ระหว่างทางที่หลางเทียน กลับจวนที่พักท่านแม่ ด้วยสภาพที่ดูไม่จืด เขาได้ยินเสียงชายแก่ แววผ่านหูมา ราวกับลมพัดไหว “โชค วาสนามากมาย แต่เอาไปได้เพียงไม่กี่อย่างเท่านั้น” พร้อมเสียงถอนลมหายใจ เฮ้อ!! ของชายแก่จะดังออกมายาว ด้วยความเสียดาย
หลางเทียนเคยได้ยินเื่ราวเช่นนี้ มาบ่อยครั้ง จนเขานับนิ้วมือได้ เขาจึงไม่ได้เก็บคำพูดเ่าั้มาใส่ใจมากนัก ครั้นก้าวเท้าผ่านบานประตูห้องเข้าไปได้ หูของหลางเทียนก็ชาไปพักใหญ่ เมื่อถูกท่านแม่หลางฝู ว่ากล่าวตักเตือนบุตรชาย แม้นางจะรับรู้ว่า หลางเทียนต้องฝ่าฝืน เข้าไปยังสนามฝึกซ้อมมาแน่ สภาพของเขาจึงเป็เช่นนี้
“พ่อบ้านหาญให้ ข้าเข้าไปภายในสนามฝึกซ้อมได้ท่านแม่”
หลางเทียนไม่ได้บอกกล่าวอะไร ท่านแม่ให้นางต้องเป็กังวลมากนัก ครั้นเขาบอกกล่าวประโยคนี้ออกมา แม่ของนางก็มีท่าทีดีใจ แต่ก็ไม่สุดเสียทีเดียว
หลางฝู นางอดที่จะถอนลมหายใจ ยาวออกมาไม่ได้ ครั้นเห็นสายตามุ่งมั่นของบุตรชาย นางกล่าวพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เจือไว้ด้วยความเป็กังวลเล็กๆ “มากินข้าวได้แล้วหลางเทียน”
เด็กชายใบหน้าทึ่มทื่อ พยักหน้ารับคำท่านแม่ ก่อนนั่งลงกินข้าว ราวกับคนหิวโหย ไม่ได้กินข้าวมาสองสามวัน
“สองปีแล้วนะั้แ่ข้าเข้ารับการทดสอบ ท่านพ่อก็ไม่มาหาท่านแม่อีกเลย เกรงว่าจะเกี่ยวข้องกับข้าซินะ?” หลางเทียนที่ใบหน้าปูดบวม กล่าวออกมา ห่างตามีน้ำใสไหลซึมออกมาน้อยๆ ระหว่างที่เขากินข้าว
ครั้นเห็นท่านแม่ของเขาซูบผอม ใบหน้าซีดขาว เริ่มที่จะไม่มีความสุข ภายในสถานที่แห่งนี้
หลางฝู นางลูบหัวหลางเทียน บุตรชายอย่างอ่อนโยน “เ้าอย่าพูดเหลวไหล ท่านพ่อเขาติดธุระ... กินให้อิ่มแล้ว ไปพักผ่อนได้แล้วเ้าเด็กดื้อ”
“อืมๆ ข้าไม่พูดแล้วท่านแม่” เด็กน้อยที่กล่าวคำพูดเนิบช้า กินข้าว เสร็จก็เข้านอนห้องของตนทันที แม้ปากจะเ็ป เนื้อตัวระบมรวดร้าว ทั่วร่างก็ตาม เขาก็ต้องข่มตาหลับให้ได้
ทิศทางจวนฮูหยินหนานเอ๋อร์ ในเวลาเดียวกัน เสียงยินดีดังออกมา จากภายในห้องพัก ฮูหยินลำดับที่หนึ่ง “เทียนตี๋ชงแม่ได้ยินว่า ลูกจัดการ ไอ้เด็กบ้าจนหมอบกระแต เลยหรือเหตุใดไม่หักกระดูกมัน สักท่อนสองท่อนเล่า”
“อ่าๆ ข่าวมาเร็วจริงนะท่านแม่ เกรงว่าภายในตระกูลเทียน จะไม่มีสิ่งใดที่ท่านไม่รู้... ข้าก็อยากหักกระดูกมันให้ดังลั่น แต่พ่อบ้านหาญ จับตาดูอยู่นี่สิ”
ฮูหยินหนานเอ๋อร์ จับไหล่ทั้งสองข้างบุตรชายไว้แน่น ด้วยความเชื่อมั่นที่เต็มเปี่ยม “เทียนตี๋ชง เ้าตั้งใจฝึกฝนเข้า ดีไม่ดีพ่อเ้า อาจส่งเ้าเข้าสำนักพิรุณโปรย สำนักอันดับหนึ่ง อาณาจักรเต่าัเที่ยง ในเร็ววันนี้ก็เป็ได้”
“ข้าเข้าใจแล้วท่านแม่ ข้าจะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง” เทียนตี๋ชงเด็กอายุ8ขวบ กล่าวด้วยประกายตาเชื่อมั่น มีความโอหังอยู่ภายในการกระทำของเขา
...เช้าวันรุ่งไก่ยังไม่ทันจะขัน หลางเทียนก็ตื่นแหกขี้ตา มาตักน้ำใส่ถังให้ท่านแม่เหมือนทุกที ก่อนเขาจะมีโอกาส ได้เข้าไปด้านในลานฝึกซ้อมอีกครั้ง พร้อมกับศิษย์รุ่นเยาว์ ภายในตระกูลเทียน ที่ผ่านการทดสอบอีกไม่น้อย กำลังเรียนรู้วิชาขัดตาทัพ ซึ่งเป็วิชาพื้นฐานการออกหมัด ท่วงท่า และกำหนดลมหายใจ ใช้แพร่หลายภายในกองทัพราชวงศ์ใหญ่
ภาพการออกท่วงท่าหมัดเ่าั้ ค่อยๆ ถูก หลางเทียนจดจำอย่างขึ้นใจ ทว่าก็มีสายตา บางคนไม่ชอบใจเอาเสียเลย เมื่อเห็นหลางเทียนไอ้เด็กบ้า มาอยู่ภายในห้องตำราเรียน เดียวกับพวกเขา
...เมื่อการชี้แนะของผู้าุโจบลง หลางเทียนก็รับรู้ ถึงสายตาที่อันตราย ขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อเห็นกลุ่มของ เทียนตี๋ชง ทยอยเดินออกไป บริเวณลานฝึกซ้อม
หลางเทียนเขาที่ออกจากห้องเป็คนสุดท้าย เขาเองก็ไม่ได้ยอมให้ใครรังแกเขาง่ายๆ แม้เขาจะหวาดกลัว ต่อความตายก็ตาม หากผู้ใดคิดทำเขาเจ็บ เขาจะจัดการให้คนผู้นั้น เจ็บแสบมากกว่านั้นหลายเท่า จนคนผู้นั้นลืมไม่ลง
พร้อมฝ่ามือหลางเทียน เอื้อมไปจับคว้าก้อนหินแผ่นเรียบ แล้วซุกไว้ภายใต้เสื้อด้านใน หลายก้อน ก่อนจะเดินออกไป บริเวณลานฝึกซ้อม
เทียนตี๋ชง ที่ปล่อยหมัด จากกระบวนท่าวิชาขัดตาทัพ ออกมาอย่างไหลลื่น ประสานกับลูกเตะที่ทรงพลัง มันก็ทำให้คนภายในลานฝึกซ้อมไม่น้อย มองเขาเป็ตาเดียว จากแรงเตะต่อยที่รุนแรง กว่าเด็กทั่วไปหลายเท่า
ส่งให้หุ่นซ้อมเกิดรอยแตกร้าวขึ้น การจะทำให้หุ่นซ้อมพังทลายได้ อย่างน้อยๆ ต้องเริ่มควบคุมปราณพลัง ให้เชี่ยวชาญระดับหนึ่ง การทำให้หุ่นซ้อมเกิดรอยแตกร้าวได้ในเด็กอายุ8ปี ก็ถือว่าแปลกและหายากมากแล้ว
ก่อนเทียนตี๋ชง จะหยุดกำปั้น ชายอาภรณ์แพรไหมอย่างดี สะบัดไหวหยุดชะงักอยู่ชั่วครู่ ครั้นปรายตา มองไปที่หลางเทียนด้วยสายตาเอาเื่ แม้แต่เยว่น้อย นางยังส่ายหัวออกมา เมื่อเห็นผู้คนล้อมมุงดูเื่สนุก
“เ้าเตรียมเ้าลาโง่ ขนร่างของเ้ากลับบ้านหรือยัง หลางเทียนน้องชายข้า... ข้าเตือนแล้วนะว่าอย่ามาให้ข้าเห็นหน้า” ก่อนเทียนตี๋ชง จะกวักมือเชื้อเชิญหลางเทียน สายตาเต็มเปี่ยมไปด้วยความโอหัง
ด้านหลางเทียนก้าวเดินขึ้นลานฝึกซ้อม ก่อนจะกล่าวน้ำเสียงเชื่องช้าออกมา “พี่ใหญ่ข้าเองก็ไม่อยากมีปัญหากับท่าน เราแยกย้ายกันดีหรือไม่ต่างคน ต่างไป”
เสียงแค่น หึ!! เทียนตี๋ชงดังขึ้นมาทันที “วันนี้เ้าต้องหมอบกระแต” ก่อนฝีเท้าเด็กอายุ8ขวบจะเคลื่อนที่ บิดตัวส่งกำปั้นสุดกำลัง เข้าใส่กลางหน้าอก หลางเทียน หมายมั่นจบการต่อสู้ในหนึ่งกระบวนท่า
เสียงปัง!! แกร็ก!! ที่ดังมาพร้อมเสียงกระดูกแตกร้าว สะท้านใจหมู่ชน พวกเขาต่างก็คลี่ยิ้มออกมากว้าง เมื่อจะได้เห็นไอ้เด็กบ้าหลางเทียน เกลือกกลิ้งไปมา
ทว่าทันใดพวกเขาก็ต้องใบหน้าแข็งค้าง เมื่อได้ยิน เสียง อ๊าก!! เ้า!! เทียนตี๋ชงจะร้องคำรามออกมาก้อง ด้วยความเ็ป ฝ่ามือของเขาที่เกิดการแตกหักบิดงอ อย่างเห็นได้ชัด ราวกับหมัดอัดเข้ากับกำแพงหิน
“ไอ้เด็กบ้า เ้าเอาอะไรยัดไว้ที่ตัวกันแน่!!” น้ำเสียงของเทียนตี๋ชง เริ่มทำให้อนุชนคนอื่นๆ ได้สติกลับมา ก่อนสายตาบ้าคลั่งแดงก่ำ เทียนตี๋ชงจะมองลงต่ำ เล็งไปที่่ล่างหลางเทียนที่ยืนนิ่ง “งั้นหักขาเ้า แล้วกัน!!”
เมื่อเทียนตี๋ชงหมุนหน้าแข้ง เตะตัดล่างหลางเทียนเข้าอย่างจัง เสียงกระดูกขาหัก แกร็ก!! ก็ดังออกมาสะท้านใจอีกครั้ง เมื่อเตะเข้าใส่หิน ที่หลางเทียนแอบซุกซ่อนเอาไว้
“เ้า เ้า ไอ้เด็กบ้า” ใบหน้าเทียนตี๋ชง เดี๋ยวเขียว เดี๋ยวซีดขาว ร้องโหวกเหวกโวยวาย ดิ้นทุรนทุรายด้วยความเ็ป แม้แต่พ่อบ้านหาญ เขายังหดหรี่ดวงตา ของเขาจนเล็กแคบ สบถด่าภายในใจออกมาทันใด ‘ซวยแล้วไง’
ก่อนพ่อบ้านหาญ จะรีบเข้ามาดูอาการนายน้อยเทียนตี๋ชง เห็นแขนขาคุณชาย แตกหักไม่มีชิ้นดี เขาหันปรายตาไปมองหลางเทียน ที่ยืนรอไม่ไปไหนทันที “เ้ารู้หรือไม่ทำอะไรลงไป นายน้อยหลางเทียน” พร้อมชายแก่สะบัดฝ่ามือ เอาแผ่นหินออกมาจากตัว ของหลางเทียนหลายก้อน
“ข้าแค่อยู่เฉยๆ ทุกคนที่นี่ต่างก็เห็นเป็พยาน” น้ำเสียงที่ดูมีปัญหาหลางเทียน กล่าวตอบออกมาอย่างชัดถ้อยชัดคำ
เทียนตี๋ชง เขาเจ็บจวนจะตายอยู่แล้ว เขาจึงกล่าวสบถด่า ตัดฉับ! การพูดคุยของพวกเขาทันที “จะมัวยืนคุยกันอีกนานไหม พาข้ากลับไปจวนของท่านแม่ข้า เร็วเข้า”
พ่อบ้านหาญโบกฝ่ามือ ให้คนรับใช้ พาตัวเทียนตี๋ชง กลับที่พักไป ด้วยสภาพที่น่าสังเวช พร้อมกับความวุ่นวายที่กำลังก่อตัวขึ้นมา หลางเทียนเองก็รับรู้ว่า เขาไม่มีที่ให้หนีไปไหนได้ จึงพร้อมยอมรับสิ่งที่ทำลงไป
***หมายเหตุ เป็5ตอนแรก ไรต์ไม่มั่นใจเลยว่ามันเป็การเริ่มต้นที่ดีหรือไม่ ท่านใดมีความเห็นอย่างไร ลองพิมพ์มาแนะนำได้นะครับ