บทที่ 7 มีคนอยู่ข้างบน
ตึก... ตึก... ตึก...
“ในฐานะผู้หญิง เซียวเซียวสามารถแยกแยะได้อย่างง่ายดายว่า นี่คือเสียงรองเท้าส้นสูงที่กระทบกับพื้น! ทันใดนั้น หัวใจของเธอก็กลับมาเต้นระทึกอีกครั้ง”
“ดึกดื่นป่านนี้แล้ว ทำไมยังมีคนเข้ามาอีก! แถมยังเดินเข้ามาในห้องน้ำด้วย! หรือว่า... จะมีคนมานั่งปั่นงานล่วงเวลาเหมือนกับเธอ? หรืออาจจะเจอเื่ประหลาดเหมือนกันเลยหนีมาซ่อนที่นี่?”
“เมื่อคิดได้แบบนั้น เซียวเซียวก็เริ่มเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ เสียงส้นสูงที่บาดหูนั้นยังคงดังขึ้นต่อเนื่อง ทันใดนั้นเอง...”
“เซียวเซียวมองผ่านช่องว่างด้านล่างประตูห้องส้วม... เธอเห็น ‘รองเท้าส้นสูงสีแดง’ คู่หนึ่ง มาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าห้องของเธอพอดี! ลมหายใจของเธอเริ่มติดขัดขึ้นมาในทันที”
“เธอกำหมัดแน่นจนเล็บแทบจิกเข้าเนื้อ พยายามรวบรวมสติที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด เซียวเซียวรวบรวมความกล้า เอ่ยถามออกไปเบา ๆ ด้วยเสียงสั่นเครือ ใครน่ะ?”
“ผู้หญิงที่อยู่ข้างนอกประตูไม่ยอมตอบเธอ เธอยังคงยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น”
“ใครน่ะ?! เซียวเซียวถามซ้ำ ห้องนี้มีคนอยู่แล้วนะ! ไปห้องข้าง ๆ สิ!”
“คราวนี้ รองเท้าส้นสูงคู่นั้นขยับแล้ว ฟังจากเสียง... ดูเหมือนเธอจะเดินเข้าห้องข้าง ๆ ไปจริง ๆ นั่นทำให้เซียวเซียวถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก อย่างน้อยตอนนี้เธอก็มีเพื่อนแล้ว ความกลัวในใจเริ่มเบาบางลงเพราะรู้สึกว่าไม่ได้อยู่คนเดียว”
“แต่ว่ายังไม่ทันที่เธอจะเบาใจได้สนิท รองเท้าส้นสูงคู่นั้นที่ควรจะอยู่ในห้องข้าง ๆ... กลับมาปรากฏอยู่ตรงหน้าเธออีกครั้งโดยไม่มีเสียงฝีเท้าเลยแม้แต่นิดเดียว!”
วิ้งงง!!
“สมองของเซียวเซียวขาวโพลนไปหมด ทั่วทั้งร่างเย็นวาบเหมือนถูกโยนลงไปในบ่อน้ำแข็ง เมื่อกี้... เธอไม่ได้ยินเสียงเดินเลยสักนิด! นั่นหมายความว่า… รองเท้าคู่นี้โผล่มาปรากฏตรงหน้าเธอเฉย ๆ!! ทั่วทั้งตัวขนลุกขึ้นไปในพริบตา”
“ความกลัว ความตื่นตระหนก ความไม่มั่นใจ... ต่างประดังประเดเข้ามาไม่หยุด เซียวเซียวพูดปนเสียงสะอื้น คุณเป็ใครกันแน่?! พูดอะไรบ้างสิ!!”
“คนข้างนอกยังคงเงียบอยู่... แล้วในอึดใจเดียว รองเท้าส้นสูงคู่นั้นก็หายวับไปกับตาอีกครั้ง”
“ถึงตอนนี้ หลังจากถูกกระหน่ำด้วยเื่สยองซ้ำแล้วซ้ำเล่า กำแพงจิตใจของเซียวเซียวพังทลายลงอย่างสิ้นเชิง สภาพของเธอในตอนนี้ดูห่อเหี่ยวและสิ้นหวังอย่างถึงที่สุด”
จี๊ด จี๊ด จี๊ด
“จู่ ๆ ไฟในห้องน้ำก็เริ่มกะพริบถี่ๆ เสียงกระแสไฟฟ้าดังบาดแก้วหู บรรยากาศในห้องน้ำเริ่มมืดสลับสว่างดูน่าขนลุก ลมเย็นเยือกพัดผ่านเข้ามา พร้อมเสียงหวีดหวิวราวกับเสียงร้องไห้ หัวใจของเซียวเซียวเต้นเร็วขึ้นเรื่อย ๆ น้ำตาไหลอาบแก้มด้วยความกลัวและเสียใจ”
“เธอเสียใจเหลือเกิน... ถ้ารู้ว่าจะต้องมาเจอเื่แบบนี้ ต่อให้เอาปืนมาจ่อหัว เธอก็จะไม่มีวันยอมอยู่ปั่นงานจนดึกดื่นเด็ดขาด สมองของเธอสั่งการอย่างรวดเร็ว ทันใดนั้น ความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมา”
“ใช่แล้ว... โทรศัพท์! โทรขอความช่วยเหลือ!!”
“เซียวเซียวรีบควานหาโทรศัพท์ในกระเป๋าด้วยมือที่สั่นเทา แต่แล้วความหวังสุดท้ายก็มอดดับลง... หน้าจอแสดงผลว่าไม่มีสัญญาณเลยสักขีดเดียว!! คราวนี้ เซียวเซียวสิ้นหวังอย่างสมบูรณ์แบบ!”
เล่ามาถึงจุดนี้ เพลงประกอบรายการก็เริ่มเปลี่ยนเป็ทำนองที่ชวนให้สันหลังวาบ
ผู้ฟังที่ขวัญอ่อนต่างพากันมุดหัวเข้าไปใต้ผ้าห่ม มือหนึ่งถือโทรศัพท์พิมพ์คอมเมนต์ อีกมือหนึ่งกุมอกตัวเองไว้
[ คอมเมนต์คุ้มครองฉันด้วย! คอมเมนต์คุ้มครองฉันด้วย! ]
[ ฉันยอมสละความโชคดีทั้งชีวิตของแฟนเก่า เพื่อแลกกับความใจกล้าในตอนนี้เลยเอ้า! ]
[ แม่จ๋า... มันหลอนเกินไปแล้ว ดีเจครับ เล่าให้มันปกติหน่อยได้ไหม หัวใจจะวายแล้วเนี่ย ]
[ บ้าจริง! ฉันนี่แหละมนุษย์เงินเดือนสายปั่นงานดึก ตอนนี้ไม่กล้าเงยหน้าจากจอเลย เหมือนมีคนมาเป่าลมรดต้นคออยู่ข้างหลังจริง ๆ! ]
ยอดคอมเมนต์พุ่งพรวดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ส่วนที่โถงทางเดินสถานีวิทยุ ตอนนี้เพื่อนร่วมงานต่างมานั่งสุมหัวรวมกัน บางคนที่กลัวมาก ๆ ถึงขั้นจับมือกันไว้แน่น แม้แต่หลินเต๋อจื้อ ผอ. สถานี ก็ยังมีสีหน้าตื่นตระหนก ความกระวนกระวายฉายชัดบนใบหน้า
“ทว่า... เื่ที่สยองยิ่งกว่านั้น กำลังจะเกิดขึ้น!” หลินเซียวทิ้ง่เสียงให้ดูเคร่งขรึม
“หลังจากเห็นว่าโทรศัพท์ไม่มีสัญญาณ เซียวเซียวกดปิดหน้าจอเตรียมจะเก็บเข้ากระเป๋า แต่ในตอนนั้นเอง... แสงสะท้อนจากหน้าจอโทรศัพท์ที่มืดสนิท... ทำให้เธอมองเห็นราง ๆ ว่า บนขอบกำแพงห้องน้ำเหนือหัวของเธอมีใครบางคนอยู่!”
“ใช่แล้ว!!! มีคนกำลังชะโงกหน้าลงมามองเธออยู่จาก้า!!”
“เซียวเซียวรู้สึกเหมือนถูกฟ้าผ่าลงมากลางใจ ร่างกายเริ่มสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ดวงตาทั้งสองข้างเบิกกว้างจนเส้นเืฝอยในตาแทบแตก เธอค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองช้า ๆ และภาพที่ปรากฏต่อสายตา คือใบหน้าที่เธอจะไม่มีวันลืมเลือนไปตลอดชีวิต”
“ใบหน้านั้น... จะอธิบายยังไงดีล่ะ? ผมเผ้ายุ่งเหยิงรุงรัง... ลูกตาทั้งสองข้างถลนออกมานอกเบ้าจนเกือบจะหลุด มีคราบน้ำตาเป็สายเืไหลอาบใบหน้าที่ขาวซีดราวกับทาด้วยปูนขาว! มุมปากของหล่อนฉีกกว้างออกไปจนถึงรูหู เผยให้เห็นโพรงปากที่เต็มไปด้วยเื!!”
“ลิ้นสีแดงสดยาวเหยียดจุกอยู่ที่ปาก และบนลิ้นนั้น... กลับมีหนอนเน่าชอนไชอยู่เต็มไปหมด! ในตอนนั้นเอง... ใบหน้าสยองขวัญนั่น กำลังแสยะยิ้มให้เซียวเซียว”
“กรี๊ดดดดดด!!!!!”
“เซียวเซียวกรีดร้องสุดเสียงจนเสียงหลง ก่อนจะหมดสติล้มฟุบไปทันที พอเธอรู้สึกตัวอีกครั้งก็อยู่ที่โรงพยาบาลแล้ว เธอหลับลึกไปถึงสามวันสามคืน แถมยังมีไข้สูงตลอดเวลา คนที่นำตัวเธอมาส่งคือรปภ. ของตึก”
“รปภ. เล่าว่าตอนที่พบเธอนอนสลบอยู่ ในห้องน้ำไม่มีใครคนอื่นเลย และไฟก็ติดปกติทุกดวง ส่วนหมอก็ตรวจร่างกายแล้วบอกว่า เซียวเซียววูบไปเพราะน้ำตาลในเืต่ำ”
“เมื่อได้ยินแบบนั้นเซียวเซียวพยายามอธิบายอย่างสุดชีวิต เล่าทุกอย่างที่เจอในคืนนั้นออกมา แต่ไม่มีใครเชื่อเธอเลยสักคนเดียว...”
“หลังจากออกจากโรงพยาบาล เซียวเซียวก็ลาออกจากบริษัทนั้นทันที เธอไปหางานใหม่ที่เงินเดือนน้อยกว่าเดิม แต่เป็บริษัทที่มีธรรมาภิบาลและไม่มีนโยบายให้พนักงานอยู่ทำงานดึก”
“ถึงอย่างนั้น ความลับนี้ก็ยังคงหนักอึ้งอยู่ในใจเธอเหมือนูเาลูกใหญ่ เธอรู้สึกว่าถ้าไม่ได้เล่าออกมาเธอคงอกแตกตาย และผม... ก็คือผู้รับฟังคนนั้น”
“วันนั้น ก่อนจะจบการสนทนา เซียวเซียวจ้องหน้าผมด้วยสายตาจริงจังแล้วถามว่า หลินเซียว... นายเชื่อเื่ที่ฉันเล่าไหม? พอได้ยินคำถามนั้น ผมสบตาเธอด้วยความมั่นคงแล้วพยักหน้าตอบ ฉันเชื่อเธอ”
“ทันทีที่ผมพูดจบ ผมเห็นรอยยิ้มที่เหมือนได้ยกูเาออกจากอกปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเซียวเซียวเป็ครั้งแรก...”
เื่ราวบทนี้จบลงอย่างสมบูรณ์
[ตรวจพบว่าเนื้อเื่สร้างความหวาดกลัวแก่ผู้ฟัง ค่าความสยอง +10!]
[ตรวจพบว่าเนื้อเื่สร้างความหวาดกลัวแก่ผู้ฟัง ค่าความสยอง +10!]
[ตรวจพบว่าเนื้อเื่สร้างความหวาดกลัวแก่ผู้ฟัง ค่าความสยอง +10!]
ทันทีที่เสียงของหลินเซียวเงียบลง เสียงแจ้งเตือนจากระบบก็ดังขึ้นรัว ๆ ไม่หยุด
เห็นได้ชัดว่าเื่นี้เข้าถึงอารมณ์ร่วมของผู้ฟังจำนวนมหาศาล เพราะในยุคนี้... ใคร ๆ ต่างก็นิยามตัวเองว่าเป็ ‘ทาสบริษัท’ กันทั้งนั้น