้าตาแลน้ำใจงดงาม ข้าอยากให้นังแม้นมันคิดดีได้เยี่ยงพวกเอ็งให้ได้สักครึ่ง แต่วาสนาข้าคงไม่ถึง" กล่าวพลางทอดถอนใจ เธอเองก็อยากให้ลูกสาวงดงามจากภายในมากกว่าภายนอก แต่ลูกสาวของเธอนั้นกลับเป็ไปในทางตรงกันข้าม
"สักวันเมื่อแม่แม้นโตขึ้น ก็จักคิดได้เองจ้ะ มิต้องไปเร่งรัดแม่แม้นดอก" จับมือป้าช่วยเอาไว้เพื่อให้กำลังใจ พลอยเอ่ยปลอบใจคนอายุมากกว่า ทำให้ช่วยสบายใจขึ้นมาก
"เอาเถอะ มากินข้าวกินปลาแล้วแยกย้ายไปพักผ่อนเสีย" ป้าช่วยกล่าวก่อนจะเดินขึ้นเรือนไปโดยมีพลอย เรืองและนิลเดินตามขึ้นไปติดๆ
ณ ชานเรือนบ้านลุงมั่น คนทั้งเจ็ดนั่งล้อมวงรอกินข้าว ป้าช่วยตักข้าวให้แต่ละคนลงบนจาน
"เหตุใดข้าวข้าจึงน้อยเยี่ยงนี้ล่ะจ๊ะแม่" เมื่อดูปริมาณข้าในจานของตน เธอก็ถึงกับร้องออกมาด้วยความไม่พอใจ
"ก็ข้าหุงข้าวไว้ไม่พอ แบ่งๆกันกิน พรุ่งนี้ข้าจักหุงมากหน่อย" ป้าช่วยไม่ได้คิดว่าจะมีแขก เธอจึงไม่ได้ทำอาหารไว้ต้อนรับ เธอจึงตัดข้าวให้ผู้ที่ต้องเดินทางทั้งวันมากหน่อย ส่วนเธอกับลูกสาว กินนิดเดียวก็คงพออิ่ม
"โอ๊ย! มาอาศัยแล้วทำให้เ้าบ้านเขาเดือดร้อนจะมาทำสิ่งใด" แม้นด่าลอยๆ แต่ทุกคนก็รู้ว่าเธอหมายถึงผู้ใด
"หยุดนะแม่แม้น เอ็งรู้หรือไม่ หากไม่ได้แม่พลอยช่วยเอาไว้ พี่กับพ่อคงกลายเป็ศพอยู่ในป่าแล้ว" หมายเอ็ดน้องสาวด้วยความเหลืออด เขาทนเห็นแม้นคอยหาเื่แม่พลอยต่อไปไม่ได้แล้ว
"คุณพระ เกิดอันใดขึ้นพ่อหมาย รีบบอกแม่มาเดี๋ยวนี้" ป้าช่วยเอามือทาบอก ใจของเธอแทบจะตกไปอยู่ตาตุ่มเมื่อได้ยินคำที่ลูกชายกล่าว
"พวกข้าเจอโจรกลางป่า ดีที่แม่พลอยมีวิชาป้องกันตัว พวกโจรจึงได้พ่ายไป" หมายเอ่ยยิ้มๆเมื่อกล่าวถึงพลอย เขาอยากให้แม่ประทับใจในตัวแม่หญิงที่เขาชอบ
"สาธุ คุณพระคุณเ้าคุ้มครอง ป้าขอบใจเอ็งมากเลยหนาที่ช่วยชีวิตตามั่นกับพ่อหมายเอาไว้ กินเถิด กินเถิด หากไม่อิ่มท้อง ข้าจักไปหุงหาอาหารให้เพิ่ม" ป้าช่วยใจเย็นลงแล้วก็หันมาขอบใจพลอย ต่อไปนี้พลอยและพี่น้องไม่ได้มีสถานะแขกอีกแล้ว หากแต่เป็ผู้มีพระคุณของครอบครัว
"พวกข้ากินแค่นี้ก็พอแล้วจ้ะป้า ไม่ต้องเดือดร้อนดอกจ้ะ" พลอยปรามป้าช่วยเอาไว้ แปลกแต่จริง ั้แ่เธอมาอยู่ในร่างแม่พลอย เธอรู้สึกกินน้อยผิดปกติ
"ใครจะไปรู้ ว่าเป็พวกเดียวกับโจรรึไม่" เป็อีกครั้งที่แม้นเอ่ยขึ้นลอยๆ ราวกับจะพูดให้เพียงอากาศได้ยิน เท่านั้น
"นังแม้น! เอ็งนี่มัน…" ป้าช่วยตวาดลูกสาวด้วยเหลืออด หากแม้นไม่หยุด เธอจะไปหยิบหวายมาเฆี่ยนมันให้หลาบจำเสียวันนี้
"ก็จริงนี่จ๊ะแม่ ร้อยวันพันปีพ่อแลพี่หมายเดินทางไม่เคยเจอโจร พอมีคนตามมาด้วยก็เจอเสียทันที คนเรารู้หน้าไม่รู้ใจดอกจ้ะ" แม้นเอ่ยลอนหน้าลอยตาอย่างไม่สะทกสะท้าน
"ถ้าข้าเป็โจรจริง ทุกคนในที่นี้คงตายกันหมด ไม่ได้นั่งกินข้าวกันอยู่แบบนี้ดอกจ้ะแม่แม้น" พลอยพูดติดตลก เธอไม่อยากเป็ศัตรูใคร แลเห็นว่าแม้นนั้นอายุน้อยอยู่ จึงพูดออกมาไม่คิด
"นั่นสิ เอ็งไม่เห็นว่าฝีมือแม่พลอยนั้นเก่งกาจเพียงใด แค่ครู่เดียว โจรก็ลงไปนอนหมอบกับพื้น นับประสาอะไรกับพวกเรา แค่หักคอก็คงทำได้ง่ายๆ นังแม้น เอ็งอย่าพูดเลอะเทอะกับคนที่มีบุญคุณกับพ่อแม่" หมายช่วยสำทับด้วยอีกแรง
"บุญคุณอันใดกัน เดินทางก็ต้องติดตามพ่อมา หากเก่งนัก ใยไม่เดินทางเองเสียเลยล่ะ" เด็กหญิงเอ่ยค่อนแคะไม่หยุด แม้จะถูกมองแรงจากคนเป็พี่ชายและแม่
"เห็นทีจะขุดไม่ขึ้น เอ็งจะคิดอย่างไรก็คิดไป เกิดมาผีเจาะปากมาพูดแท้ๆ" ป้าช่วยได้แต่บ่นกับตัวเอง เวรกรรมอะไรของเธอที่ได้ลูกสาวเป็คนเยี่ยงนี้