ข้ามเวลามาเป็นภรรยา (จำเป็น) ของนายทหารเรือในยุค 70

    บทที่ 39 การพบเจอ

    บทที่ 39 การพบเจอ


    ตอนนี้ฤดูไต้ฝุ่นผ่านไปแล้ว แต่อากาศบนเกาะยังคงเย็นสบายอยู่ บางครั้งก็มีลมพัดผ่านมาเป็นระลอก คอยพัดเสื้อผ้าที่ตากไว้ในลานบ้านให้ปลิวไสวไปมา ก่อนจะเที่ยงวันเสื้อผ้าก็แห้งไปเกือบครึ่งแล้ว


    ซูจงจวินกลับมาจากกองทัพในช่วงเที่ยง เขาขอลาช่วงบ่ายไว้แล้วเพื่อกลับมาช่วยเตรียมอาหารมื้อเย็นที่บ้าน


    เพราะคาดว่าน่าจะมีแขกมาทั้งหมดสามโต๊ะ พวกเขาสี่คนช่วยกันทำจึงน่าจะไม่มีปัญหา ยิ่งไปกว่านั้นซ่งเจี้ยนกั๋วก็ได้ตุ๋นอาหารจานหลักอย่างไก่และเป็ดเตรียมไว้ตั้งแต่คืนก่อนแล้ว ดังนั้นวันนี้จึงเหลือแค่การเตรียมวัตถุดิบสำหรับผัดเท่านั้น


    ซ่งเฉียวกำลังเตรียมเครื่องปรุงพวกต้นหอม ขิง และกระเทียมอยู่ในครัว ขณะที่พี่สะใภ้หลินเชี่ยนกำลังหั่นผัก ตรงหน้ามีจานเคลือบหลายใบที่ใส่ผักไว้จนเต็ม ส่วนพวกผู้ชายนั้นกำลังออกไปยืมโต๊ะ


    "เฉียวเอ๋อร์ เธอว่าเซี่ยหรันหรั่นคิดอะไรอยู่กันแน่? จะก่อเรื่องแบบนี้ไปเพื่ออะไร?"


    เมื่อหลินเชี่ยนได้ยินว่าเรื่องเช้านี้เป็นเพราะเซี่ยหรันหรั่นยั่วยุและปล่อยข่าว ก็รู้สึกงุนงงมาก ตามหลักแล้วคนที่ใช้ตัวตนปลอมมาเป็นภรรยาของทหารระดับผู้บังคับบัญชายิ่งควรจะต้องทำตัวให้เงียบ ๆ เข้าไว้ไม่ใช่เหรอ? ทำไมถึงได้เอาเรื่องบ้านเกิดไปพูดที่ไหนต่อที่ไหน ถ้าผู้การโม่รู้ว่าเธอเป็นคนเมืองหงซิง ทั้งยังเป็นเยาวชนที่จะต้องไปชนบท คิดว่าเขาจะยังเก็บเธอไว้เป็นภรรยาให้เดือดร้อนหรือไง?


    ซ่งเฉียวได้แต่หัวเราะแห้ง ๆ นิยายเรื่องนี้ตัวซ่งเฉียวในชีวิตก่อนเองก็ยังอ่านไม่จบ แต่จากครึ่งแรกที่อ่านนั้น ตัวละครนางเอกถูกสร้างให้เป็นคนที่มั่นใจในตัวเอง และเรื่องราวทั้งหมดก็จะดำเนินไปรอบ ๆ ตัวเธอ ดังนั้นบุคลิกแบบนี้จึงทำให้เธอกลายเป็นผู้หญิงที่มีเสน่ห์และดึงดูดผู้ชายได้มาก


    แต่ตอนนี้เรื่องราวได้เบี่ยงเบนออกจากเส้นทางเดิมไปแล้ว ถ้านางเอกยังคงถือบุคลิกแบบนี้ไว้ ก็จะทำให้เธอกลายเป็นคนน่ารำคาญในที่สุด แต่เธอกลับไม่รู้ตัว และคิดว่าสิ่งที่ตัวเองพูดเป็นความจริง คิดว่าถ้าซูจงจวินรู้เข้าจะต้องรังเกียจภรรยาของเขาแน่ แต่ที่ไหนได้ ตัวเธอนั่นแหละที่จะกลายเป็นคนน่ารำคาญในสายตาของซูจงจวิน


    "ฉันคิดว่าเธอน่าจะมาที่นี่เพราะซูจงจวินนะคะ" ซ่งเฉียวบอกสิ่งที่เธอคิดไปตามตรง เพราะคิดว่าไม่จำเป็นต้องปิดบังอะไรต่อหน้าพี่สะใภ้


    หลินเชี่ยนตกใจจนเกือบจะทำมีดบาดนิ้วตัวเอง เธอหยุดมือที่กำลังหั่นผักและเงยหน้าขึ้นมาถามด้วยความสงสัย 


    "เธอชอบซูจงจวินเหรอ?" ซ่งเฉียวพยักหน้าอย่างจริงจัง


    "แล้วทำไมถึงไปแต่งงานกับผู้การโม่ล่ะ?" หลินเชี่ยนแสดงความไม่เข้าใจในความคิดของเซี่ยหรันหรั่น


    "เธอใช้ตัวตนปลอมทำเป็นน้องสาวของหลิวเยว่มาตั้งแต่แรก หลังจากนั้นหลิวเยว่ก็รู้สึกว่านิสัยเธอแปลกประหลาดเกินไป ทั้งสองคนทะเลาะกันหลายครั้ง ที่แต่งงานคงเป็นเพราะเธอรู้สึกว่าตัวเองอยู่ในบ้านหลิวเยว่ต่อไปไม่ได้แล้ว"


    หลินเชี่ยนที่ได้ฟังเช่นนั้นก็หัวเราะเย้ยหยันออกมา "เหอะ! ไม่ยอมให้ตัวเองลำบากเลยนะ หาที่พักพิงทีก็เลือกบ้านผู้การเลย"


    ในตอนนั้นเองก็มีเสียงเคลื่อนไหวจากลานบ้าน ซ่งเฉียวจึงชะโงกหน้าไปดู ที่แท้เป็นซูจงจวินกับซ่งเจี้ยนกั๋วที่ช่วยกันขนโต๊ะกลับมา ตอนนี้พวกเขากำลังต่อน้ำเพื่อล้างพื้นผิวโต๊ะอยู่ที่ลานบ้าน


    ตอนนี้การใช้น้ำนั้นสะดวกสบายขึ้นมาก แม้ว่าจะยังไม่มีน้ำประปาเข้าถึงทุกบ้าน แต่ก็มีก๊อกน้ำตั้งอยู่เป็นจุด ๆ โดยเว้นระยะห่างกันสองบ้าน ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีก็สามารถเติมน้ำในโอ่งได้เต็ม เวลาทำความสะอาดครั้งใหญ่ก็สามารถต่อสายยางเพื่อฉีดล้างได้โดยตรง


    ซูจงจวินกับซ่งเจี้ยนกั๋วเองก็กำลังทำแบบนั้นอยู่ หลังจากทั้งสองคนล้างทำความสะอาดเสร็จก็จัดวางโต๊ะไว้ในลานบ้าน ซ่งเจี้ยนกั๋วสังเกตเห็นศาลาที่ทรุดโทรม จึงเกิดความคิดที่จะซ่อมแซมขึ้นมา


    "จะหาสีทาบ้านสีขาวได้จากที่ไหนนะ?" เขาหันไปถามซูจงจวิน


    ซูจงจวินมองตามสายตาของเขาไปที่ศาลา ก่อนหน้านี้คิดแค่ว่าจะใช้ชีวิตไปวัน ๆ จึงไม่ได้ใส่ใจลานบ้านนี้เลย ตอนนี้เมื่อเงยหน้ามองศาลาที่มีสีร่อนกร่อนด่างไป ก็เริ่มรู้สึกว่ามันดูไม่ค่อยดีนัก คิดเพียงว่าตัวเองคงทำให้ซ่งเฉียวต้องลำบากแล้ว ที่แสดงท่าทีเหมือนไม่ใส่ใจ


    "ที่แผนกสนับสนุนน่าจะมี เดี๋ยวผมจะลองไปถามดูให้นะครับ"


    แสงสนธยายามเย็นทาบทาไปทั่วท้องฟ้า ผู้คนในเขตที่พักอาศัยต่างทยอยมาถึงบ้านตระกูลซูตั้งแต่หัวค่ำ เด็ก ๆ กำลังกินลูกอมกระต่ายขาวพลางวิ่งเล่นอยู่หน้าประตูอย่างร่าเริง พวกผู้ใหญ่ก็แยกย้ายกันนั่งและยืนพูดคุยเป็นกลุ่มเล็กกลุ่มน้อย


    ส่วนพี่สะใภ้หวังและพี่สะใภ้ต้วนเองก็กำลังช่วยงานอยู่ในครัว


    "พวกเธอนี่ก็เหลือเกิน แค่บอกกล่าวกันมาสักคำพวกเราก็มาช่วยแล้ว ทำไมต้องวุ่นวายกันเองขนาดนี้ด้วย!" พี่สะใภ้หวังนั้นเป็นคนปากร้ายแต่ใจดี ปากบ่นไม่หยุดแต่มือก็ทำงานอย่างคล่องแคล่ว


    พี่สะใภ้ต้วนที่กำลังผัดอาหารอยู่ข้าง ๆ เห็นว่างานในครัวเหลือไม่เยอะแล้ว จึงบอกให้หลินเชี่ยนออกไปพักผ่อน "เธอกำลังท้องกำลังไส้ ออกไปพักเถอะ ควันไฟไม่ดีต่อสุขภาพนะ"


    ในความคิดของพวกเธอ ผู้ชายไม่ควรเข้าครัว ดังนั้นซูจงจวินและซ่งเจี้ยนกั๋วจึงต้องอยู่ข้างนอกคอยต้อนรับแขก และเพราะกลัวว่าซ่งเฉียวและหลินเชี่ยนจะลำบากเกินไปในการทำอาหารให้ทันเลี้ยงแขก จึงให้เธอมาช่วยทั้งสองคน


    ในขณะที่ครัวคึกคัก บรรยากาศภายนอกกลับเย็นเยือกลงในทันที เมื่อผู้การโม่พาภรรยาใหม่อย่างเซี่ยหรันหรั่นมาด้วย โดยมีลูกทั้งสามคนที่ดูไม่ค่อยพอใจเดินตามหลังมา


    พวกผู้หญิงในเขตที่พักต่างก็ได้ยินเรื่องที่ชายหาดเมื่อเช้าแล้ว มีข่าวลือว่าเซี่ยหรันหรั่นเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์นั้น แต่ทั้งซ่งเฉียวและเซี่ยหรันหรั่นไม่ได้มาจากที่เดียวกัน แล้วเธอจะรู้เรื่องในอดีตของซ่งเฉียวได้อย่างไร ตอนนี้ทุกคนจึงอดไม่ได้ที่จะจ้องมองเซี่ยหรันหรั่นหวังจะดูสีหน้าเธอเพื่อพิสูจน์ความจริง


    แต่เซี่ยหรันหรั่นเพียงแค่ยิ้มบาง ๆ และมองไปที่ซูจงจวินซึ่งกำลังยืนคุยกับผู้การโม่


    "น้องชาย พวกเด็ก ๆ ซุกซน เลยมาช้าไปหน่อย"


    "มันไม่เกี่ยวกับพวกเราหรอกครับ ที่จริงแล้วเป็นเพราะแม่เลี้ยงเอาแต่แต่งตัวอยู่ตั้งนาน ผมกับน้อง ๆ อยากมาเล่นตั้งนานแล้ว" ลูกชายคนโตของผู้การโม่เงยหน้าขึ้นมองแม่เลี้ยงอย่างไม่พอใจ เพราะเธอนี่แหละ ตอนนี้พวกเขาถึงได้อดกินลูกอมขาว!


    ผู้การโม่มีลูกตอนอายุมากแล้ว จึงเป็นพ่อที่ค่อนข้างตามใจลูก แต่วันนี้คำพูดของลูกกลับทำให้เขารู้สึกอึดอัดใจ เพราะคำพูดนั้นฟังดูเหมือนเซี่ยหรันหรั่นตั้งใจแต่งตัวมาเพื่อให้ซูจงจวินได้ยลโฉมทั้งที่เธอเป็นภรรยาของเขา แต่เมื่อได้กลิ่นแป้งและน้ำหอมจากภรรยาที่อยู่ข้างกาย เขาก็รู้สึกคลางแคลงใจและแอบโมโหขึ้นมาบ้างแล้ว


    เขาหันไปตะคอกโม่อวิ๋นว่า "อาอวิ๋น! รู้ตัวไหมว่าลูกพูดเหลวไหลอะไรออกมา!"


    เมื่อเห็นสายตาโกรธเคืองของพ่อ โม่อวิ๋นก็นึกถึงคำพูดของย่าขึ้นมา ย่าของเขาเคยพูดไว้ว่า ‘เมื่อมีแม่เลี้ยงแล้ว พ่อก็จะกลายเป็นพ่อเลี้ยงเหมือนกัน’ เขาพลันน้ำตาคลอเบ้าและกัดริมฝีปากล่างด้วยความน้อยใจทันที 


    ผู้เป็นพ่ออย่างผู้การโม่นั้นคงไม่ลดทิฐิมาปลอบลูกชายอยู่แล้ว แต่เซี่ยหรันหรั่นที่อยู่ข้าง ๆ และเป็นแม่เลี้ยงกลับทำเป็นมองไม่เห็น แถมยังเดินไปถามซูจงจวินอีกว่า คืนนี้มีอาหารอะไรบ้าง


    พี่สะใภ้ต้วนและพี่สะใภ้หวังที่กำลังยืนดูเหตุการณ์อยู่ในครัว หันมาสบตาแบบใจตรงกัน แม้พวกเธอจะอายุมากแล้ว แต่ก็ยังมองออกถึงความในใจของผู้หญิงคนนั้นได้ในทันที ส่วนเซี่ยหรันหรั่นนั้นก็แทบจะไม่สงวนท่าทาง แสดงความรู้สึกออกมาตรง ๆ เลยโดนไม่สนสถานะในปัจจุบันของตัวเอง


    เดี๋ยวได้เกิดเรื่องแน่! 


    ทั้งสองคนจึงรีบดันหลังซ่งเฉียวให้ออกไป


    ผู้หญิงคนนี้ช่างไม่ปิดบังความรู้สึกเลยจริง ๆ ! 


    ซ่งเฉียวเม้มปากวิ่งเหยาะ ๆ ออกไปที่ลานบ้าน ตั้งใจจะเข้าไปคุยกับเซี่ยหรันหรั่นสักสองสามประโยค แต่พอเห็นสีหน้าน่าสงสารของโม่อวิ๋น ก็อดไม่ได้ที่จะเข้าไปปลอบใจเด็กชายก่อน


    "อาให้ลูกอมนมขาว เอาไหม?" พูดพลางล้วงลูกอมออกมาจากกระเป๋าผ้ากันเปื้อน แล้วยื่นให้ลูกชายคนโตของผู้การโม่


    "อาครับ ผมก็อยากกินด้วย!" ลูก ๆ อีกสองคนของผู้การโม่ต่างรีบเข้ามาร้องขอลูกอมเธอด้วย


    "มีให้ทุกคน ไม่ต้องรีบ ค่อย ๆ กินด้วยนะ" ซูจงจวินเหลือบมองเซี่ยหรันหรั่นอย่างเย็นชา แล้วเดินอ้อมเธอไปหาเด็กทั้งสามคน ยื่นมือมาล้วงลูกอมที่เหลือทั้งหมดจากกระเป๋าผ้ากันเปื้อนของซ่งเฉียวแจกให้กับพวกเด็ก ๆ


    "คราวหน้าไปเมืองปินไห่ ผมจะซื้อมาคืนให้" เขาเอียงตัวไปกระซิบข้างหูซ่งเฉียวเบา ๆ


    พี่สะใภ้คนอื่น ๆ ในลานบ้านเห็นท่าทางหวานชื่นของทั้งสองคนก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะกันคิกคัก แม้จะไม่รู้ว่าเซี่ยหรันหรั่นกับซ่งเฉียวมีปัญหาอะไรกัน แต่เมื่อเทียบกันแล้ว ถึงเซี่ยหรันหรั่นจะได้เป็นภรรยาผู้การ แต่การปฏิบัติที่ได้รับก็ไม่อาจเทียบกับซ่งเฉียวได้เลย


    ลมหายใจอุ่น ๆ ที่เป่ารดข้างหู ทำให้แก้มทั้งสองข้างของซ่งเฉียวแดงระเรื่อ เธอพยักหน้าอย่างเขินอายต่อหน้าทุกคน


    อีกด้านหนึ่ง เซี่ยหรันหรั่นยืนนิ่งอย่างอึดอัด ซูจงจวินคงได้ยินเรื่องที่เธอแพร่ข่าวลือออกไปแล้ว แต่เขาไม่รู้สึกขยะแขยงบ้างเลยเหรอ ที่ภรรยาของตัวเองเคยตามติดผู้ชายคนอื่นมาหลายปี


    "น้องชาย ต้องขอโทษที่ทำให้นายต้องมาเห็นเรื่องตลก" ผู้การโม่ที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามพูดพลางหัวเราะแห้ง ๆ เด็ก ๆ ถูกครอบครัวซูปลอบใจจนอารมณ์ดี เขาจึงถือโอกาสนี้ให้พวกเด็ก ๆ ออกไปเล่นข้างนอก


    "แล้วเธอจะยืนอยู่ตรงนั้นอีกนานไหม!?" ผู้การโม่ตะโกนเรียกเซี่ยหรันหรั่นอย่างไม่พอใจ


    เธอสะดุ้งตื่นจากภวังค์ หันกลับมายิ้มแห้ง ๆ ทักทายทั้งสองคน เมื่อเห็นซ่งเฉียวยืนอยู่ข้างซูจงจวินเธอก็รู้สึกเจ็บปวดใจ และรู้สึกว่าซ่งเฉียวช่างไม่คู่ควรกับซูจงจวินเอาเสียเลย


    "ผู้พันซู ช่วงนี้ฉันได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับภรรยาของคุณมาบ้าง" เธอไม่แน่ใจว่าซูจงจวินได้ยินข่าวลือมาบ้างหรือยัง แต่เมื่อได้เจอกันแล้ว เธอก็ไม่รังเกียจที่จะพูดอีกครั้ง ให้เขาได้รับรู้เรื่องนี้


    "พูดเรื่องบ้าอะไรของเธอ!" ในฐานะผู้ชายคนหนึ่ง ผู้การโม่รู้สึกได้ทันทีว่าเซี่ยหรันหรั่นดูผิดปกติไป ดวงตาของเธอแทบจะเกาะติดอยู่บนตัวซูจงจวิน นั่นทำให้เขารู้สึกอับอายมาก


    ตอนนี้บริเวณลานบ้านเงียบสนิทไปทั้งหมด ทุกคนต่างยืดตัวตรงมองดูกลุ่มของซูจงจวิน แม้แต่ลูก ๆ ของผู้บัญชาการหลิวที่ได้ยินเสียงตะโกนด้วยความโกรธของผู้การโม่ ก็ยังแอบออกมายืนดูเรื่องสนุกอยู่ที่รั้วไม้ไผ่บ้านตัวเองด้วย

    คล้ายกับเรื่องข้ามเวลามาเป็นภรรยา (จำเป็น) ของนายทหารเรือในยุค 70 ที่คุณอ่าน

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405