"ท่านแม่ของท่านเป็แม่อย่างแท้จริงสิ่งใดทำให้ท่านต้องกลายเป็คนไม่ดีดีในสายตาคนเป็พ่อท่านแม่ของท่านพยายามที่จะช่วยท่านกลบฝังมัน"เยว่เหนียงออกความเห็น
"มันเป็สิ่งที่ข้าไม่้าแม้แต่น้อย"ไท่จือทอดอาลัย
"เ้าองครักษ์ซื่อบื้อ ข้าปักถุงหอมลายเสี่ยวหลันให้เ้า"ยิ้มกว้างสดใส ไท่จือรับมาถือไว้
"เ้าให้ของข้าเพื่อสิ่งใดกัน"แววตามีความหมายหยิกแกมหยอก ม่านหลิวหลบตาคม
"ก็แค่อยากให้ ไม่ได้มีความหมายใด"ไท่จือเดินมายืนตรงหน้าจับมือบางมากุมไว้
"เ้าแน่ใจเช่นนั้นหรือ อย่าบอกนะว่าเ้าไม่ชอบข้าสักนิด"ม่านหลิวหลบตาก้มหน้ามองพื้นแก้มแดงระเรื่อ ไท่จื่อยิ้มนึกเอ็นดูท่าทีเขินอายของม่านหลิว อย่างนี้แล้วเขาจะปล่อยมือม่านหลิวไปได้อย่างไร ในเมื่อบัดนี้หัวใจเขาอยู่ที่นาง แล้วทั้งใจ
"ฟานเออร์ เห็นไหมมองค์หญิงแคว้นเหวยกิริยาอ่อนหวานไร้ที่ติ เทศกาลดอกไม้ไฟปีนี้ไท่จือต้องดูแลองค์หญิงให้ดี"
"ฮองเฮา กล่าวชมหมี่มี่เกินไปแล้ว"ใบหน้าอ่อนหวานเอียงอาย
"เ้าเพิ่งเคยมาเยือนคงไม่เคย เที่ยวชมวังหลวงที่สวยงาม ให้ไท่จือพาเ้าเดินชมรอบๆ จะดีหรือไม่"
"หมี่มี่ เชิญไท่จือ"ไท่จือลุกเดินนำหน้าหมี่มี่ที่ วางท่าทีดุจนางพญา
ที่อุทยานนั่น ม่านหลิวนั่งมองกลีบดอกเหมยสีแดงร่วงหล่นลงพื้นเพราะแรงลม
"นายหญิง อากาศเย็นท่านกลับเข้าไปข้างในเถิด"
"ข้ากำลัง... ดื่มด่ำกับความงามของดอกเหมย"พูดไปอย่างนั้นทั้งที่ใจไม่ได้อยู่ที่ดอกเหมยแม้เพียงสักนิด
ไท่จือกับองค์หญิงแคว้นเหวยเดินผ่านมาไท่จือรีบชวนหมี่มี่ไปเสียอีกทาง
"ถวายพระพร ไท่จือ"ทหารองครักษ์สองสามนายเปล่งเสียงให้ม่านหลิวสนใจ ใบหน้างดงามหันตามเสียงทว่ากลับเห็นเพียงแผ่นหลังคุ้นเคยที่เดินจ้ำออกจากตรงนั้นไป
"เ้าองครักษ์ซื่อบื้อไม่มาหลายวันแล้ว"
"ต้าอิง ่นี้ใกล้เทศกาลดอกไม้ไฟเหล่าบรรดาขุนนางในวังต่างเตรียมตัว และช่วยกันจัดงาน"ม่านหลิวยิ้มเศร้า"ลูบคลำกระต่ายหยกไปมา
งานเทศกาลดอกไม้ไฟที่จัดให้มีการแสดงดอกไม้ไฟแข่งขันกันก่อนวันขึ้นปีใหม่เพื่อที่จะเป็เพียงเ้าเดียวที่ได้รับโอกาสสัมปทาน การจุดดอกไม้ไฟใน่ปีใหม่ที่จะมาถึง ที่คลาคล่ำไปด้วยผู้คนแต่งกายงดงาม ม่านหลิวในชุดสีฟ้าอ่อนเหมือนจงใจไม่ให้สะดุดตา แต่ใบหน้าผุดผาด และ รูปร่างระหงของม่านหลิวไม่อาจ ปิดบังได้ ความสวยงาม เหมือนดอกมู่หลาน แม้เรียบเฉยแต่คงความงามสง่า ท่ามกลางกิ่งใบ
“ต้าอิงตามลำดับขั้นแล้วท่านอยู่ท้ายสุด”สาวใช้ ข้างกายกระซิบบอก ม่านหลิวเดินก้มหน้าไปยืนรวมกับเหล่าต้าอิงทั้งหลายที่จงใจแต่งกายให้สวยเด่นเพื่อดึงดูดสายตาของฮ่องเต้
้าแท่นสูงเป็ที่ประทับของฮ่องต้ ไท่จือและฮองเฮา และอาคันตุกะจากต่างแคว้นซึ่งรวมทั้งองค์หญิงหมีมี่ด้านข้างเป็เหล่าสนม กุ้ยเฟยกุ้ยเหรินที่มา ดูดอกไม้ไฟ และเหล่าต้าอิงทั้งหลายอยู่ท้ายสุดฮ่องเต้ ยืนอยู่บนสุดมองลงมาเบื้องล่าง ไท่จือยืนเคียงข้าง ม่านหลิวไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองคนทั้งหมด
ผู้คนมากมายสิ่งที่ไท่จือกลัวที่สุดคือ ม่านหลิวจะเห็นเขา
“บ้านเมืองร่มเย็น ประชาราฎร์สุขใจ ต่อจากนี้ถึงฤดูกาลแห่งการเฉลิมฉลองแล้ว”เสียงพลุเปิดงานดังขึ้นหนึ่งนัด หลายคนเงยหน้าขึ้นมองพลุรวมทั้งม่านหลิวด้วย
หัวใจแทบหยุดเต้นเมื่อ พบคนที่ยืนอยู่ข้างฮ่องเต้ ในชุดเสื้อคลุมัมีห้าเล็บสี แดงส่วนไท่จือสวมเสื้อคลุมัสีสีน้ำเงินเข้มที่ แม้แต่คนเสียสติยังมองออกว่าเป็ฉลองพระองค์ของไท่จือ ไท่จือสะดุดตากับชุดสีฟ้าอ่อนที่ไม่จงใจก็เหมือนจงใจ ให้กลายเป็โดดเด่นกว่าสีอื่นๆ ม่านหลิวตกตะลึงกับ ภาพตรงหน้าไท่จือ วิ่งลงมาจาก ที่ประทับ ม่านหลิวแทรกตัวเดินหลบหายไปในฝูงชน น้ำตาไหลรินเป็ทาง
“นายหญิงท่านเป็อะไรไป”
“ไท่จือ องครักษ์ซื่อบื้อนั่นคือไท่จือทำไมไม่มีใครบอกข้าสักคน” สาวใช้ก้มหน้านิ่ง
“แต่ช่างเถอะเขากับข้า เราต่างคน ต่างวิถีกันอยู่แล้ว”สาวใช้สวมกอดม่านหลิวด้วยความสงสาร
“นายหญิง เกิดเป็หญิงต้อง กล่ำกลืนทุกอย่าง ยากจะมีสุข แม้มีสุขก็สุขได้ไม่นานหากนายหญิงปลงเสีย เมื่อนั้นชีวิตในวังหลวงแห่งนี้จึงจะมีสุข”
“ข้า...ข้าไม่อยากอยู่ในวังหลวงแล้ว ทำอย่างไรดี”อีกคนกอดแน่นท่ามกลางผู้คนเดินขวักไขว่ไปมา เพื่อชมดอกไม้ไฟใบหน้าแต่ละคนแช่มชื่นมีเพียงม่านหลิวที่ มีหยาดน้ำตา
“เราสองคน เที่ยวข้างนอกเสียให้สบายใจตอนนี้ไม่มีกำแพงวังคอยกั้นเราไว้ไม่มีต้าอิงไม่มีนางกำนัล เวลานี้เราสองคนคือหญิงงามสองคนที่กำลังจะไปร่ำสุราคลายทุกข์”ม่านหลิวยิ้มทั้งน้ำตาจูงแขนกันออกจากตรงนั้นไป ไท่จือ เดินตามมา แต่ไม่ทันเมื่อม่านหลิวออกจากตรงนั้นหายไปท่ามกลางฝูงชน
"รักของข้าแม้ครั้งแรกก็ผิดหวังเสียแล้วเหมือนหิมะแรกที่เหน็บหนาวนำพาให้เข็ดกับความรักไม่อยากแตะต้อง"เยว่เหนียง ยกจอกสุราของตนชนจอกสุราของไท่จือเบาๆ
"ดื่มให้กับรักที่เป็เหมือนหิมะแรกของท่าน แม้ว่ารักนี้ของท่านจะมาถึงทางตันใช่ว่าไม่มีทางออกเสียทีเดียวทางออกอยู่ที่ตัวมันเอง"ไท่จือมองเยว่เหนียงด้วยสายตาที่มีหวัง
"อย่าได้พบกันอีกเลยต่อจากนี้"ต้าอิงม่านหลิวเขียนอักษรด้วยมือสั่นเทาแนบไปพร้อมกับกระต่ายหยกให้สาวใช้ส่งให้กับไท่จือ