ในขณะที่อสรพิษเพลิงกำลังจะโจมตีหมาป่าขนเหล็กอีกครั้งจู่ๆ มันก็รู้สึกถึงความผิดปกติที่ท้อง
“อึก! ต้องไม่ใช่ตอนนี้สิอดทนอีกหน่อยนะลูกแม่” พูดจบร่างของอสรพิษเพลิงก็กระตุกคราหนึ่งทำให้ลมปราณที่โคจรไว้สลายหายไปทันที
เมื่อจ่าฝูงหมาป่าขนเหล็กเห็นโอกาสมันก็สั่งให้ลูกน้องรุมโจมตีอสรพิษเพลิงอีกรอบ เหล่าหมาป่าขนเหล็กกว่าร้อยตัวก็พุ่งเข้าจู่โจมอสรพิษเพลิงทุกทิศทาง
อสรพิษเพลิงในตอนนี้มันไม่สนใจฝูงหมาป่าขนเหล็กที่กลุ้มรุมแม้แต่น้อยเนื่องจากท้องของมันกำลังบีบรัดเพื่อให้ไข่ที่คั่งค้างอยู่ได้ออกมาฟักนอกร่างกาย มันจึงขดตัวแน่นเพื่อปกป้องไข่ที่กำลังจะออกมาและเกร็งกำลังเพื่อต้านการโจมตีของฝูงหมาป่าขนเหล็ก
ทางด้านลี่หง เมื่อเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดก็ะเิแรงกดดันออกมาด้วยความเดือดดาลจากนั้นก็พุ่งตัวเข้าไปกลางวงต่อสู้ทันที
เมื่อเห็นเ้านายสุดโหดพุ่งเข้าไปร่วมวงเสี่ยวหลางก็ไม่รอช้ารีบตามไปทันที ในใจก็ได้แต่สมน้ำหน้าฝูงหมาป่าขนเหล็ก ‘ถึงคราวซวยของฝูงหมาป่าขนเหล็กจริงๆสมแล้วกับที่พวกมันระรานคนอื่นไปทั่ว’
ในตอนนี้จิตใจของอสรพิษเพลิงได้ยอมแพ้ให้แก่ความตายแล้วแต่ก่อนตายมันก็ขอปกป้องไข่ที่คั่งค้างอยู่ในท้องให้ถึงที่สุด
ในขณะที่การโจมตีของฝูงหมาป่าขนเหล็กใกล้เข้าปะทะกับตัวของมันจู่ๆ ก็มีแรงกดดันมหาศาละเิออกมาอัดกระแทกฝูงหมาป่าขนเหล็กให้กระเด็นกระดอนออกไปคนละทิศคนละทาง
เมื่อััได้ถึงแรงกดดันมหาศาล อสรพิษเพลิงจึงลืมตาขึ้นมาดูผู้ที่ช่วยชีวิตมันทว่าเบื้องหน้าของมันนั้นปรากฏเพียงหญิงสาวชาวมนุษย์คนหนึ่งเท่านั้น แต่ก่อนที่อสรพิษเพลิงจะได้พูดอะไรหญิงสาวชาวมนุษย์ก็ชิงพูดขึ้นมาก่อน
“เ้าไม่ต้องพูดอะไร รีบให้ลูกๆ ของเ้าออกมาดูโลกเถอะเ้าหมาพวกนี้ข้าจัดการเอง” ได้ยินดังนั้นอสรพิษเพลิงก็รู้สึกผ่อนคลายและรับรู้ว่าเด็กสาวชาวมนุษย์ตรงหน้านั้นเป็มิตรต่อตน
แม้จะไม่เข้าใจว่าเหตุใดต้องคิดเช่นนั้นแต่อสรพิษเพลิงก็ไม่มีเวลาให้สนใจมากนักเพราะไข่ที่คั่งค้างอยู่ในท้องจะออกมาดูโลกแล้ว
เดิมทีอสรพิษเพลิงตัวนี้มันกำลังตั้งท้องอยู่ทั้งที่ไข่พึ่งจะได้ออกมาดูโลกกว้างเพื่อรอเวลาฟักเป็ลูกอสรพิษน้อยแต่รังของมันกลับถูกโจมตีจากฝูงหมาป่าขนเหล็กหลายร้อยตัว ทำให้ไข่ของมันที่รอฟักถูกฝูงหมาป่าขนเหล็กกัดกินไปจนสิ้นเหลือแต่เพียงไข่ที่คั่งค้างอยู่ในท้องเท่านั้น
ทางด้านจ่าฝูงหมาป่าขนเหล็ก เมื่อเห็นศัตรูที่ลอบโจมตีลูกน้องมันก็จ้องมองเด็กสาวชาวมนุษย์ด้วยความหวาดระแวงแต่หลังจากได้ตรวจสอบระดับพลังของมนุษย์ตรงหน้ามันก็ะเิเสียงหัวเราะออกมา
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า มนุษย์อ่อนแอเช่นเ้าคิดจะเข้ามาขัดขวางข้างั้นรึระดับพลังก็ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน แถมยังเป็แค่มนุษย์ตัวเมียคิดรึว่าจะทำอะไรข้าได้ฮ่า ฮ่า ฮ่า” เมื่ออสรพิษเพลิงได้ยินที่จ่าฝูงหมาป่าขนเหล็กพูด มันก็ตรวจสอบระดับพลังของเด็กสาวชาวมนุษย์ตรงหน้าทันที
“ข้าไม่รู้ว่าเหตุใดเ้าจึงเข้ามาช่วยข้าแต่เ้าหมาบ้านั่นมันแข็งแกร่งกว่าเ้านัก เ้ารีบหนีไปเถอะข้าไม่อยากให้เ้าต้องมาตกตายเพราะข้า”เมื่อได้ยินคำพูดของอสรพิษเพลิง ลี่หงก็ระบายรอยยิ้มออกมา พลางเดินเข้าหาแล้วยกมือขึ้นลูบลำตัวของอสรพิษเพลิง
“เ้าไม่ต้องห่วงข้าหรอก แค่ฝูงหมาขี้เรื้อนข้าจัดการได้สบายอยู่แล้วว่าแต่เ้าเถอะเหตุใดไข่ของเ้าถึงได้มีแค่นี้” เมื่อลี่หงเห็นไข่ของอสรพิษเพลิงที่มีแค่ห้าฟองเท่านั้นก็พูดขึ้น
โดยทั่วไปแล้วอสรพิษนั้นสามารถออกไข่ต่อครั้งนับร้อยฟองอีกทั้งไข่ของอสรพิษเพลิงทั้งห้าฟองนี้ก็ไม่มีฟองไหนอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์เลยเปลือกไข่ทั้งห้าล้วนบิดเบี้ยวสีซีดจาง เมื่ออสรพิษเพลิงได้ยินคำถามของลี่หงก็พูดขึ้นมาด้วยความเศร้าสร้อย
“เดิมทีก็มีมากกว่านี้ แต่ตอนที่ข้ากำลังฟักไข่อยู่เ้าหมาบัดซบพวกนี้ก็ฉวยโอกาสตอนที่ข้ากำลังอ่อนแอ เข้ามาโจมตีแล้วทำลายไข่ของข้าทั้งหมดส่วนไข่ห้าฟองนี้มันตกค้างอยู่ในท้องข้า แต่ข้าก็หวังว่าเด็กๆ พวกนี้จะยังมีชีวิตอยู่”เมื่อได้ยินดังนั้นลี่หงก็พูดขึ้น
“เ้าไม่ต้องห่วงหรอกเด็กๆ พวกนี้ยังมีชีวิตอยู่”ลี่หงพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสดใส เพื่อปลอบประโลมแม่อสรพิษเพลิง แต่ในขณะที่ทั้งสองพูดคุยกันอยู่จ่าฝูงหมาป่าขนเหล็กก็ะโขึ้นมาด้วยความเดือดดาล
“บัดซบ!! เ้ามนุษย์ชั้นต่ำบังอาจเมินข้างั้นรึตาย!” พูดจบจ่าฝูงหมาป่าขนเหล็กก็พุ่งเข้ามาจู่โจมลี่หงทันทีเมื่อเห็นจ่าฝูงหมาป่าขนเหล็กพุ่งเข้ามาจู่โจมตน ลี่หงก็หันไปพูดกับเสี่ยวหลาง
“เสี่ยวหลางเ้าอยู่ปกป้องไข่พวกนี้ไว้ให้ดีล่ะ”พูดจบลี่หงก็นำกระบี่ไม้น้ำหนักหมื่นจินออกมา แล้วพุ่งเข้าไปปะทะกับจ่าฝูงหมาป่าขนเหล็กทันที
ทางด้านอสรพิษเพลิงเมื่อเห็นเด็กสาวชาวมนุษย์พุ่งเข้าไปต่อสู้กับจ่าฝูงหมาป่าขนเหล็กที่มีระดับสูงกว่าตนเองหนึ่ง่ชั้นก็อยากจะห้ามแต่ก็ไม่ทัน เมื่อคิดจะเข้าไปช่วยเหลือก็ถูกเสี่ยวหลางเข้ามาขัดขวาง
“เ้ามาขวางข้าทำไมเ้าหมาป่าวายุ” เมื่อเห็นมหาป่าวายุขนาดใหญ่พุ่งเข้ามาขวางทาง อสรพิษเพลิงก็หยุดชะงักแล้วพูดขึ้นด้วยความเกรี้ยวกราด
แม้ตนจะเป็สัตว์อสูร แต่ก็ไม่อาจเห็นผู้มีพระคุณตกตายไปต่อหน้าต่อตาแม้จะเป็มนุษย์ก็ตามอีกทั้งตนยังรู้สึกถูกชะตากับเด็กสาวชาวมนุษย์คนนี้มาก ทางด้านเสี่ยวหลางเมื่อได้ยินดังนั้นก็ส่งเสียงผ่านลมปราณไปยังอสรพิษเพลิง
‘เ้าไม่ต้องเป็ห่วงนางหรอกเ้านายข้าแข็งแกร่งและโเี้กว่าที่เ้าเห็นนัก’ พูดจบเสี่ยวหลางก็หันไปมองเ้านายที่กำลังจะปะทะกับจ่าฝูงหมาป่าขนเหล็กด้วยสายตาเทิดทูน
ทางด้านจ่าฝูงหมาป่าขนเหล็ก เมื่อเห็นเด็กสาวชาวมนุษย์พุ่งเข้ามาปะทะกับมันมันก็แค่นเสียงออกมาด้วยความดูถูก พร้อมโคจรลมปราณไปที่กรงเล็บแล้วสะบัดไปยังมนุษย์ที่แสนอ่อนแอหวังจะฉีกกระชากเด็กสาวชาวมนุษย์ออกเป็ชิ้นๆ ภายใต้การโจมตีเดียว
เมื่อเห็นดังนั้นลี่หงก็แสยะยิ้มออกมาพลางโคจรลมปราณเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้แก่กระบี่ไม้ พร้อมกับฟาดฟันกระบี่เข้าปะทะกับกรงเล็บหมาป่า
เคร๊ง! ตู้ม! โคร่ม! เสียงการปะทะระหว่างกรงเล็บหมาป่าระดับจักรพรรดิขั้นสามกับกระบี่ไม้หนักหมื่นจินเสริมปราณดังก้องกังวานไปทั่วทั้งบริเวณ
ด้วยแรงปะทะส่งให้ทั้งสองกระเด็นออกจากกันทำให้ลี่หงที่มีระดับพลังน้อยกว่าถึงหนึ่ง่ชั้นกระเด็นถอยหลังไปกว่าสิบก้าว ทว่าจ่าฝูงหมาป่าขนเหล็กกลับกระเด็นออกไปไกลกว่ายี่สิบก้าวแค่นั้นยังไม่พอร่างของจ่าฝูงหมาป่าขนเหล็กยังไปกระแทกเข้ากับก้อนหินขนาดใหญ่จนหินแหลกละเอียด
ภาพการปะทะระหว่างหนึ่งเด็กสาวชาวมนุษย์ที่มีพลังอยู่ในระดับปราณฟ้าขั้นแรกกับจ่าฝูงหมาป่าขนเหล็กที่มีพลังอยู่ในระดับจักรพรรดิขั้นสี่ล้วนปรากฏให้สายตาหลายร้อยคู่ได้เห็น
ทางด้านอสรพิษเพลิงและหมาป่าวายุต่างก็ต้องตกตะลึงกับการปะทะของทั้งคู่เช่นกันตัวเสี่ยวหลางเองก็ไม่คาดคิดว่าพละกำลังของเ้านายตนจะมากมาย ถึงขั้นปะทะโดยตรงกับระดับจักรพรรดิแล้วยังมีเปรียบเช่นนี้
เมื่อตั้งตัวได้ลี่หงก็ลุกขึ้นยืนพลางจ้องมองไปยังจ่าฝูงหมาป่าขนเหล็กที่กำลังลุกขึ้นมาเช่นกันส่วนจ่าฝูงหมาป่าขนเหล็ก เมื่อมันได้ปะทะกับเด็กสาวชาวมนุษย์มันก็รู้สึกว่าทันทีว่ามันไม่สามารถจัดการได้ง่ายๆเนื่องจากพละกำลังอันมากล้นของเด็กสาวชาวมนุษย์ ทำให้กระดูกขาหน้าของมันร้าวในการฟาดฟันกระบี่แค่ครั้งเดียวมันจึงคำรามสั่งลูกน้องให้โจมตีเด็กสาวชาวมนุษย์
โฮก!! เหล่าหมาป่าขนเหล็กเมื่อได้รับคำสั่งจากจ่าฝูงพวกมันทั้งหมดก็มุ่งเป้าหมายมายังเด็กสาวชาวมนุษย์ทันที
“หืม! คิดจะรุมงั้นรึอย่างนี้ก็สนุกสิ” เมื่อเห็นฝูงหมาป่าพุ่งเข้ามาโจมตีตน ลี่หงก็ยกยิ้มขึ้นมาด้วยความรอยยิ้มสดใสหากมีใครได้เห็นคงจะหลงใหลในรอยยิ้มของลี่หงในเป็แน่
แต่ไม่ใช้กับเสี่ยวหลาง เมื่อมันเห็นรอยยิ้มของเ้านายสาวขนทั่วกายก็ลุกชันทันทีจนอสรพิษเพลิงต้องหันมามอง
แม้มันจะพึ่งรู้จักกับเ้านาย แต่ก็เห็นการฆ่าล้างฝูงหมาป่าขนเหล็กมาแล้วถึงสองครั้งสองคราทุกครั้งก็จะปรากฏรอยยิ้มแบบนี้ก่อนที่จะลงมือหรือเมื่อลงมือเสร็จแล้วมันจึงคิดได้ว่าเมื่อไหร่ที่เ้านายมันยิ้มแบบนี้ เมื่อนั้นหมายถึงหายนะมาเยือนแน่นอนทางด้านอสรพิษเพลิงเมื่อเห็นเสี่ยวหลางทำตัวแปลกๆ ก็เอ่ยถามขึ้น
“เ้าไม่คิดจะไปช่วยเ้านายเ้ารึหรือเ้าจะปล่อยให้นางตายแบบนี้” เสี่ยวหลางเมื่อได้ยินดังนั้นก็รีบพูดขึ้น
‘หากเ้าอยากโดนลูกหลงก็เข้าไปเลยเ้าไม่เห็นรอยยิ้มนางงั้นรึ ตอนนี้นางกำลังสนุกอยู่ แล้วก็นะ นางน่ะแข็งแกร่งกว่าเ้าหมาหมู่พวกนั้นอีก’เมื่อได้ยินคำพูดของเสี่ยวหลางแม้จะยังไม่เข้าใจ แต่อสรพิษเพลิงก็จ้องมองไปยังเด็กสาวชาวมนุษย์ด้วยสายตาเป็ห่วงไม่น้อยหากไม่ติดที่หมาป่าวายุขวางหน้าตนอยู่และลูกน้อยที่ต้องปกป้อง มันต้องเข้าไปช่วยเหลือเด็กสาวชาวมนุษย์แน่นอน
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ตายซะเถอะเ้ามนุษย์ตัวเมียโง่เง่า”จ่าฝูงหมาป่าขนเหล็กเมื่อเห็นลี่หงไม่ขยับตัวก็ะเิเสียงหัวเราะขึ้นมา แต่มันก็ต้องชะงักค้างเมื่อเห็นรอยยิ้มของเด็กสาวชาวมนุษย์
ทางด้านลี่หงที่อยู่ท่ามกลางฝูงหมาป่าขนเหล็กหลายร้อยตัวก็ยกยิ้มขึ้นมาพร้อมกับประกายอำมหิตที่พาดผ่านดวงตาเดิมทีหากอสรพิษเพลิงไม่ได้ตั้งท้องตัวลี่หงกไม่คิดจะเข้ามาขัดขวางการต่อสู้แต่เมื่อเห็นว่าอสรพิษเพลิงนั้นตั้งท้องอยู่เ้าตัวก็ไม่อยู่นิ่งเมื่อเห็นภาพอสรพิษเพลิงที่ยอมรับความตายเพื่อปกป้องลูกน้อยในไข่หรือแม้แต่ภาพครอบครัวหมาป่าวายุ
ทำให้ลี่หงหวนนึกถึงอดีตที่ผ่านมาหากไม่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือเ้าตัวย่อมรู้สึกผิดไปตลอดชีวิตแม้จะรู้ว่าฝูงหมาป่าขนเหล็กก็มีลูกน้อยมีครอบครัวเช่นกันแต่วิธีการของฝูงหมาป่าขนเหล็กนั้นลี่หงกลับรู้สึกว่าไม่ถูกต้อง
แม้จะรู้ว่าโลกใบนี้ผู้แข็งแกร่งย่อมกลืนกินผู้ที่อ่อนแอแต่อย่างน้อยก็ต้องอยู่ในขอบเขตที่เหมาะสมไม่ใช้กลุ้มรุมแบบนี้ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลกลใดจิตใต้สำนึกของลี่หงกลับบอกให้เข้าช่วยเหลือเสี่ยวหลางกับครอบครัวและอสรพิษเพลิงตัวนี้และอีกเหตุผลที่สำคัญที่เ้าตัวให้การช่วยเหลือครั้งนี้และในอนาคต เพียงแค่มาดีเ้าตัวย่อมดีตอบแต่หากมาร้ายคิดทำลายครอบครัวและคนที่นางรักผลตอบแทนก็สาสมและสมน้ำสมเนื้อเช่นกัน
“ได้เวลาลองวิชาใหม่แล้วสินะ” เมื่อเห็นฝูงหมาป่าขนเหล็กพุ่งเข้ามาลี่หงก็พูดขึ้นพร้อมกับนำกระบี่ไม้ที่หนักร้อยจินออกมาจากมิตินับร้อยเล่ม จากนั้นจึงโคจรปราณไร้ลักษณ์ไปยังกระบี่ไม้ทั้งหนึ่งร้อยเล่มทำให้ตอนนี้กระบี่ไม้สีดำทมิฬทั้งหนึ่งร้อยเล่มเปล่งประกายสีทองและแรงกดดันที่น่าหวาดหวั่นออกมาทำให้ฝูงหมาป่าขนเหล็กที่พุ่งเข้ามาหยุดชะงัก
“หืม! หยุดกันทำไมล่ะ เข้ามาสิเ้าหมาน้อยทั้งหลาย”เมื่อเห็นฝูงหมาป่าหยุดชะงักลี่หงก็พูดขึ้นพลางส่งรอยยิ้มยิ้มเยาะเย้ยไปยังจ่าฝูงหมาป่าขนเหล็กจนทำให้มันเดือดดาลสั่งให้ลูกน้องมันโจมตีลี่หงอีกครั้ง
โฮก!! เมื่อสิ้นเสียงหมาป่าขนเหล็กแต่กลับไม่มีหมาป่าขนเหล็กตัวไหนขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย
“หึ! หากไม่เข้ามาข้าจะเข้าไปหาพวกเ้าเองร้อยกระบี่สังหาร” พูดจบลี่หงก็ควบคุมกระบี่ทั้งร้อยเล่มโจมตีฝูงหมาป่าขนเหล็กทันที
กระบี่ปราณนับร้อยเล่มต่างก็พุ่งทะยานเข้าไปสังหารฝูงหมาป่าขนเหล็กด้วยความรวดเร็วด้วยกระบี่ไม้ที่ทำน้ำหนักกว่าร้อยจินทั้งยังเสริมความแข็งแกร่งและความคมด้วยปราณไร้ลักษณ์แค่เพียงการฟาดฟันเดียวก็สามารถพรากลมหายใจของหมาป่าขนเหล็กที่มีระดับต่ำกว่าปราณฟ้าได้อย่างง่ายดาย
จากนั้นการสังหารหมู่จึงเริ่มต้นขึ้นเสียงร้องโหยหวนของเหล่าหมาป่าขนเหล็กหลายร้อยตัวดังขึ้นทั้งยังดังก้องกว่าก่อนหน้านี้หลายเท่าตัว ส่งผลให้พื้นที่ที่อยู่ในรัศมีหนึ่งร้อยลี้ได้ยินเสียงร้องคำรามของฝูงหมาป่าขนเหล็กอย่างชัดเจน
ณ จวนเ้าเมือง เมืองหมอกม่วงหนึ่งในหัวเมืองที่อยู่ภายใต้การปกครองของอาณาจักรัทะยานเมืองที่อยู่ใกล้กับป่าหมอกมากที่สุดโดยมีระยะห่างจากป่าหมอกเพียงห้าสิบลี้และอยู่ห่างจากจุดที่ลี่หงต่อสู้อยู่กับฝูงหมาป่าขนเหล็กเพียงหนึ่งร้อยห้าสิบลี้เท่านั้น
แต่ด้วยประสาทััของผู้ฝึกยุทธทำให้ผู้คนที่อยู่ในเมืองหมอกม่วงได้ยินเสียงร้องคำรามของสัตว์อสูรได้อย่างชัดเจนไม่ต้องพูดถึงผู้ฝึกยุทธที่กำลังออกล่าอยู่ในป่าหมอกและสัตว์อสูรในป่าหมอกที่ตอนนี้ต่างก็ตื่นใและวิ่งหนีให้ห่างจากจุดกำเนิดเสียงจนวุ่นวาย
“สะ เสียงนี้อีกแล้ว นี่มันเกิดอะไรขึ้นในป่าหมอกกันแน่พวกเ้าได้ข่าวอะไรมาบ้าง” ชายที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ในตำแหน่งที่สูงที่สุดในห้องโถงพูดขึ้นด้วยความกังวลแม้เมืองหมอกม่วงจะอยู่ห่างจากป่าหมอกมากกว่าห้าสิบลี้แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความกังวลและหวาดกลัวของผู้คนลดลงแม้แต่น้อย
“เรียนท่านเ้าเมืองข้าได้ยินมาว่าในป่าหมอกตอนนี้กำลังมีการต่อสู้ของสัตว์อสูรอยู่ขอรับ”นายทหารคนหนึ่งพูดขึ้น
“การต่อสู้ของสัตว์อสูรงั้นรึ! แล้วเ้ารู้รึไม่ว่าตัวอะไรกำลังต่อสู้กันอยู่”ชายที่นั่งอยู่บนเก้าอี้หรือเ้าเมืองหมอกม่วงพูดขึ้น
“อันนี้ข้าก็ไม่ทราบได้ขอรับเนื่องจากจอมยุทธที่เข้าไปล่าสัตว์อสูรในป่าหมอกต่างก็รีบหนีออกมาเพราะได้ยินเสียงการต่อสู้และเสียงคำรามของสัตว์อสูรทั้งยังบอกอีกว่ามีสัตว์อสูรมากมายหนีออกมาจากส่วนลึกของป่าหมอก มาอยู่อาศัยแถวชายป่าหมอกชั้นนอกแทนขอรับ”เ้าเมืองเมื่อได้ยินดังนั้นก็พูดขึ้นด้วยความร้อนรน
“หากพวกมันออกมาอาศัยอยู่ชายป่าชาวบ้านได้เดือดร้อนแน่บางทีพวกมันอาจจะออกมาจู่โจมหมู่บ้านก็ได้ ท่านแม่ทัพรีบส่งคนไปตรวจสอบพื้นที่โดยรอบป่าหมอกและส่งคนไปแจ้งข่าวกับเมืองหลวงขอกำลังสนับสนุนเพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝัน” เ้าเมืองพูดขึ้นพลางสั่งการแม่ทัพประจำเมือง ให้จัดหากำลังพลเข้าไปตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและให้ส่งข่าวไปยังเมืองหลวง
ไม่เพียงแต่เมืองหมอกม่วงเท่านั้นที่ได้ยินเสียงคำรามของสัตว์อสูรแม้แต่เมืองพยัคฆ์หมอบในอาณาจักรพยัคฆ์คำรามก็ได้ยินเช่นเดียวกันอีกทั้งยังมีเหล่าจอมยุทธที่อยู่ในเมืองและบริเวณใกล้เคียงกับป่าหมอกต่างก็ได้ยินเสียงคำรามเช่นกันทำให้แต่ละผ่านต่างก็ตระเตรียมกำลังพลเพื่อรับมือกับเหตุที่ไม่คาดฝัน