บันทึกการเดินทางต่างโลกของตัวละคร เลเวล MAX

    ปาร์ตี้ที่ดี

    บันทึกการเดินทางต่างโลกของตัวละคร เลเวล MAXปาร์ตี้ที่ดี




              ท่ามกลางทุ่งร้าง และผืนดินแห้งแตกระแหง คู่กับความร้อนจากดวงอาทิตย์ยามเที่ยงวันลอยตรงขนานกับพื้นโลก ก่อให้เกิดอุณหภูมิพุ่งสูงยากที่มนุษย์ปกติจะอาศัยอยู่ท่ามกลางแสงแดดนี้ได้นานนัก

              ทว่าท่ามกลางทุ่งร้างอันร้อนระอุแห่งนี้ กลับมีกลุ่มคนอยู่ 5 คนกำลังเดินทางฝ่าความร้อนไปตามถนนลูกรังที่ถูกสร้างขึ้นอย่างลวก ๆ แต่ละคนล้วนแบกสัมภาระ และแต่งตัวแตกต่างกันไปตามสไตล์ของแต่ละคน กระนั้นกลับมีอยู่คนหนึ่งสวมชุดเกราะรูปร่างแปลกประหลาดกว่าคนอื่น

              "ร้อนแฮะ"

              เสียงบ่นดังลอดออกมาจากริมฝีปากหนา พลางแหงนหน้ามองดวงอาทิตย์อันร้อนระอุยามเที่ยงวันกำลังสาดส่องแสงแดดลงมาอย่างไร้ปรานี ขณะเดียวกันมือข้างหนึ่งก็แบกถุงหนังสัมภาระพาดไว้บนบ่าซ้าย และมืออีกข้างก็แบกดาบยักษ์ทมิฬพาดไว้บนบ่าขวา

              "อาทัส เจ้าไม่คิดจะให้ข้าใช้เวทมนตร์ป้องกันเจ้าจากแสงแดดจริง ๆ เหรอ?"

              โซน่าเอ่ยถามผมขณะสะพายกระเป๋าสัมภาระใบเล็กไว้ข้างหลัง แม้นางจะยื่นข้อเสนอด้วยความหวังดี แต่ผมก็ส่ายหน้าตอบกลับไปด้วยรอยยิ้มบาง

              "ไม่จำเป็น ร่างกายของข้าทนทานมากกว่าคนปกติทั่วไป สู้ใช้กับพวกเขาจะดีกว่า และอีกอย่างนะ เจ้าควรจะถนอมพลังเวทเอาไว้ใช้ยามจำเป็นด้วย"

              ผมกล่าวตอบนางขณะเบือนสายตามองข้างหลังที่มีชายหนุ่มสามคน... ไม่ใช่สิชายหนุ่มสองคน และเด็กหนุ่มหนึ่งคนกำลังเดินตามหลัง แม้พวกเขาจะทรมานกับความร้อนอยู่บ้าง แต่ด้วยบาเรียเวทมนตร์ชั้นบางที่ครอบคลุมร่างกายของพวกเขา ได้ช่วยป้องกันความร้อนจากแสงแดดเอาไว้

              "แต่ว่า..."

              "เชื่อข้าเถอะน่า"

              แม้โซน่าจะมีท่าทางโต้แย้งอยู่บ้าง แต่ผมก็เอ่ยย้ำขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม ส่งให้นางต้องชะงักกึกเงียบไปชั่วขณะหนึ่ง

              "เข้าใจแล้ว แต่หากเจ้าไม่ไหวจริง ๆ ก็รีบบอกข้านะ"

              เอลฟ์นักเวทสาวมีท่าทียอมแพ้ ก่อนจะกล่าวเตือนด้วยสีหน้าจริงจัง ผมเองก็ไม่ตอบกลับอะไรนอกจากพยักหน้ารับรู้เท่านั้น

              ผมละสายตาจากนางไปมองรอบข้าง ก่อนจะกวาดสายตาไปมองทางด้านขวาอันเป็นป่าร็อคเฮมฟ์ด้วยความระแวดระวัง ตอนนี้ผม และปาร์ตี้ใหม่กำลังเดินไปตามถนนลูกรังที่ติดอยู่กับชายป่าร็อคเฮมฟ์ ดังนั้นจึงต้องระวังพวกมอนสเตอร์ที่อาจจะหลุดออกมาจากป่าได้ตลอดเวลา 

              กระนั้นแม้พวกเราจะเดินทางออกมาจากเมืองตั้งแต้เช้ายันเที่ยงแล้วก็ตาม แต่ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะมีมอนสเตอร์อยู่แถวนี้ หรือออกมาจากป่าแต่อย่างไร

              บางครั้งพวกเราก็หยุดพักระหว่างทางบ้าง ดื่มน้ำแก้กระหาย และกินเนื้อตากแห้งแก้หิวไปพลาง กระนั้นก็ไม่ได้กินอาหารเที่ยงแบบจริงจัง เนื่องจากแจ็คบอกไว้ว่าจะทานอาหารกันจริง ๆ ก็ตอนตั้งแคมป์ตอนเย็นในทีเดียวเลย 

              "อาทัสเนี่ย ดูสุขุมตลอดเวลาเลยนะ"

              แจ็คกล่าวชวนคุยด้วยรอยยิ้มประดับบนใบหน้า ขณะที่เขาได้เร่งฝีเท้าเข้ามาเดินตีคู่กับผม

              "ก็นะ... ไม่ว่าอะไรก็สามารถเกิดขึ้นได้ ข้าจึงต้องระวังตัวไว้ก่อน"

              ผมเอ่ยตอบกลับไปโดยไม่หันไปมอง ขณะกวาดสายตามองสำรวจทุ่งหญ้าแห้งรอบกาย แต่ก็ยังไม่พบสิ่งมีชีวิตใด ๆ กระนั้นผมก็ไม่อาจลดความระวังตัวลงได้เลย

              "ถูกของเจ้านะ แต่เจ้าจะไม่ดูเกร็งไปหน่อยเหรอ? ทำตัวอย่างกับทหารไปได้"

              "แจ็คอย่าว่าเช่นนั้นสิ อาทัสน่ะ แค่ข้ามองแวบแรกก็รู้สึกได้ถึงกลิ่นอายของยอดนักรบแล้ว หรือว่าก่อนหน้านี้เจ้าเคยเป็นทหารมาก่อนกัน อาทัส?"

              ครินซ์นำพาร่างสวมชุดเกราะหนักสีเทาหม่นมายืนเคียงข้างแจ็ค พลางเอ็ดหัวหน้าปาร์ตี้ไปทีหนึ่ง ก่อนจะหันมากล่าวถามผมด้วยความสงสัย

              "ก็... ประมาณนั้น..."

              ผมที่ไม่รู้จะตอบอะไรจึงตอบแบบเออออตามเขาไป ถ้าให้ตอบว่าประสบการณ์ทั้งหมดมันมาจากเกม พวกเขาจะต้องไม่เข้าใจอย่างแน่นอน

              "นี่พวกเจ้า! อย่าถามละลาบละล้วงเขาสิ พวกเราพึ่งจะรู้จักกันนะ ต้องขออภัยด้วยอาทัสที่ทำให้เจ้าต้องลำบากใจ สหายของข้าทั้งสองค่อนข้างชอบยุ่งเรื่องคนอื่นเป็นประจำน่ะ"

              โซน่าที่สังเกตเห็นว่าผมตอบด้วยท่าทางตะกุกตะกัก นางจึงหันไปดุทั้งสอง ก่อนจะหันมากล่าวกับผม และก้มศีรษะลงเล็กน้อยเป็นการขอโทษ

              "ข้าไม่ถือหรอก ไม่จำเป็นต้องขอโทษขนาดนั้นก็ได้"     
              ผมชะงักฝีเท้าพลางส่ายหน้ากล่าวกับเธอด้วยสีหน้าเคร่งขรึมจริงจัง ในฐานะนักผจญภัยโซน่านับว่ามีมารยาทดีมาก แตกต่างจากนักผจญภัยคนอื่นอย่างสิ้นเชิง อาจจะเป็นเพราะว่าเธอเป็นเอลฟ์ด้วยล่ะมั้ง

              "เห็นมั้ยล่ะ โซน่า เห็นท่าทางดุดันอย่างนี้ แต่อาทัสเขาก็เป็นกันเองนะ"

              แจ็คยิ้มน้อยยิ้มใหญ่พลางยกมือขึ้นเคาะชุดเกราะของผม แต่แทนที่จะเกิดเป็นเสียงก้องของโลหะ กลับเกิดเป็นเสียงทึบเหมือนเอามือไปเคาะหินเสียมากกว่า

              "อืม.."

              ผมเองก็ไม่ถือสาต่อการกระทำของเขาแต่อย่างใดจึงปล่อยผ่านไป ก่อนจะยักไหล่ด้วยรอยยิ้มน้อยพลางส่งเสียงครางในลำคอเป็นการตอบรับ แล้วก้าวเดินต่อไปด้วยฝีเท้าอันหนักแน่นมั่นคง

              บรรยากาศในปาร์ตี้ของโลกนี้ กับในเกมช่างแตกต่าง มีทั้งการพูดคุยกันอย่างอิสระ และการสานสัมพันธ์แบบเป็นกันเอง หากเป็นในเกมส่วนใหญ่แล้ว ผู้เล่นเดี่ยวอย่างผมบางครั้งจะได้เข้าร่วมกับปาร์ตี้ที่ไม่มีแม้แต่การส่งข้อความโต้ตอบกันเลย ใครจะเป็นอย่างไรก็ช่างขอแค่ให้ตัวเองอยู่รอดเป็นพอ

              ขนาดบางครั้งผมยังโดนปล่อยให้นอนเน่าอยู่ข้างหลัง โดยที่คนอื่นไม่แม้แต่จะเหลียวแลหันกลับมาชุบชีวิตเลย คิดดูสิ... 

              ไอเทมชุบชีวิตไม่ได้แพงเลยนะ!

              บอกตามตรง ถึงจะอยู่ในปาร์ตี้ก็เหมือนไม่ได้อยู่ มันเหมือนกับเป็นการแข่งกันฆ่ามอนสเตอร์เสียมากกว่า ทำให้ความรู้สึกตอนร่วมปาร์ตี้กับคนอื่นมันช่างน่าเบื่อมาก นอกจากจะมากับเพื่อนที่รู้จักกันจริง ๆ ถึงจะสนุก

              และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ผมกลายเป็นผู้เล่นโซโล่ สู้คนเดียว เก่งคนเดียวก็ได้วะ!

              "หืม?"

              ขณะที่ผมกำลังคิดเรื่อยเปื่อยอยู่นั้นเอง สัญชาตญาณของอาทัสก็ได้ร้องเตือนขึ้นมาจนถึงกับขนลุกเกรียว ผมจึงรีบหันขวับไปมองทางป่าร็อคเอมฟ์ทันที พร้อมกับชะงักฝีเท้าหยุดยืนอยู่กับที่

              การกระทำอันไม่ปกติของผม ส่งให้คนอื่น ๆ ในปาร์ตี้ที่กำลังเดินตามหลังพลางพูดคุยกันเสียงดังเจี้ยวจ้าวเป็นอันต้องหยุดเดิน ก่อนจะหันมามองผมด้วยความสงสัย

              "มีอะไรงั้นรึ? อา--"

              "เงียบก่อน"

              ผมเอ่ยขัดคำถามของแจ็คด้วยน้ำเสียงจริงจัง ขณะหรี่ตามองเข้าไปในป่าลึก เมื่อสังเกตเห็นว่าผมมองไปทางไหน คนอื่นเองก็มองตามจุดที่ผมมองไปด้วย

              มาแล้ว!

              พริบตานั้นก็ได้มีหมาป่าขนสีเทาฝูงหนึ่งวิ่งกระโจนออกมาจากป่าตรงมาทางพวกเรา แต่มันไม่ได้มีแค่หมาป่าธรรมดาเท่านั้น หากแต่มีสิ่งมีชีวิตตัวเล็กผิวกายสีเขียวเต็มไปด้วยตุ่มกำลังขี่อยู่บนหลังของหมาป่าอยู่ด้วย

              "นั่นมัน! ก็อบลินไรเดอร์!!!"

              โซน่าเป็นคนแรกที่ร้องตะโกนออกมาด้วยความตื่นตระหนก มอนสเตอร์ที่ชื่อว่าก็อบลินไรเดอร์ผมไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย แต่ชื่อของมันก็ค่อนข้างคล้ายกับชื่อภารกิจกวาดล้างรังก็อบลินอยู่นะ ถ้าให้เดาเจ้าตัวเล็กผิวสีเขียวที่ขี่อยู่บนหลังของหมาป่าคงจะเป็นก็อบลินสินะ

              รูปร่างของมันตัวเล็กเท่าเด็กประถม ผิวกายสีเขียวมีตุ่มเต็มไปหมด ใบหน้าน่าเกลียดมีจมูกยื่นยาวออกมาเล็กน้อย ดวงตาสีดำขลับ รอยยิ้มชั่วร้ายของมันถูกยกขึ้นกว้างจนมองเห็นฟันแหลมในปากอย่างชัดเจน เสื้อผ้าที่สวมก็น้อยชิ้นมีเพียงหนังสัตว์คลุมรอบเอวเท่านั้น และอาวุธที่พวกมันถืออยู่ก็เป็นแค่หอกไม้ประดิษฐ์ที่ใช้หินแหลมแทนปลายหอก

              "คาร์ล! โซน่า! พวกเจ้ามาหลบหลังข้า! คอยยิงหน้าไม้ และใช้เวทมนตร์สนับสนุน อาทัส ครินซ์ ฝากหลอกล่อความสนใจของพวกมันทีนะ ส่วนพวกที่หลุดมาข้าจะจัดการเอง"

              แจ็คตะโกนสั่งการพลางโยนกระเป๋าสัมภาระลงพื้น ก่อนจะชักดาบสั้นข้างเอวออกมา คนอื่นก็ทำตามไม่ต่างกัน ผมเองก็วางถุงหนังสัมภาระลงข้างตัว แล้วกำด้ามจับดาบยักษ์สีดำบนบ่าไว้มั่น

         แกร๊ก!

              หมวกเกราะสีดำพลันประกอบตัวขึ้นมาครอบคลุมศีรษะของผมทันที สร้างความประหลาดใจให้กับทุกคนเป็นอย่างมาก แต่ด้วยสถานการณ์ตรงหน้าทำให้พวกเขาต้องเก็บงำความสงสัยเอาไว้ก่อน

              พวกมันมีจำนวนประมาณ 18 ถึง 20 ตัวเห็นจะได้ ไม่ได้มาก หรือน้อย แต่ก็ไม่อาจประมาทได้ แม้หอกหินจะเป็นอาวุธคุณภาพต่ำก็ตาม ทว่าหากใช้คู่กับความเร็วที่ควบขี่บนหลังหมาป่าด้วยแล้ว ความรุนแรงตอนแทงน่าจะสามารถกระแทกคนสวมเกราะเบาให้ตัวปลิวได้เลย 

              "แด่เหล่าภูติผู้เอื้ออาทรเอ๋ย โปรดประทานพลังแห่งการปกป้องแก่มิตรสหายข้า มิให้ศาสตราวุธใด ๆ เข้ามากล้ำกราย Protection!"

              ทันใดนั้นโซน่าก็ได้กล่าวอะไรบางอย่างราวกับคำสวดมนตร์ พร้อมกับอัญมณีตรงปลายไม้เท้าของนางได้เปล่งประกายแสง พริบตานั้นแสงสว่างปริศนาสีเงินก็ได้กะพริบบนตัวของผม และคนอื่น กลายเป็นบาเรียใสคลุมทั่วทั้งร่าง

              นี่สินะวิธีการใช้เวทมนตร์ของโลกนี้น่ะ ปกติผมไม่ค่อยได้สังเกตหรอก แต่พึ่งจะมาเห็นแบบจริงจังก็ตอนนี้แหละ 

              ความรู้สึกบางอย่างกำลังบอกว่า ตอนนี้พลังป้องกันของผมได้เพิ่มขึ้นมาเล็กน้อย คล้ายกับความรู้สึกเมื่อตอนที่ผมใช้สกิลของดาบแห่งอัศวินคาไลน์นา ซึ่งช่วยเพิ่มพลังโจมตีไม่มีผิด

              ขณะเดียวกันคาร์ลก็ใช้หน้าไม้ยิงลูกศรออกไปสังหารก็อบลินไรเดอร์เพื่อลดจำนวนของพวกมัน แต่ด้วยความเร็วของหมาป่าจึงทำให้ลูกศรพลาดเป้าแทบทุกครั้ง มีบางครั้งที่ยิงโดนตัวของหมาป่าบ้าง แต่ก็อบลินก็สามารถกระโดดลงมาจากหลังของหมาป่า ก่อนจะวิ่งตรงมาหาพวกเราอยู่ดี

              "ขอบใจนะ โซน่า!"

              ครินซ์ตะโกนด้วยรอยยิ้มกว้าง พลางยกโล่อันใหญ่ในมือขึ้นมาป้องกันด้านหน้า ส่วนมือขวาก็จับค้อนสงครามไว้แน่น ก่อนที่เขาจะคำรามเสียงดังก้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อเรียกร้องความสนใจจากพวกก็อบลินไรเดอร์

              "ซู้ด..."

              เมื่อเห็นว่าเพื่อนร่วมหน้าที่เริ่มทำงานที่ได้รับมอบหมายแล้ว ผมเองก็ต้องทำตามบ้างเพื่อไม่ให้น้อยหน้า ผมจึงทำการสูดลมหายใจเข้าไปเต็มปอด ก่อนจะปลดปล่อยออกมาเป็นเสียงคำรามอันดังกึกก้อง!

              "ย้าก!!!"

              เสียงตะโกนราวกับสัตว์ร้ายดังกระพือลือลั่นไปทั่วทุ่งร้าง พร้อมกับความรู้สึกของทุกชีวิตราวกับหยุดนิ่ง ไม่เว้นแม้แต่สมาชิกในปาร์ตี้ พวกเขาล้วนตกใจร่างแข็งค้างอยู่กับที่ ความหวาดกลัวพลันก่อเกิดขึ้นมาในจิตใจของทุกคนจนไม่อาจยับยั้งร่างกายที่กำลังสั่นเครือไว้ได้

              หมาป่าแทบทุกตัวถึงกับเกิดความกลัวจนตาเหลือก พาเสียหลังล้มลงไปกลิ้งกับพื้นพร้อมกัน ส่วนก็อบลินเองก็มีอาการไม่ต่างกัน พวกมันต่างแสดงสีหน้าหวาดกลัวร่างสั่นเทิ้ม แม้พวกมันจะตกจากหลังหมาป่าลงไปกลิ้งกับพื้นก็ตาม แต่พวกมันก็ยังพยายามตะเกียกตะกายหนีสุดชีวิต

              ต้องการให้ผมเรียกร้องความสนใจสินะ? เดี๋ยวจัดให้!

              พื้นดินตรงจุดที่ผมเหยียบพลันยุบตัวเมื่อทำการกดเท้าลงไป ก่อนที่ร่างสูงใหญ่ของอาทัสจะพุ่งทะยานไปดักหน้าของก็อบลินตัวหนึ่ง พร้อมกับดาบยักษ์สีดำได้ถูกเงื้อขึ้นสูง เจ้าก็อบลินตรงหน้าทำได้เพียงเผยสีหน้าตื่นตระหนกเป็นสิ่งสุดท้ายของชีวิต ก่อนที่คมดาบสีดำจะบดขยี้ร่างของมันในพริบตา

         ตู้ม!

              ดาบของผมบดขยี้ร่างของมันได้อย่างง่ายดายราวกับก้อนเต้าหู้ ส่งให้คมดาบยักษ์สีดำกระแทกลงกับพื้นอย่างแรงจนเกิดเสียงดังราวกับระเบิด แต่ผมก็ไม่สนใจร่างกายที่กลายเป็นเนื้อบดของเจ้าตัวเล็กสีเขียว ทำการกระทืบเท้าวิ่งทะยานไปยังก็อบลินตัวถัดไป

              ใบดาบแบล็ค เกรทซอร์ดที่จมดินลงไปเกือบครึ่ง ได้ถูกแรงช้างสารของผมกระชากลากไปตามพื้นกลายเป็นร่องลึกยาว ก่อนที่ผมจะทำการงัดดาบขึ้นมาพร้อมกับมวลก้อนดินฟาดเข้าใส่ร่างของก็อบลินที่กำลังพยายามขี่หมาป่าหนี

         ฉัวะ!

              เสียงของเลือดเนื้อถูกเชือดเฉือน และบดขยี้ดังสนั่นในแก้วหู ร่างของหมาป่าพลันถูกฟันขาดกลางปลิวขึ้นไปบนอากาศ ส่วนร่างเล็กของก็อบลินก็ได้ถูกฟาดเละกลายเป็นก้อนเนื้อปลิวตามขึ้นไป

              "อุกี้!"

              ก็อบลินตัวหนึ่งวิ่งเข้ามาหาผมพร้อมกับหอกในมือหมายจะพุ่งแทง แต่เพียงแค่ผมสะบัดแบล็ค เกรทซอร์ดฟาดใส่มัน ร่างเล็กนั่นก็ถูกซัดจนปลิวแหลกเหลวไปแล้ว

              กระจอกกว่าที่คิดแฮะ... นึกว่าตัวเล็กแล้วจะว่องไวกว่านี้ซะอีก

              ฝ่าเท้าขวาสวมเกราะหนาก้าวไปกระทืบพื้นข้างหน้าเกิดเป็นรอยปริแตก ก่อนที่ผมจะดีดตัวพุ่งไปทะยานออกไป พร้อมกับสะบัดดาบฟาดฟันก็อบลินที่ขวางทางให้กลายเป็นเศษเนื้อ

              "ระวังนะ! มีบางตัวหลุดไปแล้ว"

              ผมเบรกตัวโก่งพลางสะบัดดาบยักษ์ในมือฟาดร่างของก็อบลินไปพร้อมกับหมาป่าให้แหลกเหลว ก่อนจะหันไปตะโกนเตือนสมาชิกในปาร์ตี้ เมื่อผมสังเกตเห็นว่ามีพวกก็อบลินไรเดอร์บางส่วนกำลังควบหมาป่าตรงไปทางพวกเขา

              "ข-- เข้าใจแล้ว!"     
              ครินซ์เป็นคนแรกที่กลับมาตั้งสติ เขาทำการยกโล่ในมือขึ้นป้องกันหอกหินของก็อบลินให้แฉลบออกไปด้านข้าง ก่อนจะเหวี่ยงค้อนสงครามในมือขวาฟาดเข้ากลางร่างเล็กของมันจนปลิวกระเด็นร่วงลงจากหลังหมาป่า

              ขณะเดียวกัน ลูกศรหน้าไม้ของคาร์ลก็ได้พุ่งไปปักเข้าที่สีข้างของหมาป่าตัวที่พึ่งสูญเสียเจ้านายไป ส่งให้ร่างของมันต้องล้มลงไปชักดิ้นชักงออยู่บนพื้นด้วยความเจ็บปวด

              "ขอบใจพวก!"

              ครินซ์ตะโกนบอกด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะเหวี่ยงค้อนสงครามในมือฟาดลงบนหัวของหมาป่าที่กำลังนอนชักดิ้นชักงอให้แหลกเหลว จากนั้นเขาก็ยกโล่ในมือของตัวเองขึ้นต้านรับหอกหินของก็อบลินอีกตัวที่พยายามวิ่งเข้ามาโจมตี แต่ก็โดนโล่ในมือของชายสวมเกราะปัดทิ้ง แล้วสวนด้วยค้อนสงครามทุบเข้าที่หน้าของมัน

              "อ๊ะ! แจ็คฝากที่เหลือทีนะ!"

              แต่แล้วก็ได้มีก็อบลิน 2 ตัว ควบหมาป่าพุ่งผ่านครินซ์ไปหาทั้ง 3 คนด้านหลัง แม้เขาจะพยายามวิ่งเข้าไปหยุดก็ตาม แต่ก็ได้ถูกก็อบลินตัวหนึ่งขวางทางเอาไว้ เขาจึงไม่มีทางเลือกนอกจากตะโกนบอกหัวหน้าปาร์ตี้ ก่อนจะตั้งท่าเตรียมรับมือเจ้าตัวเล็กตรงหน้า

             "ไว้ใจได้เลย! โซน่า! คาร์ล! สนับสนุนข้าทีนะ"

              แจ็คตะโกนตอบรับด้วยรอยยิ้มกว้าง พลางกระชับดาบสั้น และโล่กลมเล็กในมือไว้มั่น ก่อนจะพุ่งทะยานไปรับมือกับก็อบลินไรเดอร์ตัวหนึ่งที่กำลังพุ่งเข้ามาเป็นตัวแรก

              โล่กลมในมือของเขาถูกยกขึ้นปัดหอกหินที่พุ่งแทงเข้ามาจากก็อบลินบนหลังหมาป่าจนเจ้าตัวเขียวเสียหลัก จากนั้นเขาก็แทงดาบสั้นในมือเสียบเข้าไปในลำคอของมันสุดแรง ส่งร่างของก็อบลินให้ตกจากหลังหมาป่าลงไปนอนสิ้นใจกับพื้น

              "กรรจ์!!!"

              หมาป่าที่เสียเจ้านายไปพลันขู่คำราม ก่อนจะหันมาหมายจะกัดขาของแจ็ค แต่เจ้าหนุ่มหัวน้ำตาลก็สามารถใช้โล่กลมในมือซ้ายฟาดเข้าที่ใบหน้าของมันจนฟันร่วง ตามด้วยการแทงดาบสั้นในมือเสียบเข้าที่คอหมาป่าจมมิดด้าม

              ทว่าระหว่างนั้นเอง ก็ได้มีก็อบลินไรเดอร์ตัวที่สองพุ่งเข้ามาลอบโจมตีแจ็คจากทางด้านหลัง ด้วยความที่ว่าดาบของเจ้าหนุ่มหัวน้ำตาลยังเสียบคาอยู่ในลำคอของหมาป่าอยู่ ทำให้เขาไม่สามารถรับมือได้ทันการ ผมที่คอยสังเกตการณ์ดูอยู่ตลอดพลางฟาดก็อบลินไปพลางจึงตัดสินใจจะทำการขว้างแบล็ค เกรทซอร์ดออกไปขัดขวาง

              "Magic Arrow!!!"

              แต่ก่อนที่ผมจะทำการขว้างดาบยักษ์ทมิฬคู่ใจออกไป โซน่าที่ร่ายเวทมนตร์เตรียมไว้ก่อนแล้วก็ทำการยิงลูกศรเวทมนตร์สีฟ้าพุ่งเข้าไปปักอกของก็อบลินไรเดอร์ที่คิดจะลอบโจมตีจนมันร่วงลงจากหลังหมาป่า ส่วนหมาป่าก็ถูกหน้าไม้ของคาร์ลยิงเข้าไปปักที่สีข้างอย่างแม่นยำ

              "ระวังตัวหน่อยสิแจ็ค! ขืนข้า กับคาร์ลไม่ช่วยเจ้าไว้ เดี๋ยวก็ได้รับบาดเจ็บกันพอดี"

              "ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า! เพราะข้าเชื่อใจพวกเจ้ายังไงล่ะ"

              แม้แจ็คจะถูกโซน่ากล่าวตำหนิก็ตาม แต่เจ้าตัวก็ยังคงตอบกลับด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดี โดยไม่ได้รู้สึกรู้ร้อนรู้หนาวต่อเสียงดุของนางเลยแม้แต่น้อย

              ส่วนคาร์ลก็ยิ้มขำต่อการต่อล้อต่อเถียงของทั้งสอง พลางหยิบลูกศรที่เก็บอยู่ในซองตรงเอวหลังมาบรรจุใส่หน้าไม้ จากนั้นก็เล็งยิงลูกศรให้พุ่งไปปักเข้ากลางหลังของก็อบลินอีกตัวที่กำลังนัวเนียกับครินซ์อย่างแม่นยำ

              เจ้าเด็กนี่ฝีมือการยิงหน้าไม้ที่ไม่เลวเลยแฮะ แม้จะไม่เข้าเป้าทุกดอก แต่ก็ยิงแม่นกว่านักธนูบางคนเสียอีก ถึงจะไม่แม่นเท่าพวกเอลฟ์ก็เถอะนะ...

              ความจริงแล้วผมสามารถจัดการกวาดล้างเจ้าพวกก็อบลินไรเดอร์ได้อย่างรวดเร็วอยู่แล้ว หากแต่ผมต้องการจะเห็นว่าวิธีการต่อสู้ของปาร์ตี้นักผจญภัยในโลกนี้ว่าเป็นอย่างไร ผมก็เลยจงใจปล่อยให้ก็อบลินไรเดอร์บางส่วนหลุดไปหาพวกเขา หากมีอะไรผิดพลาดผมก็สามารถขว้างแบล็ค เกรทซอร์ด หรือปาหอกสายฟ้าไปช่วยได้ แต่ดูหมือนจะไม่จำเป็นแล้วสินะ

              นับว่าเป็นปาร์ตี้ที่ดี ทุกคนต่างรู้จุดเด่น และจุดด้อยของแต่ละคน แถมยังสามารถร่วมมือกันต่อสู้ได้อย่างยอดเยี่ยม ต่อให้ไม่มีผมพวกเขาก็คงผ่านสถานการณ์นี้ไปได้--

              "โฮก!!!"

              ทันใดนั้นก็ได้มีเสียงคำรามดังขึ้นมาขัดความคิดของผมเสียก่อน ส่งให้ผมต้องเบนสายตาใต้หมวกเกราะไปมองที่มาของเสียงก็พบกับสิ่งมีชีวิตตัวสูงกำลังเดินแหวกออกมาจากชายป่า มันมีรูปร่างคล้ายมนุษย์สูงถึง 3 เมตร ผิวกายหยาบหนาสีเทาหม่น กล้ามเนื้ออัดแน่นดูแข็งแรง ใบหน้าน่าเกลียดค่อนข้างกลม และจมูกใหญ่ ดวงตาคู่เล็กจดจ้องมาทางพวกเราแฝงความดุร้าย รูปร่างของมันนับว่าแตกต่างจากพวกออร์คที่อ้วนฉุ และมีเพียงกล้ามแขนอันใหญ่โตอย่างชัดเจน

              "นั่นมันโทรลนี่นา!?"

              ครินซ์ตะโกนร้องออกมาด้วยความตื่นตระหนก พลางเดินถอยกลับไปรวมตัวกับเพื่อนด้วยท่าทีดูจริงจังมากกว่าเดิม

              ถึงผมจะไม่รู้จักโทรลก็เถอะ แต่คงจะเป็นคนละสายพันธ์ุกับออร์คสินะ

              แถมดูเหมือนโทรล กับเจ้าก็อบลินจะเป็นเพื่อนกันนะ สังเกตได้จากก็อบลินตัวหนึ่งกำลังขี่คอของมันอยู่ พร้อมกับบริวารก็อบลินอีกสี่ห้าตัวยืนล้อมรอบ

              "อาทัส! ถอยกลับมาก่อน! แม้โทรลจะเป็นมอนสเตอร์ระดับอันตราย แต่หากพวกเราร่วมมือกันก็สามารถเอาชนะมันได้!"

              แจ็คตะโกนร้องเตือนผมด้วยความเป็นห่วง แม้จะไม่หันไปมอง แต่ฟังจากน้ำเสียงของเขาแล้วดูร้อนใจเป็นอย่างมาก ทว่ายังไม่ทันจะได้หันกลับไปตอบ เจ้าโทรลตัวใหญ่ก็ได้วิ่งตรงเข้ามาหาผมแล้ว

              "อาทัสระวัง!"

              โซน่าตะโกนร้องเตือนเสียงสูงด้วยสีหน้าตื่นตระหนก ขณะเดียวกันครินซ์ก็กัดฟันออกตัววิ่งหมายจะเข้ามาช่วยผม แต่ด้วยน้ำหนักของชุดเกราะที่เขาสวมอยู่มันถ่วงเอาไว้ จึงทำให้ความเร็วในการวิ่งค่อนข้างช้าเป็นอย่างมาก

              ส่วนคาร์ลก็พยายามยิงหน้าไม้สะกัดพวกมันด้วยสีหน้าหวาดวิตก แต่ทันทีที่ลูกธนูหน้าไม้ปะทะเข้ากับผิวหนังหนาของโทรล ลูกศรก็พลันเด้งออกราวกับปะทะเข้ากับกำแพงหินหนาเป็นตัน

              ขอบคุณสำหรับความเป็นห่วงนะ แต่ว่า...

              "ไม่ต้องห่วงหรอก"

              ผมตั้งท่าพลางกระชับดาบยักษ์สีดำในมือไว้แน่น ก่อนจะกล่าวตอบพวกเขาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำเคร่งขรึม เพียงพริบตานั้นผมก็ได้กดเท้าลงบนพื้นจนปริแตก ส่งร่างสูงใหญ่ของอาทัสให้พุ่งทะยานเข้าไปประชิดเจ้าโทรลในฉับพลัน

              "ย้าก!"

              เสียงคำรามตะโกนปลุกใจดังก้อง พร้อมกับแบล็ค เกรทซอร์ดในมือได้ถูกเหวี่ยงฟาดเข้ากลางลำตัวของเจ้าโทรล คมดาบหนาพลันเฉือนผ่านผิวหนัง และเลือดเนื้อของมันอย่างง่ายดายราวกับผ่าเนย ก่อนจะตัดร่างของอสูรกายตัวสูงตรงหน้าให้ขาดเป็นสองท่อน!

              ราวกับว่าทุกคนถูกหยุดเวลาเอาไว้อีกครั้ง...

              เลือดเนื้อ และเครื่องในสีแดงฉานของโทรลพลันสาดกระจายไปทั่ว ร่างท่อนบนของมันปลิวขึ้นกลางอากาศร้องโหยหวนออกมาด้วยความทรมาน พร้อมกับเจ้าก็อบลินที่กำลังขี่คอของมันต้องปลิวออกไปด้วย ก่อนที่ร่างท่อนบนของโทรลจะตกลงมากระแทกกับพื้นอย่างแรง 

              มันดิ้นพล่านอยู่บนพื้นสักพักจนกระทั่งสิ้นลมหายใจไป...

              ทั้งครินซ์ แจ็ค คาร์ล และโซน่า ต่างพากันเบิกตากว้าง อ้าปากค้างอย่างตกตะลึง ไม่เว้นแม้แต่พวกก็อบลินยังมีสีหน้าไม่ต่างจากพวกเขา

              "ส-- สุดยอด"

              ครินซ์เป็นคนแรกที่เอ่ยปากออกมาทั้งที่ยังคงสีหน้าตกตะลึง สองเท้าที่กำลังวิ่งตอนนี้ได้ชะงักหยุดร่างอยู่กับที่ไปแล้ว

              "ค-- ความสามารถระดับนั้นมัน... ตอนแรกนึกว่าอาทัสจะมีความแข็งแกร่งอยู่ในระดับทองคำเสียอีก แต่นี่มัน... ระดับมิธริลชัด ๆ !"

              แจ็คกล่าวเสริมด้วยสีหน้าตกตะลึงไม่ต่างกัน สองมือของเขาพลันสั่นสะท้านโดยไม่อาจห้ามได้ การที่เขาสั่นมันหาใช่เพราะความกลัวไม่ หากแต่เป็นการสั่นจากความตื่นเต้นต่างหาก!

              "อุกี้!"

              เจ้าพวกก็อบลินน่าเกลียดพลันอกสั่นขวัญขวาย หันหลังพยายามเผ่นหนีกลับเข้าป่าด้วยความกลัวสุดหัวใจ แต่วิ่งไปเพียงไม่กี่ก้าว พวกมันก็ต้องเผยสีหน้าหวาดผวาราวพบเจอกับฝันร้าย เมื่อร่างทมิฬได้กระโดดข้ามหัวมาดักหน้าพวกมันเสียก่อน

              "มาโจมตีแล้วจากไป? คิดว่าที่นี่เป็นสวนหลังบ้านของพวกเจ้าหรือไงกัน"

              เสียงทุ้มต่ำดังสะท้อนออกมาจากชุดเกราะไม่ต่างจากเสียงของพญามัจจุราช พร้อมกับดาบยักษ์ทมิฬได้ถูกง้างขึ้นสูง เจ้าพวกก็อบลินร่างเล็กทำได้เพียงยืนสั่นกลัวฉี่ราดอยู่กับที่ และใช้สายตาสิ้นหวังจ้องมองดาบเล่มยักษ์ไม่ต่างจากเคียวยมทูตกำลังพุ่งเข้ามาอย่างไร้ความปรานี
              

    _____________________________________________



    อัพเมื่อวันที่ 23/10/2563