“ดูก็รู้ว่าท่านอ๋องผู้นั้นตั้งใจกลั่นแกล้งคุณหนู” เจียวจูระบายความไม่พอใจหลังเดินออกมาจากร้านขายผ้า
“ช่างเขาเถิด” หลิวซิ่วอิงไม่อยากใส่ใจกับเื่เล็กน้อยเหล่านี้ หากเขาอยากได้ก็ให้เขาไป ใช่ว่าผ้าสีชมพูจะมีแค่สองม้วนนั้นเสียเมื่อไหร่ “เ้าก็อย่าใส่ใจเลย วันนี้ข้าตั้งใจออกมาเที่ยวเล่น อย่าทำให้จิตใจขุ่นมัวกับเื่แค่นี้” นางยิ้มให้อีกฝ่ายอย่างอ่อนโยน
“คุณหนูของบ่าวช่างประเสริฐนัก”
“วันนี้ไม่ได้ผ้าก็ไม่เป็ไร เพราะมีอีกหลายอย่างที่ข้าต้องทำมากกว่าการซื้อผ้าม้วนนั้น”
“คุณหนูจะทำอะไรหรือเ้าคะ”
“ข้าตั้งใจมาลิ้มรสอาหารของโรงเตี๊ยมเทียมฟ้า”
“ใช่โรงเตี๊ยมที่เพิ่งจะเปิดหรือไม่เ้าคะคุณหนู”
“อืม” นางพยักหน้าทั้งยังเดินนำเข้าโรงเตี๊ยมหรูเปิดใหม่
ทว่าเมื่อหลิวซิ่วอิงก้าวเท้าเข้าไปยังสถานที่แห่งนั้น ใบหน้างดงามล่มเมืองของคุณหนูเล็กตระกูลหลิวก็เรียกเสียงฮือฮาจากบรรดาบุรุษวัยฉกรรจ์ได้ไม่น้อย แทบทุกคู่สายตาล้วนจับจ้องมายังนางเพียงคนเดียว
ร่างเล็กก้มหน้างุดเพราะเขินอายกับการถูกจับจ้อง นางไม่คุ้นชินกับเื่แบบนี้เท่าใดนัก แม้ว่าั้แ่เล็กจนโตจะออกงานพร้อมบิดาและมารดาอยู่บ่อยครั้งก็ตาม
“เสี่ยวเอ้อยังมีโต๊ะว่างหรือไม่” ถึงปากกระจับจะถามหากแต่ดวงตากลมโตกระจ่างใสคู่นั้นก็แอบสำรวจมองหาโต๊ะอาหารไปด้วย
“ด้านล่างโต๊ะเต็มแล้วขอรับ” เพราะอาภรณ์หรูหราของนางทำให้อีกฝ่ายเดาฐานะได้ไม่ยาก จึงได้ออกมาต้อนรับลูกค้ารายนี้ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม “ถ้าหากคุณหนู้าความเป็ส่วนตัว ชั้นสองของโรงเตี๊ยมยังมีเหลืออีกหนึ่งห้องขอรับ”
“ดียิ่งนัก”
“เชิญทางนี้ขอรับ” ลูกค้ากระเป๋าหนักเช่นนี้ไฉนเลยทางร้านจะไม่ชอบ
“ข้าจะกินให้พุงกางไปเลย” นางยิ้มออกมาอย่างดีใจเมื่อจะได้ลิ้มรสอาหารที่ชาวบ้านเล่าลือกันว่าอร่อยจนแทบร้องไห้ออกมา เมนูนั้นมีชื่อว่าซาลาเปาไส้ทะลัก ทั้งยังมีกระเพาะปลาน้ำแดงอีกด้วย
ขณะเดียวกันนั้นบุรุษหน้าตายที่เดินตามมารังควานก็หยุดยืนฟังบทสนทนาของนางกับเสี่ยวเอ้อของโรงเตี๊ยม
ก็บอกแล้วไงว่าเขาตั้งใจจะมาสร้างความปวดหัวให้กับนางโดยเฉพาะ!
“ท่านอ๋องขอรับ ข้าน้อยเกรงว่าการกระทำเช่นนี้ออกจะดูโจ่งแจ้งเกินไปพ่ะย่ะค่ะ” เฉินอี้เอ่ยห้ามเ้านายของตนไปพร้อมกับการแบกม้วนผ้าสีชมพูหวานแหววบนไหล่หนา
***
ตามน้องต้อยๆ เป็ขี้ปลาทองเลยนะอิอ๋อง 555