The Dark Ages

    บทที่ 47 ระดับหัวกะทิ?

    ในเวลานั้นเองลิสที่อยู่ๆ ตอนแรกกำลังทะเลาะอยู่กับคริสติน่า กลับหันกลับมามองภานุซึ่งยืนอยู่เบื้องหลังของคริสติน่า รอยยิ้มได้ปรากฏอยู่บนใบหน้าของเธอในขณะที่มองมาที่เขาทำให้ภานุรู้สึกไม่ค่อยดีนัก

    “อุ้ยตาย! นึกว่าใครนั่นไม่ใช่โลกจิตที่ตามจีบเธอบนรถไฟเมื่อวานหรอกเหรอชาร์ลอตต์? ”

    “โรคจิตเหรอ? ”

    ดาวิดเมื่อได้ยินว่ามีโรคจิตแอบตามจีบคนที่เขาชอบ สายตาของเขาก็จับจ้องมองมาที่ภานุอย่างไม่เป็นมิตรทันที วาจาของลิสนั้นทำให้ชาร์ลอตต์ขมวดคิ้ว ย้อนกลับไปเมื่อวันก่อนหลังจากที่ลิสนั้นพยายามใส่ร้ายภานุบนรถไฟเพื่อที่จะให้ชายร่างโตสามคนมาหาเรื่องชายหนุ่ม ชาร์ลอตต์ก็รู้สึกผิดหวังอย่างมากกับเพื่อนของเธอคนนี้ หลังจากวันนั้นเธอจึงพยายามออกห่างจากลิสถึงแม้ว่าจะเป็นเพื่อนกันอยู่ก็ตาม

    ดาวิดนั้นมีบุคลิกที่ดีเหมือนสุภาพบุรุษแต่ตอนนี้เหมือนว่าเขาจะสูญเสียบุคลิกนั่นไป ถูกแทนที่ด้วยความป่าเถือนแทนซึ่งอาจจะเป็นนิสัยที่แท้จริงของเขาก็ได้

    “นายออกห่างจากชาร์ลอตต์ซะ! ”

    ดาวิดก้าวขึ้นมาเบื้องหน้าพร้อมกับชี้นิ้วไปที่ภานุ เมื่อลิสเห็นดังนั้นก็เผลอหลุดขำออกมาจนแทบจะเอามือปิดปากไม่ทัน ดาวิดนั้นมีดีแค่ภูมิหลังครอบครัวเท่านั้น ตัวมันกลับไม่ได้มีความสามารถหรือความคิดอ่านใดๆ หรือเรียกอีกอย่างก็คือคนรวยที่โง่ ซึ่งการที่จะถูกลิสปั่นหัวนั้นมันช่างเป็นเรื่องง่ายดาย

    ดาวิดได้ก้าวมาถึงเบื้องหน้าของภานุอย่างไรก็ตามชาร์ลอตต์กลับไม่สามารถทนดูแบบนี้ต่อไปเฉยๆ ได้ เธอได้เข้ามาขวางทางของดาวิดเอาไว้ ทำให้ดาวิดต้องหยุดลงในทันทีก่อนที่จะเปลี่ยนสายตาที่ดุร้ายเป็นอ่อนโยนและจ้องมองมาที่สาวงามเบื้องหน้า เมื่อเห็นว่าดาวิดใจเย็นลงแล้วชาร์ลอตต์จึงกล่าวออกมาว่า

    “ดาวิดคุณกำลังถูกลิสหลอกแล้ว เขาไม่ใช่โรคจิตเขาเป็นผู้มีพระคุณของฉัน”

    เมื่อเห็นหญิงสาวเคลื่อนไหวมาเพื่อปกป้องเขา ภานุก็รู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย และคิดว่าเรื่องความขัดแย้งที่เกิดจากการเข้าใจผิดนี้นั้นจะจบๆ ไปอย่างไม่เกิดปัญหาใดๆ อย่างไรก็ตามชายหนุ่มนั้นดูถูกสติปัญหาและนิสัยเอาแต่ใจของดาวิดมากเกินไป

    “คุณชาร์ลอตต์คุยถอยไปเถอะครับ คุณนั้นไร้เดียงสาเกินไปบางทีคุณอาจจะไม่เข้าใจเจตนาที่แท้จริงของเขา แต่ผมที่เป็นผู้ชายเหมือนกับเขานั้นเข้าใจดี”

    คำกล่าวของดาวิดนั้นเหมือนจะเป็นคำกล่าวของผู้ทรงภูมิปัญญา แต่จริงๆ แล้วมันก็แค่เป็นมุมมองของตนเองคนเดียวเท่านั้น นั่นยิ่งทำให้ภานุรู้สึกว่าชายผู้นี้นั้นมีจิตใจที่คับแคบอย่างมาก

    ชาร์ลอตต์เมื่อได้ยินว่าคนอื่นกล่าวว่าตนเองไร้เดียงสานั้น ตอนนี้เธอก็ได้โกรธขึ้นมาจริงๆ เธอต้องการจะตอบโต้วาจาของอีกฝ่ายแต่กลับถูกลิสพูดแทรกขึ้นมาก่อน

    “นายเป็นผู้ชายแท้ๆ แต่กลับหลบอยู่ข้างหลังผู้หญิง ไม่อายตัวเองบ้างเหรอ? ”

    วาจาของลิสนั้นประกอบด้วยท่าทางดูถูกและเหน็บแนมของเธอทำให้ภานุเกิดอาการไม่พอใจขึ้นมา หญิงสาวผู้นี้นั้นนับว่ามีความสามารถในการชักจูงและยั่วยุคนจริงๆ เมื่อลิสได้กล่าวจบก็เป็นดาวิดที่เข้ามาผสมโรงทันที

    “นายยังเป็นลูกผู้ชายอยู่หรือเปล่าทำไมไม่ออกมาตัดสินกันด้วยการต่อสู้ตัวต่อตัวแบบทหารหน่อยล่ะ? ”

    เมื่อภานุได้ยินดังนั้นในใจก็เกิดการปะทุขึ้น เขาไม่ใช่นักบวชผู้ละทางโลกที่จะสามารถทนการดูถูกซ้ำๆ กันสองสามครั้งอย่างต่อเนื่องได้ เขายังเป็นแค่เด็กหนุ่มวัยรุ่นเท่านั้น เขาก้าวออกมาเบื้องหน้า ชาร์ลอตต์นั้นต้องการจะหยุดเขาแต่กลับถูกเขายื่นมือมาบังเอาไว้และมองเธอด้วยสีหน้าจริงจังและก้าวเดินออกไปเผชิญหน้ากับดาวิดอย่างไม่หวั่นเกรงใดๆ เมื่อดาวิดเห็นดังนั้นเขาก็รู้สึกค่อนข้างพอใจอย่างมาก เขาคิดแต่ว่านี่เป็นโอกาสดีที่เขาจะได้แสดงบทวีรบุรุษต่อหน้าสาวงาม ณ ที่นี้

    ดาวิดนั้นตั้งท่าต่อสู้แต่ภานุกลับยืนนิ่งๆ และจ้องมองท่าทางของอีกฝ่าย เพียงแค่ท่ายืนและท่าเตรียมพร้อมภานุสามารถบอกได้เลยว่าดาวิดนั้นมันเพียงเป็นมวยนิดหน่อยเท่านั้น ช่องโหว่ของมันมีเต็มไปหมดนั่นทำให้ภานุผิดหวังเป็นอย่างมาก เขาคิดไปว่านักเรียนทหารจากโรงเรียนหัวกะทินั้นจะแข็งแกร่งกว่านี้ซะอีก

    แต่ในความเป็นจริงแล้วดาวิดนั้นถือว่าแข็งแกร่งอย่างมากถึงอย่างไรมันก็เป็นถึงผู้ฝึกตนระดับหนึ่งแล้ว แถมยังเรียนมวยและซ้อมมาอย่างต่อเนื่องอย่างน้อยต่อให้มันต้องเผชิญหน้ากับเร็มนักเรียนอันดับหนึ่งของโรงเรียนทหารแห่งนี้มันก็ยังสามารถเอาชนะอีกฝ่ายได้สบายๆ

    “พวกคุณคุยกันดีๆ ไม่ได้เหรอทำไมต้องสู้กันด้วย…”

    ชาร์ลอตต์พยายามก้าวเข้ามาขวางอีกครั้ง อย่างไรก็ตามคราวนี้กลับถูกคริสติน่าเอาไว้ คริสติน่าพยายามกล่าวเหตุผลบางอย่างกับเธอซึ่งเธอไม่เข้าใจมันเลยสักนิด

    “มันเป็นศักดิ์ศรีของลูกผู้ชาย เราลูกผู้หญิงทำเพียงแค่มองดูพวกเขาเท่านั้น อย่าเข้าไปขัดขวางดีกว่านะ”

    ภานุและดาวิดเผชิญหน้ากัน ดาวิดเห็นว่าภานุนั้นไมได้ตั้งท่าเตรียมจะต่อสู้มันก็รู้สึกว่าอีกฝ่ายนั้นอ่อนหัด ดูเหมือนว่าภานุนั้นจะอ่านความคิดของดาวิดออกอย่างทุลุปรุโปร่ง ดังนั้นจึงได้กล่าวออกมาอย่างไม่เกรงใจแสดงความเกรี้ยวกราดของตนออกมา

    “ที่ฉันไม่ตั้งท่าต่อสู้ เพราะระดับฝีมืออย่างนายยังไม่มีโอกาสทำให้ฉันเอาจริงได้หรอก”

    ได้ยินวาจาของภานุ ดาวิดรวมถึงหญิงสาวที่จ้องมองทั้งสองอยู่ตอนนี้ถึงกับตกตะลึง เพราะถึงอย่างไรดาวิดก็เป็นถึงทหารของโรงเรียนหัวกะทิหากเอามาเปรียบเทียบกับภานุที่เรียนอยู่ในโรงเรียนนี้นั้นเรียกได้ว่าคุณภาพค่อนข้างจะต่างกันมากแล้ว

    อย่างไรก็ตามชาร์ลอตต์กับคริสติน่ากลับไม่คิดเช่นนั้นที่เธอตกตะลึงก็คือชายที่เงียบขรึมอย่างภานุกำลังแสดงท่าทางก้าวร้าวออกมาต่างหาก ทั้งสองนั้นไม่มีวันสงสัยในฝีมือของชายผู้สามารถฆ่านักฆ่าหกคนที่มีปืนด้วยตัวคนเดียวแน่นอน

    “นิสัยแบบนี้ของเขาดูน่าสนใจไม่น้อย”

    คริสติน่ากล่าวกระซิบกับตัวเองเบาๆ ในขณะที่จ้องมองมาที่ภานุด้วยสายตาที่เกิดประกายบางอย่าง

    “ปากดีแบบนี้หวังว่านายจะทำได้อย่างที่พูดนะ หึๆ”

    ดาวิดเพียงยิ้มออกมาเล็กน้อยเท่านั้น แต่จริงๆ แล้วใจเขากลับรู้สึกโกรธอย่างมากที่ตนเองโดนดูถูก อย่างน้อยวันนี้เขาคิดว่าตนเองจะต้องหักกระดูกของภานุสักท่อนให้ได้เพื่อล้างความแค้นครั้งนี้ออกจากใจ

    “เตรียมรับมือ! ”

    ดาวิดกล่าวออกมาอย่างมีมารยาทเพื่อให้ภานุได้เตรียมพร้อมก่อนที่จะพุ่งไปหาชายหนุ่ม อย่างไรก็ตามท่าทางของภานุไม่เปลี่ยนแปลงไปเลยแม้แต่นิดเดียว ชายหนุ่มเพียงสะบัดเท้าเพื่อถอดรองเท้าแตะของตนเองออก ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่พึงพอใจ เมื่อบาดแผลที่เท้าของเขาสามารถรักษาจนหายได้แล้ว ก็ไม่มีอะไรที่ชายหนุ่มต้องกังวลหากอยากลองใช้ท่าร่างที่ขโมยเรียนมาจาก Mad dog นักสู้แห่งโลกใต้ดิน

    “มาลองของกันหน่อยดีกว่า”

    ภานุกล่าวขึ้นเบาๆ ก่อนที่จะกลับไปมองศัตรูที่เข้ามาจู่โจมเบื้องหน้า ท่าทางของดาวิดและพื้นฐานของเขาไม่เลวนัก หากเทียบกับภานุไม่รวมลูกเล่นอย่างหมัดลวงตานับว่าเขาเหนือกว่าแล้ว แต่หากมาอยู่ต่อหน้าของสัมผัสรับรู้อันตรายอันเฉียบคมที่สามารถหลบลูกธนูได้นั้นมันก็ยังห่างไกลที่จะสามารถทำอันตรายใดๆ ให้กับเขาได้

    “ฟับ! ”

    หมัดพุ่งผ่านพื้นที่ที่ภานุได้ยืนอยู่เมื่อครู่ไป ดาวิดตกตะลึงเป็นอย่างมากเพราะอยู่ๆ ร่างของภานุก็หายไปต่อหน้าต่อตาเขาราวกับภูตผี ท่าร่างของภานุที่ขโมยเรียนมานั้นยังห่างไกลอย่างมากที่จะสร้างภาพติดตาหรือภาพลวงตาคู่ต่อสู้แบบของ Mad dog ได้ แต่การเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วเหมือนกับหายตัวไปปรากฏอยู่เบื้องหลังของคู่ต่อสู้ได้นั้นสามารถทำได้สบายๆ หาก Mad dog ได้มาเห็นพัฒนาการฝึกท่าร่างของภานุที่มันต้องใช้เวลาทั้งชีวิตแต่ภานุกลับใช้เวลาแค่คืนเดียวมันคงบ้าคลั่งแน่ๆ

    “มองหาอะไรอยู่ฉันอยู่ตรงนี้”

    ดาวิดได้ยินเสียงของภานุที่เบื้องหลังมันก็ได้หันหลังกลับมาอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตามมันกลับพบเพียงแค่ความว่างเปล่าเท่านั้น จุดเด่นของท่าร่างที่ภานุใช้นั้นคือการหลบสายตาของคู่ต่อสู้ และการคาดเดาเป้าสายตาที่จะจ้องมองหากสามารถทำทั้งสองอย่างนี้ได้อย่างเชี่ยวชาญและบวกกับความเร็วแล้ว จะเกิดเป็นท่าร่างที่ศัตรูไม่มีทางจับทางได้

    “เลิกซ้อนสักทีออกมาซะ! ”

    ดาวิดรู้สึกโมโหอย่างมากเมื่อถูกอีกฝ่ายปั่นหัว ในขณะเดียวกันสามสาวที่เฝ้ามองการประลองอยู่นั้นก็ประหลาดใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากภานุนั้นสามารถเคลื่อนไหวได้เร็วมาก เพียงพริบตาเดียวเขาก็ไปโผล่อยู่ข้างหลังของดาวิดถึงสองรอบ

    “เอ๋! ”

    คริสติน่าที่อยู่ๆ ก็ร้องออกมาทำให้ชาร์ลอตต์ต้องหันกลับมากล่าวถามเพื่อนของเธอ

    “คริสติน่ามีอะไรเหรอ? ”

    “เปล่าไม่มีอะไร”

    ….

    ภานุเคลื่อนที่ไปรอบๆ บริเวณด้วยท่าร่างอย่างสนุกสนาน เขากำลังคิดสนุกว่าหากเขาใช้สัมผัสแห่งสายลมไปด้วยแล้วความเร็วของเขานั้นจะมากถึงขนาดไหน บางทีอาจจะสามารถสร้างภาพติดตาได้เหมือนกับ Mad dog

    สุดท้ายแล้วภานุก็ต้องหยุดเคลื่อนไหวเมื่อทดสอบท่าร่างจนพอใจแล้ว เขาหันกลับมาจ้องมองแผ่นหลังของดาวิดที่ตอนนี้ยังไม่แม้แต่จะรู้ตัวว่าคู่ต่อสู้ของมันยืนอยู่เบื้องหลัง

    “ฉันมีโอกาสโจมตีนายถึงสามรอบ แถมยังเป็นการโจมตีที่นายจะไม่มีโอกาสได้โต้ตอบ”

    เมื่อดาวิดได้ยินเสียงของภานุดังที่เบื้องหลังอีกครั้งมันก็ได้หันกลับมามองภานุ ในแววตาของมันมีความประหลาดใจอยู่หลายส่วน ภานุคิดว่ามันคงจะยอมรับความพ่ายแพ้แล้วเมื่อพบกับความเร็วของเขา อย่างไรก็ตามมันกับกล่าววาจาออกมาว่า

    “นายมีโอกาสโจมตีฉันสามครั้ง? อย่าพูดให้ขำหน่อยเลย การต่อสู้ถ้ามีโอกาสโจมตีแล้วไม่โจมตีมันก็ไร้ค่าจริงไหม? แล้วมันก็ไม่มีวันทำให้ฉันแพ้ได้ด้วย”

    ภานุถอนหายใจออกมาครั้งหนึ่ง ดูเหมือนเขาจำเป็นจะต้องสอนบทเรียนให้กับนักเรียนหัวกะทิผู้อวดดีเบื้องหน้าเขาสักกระบวนท่าแล้ว

    “วูบ! ”

    ร่างของภานุเกิดอาการวูบไหวครั้งหนึ่งก่อนที่จะหายไปจากจุดที่ยืนอยู่ต่อหน้าต่อตาของผู้ที่เฝ้ามองการต่อสู้ อย่างไรก็ตามรอบนี้ดาวิดกลับไม่ได้ตกใจมันเผยรอยยิ้มมั่นใจออกมาพร้อมกับกล่าวขึ้นว่า

    “มุกเดิมๆ มันใช้กับฉันไม่ได้ผลทุกครั้งหรอก”

    ดาวิดบิดตัวหันหลังด้วยความรวดเร็วจังหวะเดียวกับที่ภานุได้หายตัวไป มันชกหมัดไปอย่างรวดเร็วเป็นเวลาเดียวกับที่ภานุนั้นได้ปรากฏตัวขึ้นที่เบื้องหน้ามันพอดิบพอดี

    ‘ดูเหมือนมันจะฉลาดอยู่บ้างที่สามารถคาดเดาการเคลื่อนไหวของฉันที่จะโผล่มาด้านหลังของมันได้’

    ภานุคิดในใจ อย่างไรก็ตามการที่ภานุทำแบบเดิมถึงสามครั้งเพื่อให้ดาวิดได้จดจำก่อนหน้านี้ มีหรือว่าครั้งที่สี่มันจะจับทางไม่ได้ หากทำไม่ได้มันต้องถูกเรียกว่าคนโง่อย่างแน่นอน

    “ฟับ! ”

    หมัดพุ่งแหวกอากาศมาด้วยความเร็วสูง ภานุได้เคลื่อนไหวด้วยสัญชาตญาณเขาหมุนคอไปด้านขวาจนสุดหมัดของดาวิดจึงเฉียดแก้มของเขาไปเล็กน้อย ในขณะเดียวกันหมัดของภานุถูกปล่อยออกไปหาดาวิดโดยไม่ได้มองด้วยซ้ำ ซึ่งได้ใช้ออกมาด้วยหมัดลวงตา

    หนึ่งหมัดกลับกลายเป็นสองหมัด เมื่อดาวิดต้องพบกับการโจมตีเช่นนี้มีหรือมันจะสามารถตั้งตัวได้ทันได้แต่ยอมรับหมัดไปเต็มๆ เท่านั้น แต่ในจังหวะนั้นเองอยู่ๆ เสียงของชายวัยกลางคน คนหนึ่งก็ดังขึ้น

    “หยุดมือซะ! ”

    ภานุขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนที่จะรีบหยุดหมัดของตนเองในขณะที่ห่างจากปลายจมูกของดาวิดไม่ถึงเซนเดียวด้วยซ้ำ เขาหันกลับไปมองหาต้นเสียงที่คุ้นเคยและพบกับใบหน้าที่ไม่อยากจะเห็นมากที่สุด

    “ไอหมาบ้า! ”

    ภานุหน้าเสียเล็กน้อยเมื่อเห็นหน้าอีกฝ่ายชัดๆ