ภูผาสวยงาม ฟ้าครามเมฆลม
ชายหนุ่มเที่ยวชม รื้นรมพงไพร
ป่าเขียวชอุ่ม ลุ่มน้ำสีใส
นภากว้างไกล นกใหญ่ไม้งาม
ชายหนุ่มรูปงามนั่งอยู่บนต้นไม้เป็ภาพที่งดงามหาสิ่งใดเปรียบ ชุดเสื้อสีดำทำให้ดูลึกลับ กิ่งไม้ที่ดูธรรมดาๆแต่เมื่ออยู่ในมือของชายหนุ่มนั้นกลับเหมือนเคียวของมัจจุราชที่พร้องจะพรากชีวิตของคนที่มองมันได้ตลอดเวลา
ตอนนี้ก็ล่วงเลยมากมากกว่า5ชั่วยามแล้วหลังจากที่เฟยหลงนั้นได้เขียนป้ายรับศิษย์เขาทอดสายตามองไปยังทิวเขาที่แสนสวยงามเหล่าสัตว์อสูรและสัตว์ป่าต่างออกมาหาอาหารเป็ทัศนียภาพที่มหัศจรรย์และมองโดยไม่รู้สึกเบื่อ
“สวยงามจริงๆทั้งท้องนภาทั้งลำธารความสงบไร้ซึ่งการนองเื”
เฟยหลงเอ่ยชมทิวภาพที่อยู่ตรงหน้าพาทำให้ย้อนนึกถึงในอดีตที่เขาเป็ดั่งาาทุ่งสังหารคมกระบี่ของเขาเปื้อนเืนับครั้งไม่ถ้วนชีวิตที่ทุกวันต้องไล่สังหารเพื่อไขว่คว้าความแข็งแกร่งแต่ทุกครั้งที่เขาสังหารคนที่แข็งแกร่ง ก็มักจะมีคนที่แข็งแกร่งกว่าปรากฏตัวออกมาเสมอ
เช้าวันต่อมามีชายหนุ่มรูปงามสวมอาภรณ์สีดำสนิทเดินเข้าไปในเมืองหยกขาว และเดินไปยังแท่นที่วางป้ายชื่อสำนักซึ่งมีเรียงรายไปมากมายมากกว่า 100 แห่ง หนึ่งในนั้นคือสำนักศาสตราเทพซึ่งมีชายหนุ่มนั่งอยู่ นามของเขานั่นก็คือ หง เฟยหลง ถึงแม้อักขระที่เขียนอยู่จะดูทรงพลังและสวยงาม แต่ถึงกระนั้นสำนักที่ไร้ชื่อเสียงก็ยังคงหาได้อยู่ในสายตาของผู้คนไม่
การเฝ้ารอของเฟยหลงนั้นผ่านไปคนแล้วคนเล่า ในที่สุดก็มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามาในร่างกายของเขาดูสภาพที่อิดโรย เสื้อเป็อย่างเช่นขอทานดีๆ จากนั้นเด็กหนุ่มก็พูดขึ้นมาด้วยสีหน้าที่ดูอิดโรยไร้ซึ่งพละกำลัง
“ท่านผู้าุโโปรดรับข้าเป็ศิษย์ในสำนักด้วยเถิดข้าจะยอมถวายชีวิตเพื่อท่าน”
เฟยหลงใช้สายตามองเด็กหนุ่มตรงหน้าเขาซึ่งดูเหมือนว่าเด็กหนุ่มคนนี้จะไล่เที่ยวเดินขอเป็ศิษย์ทุกสำนักจนมาจนมาถึงสำนักศาสตราเทพจะต้องเป็ผู้ที่ใฝ่หาความแข็งแกร่งเป็แน่ที่แท้จริงเป็แน่
“เ้าอยากที่จะแข็งแกร่งอย่างนั้นรึ”
เฟยหลงเอ่ยถามชายหนุ่มตรงหน้าด้วยสีหน้าที่จริงจัง
“ขะ ขอรับข้าอยากที่จะแข็งแกร่งเพื่อปกป้องต้นเองให้อยู่รอดในโลกที่โหดร้ายนี้ให้ได้”
สิ่งที่เด็กหนุ่มตอบมานั้นทำให้เฟยหลงย้อนนึกไปถึงอดีตของตนในตอนที่ยังเป็เพียงเด็กน้อยที่โง่เขลา เขาได้ไปคำนับชายคนหนึ่งเป็อาจารย์หลังจากนั้นชายคนนั้นก็สอนเฟยหลงจนเขานั้นพอมีความรู้และแล้วชายคนนั้นก็จากไปทิ้งหนี้แคนและความฝันที่แสนยิ่งใหญ่นั้นก็คือค้นหาความแข็งแกร่ง
"แล้วถ้าแข็งแกร่งแล้วเ้าจะทำสิ่งใดต่อ"
เฟยหลงถามเด็กหนุ่มเพื่อจะได้รู้ว่าสิ่งที่เขาอยากทำนั้นคือสิ่งใด
“ขอแค่ปกป้องตนเองได้ก็เป็พอขอรับ”
คำตอบของเด็กหนุ่มทำให้เฟยหลงพอใจเป็อย่างมากเพราะหากปกป้องตนเองไม่ได้ก็คงไม่ต้องนึกที่จะปกป้องคนอื่น
“ดี..ดีมากข้าจะรับเ้าเป็ศิษย์คนแรกของข้า อีก 3 วันให้เ้าไปเจอข้า ประตูเมืองทางด้านเหนือ”
เฟยหลงเลยบอกวันและสถานที่ที่จะพาเด็กหนุ่มคนนี้ออกไปโลดแล่นฝึกฝนให้เก่งอย่างเช่นตัวของเขา สร้างสำนักที่แสนแข็งแกร่งสร้างตัวตนที่น่าภาคภูมิ
หลังจากที่เฟยหลงนั้นได้ศิษย์คนแรกมาเป็ที่เรียบร้อยแล้ว แน่นอนว่าเฟยหลงนั้นคงจะสร้างสำนักโดยใช้เพียงศิษย์เป็คนเดียวก็คงจะหาใช่เื่ เขานั้นยังคง้าเหล่าบรรดาอาจารย์ที่มากความสามารถ สถานที่ตั้งที่เหมาะสำหรับการบ่มเพาะพลังมากที่สุด แน่นอนว่าดินแดนแห่งนั้นหาใช่ดินแดนปฐีที่แสนต่ำต้อยนี้ไม่
“เป็ที่ใดดีนะ”
เฟยหลงยังครุ่นคิด สถานที่ที่เหมาะสมสำหรับการตั้งสำนักที่้าเป็สำนักหนึ่งในใต้หล้านั้นควรเป็ที่แห่งใดดี จะเป็ดินแดน์ดินแดนที่แข็งแกร่งที่สุด ก็คงจะต้องใช้สินทรัพย์ในการซื้อที่มากมาย แม้ดินแดนนี้ค่าของหินลมปราณจะมีมูลค่ามากมายแต่ดินแดนอื่นๆนั้นเฟยหลงยังคงไม่รู้และไม่ทราบอย่างชัดเจนจึงทำให้เขานั้น้าที่จะเก็บหินลมปราณ ไว้ใช้เป็ทุนในการดำเนินการของ รายรับรายจ่ายของสำนักศาสตราเทพ
3 วันต่อมา
ร่างของเด็กหนุ่มที่มีสภาพ สะบักสะบอมเสื้อผ้ามอมแมม เท่านั้นกำลังเดินทาง ไปยังประตูของเมืองหลวงหยกขาวทางด้านเหนือเพื่อไป ยังจุดนัดพบของเขากับท่านผู้าุโที่ดูแล้วน่าจะอายุไม่ต่างจากเขามากเท่าไหร่นัก ซึ่งปีนี้เด็กหนุ่มนามว่าเทียนต้า เขานั้นจะอายุครบ 16 ปี ซึ่งเป็ปีสุดท้ายสำหรับการที่จะได้เข้าร่วมกับสำนัก
ตัวของเทียนต้านั้นเป็เด็กหนุ่มที่กำพร้าพ่อแม่ เขานั้นอยู่ได้จากการทำงานรับจ้าง แบกผักในตลาดไม่ก็ออกไปล่าสัตว์เพื่อนำเอามาขาย ชีวิตของเขานั้นถือว่ารันทดโดยสมบูรณ์ สิ่งเดียวที่เขาถนัดนั่นก็คือการใช้ธนู เขานั้นเป็คนที่มีพร์ทางด้านการยิงธนูที่สูงมากหลายคนอาจจะกล่าวแบบนั้น แต่ความจริงแล้วในวัยเด็กของเขานั้นต้องกระเสือกกระสนดิ้นรนเพื่อทำให้ตัวเองมีชีวิตรอดอยู่ เขาได้ไปเจอธนูของนายพรานตอนนี้เขาอายุเพียง 5 ขวบเท่านั้นเพื่อจะทำให้มีชีวิตรอดอยู่ เขาเริ่มใช้มันในการออกล่าสัตว์ั้แ่อายุเพียง 5 ขวบ ในตอนแรกเขาก็งงๆกับการใช้งานของมัน แต่เมื่อผ่านไปเวลาได้ฝึกฝนเขาให้ชำนาญ แต่
ธนูนั้นเขาก็ทำได้เพียงแค่ไว้ล่าสัตว์เท่านั้นหาใช่ไว้ปกป้องร่างกายของตน จึงทำให้ทุกวันเขายังคงถูกรังแกจากพวกเหล่าขุนนาง นั่นจึงเป็เหตุผลที่ว่าทำไม เทียนต้านั้นจึงอยากที่จะเข้าสำนักเพื่อฝึกวิชาไว้ป้องกันตัวของตนเอง
ในตอนนี้เห็นตาเดินมาจนถึงจุดนัดพบเป็ที่เรียบร้อย เขาก็เห็นกับชายคนหนึ่งซึ่งแน่นอนว่าชายคนนั้นนั่นก็คือไปหลงนั่นเอง เขากำลังนั่งอยู่บนกองฟางของรถม้า ที่จอดอยู่ใกล้ทางออกของเมืองหยกขาว
“ว่าไงมาแล้วหรือ”
เสียงของเฟยหลงออกมา แม้จะอยู่ห่างไกลกันมากพอสมควรแต่กระแสของพลัง ที่เฟยหลงได้ปล่อยออกมานั้นกลับทำให้ เทียนต้าได้ยินอย่างชัดเจน
"ข อ รั บ"
เทียนต้ารีบเดินเข้าไปหาเฟยหลงแล้วจึงเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงที่ตะกุกตะกัก
"รีบขึ้นมเถิดเดี๋ยวเ้าต้องไปฝึกฝนแล้ว แล้วก็ต่อแต่นี่เ้าจงเรียกข้าว่าอาจารย์ซะ"
เฟยหลงเอ่ยบอกกับเทียนต้าด้วยสีหน้าที่ดูจริงจัง
"ขอรับท่านอาจารย์ข้าพร้อมแล้ว"
หลังจากนั้นสองศิษย์อาจารย์คนขับรถม้าและม้าอีกหนึ่งตัวก็ค่อยเคลื่อนออกไปอย่างช้าและเลือนหายจากสายตาของผู้คนในที่สุด
โชคชะตา นำพา เขาทั้งสอง
ให้ได้มอง เจอะเจอ ได้พบเห็น
เ้าเด็กหนุ่ม ยากเข็น เปลี่ยนแปลงเป็
เหล่าเทพเซียน ได้เห็น ต้องบูชา
จบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ00