เป็เวลากว่าสองสัปดาห์แล้วที่ฉันอยู่ที่นี่ และใช้ร่างกายตัวเองรองรับอารมณ์ของ “นาย” เกือบทุกวัน
สาวใช้และลูกน้องหน้าห้องที่รอเคลียร์ความเรียบร้อย เห็นสภาพฉันที่อิดโรย บอบช้ำ หลังออกจากห้องเ้านายของพวกเขากลายเป็เื่ปกติ
ยกเว้น่สัปดาห์มานี้ ที่ประจำเดือนฉันมา เขาน่าจะรู้จากคนรับใช้แล้ว เลยไม่เรียกฉันไปหา พร้อมส่งหมอมาฝังยาให้
ก๊อกๆ
“เชิญค่ะ”
เสียงแ่บอกผ่านประตู หญิงรับใช้คนใหม่เดินเข้ามาพร้อมหมอและพยาบาล
“ฝังยาคุมครับ”
“ค่ะ”
การดำเนินการนั้นผ่านพ้นไปได้ด้วยดี ฉันใช้เวลานี้พักฟื้นทั้งร่างกายและจิตใจ อยู่แต่ในห้อง มีหน้าที่กิน ปรนนิบัตร และนอนเท่านั้น
“ใบหวาน..”
เสียงกระซิบเล็กๆ ดังที่หน้าประตู โรเซียน่าเดินเข้ามาพร้อมถาดอาหารชุดใหม่ เธอยิ้มเล็กๆ ให้ฉัน แล้วนั่งดูแผลใต้แขน
“เป็ยังไงบ้าง”
“ปวดแผลนิดหน่อยค่ะ เวียนหัวเป็บางครั้ง แต่นอกนั้นก็ไม่มีอะไร”
“อ่อ… ”
“วันนี้มาทำงานห้องฉันหรอคะ” ฉันถามด้วยใบหน้าฝืนยิ้ม
“เปล่า วันนี้ฉันแค่ยกอาหารมาให้น่ะ เลยแอบแวะเยี่ยมสักหน่อย”
“ขอบคุณนะคะ”
ฉันกล่าวขอบคุณด้วยใจจริง นอกจากโรเซียน่า ก็ไม่มีใครคุยกับฉันแล้ว .. เพราะสถานะ ‘คนนอก’ อย่างฉัน
“เธอคล้ายน้องที่ฉันรู้จักน่ะ เลยแอบเอ็นดูหน่อยๆ ..อ้ะ ถ้าจะคุยแบบคนกันเอง ได้ใช่ไหม”
“ได้ค่ะ อ่า ได้สิ”
“จริงๆ ฉันอายุมากกว่าเธอแค่ 2 ปีน่ะ เป็เพื่อนกันได้นะ” เธอยิ้มให้
“หืม แล้วไม่เรียนมหาลัยหรอ ถึงมาทำงานแบบนี้”
“เรียนสิ เรียนจันทร์ถึงศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ก็มาทำงาน”
“อ่อ ขยันจังเลย”
“ก็เงินดีนี่นา …ใครจะว่าอันตรายยังไงก็ช่าง แต่สำหรับฉันที่นี่ก็คือบ้าน ฉันโตมาในรั้วของแก๊งดิอาโบลิก พ่อแม่ปู่ย่าฉันก็รับใช้ที่นี่มาแต่ไหนแต่ไร ถึงจะเห็นคราบเืไม่เว้นวัน แต่มันกลายเป็ความชินจนปกติไปแล้ว”
“....”
“ว่าไป อยู่แต่ในห้องคงเบื่อแย่ โทรศัพท์ไม่มีใช้ โทรทัศน์ก็ไม่มีให้ดู”
“ฉันชินแล้วค่ะ …ที่เดิมก็ไม่ต่างกันเท่าไร” ฉันตัดพ้อ แล้วก้มหน้าลง
“อย่าทำหน้าเศร้าแบบนี้สิ อย่างน้อยเธอก็ยังมีชีวิตอยู่นะ” โรเซียน่าปลอบ
‘ชีวิต ที่ตายไปคงจะดีกว่า… ’
“ฉันก็ไม่ต่างจากเธอหรอก ทุกคนในนี้ถูกวางกรอบไว้ ว่าต้องทำอะไร และทำได้แค่ไหน”
“อืมม แต่ก็ยังดีค่ะ คุณยังมีสิทธิ์เดินไปไหนมาไหน ไม่เหมือนฉัน”
“อย่าน้อยใจไปเลย วันนึงเ้านายไว้ใจเธอ เขาก็จะอนุญาตเองแหละ”
เธอยิ้มเล็กๆ ลูบไหล่ให้กำลังใจฉัน
“อ่าา ต้องขอตัวไปแล้ว เข้ามานานคนเฝ้าประตูจะสงสัยน่ะ”
“ค่ะ.. เจอกันใหม่วันหลังนะคะ” เธอทำท่าบ๊ายบายฉันแล้วรีบวิ่งออกไป
“นายเรียก”
นั่นเป็เสียง ที่เป็ทั้งนรกและ์สำหรับฉัน ์คือฉันได้ก้าวขาออกจากห้อง แต่นรกคือฉันกำลังถูกเรียกไปย่ำยี
กึก กึก กึก
เอี้ยดดด อ้าดดดด
เสียงการกระทำของคนป่าเถื่อน ในส่วนล่างที่ทั้งจุกและเจ็บมันดูน้อยไปเมื่อเทียบกับความรู้สึกฉัน จากที่เคยพยายามปฏิเสธ อ้อนวอนขอความเมตตา ฉันกลับถอดเสื้อผ้าทันทีที่เข้าห้องและล้มตัวนอนบนเตียงอย่างรู้งาน ฉันทำตามสั่งทุกอย่าง ไม่ว่าจะท่าไหน ส่วนไหน มุมไหนหรือเวลาไหน
เขาอารมณ์ดี และดูพอใจในการกระทำเหมือน หมาเชื่อง ของฉัน
‘ไร้ซึ่งการอ้อนวอน ไร้ซึ่งน้ำตา ไร้ซึ่งเสียงสะอื้น’
ความอายถูกฝังกลบโดย ‘หน้าที่’ อย่างสมบูรณ์แบบ
เพี้ยะ!
“อึก!! นะ นายคะ”
เสียงฝ่ามือตีลงก้นนุ่มอย่างแรงจนแดงเถือกดังขึ้นซ้ำๆ เคล้าคลอกับเสียงกระทบของเนื้อกายและเสียงครางทุ้มในรสรักจนเสียวซ่าน มือหนากดหลังคอให้หน้าแนบฟูกเตียงนุ่ม เอวสอบกระแทกถี่รัวจนฟังจังหวะไม่ทัน
พลั้บ พลั้บ พลั้บ
“อาาาาา ”
เสียงแห่งความพอใจดังขึ้น ก่อนที่เอ็นแข็งจะกระตุกลำในช่องแคบ ส่งน้ำอุ่นๆ พุ่งพวยอยู่ด้านในและไหลเยิ้มหยาดลงมาตามหน้าขาอ่อน
ฉันทรุดตัวลงนอนกับเตียงด้วยความเหนื่อยล้า วันนี้เขาดูฮึกเหิมอารมณ์ดีเป็พิเศษ ถึงย่ำยีฉันถึง 3 รอบติดๆ
“วันนี้พอแค่นี้ กลับห้องเธอไปซะ” เขาเอ่ยปากไล่ ยกบุหรี่ขึ้นจุด เปลือยกายที่ชุ่มเหงื่อนอนแผ่อยู่บนเตียง
“ค่ะนาย” ฉันรับคำ และคว้าเสื้อผ้ามาใส่ รีบเดินออกจากห้องนอนของเขา
แกร้ก
เสียงประตูจากบานใหญ่ปิดลง คนที่ยืนตรงหน้าคือผู้ชายร่างสูงที่ถอดเสื้อสูทให้ฉัน
“คือ สะ เสื้อคุณ…”
เขาเดินผ่านฉันไปด้วยท่าทีเมินเฉย เข้าห้องผู้เป็นาย ฉันชะงักฝีปาก ไร้คำพูดที่จะพูดต่อ ก้มหน้าเดินตัวเบา ตามหญิงรับใช้จนถึงห้องตัวเอง ข่มตาลงหลับ
‘วันนี้เป็เพียงอีกคืน …อีกคืนที่กำลังจะผ่านไป’