ผู้เฒ่าหวังในฐานะผู้นำครอบครัวเดินออกไปต้อนรับทันทีเขามองประเมินคนกลุ่มนี้พลางเอ่ยว่า “ที่นี่หาได้มีหมอเทวดาหลี่ไม่มีเพียงหลี่ซื่อที่พอมีวิชาแพทย์อยู่บ้าง พวกเจ้าต้องการพบนางด้วยธุระใด?”
บุรุษวัยกลางคนที่มีใบหน้าเหลี่ยมเช่นตัวอักษรจีน[1] ยกสองมือประสานไว้กลางอกคำนับผู้เฒ่าหวัง ก่อนเอ่ยด้วยท่าทางอ่อนระโหยโรยแรงว่า“ท่านลุง พวกเราคือชาวบ้านหมู่บ้านหูจากตำบลไท่ อำเภอหมิงเฉิงบ่อน้ำในหมู่บ้านของพวกเราถูกคนชั่วใส่ยาพิษลงไป คนที่ถูกพิษมีมากมายยามนี้มีสองคนในหมู่บ้านสิ้นใจเพราะพิษไปแล้วท่านหมอเติ้งจากตำบลไท่บอกว่าท่านหมอเทวดาหลี่สามารถถอนพิษให้ได้พวกเราที่ได้รับพิษเล็กน้อยจึงมาที่นี่เพื่อขอพบท่านหมอเทวดาหลี่ขอรับ”
หลี่ชิงชิงลอบคิดในใจ ตำบลไท่ อำเภอหมิงเฉิงมิใช่ตำบลที่ครอบครัวของพี่สี่อาศัยอยู่หรือ? คนผู้นี้เอ่ยว่าเป็นหมู่บ้านหู ไม่ใช่หมู่บ้านที่พี่สี่อยู่ไม่รู้ว่ายามนี้พี่สี่จะยังสบายดีหรือไม่?
ใบหน้าของหม่าเซี่ยงหนานฉายแววตื่นตระหนก เขาเอ่ยถามว่า“หลี่ซื่อ เจ้าถอนพิษเป็นด้วยหรือ?”
ทว่าสีหน้าของเฟิ่งซื่อกลับเต็มไปด้วยความหวาดผวาเรียวคิ้วของนางขมวดมุ่น เอ่ยว่า “บ่อน้ำมีพิษในอำเภอหมิงเฉิงมีคนที่ใจดำอำมหิตถึงเพียงนี้เชียวหรือ?”
กฎหมายในแคว้นต้าถังนั้นเข้มงวดเป็นอย่างยิ่งผู้ที่วางยาพิษในบ่อน้ำ หากถูกจับได้จะต้องโทษห้าม้าแยกร่าง
“แล้วคนที่ไปมาหาสู่หมู่บ้านมิได้ดื่มน้ำที่มีพิษเข้าไปแล้วหรือ?” หม่าเฟิ่งเลี่ยเองก็ตกใจจนน้ำเสียงเปลี่ยนไปเล็กน้อยเช่นกัน
“รบกวนฮูหยินและคุณชายน้อยไปพักที่เรือนด้านหลังก่อนเจ้าค่ะ”ตั้งแต่ที่หลี่ชิงชิงข้ามมิติมานี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่นางต้องจัดการแก้ปัญหาเรื่องชาวบ้านที่ถูกพิษหญิงสาวถอนหายใจยาว หลังจากสนทนากับสองแม่ลูกเฟิ่งซื่อเรียบร้อยแล้ว ก็ออกจากห้องโถงเดินไปยังเรือนด้านหน้าทันที
หม่าเซี่ยงหนานและเหล่าข้ารับใช้สกุลหม่ารีบอารักขาสองแม่ลูกเฟิ่งซื่อและหม่าเฟิ่งเลี่ยไปที่เรือนด้านหลังทันทีเฟิ่งซื่อนับว่าประหลาดใจนัก นางจึงสั่งให้หม่าเซี่ยงหนานไปดูเหตุการณ์ที่เรือนด้านหน้า
เกวียนลาทั้งสามคันล้วนถูกว่าจ้างจากเงินที่ชาวบ้านหมู่บ้านหูรวบรวมมาชาวบ้านที่เดินทางมาในวันนี้มีทั้งหมดสิบสองคน อายุมากที่สุดห้าสิบเจ็ดปีอายุน้อยที่สุดเพิ่งจะสองขวบกว่า ทั้งยังมีสตรีที่กำลังตั้งครรภ์หกเดือนอยู่ด้วย
คนทั้งกลุ่มล้วนมือกุมหน้าท้องเอาไว้ บางครั้งก็แว่วเสียงร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวดดังขึ้น
ผู้เฒ่าหวังผินศีรษะมาเอ่ยว่า “ชิงชิงเจ้าอย่าได้กังวลไป ชาวบ้านเหล่านี้มิใช่คนตำบลไท่แต่เป็นหมู่บ้านหูที่อยู่ด้านล่างของตำบลไท่อีกที”
“ขอบคุณเจ้าค่ะท่านพ่อ”หลี่ชิงชิงเห็นว่าในกลุ่มมีเด็กน้อยตัวผอมโซ อายุประมาณเจ็ดหรือแปดขวบใบหน้าของเขาซีดเซียว ร่างกายซวนเซไปมา ทั้งยังมีสตรีวัยกลางคนรูปร่างอ้วนเตี้ยที่กำลังอาเจียนส่วนชาวบ้านที่เหลือเองก็มีฝีเท้าเลื่อนลอย นางจึงรีบเอ่ยทันที “พวกท่านนั่งลงในเรือนก่อนข้าจะตรวจให้ทีละคน”"
บุรุษใบหน้าเหลี่ยมมองแม่นางน้อยผู้ปักปิ่นสีทองอายุประมาณสิบสี่สิบห้าปี เขาจะถลึงตาจ้องพร้อมเอ่ยถามว่า “เจ้าคือท่านหมอเทวดาหลี่หรือ?”
“วันนั้นท่านหมอเติ้งเห็นว่าข้าช่วยพ่อค้ากบถอนพิษงูได้สำเร็จตั้งแต่นั้นมาก็เรียกข้าว่าหมอเทวดาหลี่ ข้าเป็นเพียงหมอชาวบ้านธรรมดาเจ้าค่ะหาใช่หมอเทวดาอันใด
พวกท่านเดินทางมาไกลถึงเพียงนี้ หากว่าเชื่อข้าข้าก็จะตรวจรักษาให้พวกท่าน หากไม่เชื่อ เช่นนั้นก็จงกลับไปเถิดจะไปหาหมอท่านใดก็ไป อย่าได้มาเสียเวลาที่นี่เลย” หลี่ชิงชิงเอ่ยจบด้วยความรวดเร็วหลังจากนั้นนางก็พุ่งตรงไปยังเด็กน้อยร่างกายผอมโซ อายุประมาณเจ็ดแปดขวบคนนั้นทันที
เป็นเวลานั้นเองที่หวังชีได้รับข่าว เขารีบรุดมาที่บ้านสกุลหวังทันที
บ่อน้ำในหมู่บ้านมีพิษ เรื่องใหญ่เช่นนี้วินาทีที่เขาได้ยินก็ตกใจผวาจนขาอ่อน หากเรื่องนี้เกิดขึ้นในหมู่บ้านหวังนายอำเภอจะต้องถลกหนังเขาซึ่งเป็นหลี่เจิ้งของหมู่บ้านอย่างแน่นอน
เรื่องราวเช่นนี้สามารถหลบหลีกให้ไกลได้เท่าไรก็ยิ่งดีทว่าเหตุใดพวกเขาถึงได้เข้ามาใกล้เช่นนี้เล่า?
หากชาวบ้านที่ถูกพิษเกิดเรื่องขึ้นในหมู่บ้านหวังนายอำเภอจะต้องโทษที่หลี่ชิงชิงเป็นหมอไร้วิชาจนทำให้คนตายส่วนหวังชีเองก็จะต้องโทษที่จัดการดูแลชาวบ้านได้ไม่ดีอย่างแน่นอน
ในใจของหวังชีต้องการที่จะขับไล่ชาวบ้านที่ถูกพิษกลุ่มนี้ออกไปให้ไกลทว่ายามที่เขาเห็นด้วยตาตนเองถึงสภาพที่พวกเขานั่งอยู่บนพื้นในลานเรือนสองมือกุมท้อง ดวงตาไร้ความหวัง ทำได้เพียงเปล่งเสียงคร่ำครวญด้วยความเจ็บปวดในใจของหวังชีก็อดไม่ได้ที่จะเกิดความรู้สึกสงสาร คำพูดที่เตรียมมาจึงเปลี่ยนไปทันที
“หลี่เจิ้งของพวกเจ้ามาด้วยกันหรือไม่?”
บุรุษใบหน้าเหลี่ยมเงยหน้าขึ้นมองหวังชีก่อนจะเอ่ยด้วยเสียงแผ่วเบาว่า “หลี่เจิ้งของหมู่บ้านเราเพิ่งสิ้นใจเพราะถูกพิษเมื่อวานบ่อน้ำบ่อนั้นอยู่ข้างบ้านของเขา เขาดื่มน้ำเข้าไปเยอะมากสุดท้ายจึงได้ตายเป็นคนแรก”
“อะไรนะ? หลี่เจิ้งเองก็ถูกพิษจนตายหรือ”สีหน้าของหวังชีเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
“บุตรชายคนโตของหลี่เจิ้งเองก็ถูกพิษจนเสียชีวิตไปแล้วเช่นกันเมื่อวานนี้มีคนตายไปสองคนก็คือสองพ่อลูกหลี่เจิ้งวันนี้คาดว่าจะต้องมีคนตายอีกแน่ คนที่มาไม่ไหวล้วนเป็นคนที่ถูกพิษร้ายแรง” บุรุษใบหน้าเหลี่ยมเอ่ยพร้อมเสียงสะอื้นน้ำตาร่วงหล่นสุดท้ายเขาก็เอ่ยพร้อมน้ำตาว่า “พิษที่พวกเราได้รับนั้นนับว่าเบานักพวกเราไม่อยากตาย พวกเรายังอยากมีชีวิตอยู่”
“หมู่บ้านทั้งหมู่บ้านแต่พากันมาได้แค่นี้เองหรือแล้วคนที่เหลือเล่า พวกเขา หรือว่าพิษที่พวกเขาได้รับนั้นรุนแรงจนมาไม่ไหว?” น้ำเสียงของหวังชีสั่นเทา
ผู้เฒ่าหวังเอ่ยกับหลิวซื่อและหวังเยวี่ยที่ถูกทำให้หวาดกลัวจนใบหน้าซีดเผือดว่า“หมู่บ้านหนึ่งแห่งต้องมีชาวบ้านอย่างน้อยสองร้อยกว่าคน”
บุรุษใบหน้าเหลี่ยมก้มหน้าน้ำตานอง เขาเอ่ยว่า“ในตำบลหาได้มีเกวียนมากขนาดนั้น พวกเขารออยู่ด้านหลังขอรับ”
หลี่ชิงชิงตรวจสอบชีพจรของเด็กน้อยอายุเจ็ดแปดขวบและสตรีวัยกลางคนรูปร่างอ้วนเตี้ยผู้นั้นเสร็จอย่างรวดเร็ว พิษที่พวกเขาได้รับเป็นพิษที่ผสมมาจากพิษของสัตว์หลายชนิดเวลาที่ถูกพิษผ่านพ้นไปแล้วหนึ่งวัน ซึ่งนับว่าพลาดช่วงเวลาที่สามารถรักษาได้ช้าที่สุดไปแล้วทว่าโชคยังดีที่พิษนั้นเบาบาง ไม่ร้ายแรงถึงชีวิต เพียงแต่ว่าหลังจากที่ถอนพิษสำเร็จอาจจะมีผลข้างเคียงตามมา
นางหันศีรษะไปมองบุรุษใบหน้าเหลี่ยม เอ่ยถามว่า“ยังมีคนที่รออยู่ด้านหลังอีกกี่คน?”
“เยอะมากขอรับ เกวียนลามิอาจบรรทุกได้หมดพวกเขาเวียนศีรษะ อาเจียน ท้องเสีย ร่างกายอ่อนแอจนถึงขั้นเดินไม่ไหวด้วยซ้ำ”บุรุษหน้าเหลี่ยมคนนั้นอยากเอ่ยปากเชิญหลี่ชิงชิงให้ไปช่วยรักษาที่หมู่บ้านทว่ายามนี้ยังไม่รู้เลยว่าวิชาแพทย์ของหลี่ชิงชิงเป็นอย่างไรสามารถถอนพิษได้จริงหรือไม่?
หลี่ชิงชิงเอ่ยถามว่า“ทางการได้ส่งท่านหมอไปรักษาที่หมู่บ้านของพวกท่านหรือไม่?”
บุรุษใบหน้าเหลี่ยมส่ายศีรษะ “ไม่ทราบขอรับยามที่พวกเราออกเดินทางมา ไม่เห็นว่าทางการจะส่งท่านหมอสักคน”
หลี่ชิงชิงรู้สึกประหลาดใจยิ่งนัก ชาวบ้านในหมู่บ้านหูถูกพิษจนคนตายไปแล้วสองคนเรื่องใหญ่เช่นนี้ เหตุใดทางการจึงไม่ส่งหมอมารักษา?
หลิวซื่อเป็นกังวลจนแทบทนไม่ไหว นางเดินไปหยุดอยู่ข้างกายหลี่ชิงชิงเอ่ยถามว่า “ชิงชิง มีคนถูกพิษมากมายเพียงนี้ เจ้าสามารถช่วยได้หรือไม่? หากเจ้าช่วยไม่ได้ก็รีบให้พวกเขาไปหาหมอท่านอื่นเถิด”
หวังชีได้สติกลับคืนมา เขาเอ่ยตามทันที “ชิงชิงขอเพียงเจ้าเอ่ยปาก ข้าจะจัดการให้พวกเขารีบไปหาหมอที่อื่นเดียวนี้”
หวังเยวี่ยพลั้งปากเอ่ยถามว่า“ยาพิษที่เขาได้รับร้ายแรงมากหรือไม่?”
“ต้องรอสักประเดี๋ยวเจ้าค่ะข้าขอตรวจทีละคนให้เรียบร้อยเสียก่อน” หลี่ชิงชิงมิได้หันเหความสนใจไปตอบพวกเขานางรีบเข้าไปตรวจชีพจรชาวบ้านคนอื่นต่อทันที
มีบางคนที่ถูกพิษทว่าสีหน้ามิได้แสดงออกอย่างชัดเจนนักนางกลัวว่าในบรรดาชาวบ้านเหล่านี้จะมีคนป่วยอาการเช่นนี้อยู่ด้วย
เฮ้อ เมื่อครู่นี้ที่นางได้ยินบุรุษใบหน้าเหลี่ยมเอ่ยว่าคนที่มาหานางในวันนี้นับเป็นผู้ป่วยที่ได้รับพิษสถานเบาเช่นนั้นแล้วคนที่มิอาจมาได้จะถูกพิษร้ายแรงถึงขั้นไหน พวกเขาจะสามารถมีชีวิตรอดหรือไม่?
จางซื่อเห็นสตรีตั้งครรภ์มีเหงื่อท่วมเต็มดวงหน้าสายตาของนางก็ทอประกายความสงสารจับใจ “ไอ้คนสารเลว คนที่ลงมือวางยาพิษช่างจิตใจโหดเหี้ยมเกินไปแล้วสมควรตกนรกขั้นที่สิบแปด”
ชาวบ้านจากหมู่บ้านหวังทยอยกันมาหาเรื่อยๆพวกเขาเกรงว่าชาวบ้านจากหมู่บ้านหูจะมาสร้างความเดือดร้อนให้หลี่ชิงชิง จึงได้มาเพราะคิดจะปกป้องนางโดยเฉพาะทว่ายามที่เห็นชาวบ้านจากหมู่บ้านหูนั่งโอดครวญด้วยความเจ็บปวดและอ่อนแออยู่บนพื้นในใจก็อดที่จะรู้สึกเห็นใจมิได้
“เหตุใดบ่อน้ำในหมู่บ้านหูถึงได้ถูกคนวางยาพิษได้?”
“บ่อน้ำในหมู่บ้านต้องได้รับการเฝ้าระวังให้ดีเสียแล้ว”
เจ้าของเกวียนลาทั้งสามคนนั้น สองคนมาจากตำบลไท่ส่วนอีกคนมาจากอำเภอหมิงเฉิง
ในยามนั้นพวกเขาไม่กล้ารับคนป่วยจากหมู่บ้านหูเพราะกลัวว่าพวกเขาจะมาตายในเกวียนลาของตน แต่เป็นเพราะท่านหมอเติ้งแห่งตำบลไท่ที่ตบอกรับรองว่าทั้งสิบสองคนนี้ไม่มีอันตรายถึงชีวิต เขาถึงได้ยอมรับมา
ในอำเภอหมิงเฉิงชื่อเสียงของท่านหมอเติ้งเรียกได้ว่าดีเยี่ยมครานี้ท่านหมอเติ้งมิได้เอ่ยถึงท่านหมอในเมืองทว่ากลับเอ่ยปากถึงท่านหมอเทวดาหลี่ในหมู่บ้านหวัง อำเภอเหอออกมาตรงๆ
เจ้าของเกวียนลาทั้งสามคนล้วนสงสัยว่า วิชาแพทย์ของท่านหมอเทวดาหลี่ผู้นี้จะเก่งกาจสักเพียงใดกัน?
------------------------------------------------------------
เชิงอรรถ
[1] ใบหน้าเช่นตัวอักษรจีน (国字脸) หมายถึงคนที่มีใบหน้ารูปเหลี่ยมมักจะใช้บรรยายถึงคนที่มีบุคลิกเด็ดเดี่ยว เข้มแข็ง และกล้าหาญ