"สามเดือนคืออะไรหรอคะคุณอา แล้วนั่นคุณอาไปกอดคุณแม่ขาของน้องทำไม"
ทั้งสองคนผละจากกัน เมื่อเสียงแหลมของน้องมะนาวทักท้วง เธอยืนมองด้วยความไม่เข้าใจ ทำให้น้ำส้มรีบเบือนหน้าหนียกมือเช็ดน้ำตา เธอไม่อยากให้ลูกสาวเห็นความผิดปกติที่เป็
"ไม่มีอะไรหรอกค่ะ เราเข้าไปข้างในกันนะคะ" น้ำส้มรีบทำตัวให้เป็ปกติ เธอเดินเข้าไปหาลูกสาวตัวน้อยจับมือน้องมะนาวไว้แล้วยืนรอเ้าของบ้านนำทาง
"คุณอามาสิคะ เปิดการ์ตูนให้น้องดูหน่อยน้องเปิดทีวีคุณอาไม่เป็"
"ครับ"
เด็กหญิงผู้เดียงสาไม่รู้เลยว่าผู้ใหญ่ทั้งสองกำลังอยู่ในสถานการณ์เคร่งเครียด เธอบอกกล่าวแก่นักรบนั่นจึงทำให้เขาส่งยิ้มอ่อนเดินนำเข้าบ้าน น้ำส้มและน้องมะนาวจึงเดินตามหลังไป
"เอาเื่นี้แหละค่ะน้องชอบ" เด็กหญิงนั่งหย่อนขาแกว่งไปมา เธอชี้นิ้วบอกนักรบที่กำลังไล่เปิดหาการ์ตูนให้ จนไปสะดุดเื่ที่โปรดปราน มีน้ำส้มนั่งอยู่ข้าง ๆ ลูกสาว เธอมองลูกน้อยที่ไม่รู้เื่ราวด้วยแววตาเศร้าที่คละเคล้ารอยยิ้มปั้นแต่ง เพื่อไม่ให้ลูกน้อยสงสัยว่าเธอนั้นผ่านการร้องไห้มาหมาด ๆ
"หิวกันหรือยังครับ" นักรบใจคอไม่ดีเลยที่เห็นน้ำตาของเธอรินไหล ถามเด็กน้อยสายตาก็พลางมองทะลุไปยังแม่ของเด็กที่นั่งข้าง ๆ จากคนที่ไม่เคยเสียความมั่นใจต้องมาตกม้าตายเพราะผู้หญิงคนนี้ที่ปฏิเสธเขาอย่างไม่ไยดี แถมยังตัดพ้อต่าง ๆ นานาจนเข้ารู้สึหน้าชาหวาดหวั่นใจ ไม่รู้จะงัดไม้ไหนมาทำให้น้ำส้มเปลี่ยนใจ ตอนนี้เหมือนเขาจะสมองตันอื้ออึงไปหมด คิดอะไรก็คิดไม่ออก จะยื้อยังไงให้เธออยู่กับเขาวันนี้ให้นานที่สุด พอที่เขาจะสามารถทำคะแนนได้ นานพอที่จะเปลี่ยนความรู้สึกข้างในของเธอให้ผันแปร
"น้องหิวนิด ๆ แล้วค่ะ" เป็เด็กหญิงมะนาวที่ให้คำตอบ พลางมือน้อย ๆ ลูบท้องกลม อมยิ้มให้กับคุณอานักรบเป็นัย สื่อความหมายชัดเจนว่าเธอนั้นกำลัง้าอาหารลงท้อง
"ทำไงดีล่ะ อาทำอาหารไม่เป็ซะด้วยสิ" เขาพูดเปรยเพื่อชี้ทาง
"คุณแม่น้องทำเป็ค่ะ และก็เก่งมาก ๆ ด้วยนะคะ...ใช่ไหมคะคุณแม่ขา" และมันก็เป็อย่างที่เขาคาดการณ์ เด็กน้อยตัวกลมชี้เป้าหมายอย่างเดียงสาเข้าทาง "ใช่ไหมคะคุณแม่" เด็กหญิงถามย้ำเมื่อเห็นผู้เป็แม่แน่นิ่งไป ไม่ยอมให้คำตอบแก่เธอ
สายตาของนักรบจ้องมองมายังน้ำส้มอย่างกดดัน ไม่ใช่แค่นั้นเพราะตอนนี้ลูกสาวของเธอก็จ้องมองเช่นกัน เธอรอคำยืนยันจากแม่ อาหารที่เธอกินประจำ รสชาติที่มันแสนจะถูกปากหนูน้อย และเธอก็ไม่ค่อยกินฝีมือใครนอกจากแม่และอาหารที่โรงเรียนในบางวัน เธอติดเสน่ห์ปลายจวักของแม่หนึบหนับ
"เดี๋ยวแม่ทำให้กินนะคะ" เธอจำต้องตอบรับ ใจก็พลันนึกได้ว่าลูกน้อยยังไม่มีอะไรตกถึงท้อง นอกจากนมกล่องเพียงนิดเดียว
"เย่ ๆ ทำเผื่อคุณอานักรบด้วยนะคะคุณแม่ขา" เด็กหญิงทำท่าดีใจ ะโขึ้นโซฟายกมือสูงท่วมหัว เปล่งเสียงดังทำให้บ้านที่เคยเงียบเหงามีเสียงครึกครื้น
"เบา ๆ ค่ะ เ้าที่เ้าทางตื่นตระหนกใเสียงหนูหมดแล้วมั้ง" น้ำส้มเลี่ยงที่จะให้คำยืนยันในการทำอาหารเผื่อคนที่ลูกสาวเอ่ยถึง เธอทำเพียงมองหน้าเขาด้วยสีหน้านิ่งเรียบเท่านั้น เลือกปรามลูกสาวที่ยังคงะโสับขาไปมาด้วยความดีใจ ทั้งที่เธอก็กินอาหารฝีมือแม่ประจำทุกวันเป็นิจอยู่แล้ว
"ชู่...น้องเบาก็ได้ค่ะ ก็น้องดีใจจะได้กินฝีมือคุณแม่ วันนี้ที่โรงเรียนกับข้าวไม่เห็นจะอร่อยน้องเลยไม่กินสักคำ" เด็กหญิงใช้นิ้วแต่ริมฝีปากทำท่า จากนั้นจึงนั่งลงบนโซฟา แล้วบอกเล่าเื่ราวมื้อกลางวันให้กับผู้เป็แม่ได้ฟัง
"โอเคค่ะโอเค น้องดีใจเวอร์ ๆ ไปหน่อย"
"ทำอย่างกับไม่เคยกินกับข้าวแม่งั้นแหละ"
"ก็วันนี้น้องคิดถึงกับข้าวคุณแม่ขาเวอร์ ๆ เพราะที่โรงเรียนไม่อร่อยสักจิดเดียว"
"งั้นก็ดูการ์ตูนรอแม่ อย่าวิ่งซนเข้าใจไหม เดี๋ยวแม่ทำกับข้าวให้กิน แค่ไข่เจียวก็พอนะคะเพราะนี่ไม่ใช่บ้านของเรา เกรงใจคุณอานักรบ"
"ค่ะ ไข่เตียวก็อร่อยเวอร์ ๆ เหมือนกัน" สองแม่ลูกพูดคุยตกลงกัน บางคำเด็กหญิงก็พูดไม่ชัดถ้อยคำ แต่นั่นกลับเป็ความน่ารักเดียงสา สร้างเสน่ห์ให้กับน้องมะนาวจนใครต่อใครหลงรัก
นักรบที่ยังคงนิ่งเงียบ แต่เขามองสองแม่ลูกด้วยรอยยิ้มจาง ๆ จะดีแค่ไหนหากเขายิ้มได้แบบนี้ทุกวัน รู้สึกมีความสุขกับการที่ได้อยู่กับพวกเธอทั้งสองคนในบ้านหลังเดียวกัน แค่คิดเขาก็มีความสุขไม่น้อย
"ฉันขอใช้ห้องครัวหน่อยนะคะ" เธอบอกเขา
"ทางนี้ครับ" นักรบเอ่ยอนุญาตพร้อมกับนำพาเธอไปยังที่หมาย "หยิบจับได้ตามสบายนะครับ คิดซะว่าเป็บ้านของตัวเอง"
"คิดไม่ได้หรอกค่ะ เพราะบ้านฉันหลังเล็กไม่ได้เศษหนึ่งส่วนสี่ของบ้านคุณเลย" เธอตอบกลับเขาด้วยท่าทางที่เ็า
"เ็าจังเลยนะ" จนนักรบทักท้วงมองตามน้ำส้มที่กำลังเปิดตู้เย็น เขาไม่ชอบท่าทีแบบนี้ของเธอสักนิด มันทำให้เขาใจเหี่ยวรู้สึกหดหู่ เหมือนจะสู้ใจของเธอไม่ไหว หัวใจของเขามันรู้สึกเจ็บทุกครั้งที่เธอมีกิริยาแบบนี้ เขายังไม่พร้อมเจ็บทั้งที่เพิ่งเริ่มได้ไม่นาน
"คุณไม่ทำอาหารกินเหรอ ตู้เย็นว่างมาก" ความโล่งในตู้เย็นหลังใหญ่ แต่ข้างในแทบว่างเปล่า มีเพียงนม น้ำผลไม้และน้ำไม่กี่ขวด อาหารสดแทบไม่มีติดตู้เย็นจนเธอต้องออกปากถาม
"ไม่มีคนทำให้กิน" เขาตอบพร้อมกับเดินไปนั่งลงเก้าอี้ในครัว สายตาเมียนมองไปยังน้ำส้มพูดออกมาหวังให้เธอเห็นใจ
"แต่ก็คงไม่เป็ไรเพราะอยู่คนเดียว กินจากร้านข้างนอกท่าทางจะสบายกว่าทำกินเอง" แต่แล้วต้องหน้าแทบหงาย เมื่อน้ำส้มดูไม่สนใจหรือมีความรู้สึกเห็นใจเขาแม้แต่น้อย เธอหยิบไข่และแครอทที่พอมีในตู้เย็นไปล้าง และจัดการปอกเปลือกหั่นเป็ลูกเต๋า เตรียมวัตถุดิบเพื่อทำกับข้าวแบบง่าย ๆ ก็ของสดมีไม่กี่อย่างคงทำอะไรมากกว่าไข่เจียวไม่ได้
"นึกว่าจะเห็นใจ แล้วมาทำให้กินทุกวันซะอีก" เขาบ่นเสียงเบาอย่างผิดหวัง
"คุณว่าอะไรนะ" น้ำส้มหันมาถาม การตั้งใจหั่นแครอททำให้เธอฟังเขาไม่ชัดเจน
"เปล่า...มีอะไรให้ผมช่วยไหม" นักรบตอบปฏิเสธ แล้วลุกไปยืนซ้อนด้านหลังของน้ำส้ม โน้มหน้าลงต่ำวางบนไหล่ของเธออย่างถือวิสาสะ มือที่ไม่ว่างจะผลักไสเพราะกำลังใช้งาน จึงได้แต่ห่อไหล่เพื่อหลบเลี่ยง
"ไม่มีค่ะ ถ้าจะให้ดีก็กรุณานั่งเฉย ๆ หรือไม่ก็ออกไปดูการ์ตูนกับมะนาวข้างนอก" เธอตอบเสียงกร้าวจ้องหน้าเขาอย่างขึงขัง พร้อมกับยกมีดชี้ไปทางประตูข่มขู่ทางอ้อม จนนักรบต้องกรูถอยหลังออกห่างอย่างหวาดหวั่น กลัวว่าปลายมีดจะพลาดทิ่มหน้า
"ไม่มีใครบอกหรือไงว่าห้ามยกของมีคมใส่คนอื่น" นักรบพูดขึ้น
"มี! แต่สำหรับบางคนฉันก็ไม่จำเป็ต้องสนใจ หากล้ำเส้นเกินไป" และน้ำส้มก็ตอบอย่างไม่ติดขัด สายตาของเธอตอนนี้แทบกินเืฉีกเนื้อนักรบเป็ชิ้น ๆ ได้
"โอเค ๆ ผมไปรอข้างนอกกับมะนาวนะ"
"เชิญค่ะ"
นักรบพูดบอกอย่างกับว่าง่าย จนน้ำส้มต้องออกปากย้ำ เมื่อเห็นเขาหันหลังให้เธอจึงกลับมาตั้งใจเตรียมวัตถุดิบต่อ โดยไม่คิดว่านักรบจะวกกลับมา ฟอด... และฉวยโอกาสหอมแก้มเธอจากด้านหลัง จากนั้นจึงรีบวิ่งหนีออกไป โดยที่ไม่หันมามองเลยว่าน้ำส้มนั้นตาขวางใส่ ทว่ากลับรู้สึกใบหน้าเห่อร้อนที่ถูกเขาโขมยหอมแก้มโดยไม่ตั้งหลัก
"ไอ้คนบ้า!" ได้แต่ะโตามหลังพลางยกมือลูบแก้มข้างที่ถูกััเบา ๆ ด้วยความรู้สึกเขินอาย