หลังจากคุยเื่สำคัญจบเด็กหญิงจึงไล่ให้บิดาไปพักผ่อนเพราะนางก็ง่วงนอนแล้วเช่นกัน ชายหนุ่มเห็นทางท่าง่วงงุนนั่นจึงยอมกลับเรือนหลักไปอาบน้ำและจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย เมื่อคล้อยหลังเงาบิดาหายไปจากเรือนเซี่ยลี่อิงจึงลืมตากลมของตนขึ้นอีกครั้ง นึกย้อนกลับไปยังชีวิตก่อนหน้านี้ นางรู้จักสตรีที่มีนามว่า หงฮุ่ยซื่อ เพราะคนที่ตนคิดว่าเป็มารดาแนะนำให้รู้จัก แต่หลังจากนั้นนางก็ได้กระทำการที่แสนร้ายกาจกับอีกฝ่ายจนไม่น่าให้อภัย
หงฮุ่ยซื่อเป็เพื่อนสนิทกับมารดาของนางและปักใจบิดามาเนิ่นนาน ถึงขั้นไม่ยอมออกเรือนไปกับผู้ใดและครองตนเป็สาวเทื้อมาโดยตลอด นางไม่เคยเข้ามายุ่มย่ามกับบุรุษที่ตนเฝ้าคิดถึงเลยสักครั้ง แต่เพราะหลิวมี่เอินรู้ดีว่ามิอาจสู้อีกฝ่ายได้ ความหวาดระแวงจึงทำให้นางมาเสี้ยมสอนเด็กน้อยวัยเพียง 10 หนาว ว่าสตรีผู้นั้นเป็หญิงแพศยา้าเข้ามาแย่งบิดาไปจากนางและมารดา
ด้วยความเป็ห่วงกลัวว่ามารดาจะเสียใจนางจึงถามอีกฝ่ายด้วยความร้อนใจว่านางสามารถช่วยอะไรได้บ้างหรือไม่ ซึ่งนั้นก็เข้าทางอสรพิษร้ายทันที แผนการเปิดโปงที่มีเซี่ยลี่อิงผู้ถูกชักใยได้เริ่มต้นขึ้น กลางงานเลี้ยงของตระกูลใหญ่ตระกูลหนึ่ง เสียงเล็กตวาดลั่นกลางงานไม่ยอมลดละ นางด่าทอป่าวประกาศทั่วงานเลี้ยงว่าหงฮุ่ยซื่อหมายปีนเตียงบิดาของตน ทั้งยังคอยให้ท่ายั่วยวนบุรุษมาโดยตลอด คำกล่าวของเด็กน้อยได้ทำลายชีวิตของสตรีนางหนึ่งอย่างย่อยยับ พอข่าวลือถูกโหมกระพือสุดท้ายทางตระกูลหงจึงได้ส่งสตรีผู้นั้นไปพักใจยังต่างเมือง และนางก็ไม่พบอีกฝ่ายอีกเลย
“ข้าขอชดใช้ด้วยการยกบิดาของข้าให้ท่านก็แล้วกัน” เ้าตัวเล็กบ่นพึมพำพร้อมหัวเราะคิกคัก นางจำได้ดีถึงใบหน้าหวานที่คอยสอนสั่งตักเตือนยามนางทำกิริยาเอาแต่ใจให้เห็น ถ้านางเฉลียวใจสักนิดคงเห็นถึงความหวังดีนั้น น่าเสียดายที่นางกลับเชื่อในตัวคนที่นางรัก…มารดาตัวปลอมของนาง
นอกจากนี้หงฮุ่ยซื่อยังเป็ถึงบุตรีคนรองของเ้ากรมคลัง ทั้งยังเป็สายเืหลักพระญาติของฮองเฮา เหมาะสมคู่ควรที่จะมอบหมายหน้าที่คานอำนาจและมาเป็มารดาคนใหม่ของนางและน้องสาว ครานี้ต่อให้สตรีนางนั้นอยากจะทำสิ่งใดก็ต้องระมัดระวังให้มาก ก็มาดูกันว่ามารดาใหม่ของนางจะมีเขี้ยวเล็บขนาดไหน
“พี่หญิงตื่นแล้ว!” เสียงใสน้อยๆ เรียกคนป่วยให้หันมามอง ร่างเล็กในชุดสีฟ้าอ่อนปักลายดอกเหลียนฮวา (ดอกบัว) ดูสดใสร่าเริงยิ่ง
“หลินเอ๋อร์ไปซุกซนที่ใดมาหรือ” เมื่อถูกพี่สาวเอ่ยเย้าเด็กน้อยก็ทำแก้มป่องก่อนจะค่อยๆ ปีนขึ้นเตียงอีกฝ่าย ซึ่งเซี่ยลี่อิงก็เขยิบเว้นที่ให้ ยามขยับร่างกายคล้ายนางจะรู้สึกเหมือนโดนบีบไปทั่วตัว ใบหน้างดงามจึงนิ่วหน้าด้วยความเ็ป
“พี่หญิงเจ็บมากหรือเ้าคะ” จากที่แก้มป่องเพราะกำลังจะแง่งอนเด็กน้อยก็เร่งเอ่ยถามเพราะเห็นสีหน้าของพี่สาวจนลืมไปแล้วว่าตนงอนอยู่
“ไม่มากเท่าไหร่หรอกถ้าไม่ขยับตัว” คนเป็พี่ตอบไปตามความจริง ถ้านอนเฉยๆ นางก็ไม่รู้สึกปวดมากเท่าใดนัก
“พี่หญิงหิวหรือไม่เ้าคะ หลินเอ๋อร์จะนำข้าวมาป้อนพี่หญิงเอง!” เพราะบิดามอบหมายหน้าที่ดูแลพี่สาวมาให้นางแล้ว เด็กน้อยจึงรู้สึกเหมือนได้รับภาระที่ยิ่งใหญ่นัก
“คิกๆ เอาสิ เ้าก็มากินพร้อมพี่ดีรึไม่” นี่ก็ใกล้กลางยามอู่ (11.00 – 12.59 น.) แล้ว
“ดีเ้าค่ะ!” เซี่ยลี่หลินดีใจที่จะได้ทานข้าวกับพี่สาวจึงรีบลงจากเตียงแล้วไปเรียกสาวใช้คนใหม่ เสียงเล็กสั่งให้เอาอาหารมาจัดวางที่ห้องพี่สาวฟังดูน่ารักน่าชังจนคนป่วยอดที่จะหลุดยิ้มออกมาไม่ได้
‘อย่างน้อยการกลับมาครั้งนี้ของข้าก็สามารถปกป้องน้องสาวไว้ได้’
นางมิอาจขอให้บิดาปลดสตรีนางนั้นจากตำแหน่งภรรยาเอกได้เพราะมันจะกระทบถึงฐานะทางสังคมของนางและน้องสาว อย่างไรการได้ชื่อว่าเป็บุตรีของภรรยาเอกก็ยังสำคัญยิ่งยวดในหมู่ขุนนาง ถึงตัวเซี่ยลี่อิงจะไม่สนใจเื่เหล่านี้แล้วก็ตาม แต่สำหรับน้องสาวของนางแล้วนางคงมิอาจมองชีวิตคู่ของน้องตกต่ำได้ ถ้าเป็บุตรีภรรยาเอกอย่างไรบ้านสามีก็ต้องเกรงใจตำแหน่งเสนาบดีของบิดานางมากกว่าการเป็บุตรีภรรยารอง
“คาราวะคุณหนูใหญ่เ้าค่ะ” สาวใช้ 4 นางเดินเข้ามาในห้องพร้อมสำรับคาว 3-4 อย่าง
“พวกเ้าคือคนที่บิดาของข้าส่งมาสินะ” ดวงตากลมกวาดมองด้วยสายตาคมกริบ
“เ้าค่ะ” ทั้งสี่เป็องครักษ์หญิงที่มีฝีมืออยู่บ้างจึงไม่มีท่าทางตื่นตระหนกเมื่อได้รับการคุกคามจากนายคนใหม่
“เช่นนั้นเ้าคงรู้ว่าต่อจากนี้คนที่เ้าต้องภักดีคือผู้ใด” เสียงหวานใสเรียบนิ่ง แม้จะอยู่ในร่างของเด็ก 7 หนาวแต่เพราะผ่านเื่ราวมากมายทำให้รัศมีของผู้ที่ผ่านโลกมามากแผ่ออกมาจากตัวของนาง ทั้งสี่มองหน้ากันเล็กน้อยสงสัยครานี้พวกนางจะมีนายใหม่ที่ไม่ธรรมดาเสียแล้ว
“พวกข้าจะขอมอบชีวิตนี้ให้คุณหนูใหญ่เ้าค่ะ” เพราะได้รับแจ้งอยู่ก่อนแล้วว่าเงื่อนไขในการรับงานนี้คือต้องภักดีต่อเ้านายใหม่เท่านั้น พวกนางคือคนที่สมัครใจรับข้อเสนอ
“ดี พวกเ้ามีชื่อกันรึไม่” ด้วยนิสัยหยิ่งผยองในอดีตทำให้นางไม่คิดจะปิดบังด้านดำมืดของตนเองกับคนที่ต้องทำงานให้นางได้รับรู้
“ไม่มีเ้าค่ะ” หนึ่งในนั้นเป็คนเอ่ยตอบ พวกนางไม่มีชื่อเป็ของตนเอง เมื่อเปลี่ยนเ้านายก็เท่ากับละทิ้งตัวตนเดิม
“เช่นนั้น…” ร่างเล็กที่นอนอยู่ครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยอีกครั้ง
“ข้าจะตั้งชื่อให้พวกเ้า ต่อไปนี้เ้าจะมีนามว่าเสี่ยวจู เสี่ยวจิง เสี่ยวเป้ย และเสี่ยวปิง” แขนขาวผ่องยกขึ้นจากเตียงแล้วชี้ไปยังเป้าหมายของคนที่ได้รับนามทีละคน
“ขอบคุณเ้าค่ะคุณหนูใหญ่” ทั้งหมดก้มคำนับอย่างนอบน้อม
"เสี่ยวจู เสี่ยวจิง เ้าสองคนอยู่กับข้า เสี่ยวเป้ย เสี่ยวปิง เ้าทั้งสองแยกไปดูแลหลินเอ๋อร์ให้ดี อย่าให้ใครมาวุ่นวายกับนางได้ รวมถึงฮูหยินเอก…มารดาของข้าด้วย” ดวงตากลมหรี่ลงเมื่อออกคำสั่งแรก แน่นอนว่าคำสั่งนี้คงจะแปลกไปเสียหน่อยสำหรับคนอื่นๆ
“น้อมรับคำสั่งเ้าค่ะ” ทั้งหมดรับคำอย่างไม่คิดถาม พวกนางถูกฝึกมาให้ทำตามคำสั่งเท่านั้นอยู่แล้ว
“หลินเอ๋อร์คงเฝ้าหม้อขนมอยู่สินะ ไปตามนางมาเถิด” นางยังจำได้ถึงนิสัยรักขนมหวานของน้องสาว
“เ้าค่ะ” เสี่ยวปิงรับคำก่อนจะถอยออกไป สาวใช้ที่เหลือจึงจัดสำรับและประคองผู้เป็นายให้ลุกขึ้นนั่งพิงพนักเตียง
ตึก! ตึก! ตึก!
“คุณหนูเล็กอย่าวิ่งเ้าค่ะ” เสียงเสี่ยวจิงไล่ตามหลังมา ดูก็รู้ว่าเด็กน้อยคงรีบจนไม่รอสาวใช้
“หืม ดูซิใครเพิ่งนึกได้ว่าต้องมาทานข้าวกับพี่สาวกันเอ่ย” ได้ทีเซี่ยลี่อิงจึงเย้าน้องน้อยเสียหน่อย
“พี่หญิงงง หลินเอ๋อร์ไม่ได้ลืมพี่หญิงแล้วเอาแต่เฝ้าหม้อขนมนะเ้าคะ” ร่างเล็กถูกอุ้มมานั่งฝั่งตรงข้ามแก้ตัวด้วยใบหน้าเลิ่กลั่ก เอาทำผู้เป็พี่สาวถึงกับหลุดขำออกมา
“ฮ่าๆ ไม่ได้เฝ้าก็ไม่ได้เฝ้า พี่ไม่ได้ว่าอะไรเ้าเสียหน่อย ว่าแต่วันนี้ของหวานมีอะไรน้า” เสียงใสถามออกมาราวกับอยากรู้มากมาย
“มันเชื่อมเ้าค่ะ กลิ่นหอมมาก อุ๊บ!” เ้าตัวน้อยรีบตอบด้วยความตื่นเต้นจนนึกขึ้นได้ว่าตนเพิ่งแก้ตัวไปว่าไม่ได้ไปเฝ้าหม้อขนม…มือเล็กสองข้างจึงรีบยกขึ้นมาปิดปากช่างจ้อนั่นโดยเร็ว แต่คงจะสายเกินไปแล้วกระมัง
“พี่ไม่แกล้งเ้าแล้ว มากินข้าวกันก่อนดีกว่า” เห็นสายตาละห้อยเพราะรู้สึกผิดเด็กหญิงจึงไม่คิดจะแกล้งอีกฝ่ายแล้ว
มื้ออาหารผ่านไปโดยการดูแลของสาวใช้คนใหม่ที่เซี่ยลี่อิงแนะนำให้น้องสาวของตนรู้จักอีกครั้ง เมื่อเสร็จแล้วร่างเล็กก็นอนพิงพนักเพื่อย่อยอาหาร
.......................................................................................
เราได้ผู้เข้าชิงตำแหน่งแม่ใหม่ของก้อนแป้งนุ่มนิ่มทั้งสองแล้วค่า