5
แฟนเก่า
บ่ายแก่หญิงสาวชุดเสื้อชีฟองสีม่วงกางเกงยีนสีขาวและส้นสูงสามนิ้วก็ได้ออกมายืนรอรถโดยสารอยู่ข้างถนนเธอมีกระเป๋าสะพายและกระเป๋าเสื้อผ้าใบย่อมที่เตรียมมาสำหรับค้างคืนกับเพื่อน
แดดก็ร้อนเหนื่อยก็เหนื่อยแถมยังปวดเคล็ดไปทั้งตัวยืนอยู่หลายนาทีก็ยังไร้วี่แววรถที่พอจะโบกเรียกได้แต่กลับมีเก๋งสีบอร์นคันหนึ่งมาจอดเทียบตรงหน้าเธอแทน อินทิราเริ่มหวาดหวั่นก้าวเท้าถอยหลังโดยอัตโนมัติแต่เมื่อเห็นชายหนุ่มที่เปิดประตูรถลงมาก็ได้แต่ใตาโต
“พี่อิฐ!”เธอแค่ขยับปากแต่ไม่มีเสียงเล็ดลอดออกไปสักนิด
“น้องอินมายืนทำอะไรอยู่ตรงนี้ครับ รถเสียเหรอ”อภินันท์ชำเลืองไปยังอู่ซ่อมรถด้านข้างอย่างสงสัย เขาเพิ่งขับรถผ่านจุดนี้ไปแต่พอเห็นอินทิรายืนอยู่ก็นึกแปลกใจและเป็ห่วงขึ้นมาจึงวนรถกลับมาดูให้แน่ใจว่าเกิดปัญหาอะไรขึ้นกับหญิงสาวที่เป็รักแรกและอาจจะรักเดียวของเขา
“ไม่เชิงค่ะมีอุบัติเหตุนิดหน่อย”
“ยังไงครับ”เสียงนุ่มย้อนถามกลับมาอย่างกังวล
“โดนเสยท้ายน่ะค่ะอินประมาทเอง เบรคกะทันหัน”
คนฟังพยักหน้าแล้วกวาดตามองทั่วร่างงามอย่างสำรวจมากขึ้น“แล้วอินเจ็บตรงไหนหรือเปล่า ไปหาหมอหน่อยดีไหมครับ”
“ไม่ค่ะปวดไหล่นิดหน่อยเอง อินคาดเข็มขัดค่ะ คงไม่เป็ไร”
“แล้วนี่จะไปไหนต่อครับให้พี่ไปส่งนะ”
“เอ่อ...แล้วพี่อิฐกำลังจะไปไหนคะ มีธุระหรือเปล่า”
“ไม่เชิงธุระครับพี่กำลังจะพาลูกไปเดินห้าง หรือถ้าอินไม่รีบมากและไม่รังเกียจพี่กับลูกเราไปหาอะไรกินกันก่อนก็ได้”
พูดแล้วก็หันกลับไปยังรถยนต์ที่พอมองเห็นว่ามีเงาของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่ข้างที่นั่งคนขับ
“เอ่ออินเกรงใจน่ะค่ะ” ถ้าเกิดภรรยาเขารู้เข้ามันคงไม่ดี เธอไม่อยากสร้างปัญหาให้ตัวเองครั้งล่าสุดที่ได้พบหน้าอภินันท์ก็ตอนงานศพบิดาไม่ได้คุยอะไรกันมากนอกจากการแสดงความเสียใจอภินันท์หายเงียบไปจากชีวิตของเธอหลายปีและเธอก็ไม่คิดจะถามถึงจากใคร
“แต่พี่ถือว่าอินให้เกียรติพี่กับลูกมากกว่าไปนะครับ อีกอย่างพี่จอดรถตรงนี้นานไม่ได้นะ ไปรถพี่ดีกว่ายืนรอรถโดยสารนะครับแดดก็ร้อนควันก็เยอะ”
เขาใช้สายตาน้ำเสียงและเหตุผลที่คิดว่าหญิงสาวน่าจะไม่ปฏิเสธซึ่งรอยยิ้มอ่อนโยนของอินทิรายืนยันได้ว่าเขาคิดถูกต้องเพราะมันไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่หญิงสาวจะปฏิเสธน้ำใจของคนที่รู้จักกันมานานในสถานการณ์ลำบากเช่นนี้
“ก็ได้ค่ะขอบคุณนะคะพี่อิฐ”
“พี่ต่างหากที่ต้องขอบคุณอิน”ชายหนุ่มยิ้มแล้วผายมือไปยังประตูรถด้านหน้าเปิดแล้วก้มลงไปบอกให้ลูกสาวะโไปนั่งเบาะหลังก่อนจะหันกลับมาหาคนยืนอมยิ้ม
“เชิญครับ”
อินทิรากับอภินันท์ถูกตาต้องใจและคบหาเป็แฟนกันั้แ่หญิงสาวเข้าเรียนมหาวิทยาลัยปีหนึ่งส่วนชายหนุ่มเป็รุ่นพี่ปีสามแต่ก่อนที่อภินันท์จะจบการศึกษาไม่นานก็มีรุ่นน้องคนหนึ่งมาบอกอินทิราว่าตั้งท้องกับแฟนหนุ่มของเธอเรียกร้องให้เธอเลิกกับเขาเพื่อที่ฝ่ายชายจะได้มารับผิดชอบตนกับลูกในท้อง...
มันเป็สูตรสำเร็จของความมักง่ายและความประมาทในวัยเรียนอินทิราถามเอาความจริงจากอภินันท์จนเขารับสารภาพว่าเผลอมีอะไรกับรุ่นน้องตอนเมาและหลังจากนั้นฝ่ายหญิงก็ตามประกบเขาไม่ปล่อยจนกลายเป็เื่ขึ้นมา
ทั้งสองต้องเลิกกันทั้งที่อภินันท์ยังรักอินทิราไม่เปลี่ยนเมื่อเรียนจบอภินันท์ก็พาเมียสาวท้องอ่อนที่เรียนไม่จบไปอยู่กระบี่ชายหนุ่มตั้งหน้าตั้งตาทำงานเพื่อเลี้ยงลูกเลี้ยงเมียทำใจแม้ไม่รักแต่ก็ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ทำลงไปเพราะตนก็เป็เด็กกำพร้าจึงไม่อยากให้ลูกตัวเองต้องกำพร้าพ่อหรือแม่คนใดคนหนึ่ง
แต่สุดท้ายครอบครัวที่ไม่มีความรักเป็พื้นฐานก็ไปกันไม่รอดเพราะในขณะที่ฝ่ายชายทำงานหนักเมียสาววัยรุ่นก็มีผู้ชายอื่นมาติดพันจนลักลอบมีอะไรกันในบ้านต่อหน้าลูกวัยแบเบาะกว่าฝ่ายชายจะได้รู้เห็นตำตาก็เมื่อชาวบ้านเวทนาบอกกล่าวให้กลับมาดูแล้วจากนั้นทุกอย่างก็จบลงด้วยการแยกทาง...
ทุกวันนี้อภินันท์รู้สึกโล่งอกด้วยซ้ำที่เขาหลุดพ้นจากสภาพกลืนไม่เข้าคายไม่ออกตรงนั้นมาได้เขาจึงพาลูกกลับมายังสถานที่ที่คุ้นเคยหวังจะเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้งและถ้ามีโอกาสก็อยากจะลองฟื้นฟูความรู้สึกดีๆที่เคยมีกับผู้หญิงที่เขายังพูดได้เต็มปากว่ารัก
ชีวิตของอินทิราไม่ค่อยคุ้นเคยกับเด็กเล็กความรู้สึกรักเด็กตามสัญชาตญาณเพศแม่ยังมีอยู่แต่เมื่อไม่คุ้นเคยกับการแสดงออกกับเด็กมาแต่ไหนแต่ไรเธอจึงค่อนข้างตื่นเต้นปนประหม่าเล็กน้อยกับเด็กหญิงวัยแปดขวบที่ชอบมองเธอด้วยแววตาอยากรู้อยากเห็นโดยลืมนึกไปว่าความสวยของเธอต่างหากที่ทำให้เด็กผู้หญิงวัยนี้สนใจหนักหนาและเื่ที่เธอนึกสงสัยแต่ไม่กล้าถามก็คือ ทำไมอภินันท์มากับลูกแค่สองคน
เสร็จจากทานไอศครีมทั้งสามก็เดินเล่นในห้างสรรพสินค้าต่ออินทิราซื้อตุ๊กตาตัวสวยให้เด็กหญิงโดยถือเป็สินน้ำใจเล็กๆ น้อยๆที่อภินันท์มาช่วยเธอได้ตรงจังหวะ จนเมื่อถึงเวลาที่ นัดศศิวิมลไว้หญิงสาวจึงบอกให้อภินันท์ไปส่งเธอที่โรงแรม วี แกรนด์
“โรงแรมหรือครับ”อภินันท์ขมวดคิ้วถามย้ำเขานึกสงสัยั้แ่เห็นกระเป๋าเสื้อผ้าใบเล็กที่หญิงสาวถือมาด้วยแล้วแต่ไม่กล้าถามไป
“ค่ะอินนัดหมวยไว้น่ะค่ะ แต่ถ้าพี่อิฐไม่สะดวก อินไปมอเตอร์ไซค์...”
“สะดวกครับน้องอินจะไปไหนพี่ไปส่งได้ทุกที”เสียงนุ่มเอ่ยขัดขึ้นทันทีเมื่อเดาได้ว่าหญิงสาวจะเอ่ยอะไรต่อ และชื่อเพื่อนสนิทที่เขาก็รู้จักดีทำให้พอจะเข้าใจเื่ได้ง่ายขึ้น
“ขอบคุณค่ะ”
ไม่กี่นาทีต่อจากนั้นหญิงสาวก็ได้ย่างเท้าเข้าโรงแรมหรูและโทรศัพท์หาศศิวิมลอินทิราตั้งใจจะบอกเพื่อนแค่ว่าเกิดอุบัติเหตุโดนเสยท้ายรถเท่านั้นจะไม่พาดพิงถึงอภินันท์และปัญหาหนักอก ไม่คิดแม้จะโทรศัพท์ไปบอกให้มารดาเป็กังวลเพราะข้อความที่ถูกส่งเข้าโทรศัพท์หลังเกิดเหตุการณ์ไม่นานบอกให้รู้ว่าสิ่งที่เธอกลัวได้เกิดขึ้นแล้ว
‘มึงกล้าเล่นตลกกับกู ระวังตัวไว้ให้ดี วันนี้กูก็แค่เล่นตลกแต่วันหลังไม่แน่!!!!’
วศินส่งข้อความมาทางไลน์เธอจึงเดาได้ทันทีว่าเหตุการณ์ข่มขู่ที่เกิดขึ้นจนเธอเกิดอุบัติเหตุจริงๆครั้งนี้มาจากสาเหตุที่เธอโอนเงินเข้าบัญชีของวศินเพียงหกหมื่นบาท จากที่พี่ชายขอไว้หนึ่งแสนแต่นั้นก็เพราะเธอมีเหตุผลและความจำเป็ คิดว่าถ้าให้ง่ายๆครั้งแรกด้วยเงินก้อนใหญ่ขนาดนี้ก็ต้องมีครั้งต่อไปไม่จบไม่สิ้น
อินทิราลองทำแบบนี้และคิดว่าถ้าวศินโทรศัพท์มาโวยวายก็จะอธิบายให้เขาฟังว่าเงินก้อนของเธอเป็เงินหมุนต้องใช้ลงทุนและจ่ายค่าเช่าตึก ค่าน้ำค่าไฟ และค่าจ้างพนักงานทั้งที่ร้านและโรงงานรายจ่ายแต่ละเดือนไม่ต่ำกว่าห้าล้าน
แต่วศินไม่ได้โทรมาต่อว่ากลับใช้วิธีข่มขู่และส่งข้อความมาเตือนให้เธอรู้ว่าเขากล้าพูดกล้าทำไม่อยากเชื่อว่าพี่ชายของเธอจะทำได้ขนาดนี้ แต่เมื่อคิดได้ว่าเขาถูกยานรกทำลายทั้งความคิดและสติใคร่ครวญเธอก็เชื่อว่ามันเป็ไปได้จริงๆข่าวคนฆ่ากันตายง่ายๆ ด้วยสาเหตุขี้ผงเพราะเมายาบ้ามีถมเถไป
เื่นี้คงปลงอย่างเดียวไม่ได้ต้องมองหาหนทางแก้ไขและต้องทำอย่างรวดเร็วที่สุด ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินแก้
เดอะคิสคลับเป็สถานบันเทิงครบวงจรที่มีขนาดใหญ่โตและโก้หรูที่สุดในเมืองนี้มีทุกอย่างที่นักท่องราตรีใฝ่หา แสงสีเสียง สาวสวย หนุ่มหล่อเครื่องดื่มและอาหารมากมายให้เลือกสรรพ่วงด้วยห้องพิเศษที่จำลองบรรยากาศเกาะคาสิโน แห่งหนึ่งติดชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเป็อีกหนึ่งกิจการที่ ‘วราเวศ’มีหุ้นอยู่ไม่น้อย
อินทิราและศศิวิมลมาถึงงานใน่แรกเริ่มได้ทักทายเพื่อนรุ่นน้องรุ่นพี่และรุ่นเดียวกันที่มาร่วมตัวกันฉลองวันเกิดให้สาวหล่อคนหนึ่งซึ่งเป็เพื่อนซี้ของคนดังอย่างน้องเตย ธันย์ชนก วราเวศกุล ดาวมหาวิทยาลัยที่คงไม่มีนักศึกษาคนไหนใน่ปีนั้นไม่รู้จักคนไม่ค่อยสันทัดเครื่องดื่มมึนเมาเลือกกินเฉพาะของที่เพื่อนสนิทการันตีแต่เฉพาะเครื่องดื่มเธอยืนยันที่จะรับแต่น้ำส้มและน้ำเปล่า
“แกนี่น้าไม่หัดกินของแบบนี้ไว้บ้างถ้าเผื่อโดนมอมเหล้าขึ้นมาจะทำไง ผู้หญิงเก่งๆต้องหัดคอแข็งเข้าไว้”
“ฉันเคยลองแล้วแต่ไม่ปลื้มเลยไม่อยากกิน โอเค้ อีกอย่าง ฉันต้องทำตัวให้สมกับเป็แบรนด์แอมบาสเดอร์ของ INDIRA สิยะถ้าฉันไม่สวยใสไร้มลพิษแล้วใครมันจะมาเชื่อยี้ห้อสินค้า ฉัน”
“ช่างเหมาะกับแกจริงจริ๊งไอ้สวยใสไร้มลพิษแต่ฤทธิ์เยอะเนี่ย”
“แน่ใจนะว่าชม”
ศศิวิมลหัวเราะร่วนก่อนจะอ้าปากค้างเมื่อสายตาไปปะทะเข้ากับชายหนุ่มคนหนึ่งที่ยืนมองเธอกับเพื่อนอยู่นานแค่ไหนก็ไม่รู้อินทิราเห็นอาการตาค้างเหมือนเห็นผีของเพื่อนก็รีบหันไปมองบ้างแล้วเธอก็เข้าใจทันทีว่าทำไมเพื่อนถึงได้ตกอกในัก เพราะเธอเองก็ไม่นึกว่าจะได้พบเขาอีกในเวลาห่างกันแค่ไม่กี่ชั่วโมง
“พี่อิฐ...”หญิงสาวครางเสียงแ่ พร้อมๆ กับที่ร่างสูงก้าวเท้าเข้ามาหา
“สวัสดีครับน้องอินน้องหมวย”
“สวัสดีค่ะพี่อิฐมางานนี้ด้วยหรือคะ” ศศิวิมลพนมมือไหว้รุ่นพี่คณะเดียวกันแต่ห่างชั้นกันสองปีคิดว่าอย่างอภินันท์ไม่น่าจะเป็เพื่อนรุ่นไหนของเ้าของวันเกิดวันนี้
“เปล่าครับพี่ทำงานที่นี่” ตอบไปแล้วก็เหล่มองเก้าอี้ว่างข้างกายคนที่ยังนั่งเงียบ“พี่ขอนั่งด้วยได้ไหม”
“เชิญค่ะ”อินทิราขยับเล็กน้อย แม้จะเป็เก้าอี้คนละตัวแต่ก็วางชิดกันมากและไร้พนักแขนกั้น
“น้องอินเป็ยังไงบ้างครับ”
“เอ่อสบายดีค่ะ ไม่เคยรู้เลยนะคะว่าพี่อิฐทำงานที่นี่” อินทิรารีบเปลี่ยนเื่ไม่อยากให้ศศิวิมลสงสัยว่าเธอกับอีกฝ่ายไปพบเจอกันเมื่อไหร่เพราะคำถามของอภินันท์กำลังจะพาไปเื่นั้น
“ครับก็ทำอยู่เกือบสามปีแล้ว ั้แ่กลับจากกระบี่”
อินทิรายิ้มเจือนเมื่อนึกได้ว่าหลังเลิกกันอภินันท์ก็บอกแค่ว่าจะย้ายไปอยู่กระบี่หลังจากนั้นเธอก็ไม่ได้ข่าวคราวเขาอีกจนกระทั่งพบกันอีกครั้งในงานศพบิดาและเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนนี้
“แล้วลูกเมียพี่อิฐล่ะคะยังอยู่กระบี่หรือพากลับมาอยู่ที่นี่หมดคะ”
“หมวย!”
อินทิราหันไปทำตาเขียวใส่คำถามทะลุกลางปล้องของเพื่อนแต่ศศิวิมลทำหน้าว่าไม่สน ยังตั้งตารอฟังคำตอบจากผู้ชายตรงหน้า...ผู้ชายมักง่ายที่เคยทำให้เพื่อนรักของเธอเสียน้ำตามาแล้ว
“พาลูกมาคนเดียวครับ”ตอบคนถามแล้วหันไปขยายความกับอีกคน “พี่เลิกกับเค้าั้แ่น้องขนมเค้กสองขวบ” เขา เอ่ยชื่อเพราะอินทิรารู้จักชื่อลูกสาวเขาแล้ว
“อ้อ...งั้นตอนนี้พี่อิฐก็เป็พ่อหม้ายลูกติด ไม่มีเมียแล้ว อย่างนี้นี่เอง”คนตั้งคำถามถึงบางอ้อรีบหันมองหน้าเพื่อนที่กำลังอยู่ในอาการอึ้งก่อนจะหันไปยิงคำถามใส่ชายหนุ่มหน้าหล่อผิวพรรณดีที่ถ้ายิ้มได้กว้างกว่านี้ก็คงยิ้มไปแล้วกับการตั้งคำถามชี้โพรงให้กระรอกของเธอ
“ครับพี่ไม่มีเมียแล้ว ความจริงน่าจะเรียกว่าไม่เคยมีเลยด้วยซ้ำเพราะพี่ไม่เคยแต่งงานไม่เคยจดทะเบียนสมรสกับใคร ก็แค่อยู่ด้วยกันตามหน้าที่ ช่วยกันเลี้ยงลูกก่อนจะแยกทางกันเพราะเค้าเจอคนใหม่และไม่้าเอาลูกไปเป็ตัวถ่วง พี่ก็ เลยพาขนมเค้กกลับมาอยู่ที่นี่”
ตอบคำถามอีกคนแต่ส่งสายตาเว้าวอนอ่อนหวานไปให้อีกคน พยายามบอกทุกข้อมูลที่น่าจะเป็ประโยชน์แก่ตนให้อีกฝ่ายรับรู้
“ขนมเค้กชื่อน่ารักดีจัง กี่ขวบแล้วคะ แล้วพี่มาทำงานแบบนี้ลูกอยู่กับใคร”คนตั้งหน้าถามยังเดินหน้าถากถางโพรงให้กระรอกหนุ่มเพราะเห็นว่าเพื่อนสาวของเธอยอมนั่งฟังนิ่ง ไม่ขัดคอหรือแสดงสีหน้าไม่พอใจสงสัยอินทิราก็คงอยากรู้ในเื่ที่เธอกำลังอยากรู้อยู่เหมือนกัน
“แปดขวบครับ่มาทำงานพี่ก็จ้างพี่เลี้ยงมาอยู่ด้วย”
“อ๋อแล้วอย่างนี้น้องขนมเค้กไม่ร้องไห้หาแม่เหรอคะ”
“หมวยพอได้แล้ว” คำถามนี้อินทิราหันไปดุเพื่อนคิดว่ามันเป็การเจาะลึกเกินไปและจะยิ่งทำให้เื่ยาว ใจหนึ่งเธอก็อยากรู้แต่พอคิดไปคิดมาไม่รู้อะไรนั่นแหละดีที่สุด
“ไม่หรอกครับแกติดพี่มากกว่า แล้วก็เป็เด็กเลี้ยงง่าย ไม่งอแงด้วย” อภินันท์ทำไม่สนคำทักท้วงเดินหน้าตอบคำถาม ให้เข้าทางตัวเองเข้าไว้
“แหมพี่อิฐนี่ท่าจะเป็แฟมมิลี่แมนนะคะ เสียดายที่ไปมีลูกกับ... เอ่อ หมวยขอโทษค่ะ”
“ครับไม่เป็ไร”เขายิ้มให้ศศิวิมลแล้วหันมองอีกคนที่ยังก้มหน้านิ่ง “พี่ก็เสียดายที่ปล่อยให้อารมณ์ชั่ววูบทำลายความรู้สึกดีๆ ที่เราเคยมีให้กัน”
อินทิราก้มหน้านิ่งไม่รู้จะพูดอะไรเมื่ออีกฝ่ายเปิดประเด็นด้วยเื่ที่เธอไม่อยากพูดถึงอภินันท์ก็เหมือนรู้ตัว เขาขยับกายถอนใจเบาๆเมื่อซัดสายตาไปเห็นธันย์ชนกกำลังยืนกอดอกเชิดหน้ามองเขาอยู่ราวกับจับผิดหรือไม่ก็คงอยากต่อว่าที่เขาเอาเวลางานมานั่งคุยกับผู้หญิง
“งั้นพี่ขอตัวไปทำงานก่อนนะครับแล้วถ้ายังไงพี่ขอไป หาอินที่ร้านบ้างได้ไหม”ก่อนไปก็ขอหยิบยื่นโอกาสให้ตัวเองอีกสักหน่อยเผื่อว่าอินทิราจะไม่ติดใจเื่ในอดีตและไม่รังเกียจพ่อม่ายลูกติดคนนี้บางทีเขากับเธออาจฟื้นฟูความรู้สึกดีๆ ที่เคยมีให้กันขึ้นมาได้อีกครั้ง
“ค่ะ”อินทิราตอบรับสั้นๆ ก็จะให้เธอห้ามเขาได้อย่างไร ถึงความรู้สึกเก่าๆ จะไม่เหมือนเดิมแล้วแต่คงตัดขาดกันไปราวคนไม่รู้จักไม่ได้ คิดเสียว่าอย่างไรก็เพื่อนคนหนึ่ง
“เจอกิ๊กเหรอคุยกันอยู่ได้นานสองนานไม่ทำงาน ทำการ”คำพูดเหน็บแหนมดังเข้าหูทันทีที่อภินันท์ก้าวเข้าไป ใกล้เ้าภาพใหญ่ของงาน
“ครับเคยกิ๊กกันก็เลยไปทักกันหน่อย” เขาตอบยิ้มๆเจตนาหยอกเย้าเผื่อจะได้เห็นหญิงสาวตวัดตาค้อนส่งตอบมาอย่างที่เธอกำลังทำอยู่ตอนนี้
“ผู้ชายก็เงี่ยมีลูกมีเมียแล้วก็ยังเ้าชู้ไม่เลิก”
“ผมเลิกกับแม่ของลูกนานแล้วครับก็คงไม่ผิดอะไรถ้าหนุ่มโสดลูกหนึ่งอย่างผมจะสนผู้หญิงอื่นบ้าง”
‘หนุ่มโสดลูกหนึ่ง’ ฟังพูดเข้า...ธันย์ชนกกำลังอึ้งปนหมั่นไส้กับข้อมูลใหม่ที่เพิ่งได้รู้
“คุณเตยพอใจไหมครับ”เขาเปลี่ยนเื่เมื่อเห็นอีกฝ่ายเงียบไปนานก็คิดว่าเธอคงไม่อยากพูดเื่ทำนองนี้กับเขานัก
“พอใจทำไมฉันไม่เห็นต้องรู้สึกอะไรเลยที่คุณเลิกกับเมียแล้ว”
“เปล่าครับผมหมายถึง คุณเตยพอใจรูปแบบของงาน คืนนี้ไหมมีอะไรบกพร่องต้องรีบแก้ไขหรือเปล่า นี่แขกก็เริ่มมา กันเยอะแล้วนะครับ” นี่ถ้าไม่กลัวเสียมารยาทเขาคงหลุดหัวเราะไปดังกว่านี้แล้ว
ธันย์ชนกกัดฟันค้อนควับเข้าให้ลืมไปเลยว่าเขาเรียกเธอด้วยชื่อเล่นสองครั้งแล้ว
“ไม่พอใจเด็กเสริฟ์ผู้ชายฉันอยากได้ที่หล่อๆ ตัวใหญ่ๆ กล้ามแน่นๆ กว่านี้” เธอตอบไปเร็วกว่าความคิด
“ได้ครับผมจะไปจัดการเปลี่ยนให้เดี๋ยวนี้” เขาทำท่าจะหันหลังจากด้วยอารมณ์กรุ่นๆที่พุ่งขึ้นมาแบบไม่รู้ตัวแต่อะไรกันหนอที่ทำให้ชายหนุ่มที่เคยใจเย็นดุจสายน้ำหันกลับมาอีกครั้งมองจ้องตาหญิงสาวที่เชิดหน้ามองตอบมา
“มีอะไร”ธันย์ชนกเชิดหน้าถามไป
“คืองี้ครับเดี๋ยวผมจะไปเปลี่ยนเด็กเสริฟ์ให้ แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่คุณเตย ‘อยากได้’ ผู้ชายหล่อๆ ตัวใหญ่ๆ กล้ามแน่นๆ ที่ไม่ใช่เด็กเสริฟ์ขึ้นมาล่ะก็บอกผมนะครับ ผมยินดีเสนอตัว”
“หะ...มะ หมายความว่าไง นี่ นายก้อนหินโสโครก พูดแบบนี้อยากมีปัญหากับฉันเหรอหะเดี๋ยวเถอะ ฉันจะฟ้องพี่ต้า”
เสียงแปดหลอดของธันย์ชนกไม่สามารถทำให้ร่างสูงที่เดินจากไปสะดุ้งะเืได้ หญิงสาวจึงได้แต่ยืนกำหมัดกัดฟันมองตามหลัง
“สงสัยแกจะมีคู่แข่งแล้วแหละอิน”เสียงข้างกายเรียกให้อินทิราละสายตาจากภาพเหตุการณ์เมื่อครู่หันมองเพื่อนศศิวิมลยักคิ้วกลับไปทางสาวสวยตระกูลดังที่กำลังยืนกำหมัดกัดฟันมองตามหลังอภินันท์
“รายนั้นเด็กกว่ารวยกว่าด้วย แต่ถ้าเทียบความสวยฉันว่าสูสีนะ ส่วนความฉลาดแกน่าจะกินขาด”
“เพ้อเจ้อน่ะหมวย”
“ฉันเพ้อเจ้อแต่แกอยากเพ้อด้วยหรือเปล่าล่ะ เห็นนะตะกี้ว่าพี่อิฐมองแกเหมือนลูกแมวมองถ้วยนม”
“หมวยพอได้แล้ว กลับกันได้หรือยัง”
“เพิ่งมาเองยังไม่ได้กินไรเลย”
“ก็ไหนว่าจะรีบมารีบกลับวันนี้ฉันเหนื่อยจริงๆ แกก็รู้ว่าฉันเจออะไรมาบ้าง”
“เออก็ได้งั้นเดี๋ยวไปหาไรกินที่โรงแรมก็แล้วกันแล้วแกก็เล่ามาให้ละเอียดว่าเหตุการณ์มันเป็ไงมาไง ฉันไม่เชื่อว่าจู่ๆแกจะเบรครถกระทันหันโดยไม่มีสาเหตุ”
เพราะเป็เพื่อนรักกันมานานเวลาเพื่อนโกหกหรือพูดความจริงไม่หมดแค่มองตาก็รู้โดยเฉพาะผู้หญิงที่เกลียดการโกหกอย่างอินทิราย่อมเป็ไปไม่ได้อยู่แล้วที่จะโกหกคนอื่นเนียน
ศศิวิมลเป็เพื่อนสนิทคนเดียวที่อินทิราเคยปรับทุกข์เื่ต่างๆไว้ด้วยมากที่สุดทำให้หลังอาหารค่ำตลอดคืนนั้นอินทิราได้เล่าเื่ราวั้แ่วันเปิดพินัยกรรมให้เพื่อนฟังเล่ากระทั้งเื่เสี่ยวุฒิพงษ์จะขอซื้อที่ ขอแบ่งหุ้นแต่เธอรู้ว่าพี่ชายกับเสี่ยตั้งใจจะหุบที่ดินผืนนั้นไว้เสียเองจนถึงเื่ที่วศินเสพยา ขู่อาฆาตเธอ และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อเช้า
“แล้วแกจะทำไงต่อเนี่ยผู้หญิงตัวเล็กๆ คนเดียวจะเอาอะไรไปสู้เค้า เฮ้อ”
“ฉันอยากให้พี่วินเข้าสถานบำบัด”
“คงยอมหรอกอีกอย่างแม่แกจะเชื่อเหรอว่าพี่วินติดยา”
“นั่นสิแม่ไม่เคยเชื่อเลย ขนาดวันนั้นแม่ก็บอกว่าพี่วินเมาเหล้าเฉยๆ”เธอหมายถึงวันที่วศินทำรุ่มร่ามน่าเกลียดกับศศิวิมล
“ต้องหาใครสักคนที่แม่เชื่อถือมาเกลี่ยกล่อมแล้วให้แม่ไปเกลี่ยกล่อมพี่วินอีกที เพราะถ้าพี่วินไม่เต็มใจไปเองนี่ยากแน่ๆต้องให้ตำรวจจับตัวไปพร้อมของกลาง หรือไม่ก็จับไปตรวจฉี่แต่พอถูกจับพี่วินก็จะอ้อนแม่ให้จ่ายค่าปรับ ตำรวจก็ยินดีรับเงินอยู่แล้ว จบวัฏจักรเน่าเฟะ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง” สรุปพลางแบมือส่ายหน้า
“มันจะเปลี่ยนก็ตรงที่ถ้าทำแบบนั้นพี่วินจะยิ่งแค้น...ฉันกลัวถูกฆ่าอ่ะหมวย เกิดวันดีคืนดีพี่วินเมายาอาละวาดขึ้นมาจะทำงั้ยวันนี้เห็นปืนเต็มตายังใจสั่นไม่หายเลย”
“เออนั่นสิ ทำไงดี” ศศิวิมลผุดลุกขึ้นไปยืนพิงผนังกระจกมองเมืองแห่งแสงไฟยามค่ำคืนราวกับจะมองหาทางออกให้เพื่อนหูก็ฟังคำพร่ำพรรณนาของอินทิราไปด้วย
“ความจริงฉันก็ไม่ได้อยากได้อยากมีอะไรเลยนะที่ได้สมบัติมามากกว่าพี่วินนี่ฉันก็ไม่สบายใจ แต่สงสารพ่อฉันเข้าใจว่าทำไมพ่อถึงยกให้ฉันมากกว่า ก็เพราะพ่อรู้ว่าถ้าขืนให้พี่วินเค้าก็บริหารจัดการอะไรไม่ได้ ไม่กี่วันก็คงขายให้นายทุนเอาไปทำอะไรต่อมิอะไรต่อก็ไม่รู้พ่อบอกว่ารัก ‘INDIRA’ เหมือนที่รักฉัน พ่อตั้งชื่อนั้นก็เพราะหวังจะให้มันเป็สมบัติของฉันแล้วถ้าฉันตาย แม่ก็จะได้มันไป แล้วหลังจากนั้นพี่วินก็คงจัดการไม่มีเหลือเสี่ยวุฒิพงษ์ก็จ้องจะตะครุบฉันอย่างกับอะไร แกคิดดูดิพี่วินเคยพูดขนาดว่าเสี่ยขอฉันไปเป็เมียน้อยอ่ะ”
“งั้นแกต้องรีบมีผัวใหญ่ตัดหน้า”ศศิวิมลหันกลับมาฟันธง
“หมวย!ฉันไม่ได้พูดเล่นนะ”
“ฉันก็ไม่ได้พูดเล่น”คนพูดจริงทำสีหน้าจริงจัง ก้าวยาวๆ กลับไปหาคนที่นั่งทำหน้าเซ็งอยู่บนเตียงยกนิ้วชี้หน้ากำกับสั่งการ
“แกต้องหาผู้ชายสักคนที่พี่วินกับเสี่ยวุฒิเกรงกลัวมาอยู่ข้างแกสมัยนี้นะอินอิทธิพลบารมีมันคับบ้านคับเมืองจนไม่มีใครสนใจความผิดชอบชั่วดีกันแล้วใครถูกใครผิดช่างมัน เอาที่ใครใหญ่ ใครรวยใครกว้างขวางมีเส้นมีสายมากกว่ากันเป็พอ ฉะนั้นแกต้องหาคนที่ไม่มีใครกล้าต่อกรด้วยมาคุ้มครองแกถ้าไม่อยากเป็เมียน้อยเสี่ยวุฒิ แกก็ต้องเป็หาผัวที่ใหญ่กว่าเสี่ยวุฒิ”
“ไอ้บ้า!ฉันไม่พูดกับแกแล้ว” อินทิราหันหลังให้ข้อเสนอชวนสยอง
“แกไม่เห็นด้วยกับทฤษฎีของฉันเหรอ”ศศิวิมลขยับมานั่งดักหน้า “เคยได้ยินไหม ที่เค้าว่าสู้กับเสือต้องขี่ั”
“ฮึไม่เคย”
“เออเชื่อ ก็ฉันเพิ่งนึกออกนี่แหละ แต่มันจริงๆ นะอิน แกเชื่อฉันสิ สวยๆอย่างแกนี่หาผัวไม่ยากหรอก”
“ไอ้หมวย!”
“นี่จะบอกอะไรให้”ศศิวิมลตบฝ่ามือลงบนหัวเข่าเพื่อนดังเพี๊ยะ “ฉันเคยอ่านนิยายตั้งหลายเื่ส่วนใหญ่นางเอกเวลามีปัญหาอะไรทำนองนี้ก็จะไปขอความช่วยเหลือจากพระเอกแล้วพระเอกก็มักจะขอความสาวเป็ข้อแลกเปลี่ยน แล้วฉันกล้าพนันเลยนะว่าแกยังจิ้นเพราะฉะนั้นพระเอกของแกต้องแฮปปี้มากๆ ที่ได้เจาะไข่แดงแก แล้วเขาก็จะรักจะหลงแกช่วยเหลือปกป้องคุ้มครองดูแลแกทู้กอย่าง อาจถึงขั้นมีบอดี้การ์ดล้อมหน้าล้อมหลังทีนี่ก็จะไม่มีใครมากล้าเบ่งใส่แกอีก เพราะพระเอกของแก อ่ะระดับซุปเปอร์บิ๊ก!”
“อ่ะแล้วใคร พระเอกของฉัน”