Dealers Life System - ระบบชีวิตพ่อค้า

    ตอนที่ 20 เข้าใจกฎเกณฑ์ธาตุ

    ข้อเสียเพียงอย่างเห็นทีคงเป็นการใช้เวทย์ธาตุลมในแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะโจมตีหรือป้องกันก็ตาม สำหรับเคลเองก็ขี้เกียจจะไปเรียนตามสถาบันอีกแล้วหลังจากได้รู้ว่ามีหอแห่งธาตุที่ทำให้สามารถเข้าใจกฎเกณฑ์ธาตุได้อย่างรวดเร็ว ไม่รีรอเคลเดินตรงไปเลือกที่นั่งว่างและนั่งลงทันที หลังจากนั้นก็ซื้อเม็ดยารวบรวมพลังเวทย์ขึ้นมากิน สรรพคุณของมันคือในระดับผู้ใช้เวทย์จะมีความเร็วในการบ่มเพาะและเข้าใจกฎเกณฑ์เร็วขึ้น 5 เท่า หอแห่งธาตุเป็นตึก 2 ชั้น ชั้นแรกจะเป็นห้องโถงที่ใหญ่มาก มีที่นั่งเป็นเบาะรองนั่งนุ่ม ๆ ให้ผู้วิเศษนั่งลงเพื่อฝึกฝน ยิ่งผู้วิเศษบางคนฝึกฝนกฎเกณฑ์จนสามารถข้ามขั้นถัดไปได้แล้ว พลังเวทย์กฎเกณฑ์ธาตุลมจะถูกปลดปล่อยออก และมันจะไปเสริมกับเขตพื้นที่ของจอมเวทย์ที่สร้างไว้ ทุก ๆ 7 วัน เขตพื้นที่จะหมดพลังและจอมเวทย์จะมาสร้างเขตพื้นที่ให้ใหม่เพราะงั้นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการทำความเข้าใจก็คือวันสุดท้ายของวันที่ 7 และก็โชคดีที่วันนี้เคลมาวันที่ 7 พอสำหรับหอแห่งธาตุลม สายลมที่หวนอบอวนไปทั่วทำให้ความรู้สึกเย็นสบาย มองไปรอบ ๆ ก็จะเห็นออร่าสีเขียวลอยล่องออกมาจากตัวของผู้วิเศษ ออร่าแห่งธาตุ! เมื่อผู้วิเศษถึงขั้นระดับนักเวทย์และเข้าใจกฎเกณฑ์ธาตุอย่างน้อยระดับผู้ใช้เวทย์ขั้นต้น จะสามารถดึงพลังธาตุออกมาคลุมร่างได้ ส่วนใหญ่ธาตุที่ถูกใช้จะเป็นธาตุไฟ ลม และดินที่สามารถดึงธาตุออกมาใช้ได้ดีมีประโยชน์ ออร่าธาตุไฟทำให้ร่างกายปลดปล่อยความร้อนออกมา ป้องกันแมลงและทำให้เสื้อผ้าแห้งได้ด้วยนอกจากจะทำให้การต่อสู้ ศัตรูจะกังวลกับความร้อนทำให้เสียสมาธิได้ดี ออร่าธาตุลมทำให้ร่างกายสามารถต่อสู้ได้อย่างรวดเร็วและคล่องแคล่วว่องไวเมื่อกฎเกณฑ์ธาตุถึงระดับนักเวทย์เป็นอย่างน้อยจะสามารถทำให้ตัวเองลอยขึ้นบนฟ้าได้ ออร่าธาตุดินปลดปล่อยกฎเกณฑ์ธาตุดินออกมาคลุมร่างกายได้อย่างรวดเร็วมีประโยชน์อย่างมากสำหรับการป้องกันการโจมตีที่ไม่ทันตั้งตัว นักผจญภัยส่วนมากที่ฝึกธาตุบริสุทธิ์เป็นธาตุหลัก จะฝึกธาตุดินเป็นธาตุรอง เพื่อเอาไว้ป้องกันการโจมตี อย่างซิลเวอร์เองก็ฝึกวิธีเช่นนี้เมื่ออกผจญภัย ออร่าธาตุน้ำไม่เป็นที่นิยมมากนักเพราะถ้าไม่ออกทะเลหรือลงแม่น้ำ ธาตุน้ำก็แทบไม่ถูกใช้เลยแม้แต่น้อย มันจะช่วยให้สามารถต่อสู้ในน้ำได้ดีและได้เปรียบการต่อสู้ การว่ายน้ำก็จะว่องไวและการดำน้ำจะนานขึ้นด้วยเหมือนกัน ถึงแม้จะไม่เป็นที่นิยมก็จริง แต่ว่าถ้าเป็นเขตใกล้ทะเลนักผจญภัยที่อยู่ที่นั่นก็จะฝึกธาตุน้ำเป็นหลักไม่ใช่น้อย เนื่องจากโจรสลัดทะเลมีจำนวนมากทำให้การต่อสู้บนทะเลจึงเกิดขึ้นบ่อยครั้ง บึ้ม! บึ้ม! บึ้ม! เสียงระเบิดการเข้าใจกฎเกณฑ์ธาตุลมของเคลเกิดขึ้นในร่างกายถึง 3 ครั้งในเวลา 1 ชม. ของฤทธิ์ยา เขาสามารถเข้าใจกฎเกณฑ์ได้ถึงระดับผู้ใช้เวทย์ขั้นสูงแล้วเป็นอะไรที่ตื่นตะลึงเป็นอย่างมาก ทำให้ออร่าอ่อน ๆ ปรากฎขึ้นรอบตัวของเขา โชคยังดีที่ว่าคนรอบข้างที่สังเกตเห็นก็แค่ขมวดคิ้วเนื่องจากพวกเขาไม่ได้สังเกตคนอื่นมากนัก เพียงแค่คิดในใจว่า ‘มันก็แค่นั่งมานานเท่านั้นแหละถึงได้เลื่อนขั้นกฎเกณฑ์ไปได้’ ไม่มีใครสังเกตถึงเคลเลยว่าเขาได้ก้าวข้ามกฎเกณฑ์ธาตุไปถึง 3 ขั้นเลยเชียว ถ้ามีคนรู้เรื่องนี้ต้องจับมาเค้นความลับให้ได้ ส่วนตัวเคลแล้วไม่กังวลเลยแม้แต่น้อยถ้ามีคนจะรู้ความลับการเลื่อนขั้นเพราะเขาจะได้ขายเม็ดยารวบรวมพลังเวทย์เยอะ ๆ ‘แต่ว่าตอนนี้ฉันยังอ่อนแอเกินไปและยังสามารถถูกจับพลังได้ด้วยถ้าเกิดคนอื่นรู้ว่าระดับพลังเวทย์ของฉันยังอยู่ผู้ใช้เวทย์คงแย่แน่’ เคลครุ่นคิดตอนแรกเขาดีด้าไปหน่อยและไม่คิดถึงเรื่องนี้จนวันนั้นที่ใครก็ไม่รู้ตรงวงเวียนจับพลังของเขาได้ว่าเขาเป็นผู้ใช้เวทย์ขั้นต้น มันคงจะไม่ดีถ้าตอนเขาขายสินค้าแล้วถูกโจมตีเพราะตัวเองนั้นอ่อนแอและอยู่ในระดับผู้ใช้เวทย์ น่าแปลกที่เฟคกับทอมกับไม่สามารถจับพลังของเขาได้ แต่เคลก็นึกขึ้นได้ว่าตอนนั้นเขายังเป็นคนธรรมดาอยู่ทำให้เฟคกับทอมไม่รู้ว่าเขาไม่มีพลังเวทย์อยู่กับตัว ‘บางทีตอนนั้นทอมถึงกลับบูชาฉันราวกับพระเจ้ามาโปรด แต่ว่านั่นเป็นเพราะพลังแห่งการพูดเข้าไปผสมด้วย’ ‘ถ้าอย่างงั้นจะซ่อนพลังเวทย์ได้ยังไง’ เคลนั่งครุ่นคิดสักแปปด้วยความหัวไวก็นึกขึ้นได้ ‘โคจรพลังเวทย์ให้เหมือนโคจรพลังลมปราณได้ไหมนะ’ ‘แต่ว่าในเรื่องกำลังภายในส่วนใหญ่ที่โคจรพลังลมปราณกันมันวิ่งผ่านจุดชีพจรซึ่งไอ้เราก็ไม่รู้ด้วยสิ ส่วนพลังเวทย์โคจรเพื่อใช้เสริมกายตอนต่อสู้’ ‘เออนั่นไงโคจรพลังเวทย์นั่นแหละแต่ว่าไม่ต้องใส่ธาตุบริสุทธิ์ลงไป’ เคลนึกออก ปกติแล้วผู้วิเศษไม่มีการโคจรพลังเวทย์เหมือนกับกำลังภายในหรอก ส่วนมากจะเก็บพลังเวทย์เอาไว้ที่หัวใจพอจะใช้เสริมพลังก็จะดึงมาโคจรคลุมให้ทั่วร่างกายหรือไม่ก็แขนเพื่อเอาไว้โจมตี แบบซิลเวอร์หรือเพื่อนร่วมชั้นอีก 4 คน แต่ว่าเคลมีตำราบ่มเพาะหัวใจ หลอดเลือดแดงและหลอดเลือดดำ หน้าที่ของมันคือส่งออกซิเจนและนำเลือดเข้าสู่หัวใจอย่างหมุนเวียนไปเรื่อย ๆ ไม่มีวันจบสิ้น เคลลองประยุกต์ใช้พลังเวทย์กับสิ่งนี้ ‘ได้ผลดีเยี่ยมเลย’ เคลคิดหลังจากทดลองแล้วเขารู้สึกได้ถึงพลังเวทย์ที่หัวใจลดลงจนไม่สามารถสัมผัสได้ ‘ถ้าเป็นระดับจอมเวทย์น่าจะสัมผัสพลังของฉันได้แต่ทว่าเมื่อฉันไปถึงระดับนักเวทย์คนที่สามารถรู้พลังของฉันได้คงมีแต่ราชาเวทเท่านั้น’ ‘อีกอย่างข้อดีของมันคือสามารถเสริมพลังร่างกายได้อย่างทันท่วงทีและต้องการใช้ช่วงไหนก็ได้อีกพลิกแพลงได้เยอะอยู่นะเนี่ย’ เคลพยักหน้ากับความคิดอันบรรเจิดของเขา หลังจากนั้นเขาก็ได้เดินออกมาจากหอแห่งธาตุ ราคา 2000 เหรียญทองถามว่าคุ้มค่าไหมสำหรับเคลก็คงส่ายหน้า แต่ว่านั่นเป็นเพราะว่าเขามีเม็ดยารวบรวมพลังเวทย์จึงทำให้เข้าใจกฎเกณฑ์ได้เร็วต่างหากจะนั่งอยู่นานก็ได้เพียงแต่ว่าเขาคงจะถึงทางตันเพราะว่าเขายังเคยจะใช้ธาตุโจมตีเลย เดินทางหาหอแห่งธาตุไฟสักพักก็พบเจอและราคาค่าเข้าอยู่ที่ 3000 เหรียญทองเนื่องจากความนิยมและคนเข้าใช้เยอะจึงทำให้ราคาแตกต่างกันไม่น้อย แต่ว่าเคลก็จ่ายไปและเข้าไปใช้ทันที จากนั้นก็แวะไปธาตุน้ำและธาตุดิน สรุปใช้เวลาไปทั้งหมดอีก 3 ชม.ได้ผลประการคือการเข้าใจกฎเกณฑ์ธาตุไฟระดับผู้ใช้เวทย์ขั้นต้น กฎเกณฑ์ธาตุน้ำระดับผู้ใช้เวทย์ขั้นต้น กฎเกณฑ์ธาตุดินระดับผู้ใช้เวทย์ขั้นกลาง “ธาตุไฟกับธาตุน้ำไม่ถูกกันจริงด้วยฝึกฝนได้ยากมาก” เคลพึมพำ แต่ถ้าผู้วิเศษได้ยินคงอยากจะปาบอลไฟใส่ เพียง 1 ชม.เอ็งก็สามารถเข้าใจได้แล้ว พวกฉันนี่สิใช้เวลาหลายวันกว่าจะเข้าถึงขั้นต้นได้ “โชคร้ายไม่มีหอแห่งธาตุสายฟ้าและธาตุไม้เลยถ้าอย่างงั้นก็คงเหลือธาตุแสงกับธาตุมืด เหอ ๆ สองธาตุนี้คงได้แค่หมดหวัง” ธาตุแสงวิธีการได้มันมาคือการเป็นหนึ่งในสาวกถ้าไม่ใช่นักบวชก็คงต้องเป็นพาลาดินหน่วยอารักษ์ของศาสนาจักรเป็นกองกำลังที่แข็งแกร่งอย่างมาก แม้แต่จักรวรรดิยังหวั่นเกรง “แต่ว่าพื้นเพของฉันดั้งเดิมก็เคยอยู่ในโบสถ์ถ้าต้องการเข้าร่วมหน่วยพาลาดินจะได้ไหมนะหลังจากนั้นก็ออกมา” “คงไม่ได้สินะแต่ยังไงก็อยากได้ อยากเป็นพ่อค้าที่เก่งกาจทุกธาตุ ไม่มีใครหน้าไหนกล้าหือแน่นอน” ส่วนธาตุมืดยิ่งแล้วใหญ่ถ้าไม่เป็นปีศาจก็ไม่สามารถมีมันได้ยกเว้นแต่จะบูชาศรัทธาพวกมัน กฎเกณฑ์ธาตุมืดเป็นอะไรที่อันตรายและใช้งานได้หลากหลายไม่แพ้ธาตุแสงเลยและมีพลังมากกว่าธาตุทั่วไป แต่ว่าก็จะถูกฆ่าตายอย่างแน่นอนถ้าคนของอีกฝั่งได้พบเจอ เพราะธาตุมืดไม่ถูกยอมรับในเผ่าพันธุ์มนุษย์สักเท่าไหร่ โดยเฉพาะเผ่าพันธุ์ปีศาจที่ใช้ธาตุมืดเป็นหลัก “แฝงตัวเข้ากับปีศาจไปเมืองของพวกมันและฝึกฝนกฎเกณฑ์ธาตุมืดก่อนจะหลบหนีออกมา...จะดีไหมน้า!” “คงถูกฆ่าตายแน่ ๆ แต่ว่าฉันเป็นพ่อค้านี่ ถ้าเสนอขายสินค้าบางทีพวกเขาอาจต้อนรับอย่างดีก็ได้นะ” อย่างไรก็ตามคำพูดที่แสนไม่ใส่ใจของเคล ช่างน่ากลัวอะไรสิ้นดีสำหรับคนอื่น ๆ ทั่วไปที่ได้ยิน *******************