ณฐานบัญชาการลับของกามันดา
“ บัดซบจริง ๆปล่อยให้มันได้เทวรูปไปได้ยังไง . เลี้ยงเสียข้าวสุกนะพวกแกนี่ “จอมมารกามันดาหัวเสียอย่างหนัก บรรดาสมุนน้อยใหญ่นั่งก้มหน้า ไม่กล้าพูดอะไรหลังจากที่รู้ข่าวตรีมิตรได้เทวรูปมาจากกัมพูชา
“เห็นทีข้าจะต้องเพิ่มกองกำลังปีศาจมาเสริมกำลังทัพของข้าเสียแล้วขืนใช้งานพวกแกอย่างเดียวคงเสียทีพวก CRA และพวกเทพ์แน่ ๆ “
“เริงศักดิ์แกส่งคนไปติดตามดูความเคลื่อนไหวของพวกเทวินคอรัสนะว่ามันไปไหนกันบ้าง อย่าให้คลาดสายตา ส่วนข้าจะไปทำธุระสักสองสามวันรมิตาก็คอยดูแลช่วยเหลือเริงศักดิ์ด้วย” เภสันหรือจอมมารกามันดาออกคำสั่ง
“ครับนาย “เสี่ยใหญ่ที่กลายเป็แมวเชื่อง เพราะมีชนักติดหลังจากการผิดพลาดมาหลายครั้ง
“ ได้ค่ะ นายท่าน”นางมารรับคำ
ณ แดนนรกโลกันต์
ไฟนรกขุมต่าง ๆลุกไหม้แผดเผาบรรดาสัตว์นรกที่ต้องรับวิบากกรรมเสียงโหยหวนของพวกมันชวนให้น่าขนพองสยองเกล้ายิ่งนัก
“ทำอย่างนั้นไม่ได้นะท่าน ถ้าจอมเทพบน์รู้ ข้าต้องโดนลงโทษสาหัสเลย”พญายมราชกล่าว ขณะที่ กามันดายืนคุมหน้าบัลลังก์ของจอมนรก
“คิดจะลองดีกับข้าอย่างนั้นเหรองั้นลองชิมพลังดูดิญญาของข้าดูหน่อยเป็ไร”จอมมารกล่าวแล้วอ้าปากดูดพลังจากยมราชจนนามธาตุของเขาบิดเบี้ยว จวนเจียนจะแตกสลายจึงร้องบอกยอมแพ้
“ข้ายอมแล้วอย่าทำอะไรข้าเลย ท่านจะทำอะไรก็ทำเถิด ปล่อยข้าเถิด”
“ว่าง่าย ๆแต่แรกก็ไม่ต้องเหนื่อยแล้ว ไปปล่อยสัตว์นรกออกมาให้ข้า 3 แสนตัว บัดเดี๋ยวนี้”
ว่าแล้วบรรดาปีศาจนรกขุมต่าง ๆ ก็ถูกปล่อยให้ติดตามจอมมารกามันดาขึ้นมาสู่โลกมนุษย์ ฤาหายนะของโลกมาถึงแล้ว
ณ กองบัญชาการ CRA ประจำประเทศไทย
บุหรง กับ คทาวุธและหนุ่ม ๆ คณะเทวินคอรัส ฮาสุโกะ พร้อมด้วยวิกานดา นั่งประชุมปรึกษากัน
“ ขอเสียงปรบมือให้ตรีมิตรที่ปฏิบัติการเสี่ยงชีวิตนำเทวรูปจากเสียมเรียบมาได้ เก่งมากจ้า” บุหรงกล่าวจบเพื่อน ๆ ก็พากันปรบมือ โห่ร้องชอบใจกันเซ็งแซ่ ตรีมิตรก็ยืนโค้งคำนับขอบคุณ
“ เมื่อก่อนฉันไม่เชื่อเื่เทวรูปอะไรนั่นจะมาเกี่ยวกับงานของเราแต่เดี๋ยวนี้ฉันเชื่อแล้ว หลังจากตรีมิตรมีผลงาน ทำลายคลังอาวุธของพลพตลงได้ดังนั้นภารกิจต่อไปพวกเราจะต้องแยกย้ายกันออกไปตามหาเทวรูปที่เหลือให้พบและนำกลับมารวมกันที่นี่พร้อมกันนั้น พวกเธอต้องไปตามสืบหาเครือข่ายของมันในประเทศต่าง ๆ ที่จะไปด้วย”บุหรงกล่าว
“ต่อไปนี้คืองานของแต่ละคนซึ่งเราได้เบาะแสมาจากคนลึกลับส่งมาให้วิกานดา
คทาวุธกับพรเทพ ไปหาที่วังเวียงราชอาณาจักรลาว [A] เทวรูปจะอยู่ในถ้ำผีเจิด
จักราไปมัณฑเลย์และเจดีย์ธรรมยาสิกะ พุกาม ประเทศพม่า เทวรูปจะอยู่ใต้ฐานพระ
สังข์ชัยไปวัดเทียนมู่ เมืองเว้เวียดนามใต้ [B] เทวรูปจะซ่อนอยู่ในเต่าศิลาต้องทำให้เต่าคายออกมาด้วยการดีดพิณดั่นจัน โดยสตรีที่ชื่อถายถิฮวา เท่านั้น
กมลกับฮาสุโกะ ไปสุสานจักรพรรดินินโทกุเมืองซาไก ญี่ปุ่น กุญแจเปิดสุสานมีอยู่ 3 แห่งคือ
หนึ่ง หมู่บ้านไอนุริมทะเลสาบอะกัง กุญแจจะอยู่บนเกาะโคจิมะ ในทะเลสาบ
สอง วัดเซ็นโคจิ เมืองนากาโนะ
สาม สวนเซ็นใกลู้เาไฟซากุระจิมะ
ปริวรรตไปปิรามิดกุหนุงปาดัง เกาะชวาอินโดนีเซีย เทวรูปจะอยู่ในชั้นบนสุดของปิรามิด
สำหรับตรีมิตรกับวิกานดาอยู่ฐานลับของเรา คอยประสานงานเพื่อน ๆ ก็แล้วกัน เอาล่ะ แยกย้ายกันไปได้ ”
ขณะเดินออกจากห้องประชุมบรรดาหนุ่ม ๆ ก็แซวกมลที่ได้ไปกับสาวสวยอย่างฮาสุโกะ
“แหม อิจฉาเอ็งจริง ๆทำไมไม่ให้ข้าไปกับหัสดีวะ” สังข์ชัยกล่าว
“ขืนให้แกไป คงไม่เป็อันทำงานจะมัวแต่จีบน้องเขาน่ะสิ หัวหน้าเขารู้ทันแก” คทาวุธพูดขัดเพื่อน
ฮาสุโกะก็หัวเราะที่เห็นหนุ่ม ๆว้าวุ่นเื่นี้
“ พวกพี่ ๆ ตามฉันมาทางนี้เดี๋ยวจะแจกลายแทงไปหาเทวรูปให้ “ วิกานดากล่าว
คืนนั้นณ บ้านเนรมิตโภคา
บุญพริ้งเพิ่งอาบน้ำเสร็จสวมเสื้อคลุมนอนคุยโทรศัพท์อยู่บนเตียงนอน
“คุณพี่จะกลับจากประชุมวันไหนคะพรุ่งนี้เลยเหรอ หมู่นี้ประชุมบ่อยจัง มีธุรกิจใหม่อะไรหรือคะ”
“ อืม ก็มีหลายโปรเจคน่ะเธอไม่ต้องรู้หรอก นั่งเล่นไพ่กับเพื่อนที่บ้านไปเถอะ”เสี่ยเริงศักดิ์คุยจากปลายสาย
“ค่ะ คิดถึงนะคะ “บุญพริ้งพูดเสียงหวานก่อนจะวางหูโทรศัพท์ เมื่อจะลุกไปโต๊ะเครื่องแป้งก็ต้องชะงักเมื่อเห็นเภสันมายืนจังก้าในห้องนอน แต่ยังมิทันที่หล่อนจะร้องออกมาก็ถูกเภสันใช้กระแสจิตทำให้นิ่ง พูดจาไม่ได้ เคลื่อนไหวด้วยตัวเองไม่ได้ปล่อยให้จอมมารจับตัวนางลงนอนบนเตียง เอามือลูบไล้ที่แก้มและคอของบุญพริ้ง ก่อนจะเอื้อมมือไปปิดโคมไฟบนหัวนอน
รุ่งเช้าวันใหม่
เภสันก็โอบกอดบุญพริ้งที่นั่งร้องไห้อยู่ขอบเตียง
“ไม่ต้องเสียใจหรอกนี่คือการลงโทษสามีของเธอ ที่ทำงานพลาดครั้งแล้วครั้งเล่า เดิมทีฉันคิดจะไปทำกับลูกเลี้ยงของเธอแต่ไม่รู้นังเด็กนั่นมันมีของดีอะไร ฉันทำอะไรมันไม่ได้เลยแล้ววันหลังฉันจะมาหาใหม่ ไปละ” จอมมารกล่าวก่อนจะหอมแก้มบุญพริ้งหนึ่งฟอดแล้วเปิดประตูออกไป
ขณะเดียวกันที่ห้องทำงานของเสี่ยเริงศักดิ์บนบ้านหลังนั้นก็มีใครบางคนกำลังนำวัตถุบางอย่างไปติดไว้ใต้โต๊ะทำงานของเสี่ยเป็พิมพ์ดารานั่นเอง หล่อนนึกในใจว่า
“ขอโทษนะคะพ่อ หนูจำเป็ต้องทำเพื่อจะได้รู้ว่าพ่อทำอะไรบ้าง “
“ พี่วิ หนูทำเรียบร้อยแล้วค่ะ” พิมพูดกับวิกานดาผ่านไมค์ที่ซ่อนไว้ในจี้ห้อยคอ
“โอเคค่ะ เก่งมากน้องพิม”
เมื่อพิมพ์ดาราออกมาจากห้องทำงานพ่อ มองออกไปนอกหน้าต่างก็เห็นรถของเภสันขับออกไป
“เอ๊ะ อาเภสัน มาบ้านเราั้แ่เมื่อไหร่ ทำไมไม่เห็นรู้เลยแล้วพ่อไม่อยู่ เขาจะมาทำไม” สาวสวยทำหน้างง ๆ
ณสนามบินดอนเมือง
ปริวรรต จักรา สังข์ชัย กมลและฮาสุโกะ ต่างอยู่ที่ห้องรับรองผู้โดยสารขาออก เตรียมขึ้นเครื่องบินไปต่างประเทศโดยมีคทาวุธ และพรเทพมาส่งที่ประตูห้องรับรอง
“ท่านที่จะประสงค์จะเดินทางไปกับสายการบินเจแปนแอร์ไลน์จุดหมายปลายทาง สนามบินฮาเนดะ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่นโปรดตรวจสัมภาระของท่านก่อนขึ้นเครื่อง เครื่องจะออกเดินทางเวลา 16.05 น. โปรดใช้ทางออกที่1 กรุณาตรงต่อเวลา ขอบคุณค่ะ” เสียงเ้าหน้าที่สนามบินประกาศ
“เฮ้ยพวกแก ฉันไปก่อนนะ”กมลร่ำลาเพื่อน ก่อนจะเดินคู่หัสดีออกประตูไปขึ้นเครื่อง
“เออโชคดีเว้ยเพื่อนเอาเหล้าสาเกมาฝากบ้างล่ะ” สังข์ชัยพูดตามหลัง
ห่างไปไม่ไกลนักมีชายลึกลับแต่งตัวเหมือนนักท่องเที่ยวสวมหมวกนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ที่เก้าอี้รับรองแต่สายตาเขาแอบมองมาที่กลุ่มของทีมเทวินคอรัสหรือจะเป็สมุนของเสี่ยเริงศักดิ์ส่งมาสอดแนมกันนะ
บนถนนมิตรภาพทางไปโคราช
คทาวุธกับพรเทพนั่งในรถตู้ที่มีคนขับรถและบอดี้การ์ดอีกสองสามคนไปด้วย
“ทำไมหัวหน้าไม่ให้เรานั่งเครื่องบินไปลงเวียงจันทน์ล่ะ ทีเพื่อน ๆเขาไปเครื่องบินกันหมด แต่เราต้องไปทางรถยนต์” พรเทพตั้งข้อสงสัย
“ ก็ไม่รู้เหมือนกันเขาคงคิดว่าเวียงจันทน์มันใกล้มั๊ง ประกอบกับ่นี้ฐานทัพอเมริกันที่อุดรมีเครื่องบินขึ้นลงบ่อย การจราจรทางอากาศแถบโน้นอาจจะหนาแน่น นี่เดาเอานะ” คทาวุธให้ความเห็น
“เอ็งก็ช่างคิดแทนหัวหน้าได้เนาะ” พรเทพว่า
เช้าวันรุ่งขึ้นณ ท่าเรือข้ามฟาก ริมแม่น้ำโขงจังหวัดหนองคาย
ดวงตะวันยามเช้า สาดแสงทองต้อนรับคทาวุธกับพรเทพที่กำลังเตรียมลงเรือ
“ขอบใจนะลุงที่มาส่งเดินทางกลับอย่างปลอดภัยนะ” คทาวุธกล่าวกับคนขับรถตู้
“ไม่เป็ไรครับ คุณทากับคุณพรเทพก็โชคดีเช่นกันนะครับสวัสดีครับ”
สองหนุ่มเดินลงบันไดปูนไปที่เรือโดยสารที่มีหลังคาแบบเก๋งมีที่นั่งประมาณ 20 กว่าที่ มีเครื่องยนต์อยู่ด้านหน้าเรือท้ายเรือมีธงชาติไทยและลาวประดับคู่กัน โบกสะบัดด้วยแรงลม บรรดาผู้โดยสารคนอื่น ๆก็ทยอยลงไปจนเต็มลำแล้วเรือก็ออกเดินทางข้ามฟากไปฝั่งเวียงจันทน์ ( หมายเหตุ –สมัยนั้นยังไม่มีสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แต่ตามประวัติบันทึกไว้ว่าอดีตเคยมีสะพานไม้ที่สร้างไว้ข้ามลำโขง จากฝั่งอำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคายไปฝั่งเวียงจันทน์ แต่ถูกเผาทำลายเมื่อครั้งศึกเ้าอนุวงศ์เป็ฏ ในหลวงรัชกาลที่3 สั่งให้เผากรุงเวียงจันทน์จนราบ สะพานไม้ก็พลอยถูกเผาไปด้วยมีคนเฒ่าคนแก่เล่าว่าเคยเห็นซากเสาตอม่อสะพานไม้แต่ภายหลังก็มีการรื้อถอนนำไม้ไปใช้ประโยชน์อย่างอื่น )
ราว 20นาทีเมื่อเรือเทียบฝั่งประเทศลาว คทาวุธกับพรเทพหอบหิ้วกระเป๋าสัมภาระขึ้นจากเรือก็มองหารถที่จะไปจุดหมายที่ตน้า
“คุณคทาวุธแม่นบ่คะ” เสียงใส ๆสำเนียงลาวของหญิงสาวดังมาข้าง ๆ
คทาวุธและพรเทพมองไปตามเสียงนั้น ก็เห็นสาวน้อยหน้าตาดีผิวพรรณสะอาดสะอ้าน สวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาว มีป้ายชื่อและรูปถ่ายห้อยคอเธอนุ่งผ้าซิ่นแบบลาว ดูคลาสสิค สวมรองเท้าคัทชูสีดำหล่อนยิ้มพร้อมยกมือไหว้อย่างนอบน้อม
“ เอ่อ ใช่ครับ คุณรู้จักผมด้วยหรือครับ” คทาวุธตอบด้วยความแปลกใจ
“ ป้าด น้องคืองามแท้หวา ฮู้จักหมู่เฮาอยู่ตี้ “พรเทพเอ่ยปากชมหญิงแปลกหน้า
“ โดย ฮู้ยุเ้า CRA ส่งน้องมารอต้อนฮับอ้ายสองคน น้องซื่อ แอนนิต้าอ้ายสิไปบ่อนใด รถของเฮาจอดท่าอยู่ทางพู้นเ้า” สาวน้อยผายมือไปทางรถ FIAT1500 รุ่นปี1964 สีฟ้าที่จอดรถติดเครื่องรออยู่ไม่ไกล
“ โอ ขอบคุณหลาย ๆ เราจะไปวังเวียงไม่ทราบอยู่ไกลจากที่นี่หรือเปล่าครับ” คทาวุธถาม
“ วังเวียง หนทางบ่ค่อยดี ยังเป็ทางหินแห่ไกเติบยุเ้า อ้ายสิไปเฮ็ดหยัง” สาวแอนนิต้ากล่าวขณะช่วยลากกระเป๋าเดินทางของสองหนุ่มไปไว้ที่รถ
“ เราจะมาสืบหาข่าวฐานที่มั่นของคอมมิวนิสม์ลาวน่ะทางต้นสังกัดคงบอกน้องแล้ว” คทาวุธตอบไม่ตรงกับความจริงเพราะที่แท้จะมาตามหาเทวรูปสีแดง
คนขับรถยนต์พาสองหนุ่มและแอนนิต้าแล่นเข้าเมืองนครหลวงเวียงจันทน์ถนนหนทางกว้างใหญ่ แต่ยังไม่ค่อยมีรถยนต์ มีคนปั่นรถสามล้อถีบ รถจักรยานเสียเป็ส่วนใหญ่บ้างก็เดินเท้าที่ฟุตบาธสองข้าง เมื่อรถแล่นผ่านตลาดเช้าเวียงจันทน์ สาวน้อยก็ชี้ให้ดูพร้อมเล่าประวัติของตลาดว่า
“นี่คือกาดเซ้าของเวียงจันทน์ ปะเทดอเมริกาออกเงินแปงให้ใหม่ปีนี้เองใหญ่บ่เ้า”
สองบ่าวก็มองดูไปเห็นอาคารตลาดเช้า^ หลังคาคล้าย ๆ ศาลาการเปรียญวัดในเมืองไทย เป็ทรงจั่วมีปีกโค้งลาดลงกางออกปกคลุมคล้ายแม่ไก่ที่กางปีกคุ้มกันลูกหน้าจั่วมีลวดลายปูนปั้นสวยงาม ประชาชนก็มาซื้อของจากพ่อค้าแม่ค้าอยู่คึกคัก
สักพักรถก็แล่นผ่านสิ่งก่อสร้างคล้ายประตูชัยที่กรุงปารีสฝรั่งเศส
“ ฮ่วย คืองามแท้ ประตูอีหยังนี่” พรเทพร้องทัก
“ นี่คืออานุสาวะรี * ส้างขึ้นเผื่อสดุดีวีรชนที่ต่อสู้เพื่อเรียกร้องเอกราชคืนจากฝรั่งเศสโดยมีแรงบันดาลใจจาก อ้าค ดือ ทรียงฟ์ ( Arc de Triomphe ) หรือปะตูไชแห่งกรุงปารีส เริ่มก่อสร้างปี 1957 แต่ยังบ่ทันแล้วเส็ด”ไกด์สาวเล่าประวัติประตูชัย
รถแล่นผ่านร้านขายอาหารเช้า สาวแอนเลยบอกคนขับให้จอดรถก่อนที่หล่อนจะลงไปสักพัก แล้วกลับมาพร้อมอาหารบางอย่างในมือ
“อ้ายเดินทางมาไก คงสิหิว นี่เ้าคนลาวเอิ้นว่าเข้าจี่ลาว แต่ฝรั่งเอิ้นว่า ปาเต ส่วนคนเหวียตนามเอิ้นว่า แบ๋งหมี่ของร้านนี้เป็ร้านเก่าแก่ ข้าเ้าขายมาโดนแล้ว ลองชิมเบิ่งนะเ้า”นางกล่าวพร้อมยื่นขนมปังปาเตให้สองหนุ่ม
“น้องแอนเป็คนทางไสนี่สำเนียงคือบ่เหมือนคนเวียงจันทน์” พรเทพถาม
“น้องเป็คนหลวงพระบางเ้าแต่มาเฮ็ดเวียกอยู่นครหลวง”
“อ่อ ซำพอ เว้าลงท้ายเ้า ๆ คือคนภาคเหนือของไทย”
“ เดี๋ยวหมู่เฮาไปไหว้พะทาดหลวงเวียงจันกันก่อนนะเ้าเพื่อควมเป็สิริมงคล” สาวแอนชักชวน
“ อ่อ ก็ดีจ้า” คทาวุธรู้สึกชื่นชมกับการบริการของไกด์พิเศษจากCRA
ลุงคนขับพาไปถึงพระธาตุหลวงเวียงจันทน์ที่งามสง่าสีทองขององค์พระธาตุสะท้อนกับแสงแดด แวดล้อมด้วยระเบียงคด มีประตูเข้า 4 ประตู
คทาวุธกับพรเทพรับดอกไม้ธูปเทียนจากแอนนิต้าแล้วก็เดินเวียนเทียนรอบองค์พระธาตุสามรอบก่อนจะนั่งคุกเข่าเพื่ออธิษฐานขอพร แล้วนำธูปไปปักที่กระถางธูป ทันใดนั้นลุงคนขับรถก็วิ่งกระหืดกระหอบมาว่า
“ แย่แล้ว ท่านครับ สาวแอนโดนคนร้ายจับตัวไปแล้ว”
“อะไรนะ เมื่อกี้ยังเห็นยืนอยู่ ใครมาจับไป”
“บ่ฮู้ครับ แต่มันโยนจดหมายนี้ไว้”ลุงคนขับยื่นแผ่นกระดาษให้
ข้อความจดหมายมีว่า
“ถ้าอยากได้ตัวผู้หญิงคืน ให้ตามไปที่ถ้ำนางแอ่นเมืองท่าแขก แขวงคำม่วน จะมีจิ๊กซออยู่ชิ้นหนึ่ง หลังจากนั้นให้ไปตามเมืองต่าง ๆในลาว แล้วจงสะสมจิ๊กซอแต่ละชิ้น จนกว่าจะครบประกอบเป็ภาพได้ ก็จะรู้ว่าเราขังสาวแอนไว้ที่ไหนให้เวลาแค่ 7 วัน ถ้าพวกแกทำไม่ได้ นังนั่นตาย !!!”
“บัดซบเอ้ย ใครวะ หรือจะเป็พวกกามันดา” คทาวุธหัวเสียอย่างมาก
“แล้วเื่เราจะไปถ้ำที่ว่านั้นยังไงต้องใช้เวลากี่วันกว่าจะหาน้องแอนเจอล่ะ” พรเทพถาม
“เหตุการณ์เป็อย่างนี้เราก็ต้องไปช่วยชีวิตคนก่อนแหละ เอ้อคุณลุง จากที่นี่ไปคำม่วนใช้เวลานานไหม”
“ถ้าไปทางรถยนต์ก็สามร้อยกว่ากิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ7- 9 ชั่วโมง แต่ถ้าไปทางเรือล่องไปตามลำโขง น่าจะเร็วกว่าครับ”
“งั้นเราไปทางเรือดีกว่าแต่เราจะหาเรือที่ไหนได้ในตอนนี้ล่ะ” คทาวุธถาม
“ บ่ต้องห่วงครับ เดี๋ยวผมประสานทาง CRA ลาว ส่งเรือมารับที่ริมโขง แต่ตอนนี้เรารีบขึ้นรถไปกันเถาะ”ลุงคนขับรถเร่ง
เมื่อขึ้นรถแล้ว ลุงลิดก็หยิบวิทยุสื่อสารออกมาพูด
“ส.1 เรียก ส.2 “
“ส.2 ทราบ เชิญกล่าว” ปลายทางตอบมา
“ขอเรือเร็วหนึ่งลำ มารับที่ท่าน้ำริมโขง หาดดอนจั่นด่วน เปลี่ยน”
“ส.2 ทราบแล้ว จะดำเนินการ”
แล้วคทาวุธก็ถามชื่อลุงคนขับ
“ลุงชื่ออะไรน่ะ ลืมถาม”
“อ๋อ ชื่อลิดครับ”
“ลุงมาทำงานกับ CRA นานแล้วหรือ”พรเทพถาม
“เมื่อก่อนลุงก็ทำงานให้ CIA ของอเมริกาก่อน ั้แ่เริ่มาเวียดนาม ปี 2502ตอนนั้นลุงไปทำงานที่ไซ่ง่อน ตอนหลังคิดฮอดบ้าน เลยลาออก มาสมัครงานกับ CRAลาว ทำมา 5-6 ปีแล้วล่ะ”
“โอ้ว แสดงว่าประสบการณ์โชกโชนเนาะลุงเนี่ย”พรเทพชื่นชม
“บ่ฮู้โชกโชนหรือโชกเื ฮ่าฮ่า” ลุงลิดกล่าว
เมื่อไปถึงหาดดอนจั่น ทั้งสามคนก็ลงเรือที่มาจอดรอเรือก็แล่นออกไปอย่างรวดเร็ว ราวสองชั่วโมงก็มาถึงเมืองท่าแขกเมืองชายแดนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับตัวเมืองนครพนมของไทยมีทิวเขาสลับซับซ้อนอยู่เื้ั ดูสวยงามยิ่งนัก
เมื่อขึ้นไปถึงฝั่งลุงลิดก็เข้าไปพูดคุยกับคนขับรถรับจ้างสักครู่ แล้วเดินกลับมาบอก
“โอเค ลุงติดต่อรถให้แล้ว เราไปกันเลย”
รถรับจ้างพาออกนอกเมืองท่าแขกไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือเลียบไปทางไหลเขา ระยะทางประมาณ 18 กิโลเมตร ก็ไปถึงถ้ำนางแอ่น ปากถ้ำอยู่บนผาสูงมีน้ำตกเล็ก ๆ ไหลย้อยออกมาจากปากถ้ำ เนื่องจาก่ที่ไปเป็ฤดูฝนคนนำทางพาเดินเข้าไปในถ้ำ ก็มีบันไดจากปากถ้ำเดินลงไปจะเจอแอ่งน้ำขนาดใหญ่มีเรือพายพร้อมคนแจวเรือจอดรออยู่
“โอ้ ทำไมมีน้ำในถ้ำมากมายขนาดนี้”พรเทพตื่นตะลึงกับถ้ำนางแอ่น
“น้ำลึกด้วยนะ มาหน้าฝนแบบนี้ลึก 2 เมตรเลยนะถ้ามาหน้าแล้งก็จะลดลงหน่อย แต่ก็ต้องนั่งเรือเข้าไปอยู่ดี” คนแจวเรือเล่าให้ฟัง
“อากาศดีเนาะ ทำไมไม่อึดอัดเหมือนถ้ำบางแห่งที่เคยไป“ คทาวุธถาม
“เพราะถ้ำนี่มีปากถ้ำอีกแห่งทะลุถึงกันอากาศถ่ายเทสะดวก แต่ทางนั้นออกไปเป็ป่าเขา ไม่มีทางเดินสะดวก ชาวบ้านเลยไม่นิยมเข้าออกแค่ทางนี้ทางเดียว”
“อ๋อ เป็อย่างนี้นั่นเอง”พรเทพอ้าปากค้าง เมื่อเห็นภายในถ้ำ มีหินงอก หินย้อย เป็ประกายวิบวับ เหมือนหยก
สักพักเรือก็มาถึงพื้นถ้ำด้านในคนแจวเรือก็พาเดินเข้าไปข้างในถ้ำอีก
“ทางโน้นจะมีทางลงไปสุสานพญานาคด้วยนะ มีกระดูกพญานาคกองใหญ่ แต่ตอนนี้ลงไปไม่ได้น้ำท่วมหมด ต้องมา่หน้าแล้งถึงลงได้ “ คนนำทางชี้ให้ดูทางเดินเล็ก ๆ
“แล้วทางโน้นล่ะ มีอะไร” หนุ่มอุบลถาม
“ทางนั้นมีหินงอกรูปพญานาค เราไปไหว้ได้นะครับ”
คทาวุธกับพรเทพก็ไปยกมือไหว้หินรูปพญานาคสีขาวทันใดก็มีกลุ่มคนชุดขาว 5 คนเดินออกมาจากหลังถ้ำ คนเดินนำเป็ชายแก่อีกสี่คนตามหลังเป็หญิงสาว หนึ่งในสี่สาวถือพานมาด้วย
“เป็สุขเถิดพ่อหนุ่มเ้ากำลังตามหาสิ่งนี้ใช่หรือไม่” ชายแก่กล่าวแล้วหันไปหาหญิงที่ถือพานแล้วหยิบสิ่งที่วางอยู่บนพาน ยื่นให้คทาวุธ
สิ่งนั้นเป็แผ่นกระเบื้องเล็ก ๆรูปแบบจิ๊กซอ ขนาดประมาณเหรียญสิบ
“ ใช่ครับ ขอบคุณพ่อใหญ่มากครับ”
“ เออ ถ้าจะหาชิ้นต่อไปก็เดินทางไปที่พระธาตุอิงฮัง สะหวันนะเขตเด้อ หาในกระถางธูปที่นั่นแหละ ข้าไปหละ”
ชายแก่พร้อมหญิงสาวทั้งหมดก็เดินหายเข้าไปในผนังถ้ำ
“โอ้ พ่อปู่มาช่วยหรือเนี่ย สาธุๆ “ พรเทพยกมือไหว้ท่วมหัว
“งั้นเรารีบไปต่อเถอะป่านนี้สาวแอนไม่รู้เป็ยังไงบ้างไม่รู้” คทาวุธกังวลใจ
ทั้งสองหนุ่มกับลุงลิดเดินทางย้อนไปลงเรือเร็วแล้วเดินทางล่องโขงลงไปถึงแขวงสะหวันนะเขต แล้วขึ้นบกต่อรถไปอีก 20 กิโลเมตรก็ไปถึงวัดพระธาตุอิงฮัง [1] องค์พระธาตุเป็ศิลปะแบบศรีโคตรบูรณ์ผสมผสานระหว่างพุทธและฮินดูฐานสี่เหลี่ยมมีภาพปูนปั้นรูปเทวดาอยู่สองข้างประตูทั้งสี่ด้าน และยังมีภาพปูนปั้นรูปกามสูตราเป็ศิลปะแบบจามปา[x] ซึ่งปกติจะไม่พบในวัดพุทธ รอบองค์พระธาตุนั้นแวดล้อมด้วยระเบียงคดมีพระพุทธรูปประดิษฐานเรียงรายอยู่
“รีบค้นหาจิ๊กซอตัวต่อไปกันเร็วนั่นแน่ะ กระถางธูป ลองค้นหาดู “ คทาวุธรีบวิ่งเข้าไปขุดคุ้ยกระถางปักธูปหน้าองค์พระธาตุแต่คนดูแลวัดเห็นเข้า จึงรีบวิ่งเข้ามาห้าม
“แน่ะ สิเฮ็ดหยังน่ะมาคุ้ยเขี่ยหาอิหยัง สูเป็บ้าบ่ “
“ อ๋อพอดีผมทำแหวนร่วงลงไปในกระถางธูปครับ ขออนุญาตค้นหาสักครู่นะครับ” คทาวุธกล่าว
“ อ้าว ซั่นบ่ เออ ๆ หาไว ๆ เด้อ“ คนดูแลวัดพูดแล้วก็เดินไป
สองหนุ่มเทพวุธและลุงลิดช่วยกันขุดคุ้ยหาสักครู่ก็เจอสิ่งที่้า
“นี่ไง เจอแล้ว จิ๊กซอ”พรเทพหยิบขึ้นมาไว้ในฝ่ามือ แล้วส่งต่อให้คทาวุธ
“โอเค อดทนหน่อยนะสาวแอนพี่จะรีบไปช่วย” คทาวุธเก็บชิ้นส่วนใส่กระเป๋าเสื้อ
“โยม ๆ มีคนฝากจดหมายไว้ให้แน่ะ ”แม่ชีคนหนึ่งเดินมาหาคทาวุธพร้อมยื่นแผ่นกระดาษเล็ก ๆ ให้
“ ตามหาชิ้นต่อไปที่แท่นหินบูชายัญปราสาทหินวัดพู จำปาสัก”
คทาวุธอ่านแล้วก็ถามแม่ชีว่า
“ยายรู้จักคนที่ฝากจดหมายนี้ไหมครับ”
“ ยายบ่ฮู้จักหรอกจ้า จักเป็ไผ “แม่ชีพูดแล้วก็เดินจากไป
“งั้นพวกเรารีบไปกันเถอะก่อนมันจะค่ำ” ลุงลิดชักชวน
เรือเร็วแล่นลงไปตามแม่น้ำโขง ผ่านพระธาตุพนม ผ่านมุกดาหาร จนมาถึงดอนตาลก็พลันมีสัตว์ประหลาดฝูงหนึ่งโผล่ขึ้นจากกลางแม่น้ำ ขึ้นมาเกาะกุมรอบ ๆ เรือของคทาวุธ
“โอ้ะ ระวัง ๆ เรือเสียการทรงตัว เรือล่มแล้ว” พวกคทาวุธก็ตกลงไปในแม่น้ำอันกว้างใหญ่
เมื่อรู้สึกตัวอีกที พวกเขาก็มานอนอยู่ที่โรงพยาบาลดอนตาล
“รู้สึกตัวแล้วหรือคะ” พยาบาลถาม
“เอ้อ พวกผมมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงครับ แล้วนี่วันที่เท่าไหร่มาอยู่นานหรือยัง”
“อ๋อ เมื่อวานทางตำรวจน้ำ [2] แล่นเรือออกตรวจลำน้ำโขงไปพบพวกคุณเรือล่ม และจมน้ำอยู่ก็เลยช่วยไว้และพาคุณมานอนพักรักษาตัวที่นี่แหละค่ะ เป็ยังไงบ้างคะ”
“ไม่เป็ไรแล้วครับ แล้วผมจะกลับบ้านได้เมื่อไหร่พอดีมีภารกิจต้องไปทำ” คทาวุธกล่าว
“เดี๋ยวรอคุณหมอมาตรวจดู ถ้าไม่เป็ไรก็คงกลับได้วันนี้เลยค่ะ รอแปปนะคุณหมอใกล้มาถึงแล้วค่ะ”
บ่ายวันนั้น หมออนุญาตให้ทุกคนกลับได้ทั้งสามคนก็เหมารถจากอำเภอดอนตาล[3] ผ่านอำเภอชานุมาน[4] อำเภอเขมราฐ เพื่อไปลงเรือที่อำเภอโขงเจียมก็พ้นจากเขตแดนไทย แม่น้ำโขงไหลเลี้ยวเข้าเขตแดนประเทศลาว กว่าจะถึงปากเซก็โพล้เพล้ใกล้ค่ำแล้ว
“พวกเราแวะนอกพักที่วัดพูสะเหล้าในตัวเมืองปากเซกันก่อนเถิด รุ่งเช้าค่อยเดินทางต่อไปปราสาทวัดพูอยู่ห่างจากตัวเมืองปากเซประมาณ 43 กิโลเมตร”
หลังจากลุงลิดพาเข้าไปกราบท่านเ้าอาวาสเพื่อขออนุญาตพักค้างในวัดแล้ว ก็พากันไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า รับประทานอาหารเย็นแล้วไปนั่งกินลมชมวิวอยู่หน้าองค์พระใหญ่ซึ่งจากฐานพระมองลงไปเบื้องหน้าจะเห็นแม่น้ำโขงไหลผ่านกลางใจเมืองปากเซฝั่งตรงข้ามของแม่น้ำ เป็ส่วนของย่านการค้า ตลาด และส่วนราชการ โดยมีูเาอีกสองลูกอยู่คนละฝั่งแม่น้ำโขง ขนาบสองฝั่งเมืองไว้ แล้วลุงลิดก็ชี้ให้ดู
“ูเาลูกโน้นน่ะชื่อภูบาเจียง ด้านนั่นชื่อภูมะโรง ส่วนที่เรานั่งอยู่นี่ ชื่อภูสะเหลาหรือเดิมเรียกว่าภูส่าเหล้า มันมีตำนานเล่าขานกันมาว่า ในอดีตมีพ่อค้าชาวเมืองจามปาคนหนึ่งเดินทางผ่านมาค้าขายทางนี้แล้วถูกเสือร้ายไล่ตะครุบ พอดีมีนายพรานชาวข่าชื่อบาเลียงมาช่วยไว้ ทั้งสองเลยตกลงเป็เสี่ยวฮักกันและสัญญากันไว้ว่า หากฝ่ายหนึ่งมีลูกชาย ฝ่ายหนึ่งมีลูกสาว ก็จะให้มาแต่งงานกันแต่ถ้าเป็เพศเดียวกัน ก็จะให้เป็เพื่อนกัน ปรากฏว่า ฝ่ายนายพรานได้ลูกชายตั้งชื่อให้ว่าท้าวบาเจียง คำว่าเจียงแปลว่าช้าง ส่วนฝ่ายพ่อค้าได้ลูกสาวเกิดปีมะโรง เลยตั้งชื่อว่านางมะโรง สองครอบครัวเลยจัดการหมั้นหมายทั้งสองคนไว้ต่อมานางมะโรงเติบใหญ่ขึ้นเป็สาว มีรูปร่างหน้าตาสวยงามเพียบพร้อมทั้งเรือนสามน้ำสี่ ก็มีหนุ่ม ๆ มาหมายปองมากมายจนกิตติศัพท์ได้ยินไปถึงหูเ้าชายแห่งเมืองจำปาสัก ก็ใคร่อยากยลโฉมของสาวมะโรงจึงแอบมาดู แล้วก็เห็นสมจริงดังคำเล่าขาน จึงกลับไปบอกพระบิดาให้จัดขันหมากมาสู่ขอพร้อม ๆ กับที่บาเจียงก็เตียมยกขันหมากมาสู่ขอเช่นกันต่างกันที่ฝ่ายบาเจียงมีเพียงเหล้าส่า(สาโท) กับไก่ต้มไม่มีเพชรนิลจินดาเหมือนชาวเมืองจามปาฝ่ายพ่อแม่ของมะโรงเห็นว่าเป็โอกาสที่ลูกสาวจะได้ผัวรวย อยู่ดีมีสุขจึงวางแผนหลอกบาเจียงว่า นางมะโรงตายแล้ว ไม่เชื่อดูโลงศพที่ตั้งบนยอดเขาสิบาเจียงไม่ทันตรวจดูให้ถ้วนถี่ ก็หลงเชื่อ ด้วยความเสียใจ จึงเทเหล้าเทไก่ทิ้งหมดณ สถานที่เทเหล้า กลายเป็ภูส่าเหล้า แล้วเพี๊ยนเรียกเป็ภูสะเหลา ที่เทไก่กลายเป็ภูกองไก่ มาจนทุกวันนี้ ส่วนตัวบาเจียงเสียใจจึงกลั้นใจตายกลายเป็ภูบาเจียง ต่อมานางมะโรงได้ยินว่าท้าวบาเจียงตายก็เสียใจวิ่งเตลิดขึ้นไปยังเขาที่พ่อของตัวเอาโลงตั้งไว้ แล้วนางก็ลงไปนอนในโลงปิดฝาโลงแล้วกลั้นใจตายตามบาเจียงไปอีกคน ฝ่ายท้าวจำปาสักก็กลับบ้านเมืองของตนตรอมใจตายกลายเป็ภูเก้า หรือภูจำปาสัก อันเป็ที่ตั้งของปราสาทวัดพูโบราณสถานที่เราจะไปพรุ่งนี้น่ะแหละ”
“โอ้โหลุงลิดนี่เล่าตำนานได้สนุกมากเลย ผมว่าเปลี่ยนอาชีพไปเป็ไกด์ได้สบายเลยนะ”พรเทพเอ่ยชม
“ข้อยก็คิดอยู่คือกันรอไว้าเวียดนามสงบก่อนเถาะ”
“เสียดายอย่างนึง เมืองที่ผ่าน ๆ มาลุงบ่ได้เล่าประวัติละเอียดเหมือนที่นี่เลยเนาะ” พรเทพกล่าว
“ก็คนกำลังเร่งรีบ ต้องไปตามหาคนใครจะมีเวลา มีอารมณ์มาบรรยายประวัติและแนะนำวิวทิวทัศน์วะ ไอ้นี่ บ้าหรือเปล่า” คทาวุธกล่าว
“เออ กูก็ไม่ได้ว่าอะไรแค่เสียดายเฉย ๆ”
“เอาละ ๆ บ่ต้องเถียงกันไว้เทื่อหน้าจังมาใหม่ แล้วก็พาเมียพาลูกมาเที่ยวนำเด้อ” ลุงลิดว่า
เช้าวันรุ่งขึ้น
ดวงตะวันพ้นขอบฟ้าแล้วพระสงฆ์กำลังออกบิณฑบาต พวกคทาวุธก็กำลังออกเดินทางลงจากภูสะเหลารถยนต์พาพวกเขาแล่นไปตามทางลาดยางราวสี่สิบกิโลเมตร ก็มาถึงภูเก้าซึ่งมียอดคล้ายดังเกล้าผมบนศีรษะของผู้หญิง
ถนนทางเข้าผ่านบารายขนาดใหญ่ที่ขนาบทั้งสองข้างทาง ทั้งหมดจอดรถแล้วเดินขึ้นไปตามทางเดินสู่ตัวปราสาทสองข้างทางเดินประดับด้วยแท่งหินที่มียอดหัวเสาคล้ายดอกบัวเรียงราย เรียกว่าเสานางเรียง เดินขึ้นไปอีกสักพักก็มาถึงตัวปราสาท ที่เหลือเพียงผนังสี่ด้านส่วนหลังคาหายไปหมดแล้ว ด้วยความเก่าแก่ก่อนอาณาจักรขอมจะก่อเกิดเสียอีก
“ไหนวะ แท่นบูชายัญที่ว่า”พรเทพร้องถาม
สิ้นเสียงของพรเทพก็มีเสียงร้องของผู้หญิงกรีดร้องมาจากด้านหนึ่ง ทั้งสามคนมองไปยังต้นเสียง ก็แลเห็นว่ามีแท่งหินสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่สองแท่งซึ่งตั้งอยู่กับพื้นดิน และเห็นสาวแอนนิต้าถูกชายกำยำสี่คนแต่งตัวแบบคนโบราณที่นุ่งแต่ผ้าเตี่ยว ไม่สวมเสื้อกำลังจับแขนและขาของหญิงสาวไม่ให้ดิ้น ส่วนชายอีกคนถือมีดเตรียมจะผ่าอกของสาวแอน
“เฮ้ย หยุดนะ “ คทาวุธร้องห้าม แล้วปล่อยแสงจากตาที่สามไปยังชายลึกลับห้าคนนั้นแต่แล้วภาพการจับคนมาบูชายัญก็เลือนหายไปเหลือแต่เสียงหัวเราะคล้ายเสียงปีศาจดังไปทั่วบริเวณ
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า พวกข้าล้อแกเล่นน่ะยังไม่ถึงเวลาจะให้แกได้เจอตัวประกันหรอก ข้ายังสนุกกับการปั่นหัวแกเล่น”
“ไอ้บ้าเอ้ย” พรเทพร้องอย่างหัวเสีย
เมื่อเดินเข้าไปดูที่แท่งหินใกล้ ๆ ก็พบมีร่องรอยแกะสลักเป็ร่องลงไปคล้ายรูปร่างคนที่กางแขนกางขาออกขึงพืดแต่มีส่วนที่คล้ายหางจระเข้ ยื่นออกมาระหว่างขาสองข้างอีกแท่งหนึ่งสลักคล้ายลูกระนาดเรียงต่อกันห้าลูกขอบด้านหนึ่งเซาะร่องคล้ายกับจะให้ของเหลวไหลออกทางนั้น
“อย่าฟ่าวเคียด(อย่าเพิ่งโมโห) นี่ไง ของที่คุณตามหา แม่นยุบ่” ลุงลิดหยิบชิ้นกระเบื้องเล็ก ๆขึ้นมายื่นให้ดู
“เออแม่นแล่ว ๆ โอ้ยสาธุ” บ่าวอุบลยกมือท่วมหัว
คทาวุธเก็บชิ้นส่วนจิ๊กซอว์ใส่กระเป๋าแล้วยืนงงอยู่
“แล้วจุดต่อไปล่ะเราจะไปไหนต่อ” เขากล่าว
ขณะนั้นเองรูปสลักนางอัปสรที่ข้างประตูปราสาทก็เอ่ยขึ้นว่า
“จงไปที่ดอนโขงอันเป็ดอนที่ใหญ่ที่สุดของมหานทีสี่พันดอนทางใต้ปลายน้ำโขงนี้เถิดท่านสิ่งที่ท่าน้าจะอยู่ในเรือนเก่าที่ทหารฝรั่งเศสมาสร้างไว้”
ภาพสลักรูปทวารบาลยืนถือกระบองก็พูดขึ้นบ้างว่า
“จากนั้นก็กลับมาที่ปากเซนี้อีก แล้วค่อยไปเมืองปากซองที่ราบสูงบอลิเวน ก็จบภารกิจในลาวใต้นี้แล้วละ ท่านเทพอวตาร”
“ขอบใจท่านมาก งั้นเราไปกันเถอะ” คทาวุธกล่าวพร้อมโบกมือให้ทุกคนตามไป
“เราต้องลงเรือเร็วไปตามลำโขงนะระยะทางร้อยยี่สิบกิโล ถ้าไปทางรถละก็ ช้าแน่ ๆ” ลุงลิดกล่าว
จากนั้นทั้งหมดก็เดินทางด้วยเรือเร็วลงไปตามลำน้ำโขงจนถึงบ้านหาดจอดเรือแล้วขึ้นบกไป ลุงลิดก็ว่าจ้างรถไป
ตามหาเรือนเก่าฝรั่งเศสตามที่นางอัปสราบอก
“ตึกเก่าฝรั่งมันกะมีหลายหลังลองเบิ่งหลังนี้ดูก่อน” คนขับรถท้องถิ่นพาแวะดูตึกเก่าสไตล์โคโลเนียลเป็ตึกสองชั้น ไม่เล็กไม่ใหญ่มากนัก มีสองคูหามีระเบียงทางเดินหน้าประตูตึกแบบที่นิยมกันในเมืองอาณานิคมเก่า ๆ เช่นที่ปีนัง
เมื่อเข้าไปในตัวอาคารก็พบข้าวของมากมายถูกคลุมไว้ด้วยผ้าที่เคยขาว แต่บัดนี้เกรอะไปด้วยฝุ่นคาดคะเนด้วยสายตาก็น่าจะผ่านมาหลายสิบปีแล้วก็มีตุ๊กแกตัวใหญ่วิ่งชนแจกันที่วางอยู่บนหลังตู้ตกลงที่พื้น
“เพร้ง!!!” เสียงแจกันแตกดังลั่นห้อง ทำให้ชายทั้งสามคนสะดุ้งพากันร้องเฮ้ยไปพร้อม ๆ กัน
แล้วคทาวุธก็ก้มลงไปหยิบชิ้นส่วนคล้ายจิ๊กซอที่ปะปนมาในกองเศษกระเบื้องแจกันที่แตก
“เจอแล้ว ชิ้นส่วนใหม่” หนุ่มทาก็เก็บมันใส่กระเป๋าอีก
ทั้งสามคนกลับมาลงเรือ เพื่อเดินทางกลับไปปากเซ ขณะอยู่บนเรือ คทาวุธก็พูดกับเพื่อนว่า
“เมื่อกี้ลืมถามนายทวารบาลกับนางอัปสราว่าจะให้ไปตรงส่วนไหนของเมืองปากซองว่ะ”
“เออว่ะ ยังไงเราก็ไปให้ถึงก่อนเถอะ คงมีคนมาบอกเราเองแหละ” พรเทพว่า
เรือเร็วกลับมาถึงปากเซทั้งหมดก็ขึ้นฝั่งแล้วเหมารถไปยังเมืองปากซองที่อยู่ห่างไปทางทิศตะวันออกของเมืองปากเซประมาณห้าสิบกิโลเมตรจากพื้นราบ ค่อย ๆ ไต่ระดับขึ้นูเาสูงไปเรื่อย ๆ อากาศเริ่มหนาวเย็นลงแล้วคนขับรถก็แวะจอดข้างทาง
“แวะกินกาแฟกันก่อนมั๊ย เนี่ยไร่กาแฟบ้านผมเอง”
“เออ ถ้าไม่รบกวนมากก็...แวะสักครู่ก็ได้ครับ” คทาวุธกล่าวอย่างเกรงใจ
ทั้งสามหนุ่มก็เดินตามเข้าไปในไร่กาแฟซึ่งมีต้นกาแฟใบเขียวสดเรียงรายสองข้างทางเดิน เต็มพื้นที่ราว ๆ ร้อยไร่คนขับรถพาเดินเข้าไปในเรือนไม้หลังใหญ่ แล้วเชิญทุกคนนั่งที่โต๊ะรับแขก
“เชิญนั่งก่อนนะ เอ้าอีหล้าเอ้ยชงกาแฟมาเลี้ยงแขกหน่อยลูก”
“พี่ปลูกกาแฟที่นี่มานานหรือยังครับ”พรเทพถาม
“เดิมทีน่ะที่นี่เป็ไร่กาแฟเก่าของคนฝรั่งเศส สมัยที่ยังมาปกครองอินโดจีนอยู่พอมีการเรียกร้องเอกราชของลาว เวียดนาม เขาก็ทิ้งไร่นี้ไปพ่อแม่ของพวกผมที่เคยเป็คนงานในไร่ ก็เลยยึดพื้นที่ไว้ทำกินซะเลย”
“อ่อ ดีจังเลยนะครับ บรรยากาศดีอากาศเย็นสบาย เหมือนอยู่เมืองนอก น่าอิจฉาจัง” คทาวุธชื่นชม
ลูกสาวของเ้าของไร่เดินถือถาดใส่โถต้มกาแฟและถ้วยเซรามิคสามสี่ใบออกมาพร้อมถ้วยใส่นมและน้ำตาล มาเสริฟให้ที่โต๊ะรับแขก พรเทพก็จ้องหน้าเด็กสาวเด็กนั้นก็ยิ้มอาย ๆ แล้วเดินเข้าหลังครัวไป
“เอ้า เชิญ ๆ กาแฟต้มใหม่ร้อน ๆชอบหวานมันยังไงก็เติมเอาเองนะ เอ้านี่นม น้ำตาล”เ้าของไร่รินกาแฟร้อนใส่ถ้วยให้ทุกคน
คทาวุธกับพวกก็จิบกาแฟนั้น
“หอมดีนะครับ กาแฟสด คั่วใหม่ ๆ” คทาวุธดื่มด่ำกับกลิ่นหอม
“ใช่ครับแล้วนี่พวกคุณจะมาทำอะไรที่เมืองปากซองนี่ละครับ มาเที่ยวเหรอ มีเป้าหมายหรือยังจะไปไหนบ้าง”
“ยังเลยครับคงต้องปรึกษาคุณพี่แล้วแหละ ว่ามีที่ไหนบ้าง”
“ปากซองก็มีที่เที่ยวหลายที่นะครับทั้งน้ำตกตาดฟาน ตาดเยือง ตาดผาส่วม ตาดถ้ำจำปี แต่หน้านี้หน้าฝนมันอาจจะลื่นหน่อยนะครับ ไม่น่าปลอดภัย คุณอยากจะไปอยู่หรือ”
พวกคทาวุธยังไม่ทันจะตอบทั้งสามคนก็วูบหลับไป มาตื่นอีกที เมื่อพบว่าตัวเองกำลังถูกจับมัดและกำลังจะถูกหย่อนลงในเครื่องคั่วเมล็ดกาแฟร้อน ๆ !!!
“อ้าวพี่ ๆจะทำอะไรพวกเราน่ะ เราไม่เคยมีเื่เคืองแค้นกัน จะมัดพวกเราทำไม” คทาวุธใร้องถามไป
“ท่านกามันดาสั่งให้เรามาทำเตรียมตัวตายได้แล้ว ฮ่าฮ่าฮ่า” เ้าของไร่มีอาการคล้ายโดนผีสิงหัวเราะร่าเช่นเดียวกับลูกสาวของเขาซึ่งกำลังหมุนวงล้อที่ควบคุมเชือกเพื่อหย่อนตัวเหยื่อทั้งสามลงไปคั่วในหม้อ
เหตุการณ์ต่อไปจะเป็เช่นไรพวกคทาวุธจะรอดพ้นจากการโดนคั่วหรือไม่
ณ โรงคั่วกาแฟ ไร่กาแฟเลอฟรอง เมืองปากซอง ที่ราบสูงบอลิเวน จำปาสักราชอาณาจักรลาว
คทาวุธ พรเทพและลุงลิด ที่โดนจับมัดรวมกันเป็พวงกำลังห้อยต่องแต่งและถูกหย่อนลงไปยังถังคั่วกาแฟอย่างช้า ๆท่ามกลางไอร้อนและกลิ่นกรุ่นของเมล็ดกาแฟคั่วเสียงเครื่องยนต์หมุนถังให้หมุนดังสนั่นหากเขาใช้ตาที่สามบนหน้าผากยิงแสงออกมาตัดเชือกที่ห้อยอยู่ พวกเขาคงจะตกลงไปคั่วรวมกับกาแฟเป็แน่
“ ทำไงดีวะเนี่ยไอ้ทา คิดอะไรออกบ้างมั๊ย พวกเราจะตายหรือเปล่าวะ” พรเทพดิ้นไปร้องไป
“โอ้ยอิพ่ออิแม่ มาซอยข่อยแน ข้อยสิตายแล้ว” ลุงลิดร้องหาพ่อแม่
แล้วคทาวุธก็สังเกตเห็นว่าเสาเหล็กที่ค้ำยันหลังคาโรงคั่วกาแฟ มันตรงแนวกับเครื่องคั่วกาแฟนี้พอดีจึงใช้ตาที่สามยิงลำแสงไปตัดคานข้างบนก่อนแล้วยิงไปตัดโคนเสาให้ล้มลงมาฟาดใส่ถังคั่วกาแฟดังโครมใหญ่ เมล็ดกาแฟร้อน ๆกระจัดกระจายเต็มพื้น แล้วเขาก็ยิงลำแสงไปสายเชือกที่มัดตัวเขาและเพื่อนอยู่จนเชือกขาดทั้งสามคนก็หล่นลงไปกลิ้งกับพื้น เนื้อตัวโดนเมล็ดกาแฟที่เพิ่งคั่วใหม่ ๆแสบร้อนบ้าง
“โอ้ย ร้อน ๆอู้ย” พรเทพรีบลุกขึ้นลูบแขนที่เป็รอยแดงเพราะความร้อนจากเมล็ดกาแฟ
“เฮาบ่ตายแล้วรอดแล้ว อดเอาเด้อ เจ็บน้อยเดียว บ่ตายดอก” ลุงลิดลุกตามมาช่วยพยุงคทาวุธและพรเทพ
เ้าของโรงคั่วกาแฟกับลูกสาวและคนงานอีกสี่ห้าคน ตาขวาง ๆ เหมือนโดนผีสิง ต่างก็ถือพลั่ว จอบ เสียม มีดพร้ามุ่งตรงเข้าหากลุ่มของคทาวุธ แล้วฟาดอาวุธในมืออย่างแรง ชายหนุ่มเบี่ยงหลบยกถังคั่วกาแฟขึ้นมาเป็โล่กำบัง เสียงกระทบกันดังโคร้งเคร้งฝ่ายพรเทพก็ใช้ศิลปะป้องกันตัวที่เรียนมาจากศูนย์ฝึกของ CRA แย่งอาวุธจากมือของคนงานมาได้ ลุงลิดก็ยกกระสอบกาแฟขึ้นรองรับไม้ที่ฟาดมาชุลมุนกันอยู่พักใหญ่
“เทพกะลุงลิดถอยไปทางโน้นก่อน”คทาวุธร้องะโ สองคนนั้นก็ล่าถอยไปด้านหลังคทาวุธ
แล้วลูกแม่น้ำสะแกกรังก็ปล่อยพลังเทพจากปลายคทาเป็แสงสีรุ้งเข้าใส่กลุ่มของเ้าของโรงกาแฟหงายหลังกระเด็นไปคนละทาง จนทุกคนสลบเหมือด
“โอ้โหวิชาอะไรน่ะ ไม่เคยเห็นเลย” ลุงลิดปรบมือพร้อมกล่าวชม
“วิชาจากแม่ผมเองครับพวกเรารีบค้นหาจิ๊กซอว์เถอะ เผื่อเจอ”
“เฮ้ยนี่ไง ตกอยู่ในกองเมล็ดกาแฟนี่” พรเทพร้องเรียก และชี้ให้ดูแผ่นกระเบื้องเล็ก ๆที่กองกาแฟ
คทาวุธหยิบขึ้นมาดู
“ใช่จริงๆ” ว่าแล้วก็เก็บใส่กระเป๋า จากนั้นก็เดินไปที่โต๊ะ แล้วนำชิ้นส่วนจิ๊กซอว์ทั้งหมดมาเรียงต่อกันจนเป็ภาพ
“นี่มันทุ่งไหหินนี่อยู่แขวงเชียงขวาง ตอนเหนือของลาว” ลุงลิดกล่าว
“นี่ก็รูปน้องแอนด้วยอยู่ท่ามกลางดงไหเลยนะเนี่ย” พรเทพชี้ให้ดู
“งั้นพวกเราหาเหมารถไปกันเถอะส่วนพวกที่นอนเดี๋ยวก็ฟื้น แค่สลบไป” ปริวรรทำท่าจะรีบเดินออกไป
“ เดี๋ยวครับ ทำไมเราไม่ขอเฮลิคอปเตอร์มาช่วยล่ะ จะได้ลดระยะเวลา”
ลุงคนขับว่าแล้วก็หยิบเอาวิทยุสื่อสารออกมาจากกระเป๋า แล้วพูดกับปลายทางว่า
“CRA ลาวขอกำลังเสริม ขอเฮลิคอปเตอร์มารับบนที่ราบสูงบอลิเวนด่วนปลายทางทุ่งไหหินเชียงขวาง มีคนถูกจับตัวไปเป็ตัวประกัน”
“โอเค รอสักครู่ จะส่งฮ.ไปรับ” เสียงจากปลายสายตอบ
ราวสิบนาที ก็มีเฮลิคอปเตอร์บินมาจอดลงสนามหญ้าบนที่ราบสูงบอลิเวนอันหนาวเย็นทุกคนก็รีบวิ่งไปขึ้นอากาศยานนั้น เครื่องพาบินไปทางทิศเหนือของกรุงเวียงจันทน์ราวสี่ชั่วโมง ก็เข้าสู่ภูมิประเทศที่เป็ูเาสลับซับซ้อนในที่สุดเฮลิคอปเตอร์ก็มาร่อนลงจอดที่ทุ่งไหหิน
เครื่องแมลงปอเหล็กส่งคนเสร็จก็บินกลับไปปล่อยให้ชายสามคนยืนงงในดงไหหินที่เรียงรายระเกะระกะเต็มท้องทุ่งที่เป็เนินสูงต่ำสลับกันไปแต่ยังไม่เห็นวี่แววของสาวแอนนิต้าที่โดนจับเลย
“แอนนิต้า ๆ อยู่ตรงไหนน่ะ” คทาวุธร้องถาม
“แอนเอ้ย อยู่ไสลูก” ลุงคนขับรถะโถาม
“น้องแอน อ้ายมาซอยเ้าแล้ว เ้าอยู่ไส”พรเทพก็ร้องหาอีกคน
“เฮ้ย ดูทางโน้น” คทาวุธชี้ให้ดูอะไรบางอย่างตกอยู่ในหลุมขนาดใหญ่ น่าจะเกิดจากการทิ้งะเิในา
มันเป็ป้ายชื่อแขวนคอของสาวแอนกับรองเท้าที่หล่อนสวมใส่ทั้งสามรีบวิ่งเข้าไปตรงกลางหลุมลึกเพื่อจะดูแต่ฉับพลันที่สามคนเหยียบลงไปในหลุมนั้น มันก็ยุบตัวลงทำให้ทั้งหมดตกลงไปในถ้ำใหญ่ใต้ดิน แล้วปากหลุม้าก็ปิดตัวลง
“แย่ละนี่มันอะไรกันนี่ เป็กับดักหรือยังไง” คทาวุธพูดพร้อมกับปัดฝุ่นตามเนื้อตัว
พรเทพหยิบไฟฉายขึ้นมาส่องพบทางเดินใต้ดิน
“ ลองเดินไปดูกันไหมอาจจะเจอทางออก” พรเทพกล่าว ทั้งหมดก็พากันเดินไปตามทางนั้น แต่เดินไปสักระยะ ก็วนกลับมาที่เดิม
“ เอ้ะทำไมกลับมาที่เก่า หรือว่าเราจะติดในเขาวงกต” คทาวุธกล่าว
“งั้นเราต้องทำเครื่องหมายทิ้งไว้จะได้รู้” ลุงคนขับรถพูด แล้วก็ฉีกผ้าขาวม้าที่มัดเอวมาออกเป็ชิ้นเล็ก ๆโปรยไปตามทางเดินที่ผ่านไปเรื่อย ๆ ในที่สุดทั้งหมดก็พบทางออก
“ดูโน่นสิข้างบนนั่น มีแสงลอดลงมา ต้องใช่ทางออกแน่” คทาวุธชี้ให้ดู
“งั้นพวกคุณขี่คอผมซ้อนกันขึ้นไปแล้วหย่อนเชือกลงมาช่วยผมด้วย” ลุงคนขับบอก
คทาวุธกับพรเทพขึ้นไปแล้วก็หย่อนเชือกลงไปช่วยลุงขึ้นมา
พวกเขายังคงอยู่ในบริเวณทุ่งไหหินเมื่อเดินอ้อมออกมาจากแวดล้อมของกลุ่มไหหินแล้วก็พบกับกลุ่มคนหมู่ใหญ่จับตัวของสาวแอนนิต้ามัดไว้กับเสาไม้ ที่ปักอยู่บนพื้นดิน
“อ้าย อย่าเข้ามา มันจะหลอกให้อ้ายมาติดกับ”สาวแอนร้องห้าม
“ถ้าไม่อยากให้นังนี่ตาย ก็ยอมมอบตัวเสียโดยดี” หนึ่งในคนเ่าั้ที่เป็ฝรั่งร้องะโ
“พวกแก้าอะไร จับน้องเขาไปเป็ตัวประกันทำไม” คทาวุธร้องถาม
“พวกเราคือ CIA ส่วนพวกแกเป็แนวร่วมของพรรคปะเทดลาวใช่ไหมพวกเรากำลังกวาดล้างกลุ่มผู้นิยมคอมมูนิสม์ของเ้าสุภานุวงศ์ที่มาเคลื่อนไหวอยู่ทางเหนือของลาวและเวียดนาม ดังนั้นยอมให้เราจับกุมแต่โดยดี”
“พวกเราก็เป็ CRA จากสหรัฐอโรมาเป็ประเทศฝ่ายโลกเสรีเหมือนกัน ทำไมต้องมาเป็ศัตรูกัน หันมาจับมือกันดีกว่าปล่อยน้องเขาไปเถอะ” พรเทพกล่าวอย่างใจเย็น
“ไม่เชื่อ ถ้าไม่ยอมมอบตัวก็เห็นจะต้องใช้ความรุนแรงเฮ้ยยิงมันเลย” ฝรั่งหัวหน้าของพวกนั้นสั่ง
“อ้าว พูดแบบนี้ก็สวยสิ “ คทาวุธอารมณ์ขึ้นก็ฝ่าดงะุลุยเข้าตะลุมบอนกับกลุ่มคนเ่าั้โดยที่เขาได้รับพรจาก์ให้ปลอดภัยจากคมอาวุธทุกชนิดจึงไม่เป็อันตรายจากะุปืน ทั้งเขาและพรเทพก็เตะต่อยทุ่มตัวคนเ่าั้จนหมอบลงไปทีละคน กระทั่งไปถึงตัวแอนนิต้าที่ถูกจับมัดอยู่
“พรเทพแก้มัดน้องแอนเร็ว” คทาวุธสั่งส่วนตัวเขาก็ะโเอาตรีศูลย์อาวุธวิเศษคู่กายจ่อคอของหัวหน้าพวกนั้น “สั่งลูกน้องแกถอยออกไปให้หมด ไม่งั้นแทงคอทะลุแน่”
“เฮ้ย ถอยไป “ ชายหัวหน้านั้นะโสั่งลูกน้อง
พรเทพปลดเชือกที่มัดสาวแอนแล้วพาหล่อนวิ่งไปขึ้นเฮลิคอปเตอร์โดยมีคทาวุธวิ่งตามไปคนสุดท้ายแล้วเขาก็โยนะเิควันใส่กลุ่มคนเ่าั้เพื่อพรางตาก่อนที่เฮลิคอปเตอร์จะพาพวกเขาบินไปวังเวียง
“เป็ยังไงบ้างน้องแอน” คทาวุธถาม
“บ่เป็หยังจ้า แค่ในิดหน่อย”
“ข้าเ้าคือจับตัวน้องมา เฮาไปเกี่ยวอิหยังกะซีไอเอบ่เข้าใจ” พรเทพแสดงความสงสัย
“พวกกามันดามันร่วมมือกับสองขั้วมหาอำนาจทั้งซีไอเอและเคจีบีจุดไฟาให้เกิดทั่วทุกประเทศ เพื่อมันจะได้ค้าขายอาวุธได้หลาย ๆ ได้ทั้งเงินได้ทั้งอำนาจ ที่เกิดาเวียดนามขึ้นก็ย้อนฝีมือบักกามันดาหรือเภสันนี่แหละ
“่เวลานี้ ในลาวเกิดากลางเมืองเรียกว่าาลับ ( Secret War ) ที่อเมริกาเข้ามาสนับสนุนฝ่ายรัฐบาลในการปราบปรามฝ่ายซ้ายของกลุ่มนิยมลัทธิคอมมูนิสม์ที่นำโดยเ้าสุภานุวงศ์ มีโซเวียตและเวียดนามเหนือหนุนหลัง ส่วนฝ่ายรัฐบาลมีเ้าสุวรรณภูมา ที่นิยมความเป็กลางไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด และกลุ่มขวาจัดคือเ้าบุญอุ้มณ จำปาศักดิ์ นิยมอเมริกา แต่เพราะว่ารัฐบาลลาวประกาศความเป็กลางในสหประชาชาติเฮ็ดให้อเมริกาบ่กล้าส่งกองทัพมารบแบบเปิดเผยอย่างที่เวียดนาม แต่แอบให้ CIAสนับสนุนยุทธปัจจัยโดยฝึกกองกำลังชาวเขาเผ่าม้งที่นำโดยนายพลวังเปาและส่งกองกำลังม้งไปฝึกที่ค่ายทหารในเมืองไทยของพวกอ้ายน่ะแหละ”สาวแอนเล่าอย่างฉะฉาน ยังความทึ่งให้พรเทพอย่างมาก
“ โอ้ ข้อมูลน้องแน่นแต้กเลยน้อ เก่งแท้ สาวแอนนี่”
“บ่ปานใดดอกจ้า” แอนนิต้ายิ้มอาย ๆ
ราวสองชั่วโมงกว่า ๆเฮลิคอปเตอร์ก็มาร่อนลงจอดที่หาดทราย ริมฝั่งแม่น้ำซอง เมืองวังเวียง
บรรยากาศเปลี่ยวร้าง ไร้บ้านเรือนผู้คนธรรมชาติยังใสบริสุทธิ์ ป่าเขาและสายน้ำ แวดล้อมไปด้วยขุนเขาหินปูนดูแปลกตามีแตู่เายอดแหลม ๆ คล้ายกับที่กุ้ยหลิน ประเทศจีน จนน่าจะเรียกได้ว่ากุ้ยหลินแห่งเมืองลาว
“แล้วเราจะเริ่มค้นหาจากจุดไหนล่ะในลายแทงเขาบอกว่ายังไง” พรเทพกระซิบถามคทาวุธ
“ ข้าอ่านแล้วก็ยังไม่ค่อยเข้าใจ เอ้าลองอ่านดูสิ” คทาวุธว่าแล้วก็ยื่นแผ่นหนังจารึกให้เพื่อนดู
“ อดีตกาลนานมา ผีฟ้าเจิดเข้าเถื่อนถ้ำลึกล้ำด้วยคูหา ลอดผ่านธารา จึ่งพบรูปเทวาที่ซุกซ่อน “
“อืม อ่านดูเหมือนกับว่าเทวรูปถูกซ่อนเอาไว้ในถ้ำต้องลอดผ่านน้ำเข้าไป แต่มันอยู่ถ้ำไหนล่ะ แถวนี้มันมีกี่ถ้ำ”พรเทพครุ่นคิดอย่างหนัก
“คงต้องถามคนแถวนี้ดู แต่จะไปหาที่ไหนไม่เห็นมีบ้านคนเลย” คทาวุธพูดจบ ก็มีชายแก่ท่าทางเหมือนคนหาของป่า เดินผ่านมาพอดี
“เอ่อ พ่อใหญ่ ๆ ครับ แถวนี้มีถ้ำอะไรบ้างครับคือพวกเราอยากจะไปเที่ยวชมความงามน่ะครับ”
ตาแก่มองหน้าสองหนุ่มแล้วกล่าวว่า
“โอ้ย เ้าบ่มีม่องเที่ยวแล้วบ่คือได้มาเที่ยวม่องกันดารจังซี่ ถ้ำก็มีหลายอยู่ดอก ถ้ำจัง ถ้ำพูคำ ถ้ำซ้างถ้ำนางฟ้า ถ้ำผีเจิด โดยเฉพาะถ้ำผีเจิดนี่ สมัยตายังเป็เด็กน้อยได้ฟังผู้เฒ่าผู้แก่เพิ่นเล่าว่าเคยเห็นมีแสงไฟสว่างวาบพุ่งลงมาจากฟ้าแล้วเจิดหายเข้าไปในถ้ำนั่นแหละเพิ่นจังได้เอิ้นว่าถ้ำผีเจิด เ้าสิไปถ้ำไสล่ะ”
“เอ่อ ถ้ำผีเจิดนี่ไปทางไหนครับ ตาพาไปได้บ่” คทาวุธเริ่มสนใจเพราะมีเข้าร่อยรอยตามแผ่นลายแทง
“อ๋อ ได้สิ ตามมาโลด” ตาเฒ่าใจดี นำทางสองหนุ่มหนึ่งสาว และลุงคนขับรถเดินเลียบแม่น้ำซองไปทางขุนเขา
ทั้งหมดเดินข้ามสะพานไม้ไผ่ที่มีคนสร้างไว้ข้ามแม่น้ำซองอันสดใสไหลเย็นผ่านสระน้ำสีเขียวมรกต เข้าไปถึงทางขึ้นไปปากถ้ำใหญ่ ที่อยู่บนหน้าผาต้องเดินลัดเลาะไปตามทางเดินที่เกิดจากการสกัดหินผาจนถึงปากถ้ำ เมื่อเข้าไปในถ้ำทุกคนััได้ถึงความเย็น มีค้างคาวบินสวนทางออกมาสองสามตัวเพราะใที่มีคนบุกรุกเข้ามาในที่อยู่ของมัน จากปากถ้ำก็มีหินงอก หินย้อยทางเดินลาดลงไปในถ้ำ มีโพรงใหญ่ให้เดินเข้าไปถึงโถงใหญ่แล้วก็มีคูหาแยกไปอีกหลายทาง ชายชราหยุดอยู่ทางเข้าทางแยกในถ้ำแล้วหันมาบอกว่า
“หมู่เ้าพากันเข้าไปเองเด้อ ตาบ่กล้าเข้าไปดอกย่านผีมันจับกุมเอา ตั้งกะเกิดจนใหญ่บ่เคยเข้าไปเลย ซำนี้ละ ไปก่อนเด้อ”ว่าแล้วแกก็เดินออกจากถ้ำไป ทิ้งให้พวกคทาวุธยืนงงอยู่
“อ้าว ตา ไปซะแล้ว ทีนี้พวกเราจะเข้าไปทางไหนดีล่ะ”
“พวกเฮาแยกออกเป็สองทีมดีบ่คะ มีช่องทางไปอยู่สี่ทางเฮาค่อย ๆ หาไปทีละทาง คงเจอสักทางแหละ” สาวแอนเสนอแนะ
“ก็ดีนะ เอ้า ใครจะไปกับผม” คทาวุธกล่าว
“น้องไปกะอ้ายทากะได้เ้า ลุงลิดไปกะอ้ายเทพเด้อ”สาวแอนว่า
“ได้ ๆ ไปกันเลย “ พรเทพกับลุงคนขับรถก็ไปทางหนึ่ง คทาวุธกับแอนนิต้าแยกไปอีกทาง
เมื่อเดินเข้าไปได้ระยะหนึ่ง ถ้ำก็แคบลงจนต้องคลานเข้าไป สักพักคทาวุธก็เจอห้องโถงใหญ่อีกห้อง เอาเอาไฟฉายส่องดูพบว่ามีผืนน้ำตรงพื้นข้างหน้า จึงหันมาบอกสาวแอนว่า
“น้องรออยู่ตรงนี้นะ เดี๋ยวพี่จะดำน้ำมุดลงไปดูถ้าชั่วโมงนึงแล้วพี่ยังไม่กลับมา ให้น้องกลับไปตามคนมาค้นหาพี่ด้วยนะ”
“โดย อ้ายระวังด้วยนะเ้า”
ครั้นแล้วคทาวุธก็ดำน้ำมุดลงไปโผล่อีกห้องหนึ่งของถ้ำเป็ถ้ำที่มีปล่องข้างบนให้แสงลอดลงมาได้ มีแท่นหินขนาดใหญ่อยู่กลางห้องโถงนั้นบนแท่นยังมีหีบสมบัติโบราณวางอยู่ ชายหนุ่มค่อย ๆ เดินเข้าไปด้วยความระวังว่าอาจจะมีกับดักที่คนโบราณวางไว้ก็ได้ เขาค่อย ๆเอื้อมมือไปเปิดฝาหีบสมบัตินั้น
เทวรูปแก้วสีแดง ขนาดราวฝ่ามือวางไว้ในหีบไม้ที่มีผ้านุ่มรองไว้ ชายหนุ่มดีใจเหมือนลิงโลด เขาค่อย ๆประคองเทวรูปเข้ามาแนบอก แล้วอธิษฐานจิตให้แทรกเข้าไปในกายของตนก่อนที่จะหันหลังกลับ เดินมุดน้ำกลับมายังต้นทาง
คทาวุธโผล่น้ำกลับมาเจอสาวแอนนั่งรออยู่ก็บอกอย่างดีใจว่า
“พี่เจอแล้วเทวรูปสีแดงพวกเรารีบออกไปบอกพรเทพกับลุงลิดเถอะ เขาจะได้ไม่เสียเวลาหาต่อ”
“โดย “
เมื่อคทาวุธกับสาวแอนเดินออกมาถึงโถงถ้ำใหญ่ด้านหน้าก็พบว่า พรเทพถูกจับมัดติดไว้กับแท่งหินงอก โดยมีะเิเวลามัดไว้บนร่างกายเขาด้วย
“อะไรกันนี่” คทาวุธตกตะลึงกับสิ่งที่เห็น
แอนนิต้ารีบวิ่งไปยืนข้างลุงลิดที่คุมเชิงพรเทพไว้
“ส่งเทวรูปมาให้ข้อยเดี๋ยวนี้มิฉะนั้นบักนี่สิตายย้อนะเิแน่นอน มีเวลาแค่สิบนาที ส่งมาไว ๆ “สาวแอนพูดด้วยสีหน้าขึงขัง ผิดจากเดิมที่เคยอ่อนหวานนุ่มนวล
“เธอเป็บ้าไปแล้วเหรอ แอนนิต้า ทำไมทำแบบนี้” คทาวุธยังงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น
“ ฮ่า ๆ ๆ ไหน ๆ ก็จะตายแล้ว จะบอกให้ก็ได้ว่าพวกข้าเป็ใคร“ สาวแอนพูดจบก็แปลงร่างกลายเป็ปีศาจอสุรกาย ตาถลน มีเขี้ยวโง้งยาวเล็บมือเล็บเท้ายาว ผมเผ้ากระเซิง มีเืเลอะปากเหมือนผีนรกที่เพิ่งหนีมาจากขุมไหน
“พวกข้าสิงร่างของตาแก่กับนังเด็กนี่อยู่ถ้าแกอยากให้มันตายก็เชิญยิงแสงใส่พวกข้าเลย ไม่อย่างนั้นก็รีบส่งเทวรูปมาอย่าให้ข้าต้องเหนื่อยไปกว่านี้ แล้วข้าจะปล่อยไอ้นี่ไป”ปีศาจพูดไปก็จิกหัวพรเทพไป ในขณะที่ลุงริดคนขับรถ ก็กลายร่างเป็ปีศาจอีกตัวมีรูปร่างคล้ายดอกไม้ทะเลเดินได้ มีหัวที่เหมือนมีหนวดปลาหมึกระโยงรยางค์มีปากอยู่กลางกระหม่อม ในปากเต็มไปด้วยเขี้ยวแหลมคมดวงตาทั้งสองก็ยื่นยาวขึ้นมาสองข้างของปากบนหัวคล้ายตาของปู
“เร็ว ๆ สิ ว่ายังไง ยืนเซ่ออยู่ได้เวลาใกล้หมดแล้วนะ คราวนี้แกตายแน่ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ” ปีศาจออกปากเร่งแล้วส่งเสียงหัวเราะดังลั่นถ้ำ ในขณะที่นาฬิกาบนวัตถุะเิกำลังวิ่งถอยหลังจะยิงแสงใส่ปีศาจหรือจะใช้วิชานางแอ่นหยกก็จะทำให้ร่างของลุงลิดและสาวแอนเป็อันตรายเสี้ยวเวลาแห่งความเป็ความตายนี้ คทาวุธจะทำอย่างไรดี
ณ บ้านเนรมิตโภคา ห้องทำงานของเสี่ยเริงศักดิ์
“ะเิปรายล็อตใหม่สองล้านสองแสนลูกส่งใปให้อเมริกาเรียบร้อยแล้วครับนายเครื่องบินจะนำไปทิ้งตามแนวชายแดนลาวเวียดนามเพื่อตัดทางลำเลียงของกองทัพโฮจิมินห์จากเวียดนามเหนือไม่ให้ไปช่วยเวียดกงในเวียดนามใต้” เสียเริงศักดิ์รายงาน
“อืม ดีมากแล้วอาวุธที่ส่งไปให้นายพลเนวินในพม่า เรียบร้อยมั๊ย” เภสันถาม
“เรียบร้อยครับนายไม่ต้องห่วงครับ”
“อืม สุดยอดมาก แล้วที่ให้จับตาดูพวก CRA และพวกเทวินคอรัสล่ะ เป็ยังไงพวกมันเป็พวกเดียวกันจริงมั๊ย”
“ล่าสุด ทีมงานเรากำลังตามสืบอยู่ครับถ้ามีอะไรคืบหน้าจะมารายงานครับ”
“ทำไมมันช้านักวะ ตั้งนานหลายเดือนแล้วยังไม่มีอะไรชัดเจน ทำงานกันยังไง” จอมมารหงุดหงิดเพราะแม้เขาและพวกจะมีฤทธิ์อำนาจเพียงใดแต่ก็ต้องถูกมนตราขององค์มหาเทพปิดหูปิดตาไว้ ไม่ให้รู้เห็นความเคลื่อนไหวของพวกคทาวุธจำเป็ต้องพึ่งพาพวกมนุษย์เดินดินไปสืบหาข่าว
กลับไปที่ถ้ำผีเจิด
“ได้สิ” คทาวุธตอบพวกปีศาจก่อนจะเอามือสองข้างลูบไปบนหน้าอกเบา ๆ เทวรูปสีแดงก็ออกมาปรากฏบนมือเขา
ปีศาจเขี้ยวโง้งรีบแย่งเทวรูปมาจากมือของชายหนุ่มก่อนจะตัดวงจระเิ แล้วสั่งลูกน้องว่า
“เฮ้ย พวกเรา จับพวกมันไปให้หมดเอาไปขังไว้ในฐานทัพใหญ่ใต้ลำน้ำโขง รีบไป”
แล้วพวกคทาวุธก็ถูกต้อนไปลงเรือ แล่นไปตามลำน้ำโขงขณะอยู่บนเรือ คทาวุธพยายามหาจังหวะจะใช้พลังฝีมือวิทยายุทธจัดการกับพวกปีศาจแต่พวกมารยังคงเข้าสิงลุงลิดกับสาวแอนไม่ยอมปล่อย จนถึงมุกดาหารกลางแม่น้ำโขงก็ปรากฏมีอุโมงค์รูปหัวพญานาคขนาดั์โผล่ขึ้นมาจากใต้น้ำเรือปีศาจแล่นเข้าไปในปากพญานาคนั้น แล้วอุโมงค์ก็จมหายลงน้ำไป
ภายในฐานทัพใต้ดินซึ่งอยู่ลึกลงไปใต้ท้องน้ำอีกทีมีขนาดกว้างใหญ่มาก เรียกว่าเป็เมือง ๆ หนึ่งเลยก็ว่าได้มีพวกนักวิทยาศาสตร์กำลังทำงานกันอย่างขะมักเขม้น มีคนเดินตรวจการเป็คู่ ๆรถยกของแล่นขวักไขว่ไปมา มียานบินลักษณะแปลก ๆ ที่พวกคทาวุธไม่เคยเห็นมาก่อน
“เอ้า พวกแกแยกไปอยู่กันคนห้องน่ะแหละ”ผู้คุมคนหนึ่งกล่าว แล้วพวกคทาวุธก็ถูกขังแยกในแต่ละห้อง ซึ่งขนาดของห้องก็ประมาณ2 ตารางเมตรเท่านั้น
“พวกแกจะจับฉันมาทำไม ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ”พรเทพร้องะโ
“ก็จับมาทำบั้งไฟพญานาคน่ะสิ รอออกพรรษาก่อนนะจะใช้พวกแกเป็เชื้อเพลง ยิงบั้งไฟขึ้นฟ้า ฮ่าฮ่าฮ่า” ปีศาจตนหนึ่งกล่าว
สาวแอนกับลุงลิด ซึ่งตอนนี้ปีศาจได้ออกจากร่างแล้วต่างก็นั่งจับเจ่าอยู่ในห้องขัง
“พี่ทาเ้า เฮาสิเฮ็ดจังไดดีน้อ” สาวแอนเพ้อรำพัน
“ใจเย็น ๆ นะแอน พี่กำลังคิดหาทางช่วยอยู่
ณ ทิวเขาห้าร้อยยอด ภาคใต้ของไทย
แม่ชีบุหงาการะบุหนิง กำลังนั่งเจริญกรรมฐานในสำนักนางชี ก็ปรากฎภาพนิมิตเห็นคทาวุธและพวกกำลังตกอยู่ในอันตรายจึงลืมตาขึ้นและถอดจิตไปหาขุนหลวงมะลังคะที่ไปเปิดร้านขายลาบอยู่เชียงราย
“เอ้า แม่ชีบุหงามาได้จะไดครับ ไหว้สาเน้อ มีหยังหื้อรับใช้น้อ” ขุนหลวงชาวลัวะกล่าว
“ธรรมสวัสดีจ๊ะโยมแม่ชีอยากจะไหว้วานให้ท่านบอกลูกชาย คือนาคินมณีไปช่วยโยมคทาวุธ เพื่อนลูกของโยมโสมสุดาตอนนี้เขาและพวกโดนปีศาจสมุนของกามันดาจับตัวไปขังไว้ในฐานทัพใต้ดินใต้แม่น้ำโขงแถวมุกดาหาร แม่ชีเห็นมีแต่นาคินมณีที่มีฤทธิดั่งพญานาคราช ถึงพอจะช่วยการนี้ได้ฝากด้วยนะ แม่ชีไปละ” แล้วกายทิพย์ของแม่ชีก็หายวับไป [D]
“โอ้ะ ไปเวยแต๊แม่ชีนี่กะดาย เอ้า ม่านคำเอ้ย ไปตามอ้ายนาคินมณีมาลุ บอกว่าป้อมีหยังจะอู้ตวย ”
“จ้า อีป้อ” ม่านคำเด็กสาวอายุประมาณ 17 – 18 ซึ่งกำลังล้างผักอยู่กับแม่ม่านทิพย์ที่หลังร้านลาบตอบก่อนจะเช็ดมือเช็ดไม้ แล้วขี่จักรยานออกไปแถวหน้าร้าน
ที่ร้านซ่อมมอเตอร์ไซค์ห่างออกไปราวสามร้อยเมตรชายหนุ่มอายุราว 25 – 28 ปี กำลังนั่งเปลี่ยนล้อจักรยานยนต์ให้ลูกค้าป้ายชื่อร้านบอกว่า ร้านเวียงชัยยางยนต์
“อ้ายมณี”เสียงม่านคำดังมาก่อนตัวจะมาถึง
“มีหยัง” หนุ่มช่างคนเมื่อกี้ตอบ
“อีป้อหื้อมาตวยหาอ้ายบอกว่ามีหยังจะอู้ตวย อ้ายลองไปฟังลุ” ม่านคำบอก
“เออ ๆ กลับไปบอกอีป้อว่าอ้ายเปลี่ยนยางหื้อลูกก๊าแล้วละ จะตวยไปเน้อ” นาคินมณีตอบ
สักครู่หนึ่งนาคินมณีก็ขี่มอเตอร์ไซค์มาจอดหน้าร้านลาบของพ่อ
“อีป้อ ไปตวยผมมา มีหยังน้อ”
“เออ เมื่อกี้นี้ แม่ชีบุหงาเปิ้นมาหา มาเป็กายทิพย์ เปิ้นบอกว่าคุณคทาวุธ เปื้อนขอบลูกจายคุณโสมสุดากำลังตกอยู่ในอันตรายโดนพวกปีศาจจับไปขังอยู่ใต้แม่น้ำโขง แถวมุกดาหาร อยากหื้อลูกไปจ้วยออกมา”ขุนหลวงมะลังคะบอก
“อ๋อ ได้ ๆลูกบ่ได้ใจ๊อิทธิฤทธิ์มาเมินละ เป็โอกาสดีแต๊ ๆ”นาคินมณีกล่าวจบก็ขี่รถกลับไปที่ร้านซ่อมมอเตอร์ไซค์ มอบหมายงานให้ลูกน้องแล้วเดินออกมาหาที่เปลี่ยว ๆ ก่อนจะหายตัวแวบไป มาปรากฏตัวอีกทีก็ล่องลอยอยู่เหนือแม่น้ำโขง ่เมืองมุกดาหาร โดยเขาขี่พญานาคคู่ใจมาด้วยชายหนุ่มร่ายเวทมนต์สักอึดใจ แล้วเป่าลงไปที่แม่น้ำฉับพลันก็เกิดคลื่นใหญ่ที่กลางสายนทีนั้น น้ำก็แยกออกเป็ช่องจนถึงพื้นดินนาคินมณีก็ลงไปที่ปากอุโมงค์ซึ่งอยู่ก้นแม่น้ำนั้น เอาหอกสัตตโลหะที่ได้รับจากพ่อพุ่งไปโดนประตูอุโมงค์จนพังทลาย แล้วเขาก็บุกเข้าไปพร้อมพญานาค
พวกปีศาจสมุนของกามันดาเมื่อเห็นผู้บุกรุก ก็ระดมพลออกมาโจมตี แต่หาได้ระคายผิวของนาคินมณีไม่เขาปล่อยหุ่นพยนต์นับร้อยตัว ออกไปต่อสู้กับลูกสมุนของปีศาจส่วนตัวเขาก็วิ่งไปค้นหาห้องที่ขังพวกคทาวุธส่วนพญานาคก็กำลังพ่นพิษใส่พวกปีศาจเช่นกันบรรดานักวิทยาศาสตร์ที่ถูกบังคับมาทำงานก็พากันวิ่งหนีเอาชีวิตรอด
ฝ่ายคทาวุธเมื่อเห็นว่าปลอดคน ไม่มีพวกปีศาจผู้คุมมาเฝ้าแล้ว ก็ใช้คทายิงแสงใส่ลูกกรงที่ขังตนไว้แต่ลูกกรงนั้นหาได้เสียหายแต่อย่างใดไม่ มิทราบว่าทำจากวัสดุอะไร
“เฮ้ย อะไรวะเราทำอะไรลูกกรงห้องขังนี่ไม่ได้เลยหรือ บริษัทไหนรับเหมาเนี่ย งานดีจริงนะ”เขาพูดประชด
พวกปีศาจได้ยินเสียงอึกทึกก็เดินมาดูเมื่อเห็นว่าคทาวุธทำอะไรประตูห้องขังไม่ได้ ก็หัวเราะเยาะเย้ยหยัน
“ฮ่าฮ่าฮ่า ไอ้โง่เอ้ย แกรู้ไหมว่าลูกกรงเหล็กนี่ทำมาจากอะไร มันทำมาจากเสาค้ำยัน์ที่ท่านกามันดาขโมยลงมาพร้อมเทวรูปไงล่ะ แกทำอะไรไม่ได้หรอก”
คทาวุธรู้สึกเดือดดาลใจยิ่งนักแต่ก็ไม่รู้จะทำยังไง ก็พอดีนาคินมณีมาถึง
“เฮ้ย แกเป็ใคร เข้ามาทำไม”ปีศาจกล่าว แล้วก็พุ่งตัวไปจะทำร้าย แต่ก็โดนนาคินมณีซัดด้วยปลายหอกจนกายแตกสลายไปจากนั้นก็เดินมาเอาหอกฟันซี่กรงประตูห้องขังจนขาด
“เอ้า ออกมาได้แล้วแม่ชีบุหงาให้มาช่วย”
“ถึงผมไม่รู้จักพี่มาก่อน แต่ก็ขอบคุณนะครับ”คทาวุธยกมือไหว้ ก่อนจะเดินออกจากห้องขัง
นาคินมณีก็ช่วยเปิดห้องขังอื่น ๆจนทุกคนออกมากันหมด
“ ผมชื่อนาคินมณี เดี๋ยวคุณช่วยดูแลคนเหล่านี้นะพาไปหาดูว่ามียานอะไรให้เราหนีขึ้นจากแม่น้ำได้บ้าง ส่วนพี่จะจัดการกับไอ้ตัวเป้งๆ ก่อน นั่นไง พูดถึงก็มา” นาคินมณีกล่าว
ปีศาจร่างั์สองตน ถือปืน ถือดาบปรี่เข้ามาจะทำร้ายนาคินมณี แต่ลูกขุนหลวงก็เหาะขึ้นเอาหอกฟาดใส่มารร้ายสองตนนั้นต่างฝ่ายต่างรับมือกันได้ ยังไม่มีใครเพลี่ยงพล้ำ
“พี่มณี พวกเราขึ้นยานได้แล้วจะขึ้นไปบนฝั่งแม่น้ำก่อนนะ” คทาวุธร้องบอก
“โอเค ทางนี้พี่จัดการเอง ไปเถอะ”
“ทีนี้ต้องใช้ไม้ตาย” นาคินมณีกล่าวจบก็หยิบวัตถุกลม ๆ คล้ายผลมะนาว เป่าไปทีเดียวมันก็ขยายใหญ่ขึ้นจนเท่าลูกวอลเลย์บอลแล้วเขาก็ตบมันไปโดนพวกปีศาจจนเกิดะเิสนั่นหวั่นไหว ปีศาจร้ายก็ตายสิ้น
จากนั้นเขาก็วิ่งออกมาที่ห้องโถงใหญ่จับปีศาจตนหนึ่งมาเค้นถาม
“เทวรูปสีแดงอยู่ไหน”
“ไม่รู้” ปีศาจตอบ
“ไม่รู้หรือ จะบอกหรือไม่บอก”นาคินมณีก็เอาบ่วงนาคบาศก์รัดคอมันไว้
“โอ๊ย ๆ ปวดแสบเหลือเกิน ยอมแล้ว ๆ”
“งั้นบอกมาเร็ว ๆ “
“อยู่ในรูปปั้นท่านกามันดาที่ตั้งอยู่นั่นแหละครับใส่ในช่องลับบริเวณแผ่นหลังของรูปปั้น”
“แค่นี้แหละถ้าบอกแต่แรกก็ไม่ต้องเจ็บตัว” แล้วนาคินมณีก็ฟาดมันจนสลบไป
จากนั้นเขาก็เหาะขึ้นไปที่หุ่นปั้นของจอมมารซึ่งมีความสูงกว่า 5 เมตร ไปเคาะช่องด้านหลังตัวหุ่นจนเปิดออก ก็พบเทวรูปสีแดงจริงๆ เขารีบยกออกมาถือ แล้วร้องเรียก “พี่พญานาค ไปด้วยกัน” เขาก็ะโขี่หลังพญานาค ก่อนจะโยนลูกกลม ๆอีกลูกใส่ห้องนั้น จนฐานทัพของกามันดาใต้แม่น้ำโขงะเิถล่มทลายพินาศยับ
ที่ฝั่งมุกดาหาร ริมแม่น้ำโขง
นาคินมณียื่นเทวรูปสีแดงให้คทาวุธแล้วว่า
“ขอให้กำจัดจอมมารได้สำเร็จนะมีอะไรให้ช่วยอีกก็ติดต่อไปได้เลย”
“ขอบคุณมากครับพี่ผมก็คิดว่าอีกไม่นานต้องมีศึกใหญ่ คงต้องรบกวนพี่มาช่วยแน่นอนครับ” คทาวุธซาบซึ่งใจยิ่งที่ได้นาคินมณีมาช่วยให้งานสำเร็จลุล่วงไปในครั้งนี้
“ไม่เป็ไร แล้วพบกันใหม่ ไปละ”นาคินมณีพูดจบก็ขี่พญานาคเหาะกลับไปเชียงราย
คทาวุธหันมาหาแอนนาและลุงลิด
“ทีนี่น้องแอนกับลุงลิดจะกลับกันยังไงล่ะมาไกลถึงมุกดาหารแล้ว”
“บ่ต้องห่วงเ้า ทาง CRA มีเรือมารับอยู่เ้า”
“โน่นไง มาฮอดแล้ว”ลุงลิดชี้ให้ดูเรือเร็วที่แล่นมารับริมแม่น้ำ
“น้องขอลากลับก่อนเด้อโอกาสหน้าค่อยพบกันใหม่ สะบายดีเ้า” สาวแอนยกมือไหว้แล้วพาลุงลิดลงเรือกลับไป
ภารกิจที่สองในการตามหาเทวรูปก็ลุล่วงไปแต่สิ่งที่ใหญ่กว่ายังรออยู่ข้างหน้า
คทาวุธกับพรเทพยืนมองท้องฟ้าสีทองเหนือสายน้ำที่กั้นไทยลาว สะท้อนแสงระยิบระยับ
“ไปเว้ย ไปหาอะไรเย็น ๆกินกันดีกว่า” คทาวุธก็ชวนพรเทพเดินขึ้นจากริมฝั่งน้ำ
สถานที่ตรงนั้นต่อมาได้มีการสร้างสะพานมิตรภาพไทยลาวแห่งที่สองที่มีการเล่าลือกันถึงความเฮี้ยนของพ่อปู่พญานาคจากการที่มีวิศวกรชาวญี่ปุ่นเสียชีวิตจากอุบัติเหตุเครนหล่นทับขณะสร้างตอม่อสะพานเหนือวังพญานาค
ณ ฐานลับของกามันดา
“เจ็บใจนักเราพลาดอีกแล้วหรือเนี่ย ให้มันเอาเทวรูปไปได้อีกแล้ว” กามันดาโกรธมาทุบโต๊ะเสียงดัง
“พวกมันมีคนมาช่วยครับนายรู้สึกจะชื่อนาคินมณีหรือไงเนี่ยแหละ ขี่พญานาคมาด้วย มีฤทธิ์มาก พวกเราทำอะไรมันไม่ได้เลยล้มตายจำนวนมาก มันะเิฐานใต้แม่น้ำจนเละ” สมุนคนหนึ่งรายงาน
“บัดซบ”เภสันหรือกามันดาโกรธจัด ก็ปล่อยแสงออกจากดวงตาสมุนตนนั้นก็สลายกลายเป็ไอไปในพริบตา
“ใครที่ทำพลาดไม่ต้องมาแก้ตัวอะไรทั้งนั้นทุกคนดูจุดจบของไอ้นี่ไว้เป็ตัวอย่างด้วย แล้วอย่าให้พลาดอีก”
คืนนั้น ที่บ้านเนรมิตโภคา
ไฟในบ้านปิดเกือบหมดแล้วทุกคนกำลังหลับใหลเภสันหรือกามันดาก็ใช้กายทิพย์เดินทะลุผนังเข้าไปในห้องนอนของบุญพริ้งเห็นว่าหล่อนกำลังหลับอยู่ เขาจึงร่ายมนต์สะกดให้บุญพริ้งหลับสนิทแล้วเขาก็ทะลุไปอีกห้อง ซึ่งเป็ห้องของเพลินใจ ลูกสาวบุญพริ้งนั่นเอง
จอมมารสะกดให้เพลินใจหลับสนิทอีกคนแล้วเขาก็ดูดพลังชีวิตจากหล่อน ก่อนจะเอามือลูบไล้ไปตามเรือนร่างของนางแล้วก็หาความสุขกับเพลินใจจนค่อนคืน ก่อนจะไปหาบุญพริ้งอีก จนรุ่งเช้า
“อ้าวคุณมาเมื่อไหร่คะ ทำไมฉันไม่รู้” บุญพริ้งตื่นมาเห็นเภสันนอนข้าง ๆ
“มาเมื่อคืนเห็นคุณหลับอยู่” เภสันโน้มศีรษะบุญพริ้งมาหอมแก้ม
“คุณรีบกลับเถอะค่ะเดี๋ยวเสี่ยกลับมาเห็นจะเดือดร้อน”
“จะกลับเดี๋ยวนี้แหละจ้า”เภสันก็แต่งตัวแล้วเปิดประตูลงจากบ้าน ขับรถออกไปเช่นเคย แต่แม่บ้านคนงานในบ้านไม่มีใครเห็นยกเว้นพิมพ์ดารา
“อะไรกันนี่อาเภสันมาหาน้าบุญพริ้งอีกแล้วเหรอ” สาวงามคิดในใจ
เพลินใจตื่นนอนก็มาเคาะห้องแม่
“แม่คะๆ”
“เข้ามาเลยลูกไม่ได้ล็อค”
“แม่คะเมื่อคืนลูกฝันแปลก ๆ” เพลินใจเดินมานั่งข้างแม่บนเตียงนอน
“ฝันอะไรล่ะลูก”
“หนูฝันว่าอาเภสันมาหาในห้องนอนหนูนอนกับหนู แล้วก็ทำอย่างนั้นกับหนู วุ้ย พูดแล้วยังขนลุกอยู่เลย”
“อะไรนะลูกทำไมฝันบ้าบออย่างนั้นล่ะ ลูกคิดมากจนเอาไปฝันหรือเปล่า”
“เปล่าคิดมากนะคะหนูจะไปคิดมากถึงอาเภสันทำไม ปกติก็ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกัน ถ้าคิดมากถึงคทาวุธสิไม่แน่”เพลินใจพูดถึงคทาวุธก็เขินอาย
บุญพริ้งรู้สึกไม่ดี จึงตัดบทว่า
“ช่างมันเถอะลูกไปอาบน้ำแล้วลงไปกินข้าวกันดีกว่า อย่าคิดมากเลย”
ในใจเธอก็เกรงว่าลูกสาวจะไปมีอะไรกับเภสันหรือว่าตอนนี้เธอเริ่มชอบเภสันเสียแล้วหรือ จึงได้รู้สึกหึงหวงขึ้นมาแต่เธอก็ยังรักและผูกพันกับเสี่ยเริงศักดิ์อยู่นะ จะเป็ไปได้ยังไง บ้าน่าถึงแม้เสี่ยจะไม่ค่อยมีเวลาให้เธอก็ตาม บุญพริ้งสับสนจนปวดหัวจึงหยิบขวดพาราเซตามอลออกมาเท แล้วหยิบเม็ดยาใส่ปาก ก่อนจะดื่มน้ำตาม
จบตอนที่8 โปรดติดตามตอนที่ 9 ดอกแรกที่ฮอกไกโด
(เริ่มแต่งตอนที่ 8 วันที่ 24 ก.ย. 67 แต่งจบวันที่ 30 ก.ย. 67)
หมายเหตุ
[A] ราชอาณาจักรลาว ขณะนั้นพ.ศ. 2507 ยังมีกษัตริย์ปกครอง และเปลี่ยนเป็สปป.ลาว เมื่อปี พ.ศ.2518
[B] เวียดนามใต้ ขณะนั้นเวียดนามแบ่งเป็ 2 ประเทศคือเวียดนามเหนือกับเวียดนามใต้โดยมีเส้นแบ่งประเทศที่เส้นขนานที่ 17 ห่างจากเมืองเว้ไปทางเหนือราว 100 กิโลเมตร เป็รัฐตัวแทนของาเย็นในขณะนั้นคือ เวียดนามเหนือ มีสหภาพโซเวียตสนับสนุน ส่วนเวียดนามใต้ มีสหรัฐอเมริกาหนุนหลังจนกระทั่งกรุงไซ่ง่อนถูกตีแตก โดยกองทัพเวียดนามเหนือบุกเข้ายึดกรุงไซ่ง่อนในวันที่30 เมษายน ปี 2518
อานุสาวะรี ( *ภายหลังเรียกว่าปะตูไซ หลังจากเปลี่ยนแปลงการปกครองปี 2518 แล้ว เพื่อรำลึกถึงชัยชนะที่พรรคคอมมิวนิสม์ลาวปฏิวัติล้มล้างระบอบกษัตริย์ได้สำเร็จ)
กาดเช้า (^ ตำนานตลาดเช้า
- ยุคราชอาณาจักรลาว
ตลาดเช้า(ตึกเก่า) ตึกรูปตัว I ได้รับการออกแบบโดยเ้าสุวันนะพูมานายกรัฐมนตรี สมัยนั้น ซึ่งได้มีพิธีเปิดตลาดเช้าอย่างเป็ทางการ เมื่อ 10 พ.ค.2507 โดยมีท่านโง่น ชะนะนิกอน และทูตสหรัฐประจำลาว ร่วมเป็ประธานเปิด
การก่อสร้างตึกตลาดเช้า หลังแรก(ตึกตัว I) ได้รับทุนอุดหนุนจากรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งเวลานั้นสหรัฐได้เข้ามาช่วยเหลือรัฐบาลราชอาณาจักรลาวในทุกด้าน
- ยุค สปป.ลาว
ต้นปี 2533 ได้มีการก่อสร้างอาคารตัว Uเพิ่มใส่ทั้ง 3 ด้าน ซึ่งเป็ตึก 2 ชั้น และที่เหมือนกันของตึกตัว I และตัว U คือมีหลังคาที่ลาดเอียง
ระยะนี้ พรรคประชาชนปฏิวัติลาว ได้เปลี่ยนจากเศรษฐกิจสังคมนิยมมาสู่เศรษฐกิจกลไกตลาดเสรี ตามแิจินตนาการใหม่ ของประธานไกสอน พมวิหานจึงมีการขยายตลาดเช้า ให้เป็ศูนย์กลางการค้าขาย ทั้งค้าปลีกและค้าส่ง
ปี 2552 ได้มีการสร้างอาคารใหม่ สูง 4ชั้น เป็ศูนย์การค้า และมีที่จอดรถ ซึ่งผู้รับเหมาก่อสร้างคือ SingaporeExcalibur Group Pte Ltd บริษัทของสิงคโปร์ มูลค่าการก่อสร้าง 27ล้านดอลลาร์ (ก่อสร้างยังไม่เสร็จ มีการเปิดใช้บางส่วน
ขอบคุณข้อมูลจาก คมชัดลึก )
[1] พระธาตุอิงฮัง ตามตำนานอุรังคธาตุ ( ตำนานสร้างพระธาตุพนม ) กล่าวว่าพระธาตุอิงฮัง สร้างในสมัยของพระเ้าสุมินทะลาด ระหว่าง พ.ศ. 600เป็พระธาตุคู่แฝดกับพระธาตุพนมสร้างในบริเวณที่พระสัมมาสัมพุทธเ้าโคตมสากยมุนีเคยเสด็จมาพักโดยประทับนั่งอิงต้นรังไว้คำว่ารัง ภาษาลาวออกเสียงว่า ฮัง จึงเป็ที่มาของชื่ออิงฮังภายหลังได้สร้างสถูปเจดีย์เพื่อเก็บพระบรมสารีริกธาตุส่วนกระดูกสันหลังของพระพุทธเ้าแต่ในสมัยขอมพระนครเรืองอำนาจเคยดัดแปลงเจดีย์แห่งนี้ให้เป็ศาสนสถานของศาสนาฮินดูดังจะเห็นได้จากปูนปั้นรูปเทวดารอบฐานองค์พระธาตุ ต่อมาขอมเสื่อมอำนาจจึงมีการบูรณะให้เป็พุทธสถานอีก
[2] ตำรวจน้ำ กองบังคับการตำรวจน้ำ ก่อตั้งขึ้นเมื่อ 15พฤษภาคม 2495 โดยพลตำรวจเอก เผ่า ศรียานนท์ เพื่อเสริมการปฏิบัติงานของกองทัพเรือต่อมาในปี 2513 จึงได้มีการก่อตั้งหน่วยงาน นปข. ย่อมาจากหน่วยปฏิบัติการตามลำน้ำโขง เพื่อปราบปรามการขนถ่ายลำเลียงอาวุธของคอมมิวนิสม์ตามแนวลำน้ำโขง
[3] อำเภอดอนตาล เคยเป็อำเภอหนึ่งของจังหวัดนครพนมเช่นเดียวกับอำเภอมุกดาหาร จนกระทั่งปี พ.ศ.2525 ได้มีพรบ.จัดตั้งจังหวัดมุกดาหารขึ้น จึงได้แยกอำเภอดอนตาลมารวมกับจังหวัดมุกดาหาร
[4] อำเภอชานุมาน เดิมเป็อำเภอหนึ่งของจังหวัดอุบลราชธานีเช่นเดียวกับอำเภอปทุมราชวงศา อำเภออำนาจเจริญ กระทั่งปี 2536ได้มีพรบ.จัดตั้งจังหวัดอำนาจเจริญ จึงได้แยกอำเภอชานุมาน และปทุมราชวงศาไปรวมกับจังหวัดอำนาจเจริญ
[x] ศิลปะจามปา ซึ่งเก่าแก่กว่าศิลปะขอม เช่นเดียวกับพระธาตุพนมซึ่งเชื่อว่าสร้างสมัยอาณาจักรจามปารุ่งเรือง เพราะค้นพบแท่งปูนเป็ท่อโสมสูตรที่ใช้ในศาสนาฮินดูปะปนอยู่ในซากปรักหักพังขององค์พระธาตุพนมองค์เก่าที่ถล่มลงเมื่อ 11 สิงหาคม 2518