“เมื่อไหร่จะมาถึงหะไอ้แสตมป์ เพื่อนรอจนรากจะงอกแล้วนะโว้ย” ผู้หญิงหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มสวยอย่างโดดเด่นที่กำลังนั่งคุยโทรศัพท์อยู่ที่นั่งสำหรับรอผู้โดยสารกำลังโวยวายเสียงดังจนคนรอบข้างที่เดินผ่านไปเธออย่างตำหนิ
“ใจเย็นสิโว้ย รถติดอยู่” ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งหน้าตาคมแต่ผิวขาวเหมือนคนมีเชื้อสายจีนตอบมาตามสายของเพื่อนสาวคนสนิทไปอย่างใจเย็นด้วยบุคลิกที่เป็คนขี้เล่นเขาเลยไม่ซีเรียสที่ถูกอีกคนโวยวายใส่อย่างอารมณ์เสีย
“นี่รอจะสองชั่วโมงแล้วนะ อยู่ดาวอังคารเหรอหะ”
“เอ่อๆจะรีบไปแค่นี้นะขับรถก่อน” สาวน้อยจอมโวยวายเธอคือกัญญาภัค โซติกา หรือเพื่อนๆเรียกจะว่าฟองจันทร์เป็นักศึกษาปี1คณะวิศวะกรรมศาสตร์สาขาเครื่องกลของมหาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งในกรุงเทพ
ที่ฉันต้องมานั่งรอเพื่อนที่กำลังจะมารับอย่างนี้เพราะว่าฉันอยากที่จะเดินทางมากรุงเทพคนเดียวโดยที่ทางบ้านไม่ต้องมาส่ง โดยอ้างเหตุว่าอยากฝึกช่วยเหลือตัวเองทั้งที่ความจริงหอพักก็ยังไม่มี แสตมป์เพื่อนสนิทของฉันมีแค่สองคนและยังเป็ผู้ชายทั้งคู่ ผู้ชายอีกคนชื่อติวเตอร์เรียนวิศวะที่เดียวกันมันบอกว่าจะมากรุงเทพวันเสาร์เห็นว่าเอาของมาไว้ในหอแล้วกลับบ้าน ส่วนตัวฉันมาก่อนวันรับน้องหนึ่งอาทิตย์ ที่เธอเลือกคบเพื่อนผู้ชายทั้งที่เป็ผู้หญิงคงเพราะความเคยชินมาจากที่บ้านที่เป็อู่ซ้อมรถขนาดใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน เกิดมาั้แ่เล็กจนโตเป็สาวก็อยู่แต่กับผู้ชาย ขนาดแม่ของเธอพยายามผลักดันให้ลูกสาวไปแข่งขันทุกอย่างที่เรียกว่ากุลสตรีต้องมีแต่ก็ยังเอานิสัยผู้ชายบางอย่างมาใช่เวลาลืมตัว จนถูกแม่ดุเอาบ่อยๆ
ปัจจุบัน…เหตุผลที่แสตมป์มารับฉันช้าก็เพราะว่ามันไปเที่ยวกลางคืนกลับมานอนที่หอตอนตีสองทำให้ตื่นสายหลังจากที่ฉันนั่งเครื่องบินมาถึงสนามบินดอนเมืองจะสองชั่วโมงแล้ว
“เฮ้ยมาแล้วโว้ย” เสียงดังลั่นจากแสตมป์ที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาหาฟองจันทร์ที่นั่งหน้าบูดบึ้งอยู่
“อะกระเป๋าลากให้ด้วย เป็การลงโทษที่แกมาสาย” ฉันพูดเสร็จก็ลุกขึ้นยืนแล้วเดินนำหน้าไป โดยไม่สนใจเสียงเพื่อนที่โวยวายอยู่ที่เดิม
ภายในรถ…
“แล้วนี้ตกลงจะเอายังไงเื่หอพัก” ไอ้แสตมป์หันมาถามฉันตอนนี้มันกำลังขับรถออกจากสนามบินเพื่อไปหาหอพักที่ฉันไม่มีข้อมูลอะไรอยู่ในหัวหรือตัวเรียกใดๆเอาไว้เลย
“คงต้องลองไปหาดูก่อนเอาใกล้หอแกไม่ก็ติวเตอร์ มันจะได้ง่ายเวลาไปเรียน” ฉันพูดขนาดที่ก้มหน้าเล่นมือถือไปแก้เบื่อเพราะรถติด
“ไปหาอะไรกินกันก่อนนะโว้ย หิวยังไม่ได้กินอะไรเลย”
“ดีเหมือนกันห้างแถวนี้แล้วกันนะ” ร้านที่พวกเราสองคนมากินก็คือMK
“ไอ้แสตมป์หนึ่งอาทิตย์ที่ต้องอยู่กับแกสองคน ฟองไม่ต้องกินMKทั้งอาทิตย์เลยเหรอ” ตอนนี้พนักนักงานกำลังทยอยเอาอาหารมาเสิร์ฟสีหน้าไอ้แสตมป์มันโคตรมีความสุขกับMKเอิ่มค่ะเพื่อนฉันมันกินได้ทุกวันจริงๆบางทีกินติดต่อกันทุกวันเป็เดือนก็เคยมาแล้ว มันน่าจะให้พ่อแม่เปิดร้านเองเลยถ้าจะกินบ่อยขนาดนั้นและบุคคลที่ได้รับกรรมมากินเป็เพื่อนมันก็คือ...ฟองจันทร์ผู้น่ารักกับมนุษย์เ็าอย่างไอ้ติวเตอร์
“เถอะหน้า ออกจะอร่อยแกหยุดบ่นแล้วกินไปฟองจันทร์”
หอพักใกล้มหาลัย
หลังจากท้องอิ่มฉันก็ต้องมาเดินหาหอพักดูมาจะเป็สิบที่แล้วแต่ก็ยังไม่มีที่ไหนที่ฉันถูกใจเลยสักแห่ง
“เอาหอนี้ไหมเป็หอหญิงด้วย แม่แกจะได้ไม่เป็ห่วง” ไอ้แสตมป์หันมาถามฉันด้วยสายตาแบบเอาซักที่เถอะกูเหนื่อยแล้ว
“ไม่เอาบรรยากาศมันน่ากลัวยังไงไม่รู้” ฉันทำหน้าสยดสยองสภาพหอพักข้างนอกหอเป็ตึกคูหาสี่ชั้นอาคารเป็ตึกสีส้มใหม่กลางเก่าแต่พอเข้ามาดูห้องเท่านั้นแหละทางเดินน่ากลัวไปมันมืดๆอย่างไงก็ไม่รู้แถมยังไม่ค่อยมีคนอยู่ด้วยฉันพยายามคิดไปว่า่นี้ยังไม่เปิดเทอมทีก็เลยไม่ค่อยมีนักศึกษาเข้ามาพักอาศัยแต่ยังไงฉันก็คิดว่าจะไม่อยู่ที่นี่เด็ดขาด
“เอาไงฟองจันทร์”
“ฉันคิดว่าจะขอไปนอนค้างที่หอพักของแกซักคืนหน่อยได้ไหม” สุดท้ายฉันก็ไม่ได้หอพักในวันนี้เพราะความไม่รอบคอบของตัวเองแท้ๆฉันทำหน้าตาเหมือนจะร้องไห้เพราะนอกจากไม่มีหอพักแล้ว ฉันยังไม่ได้ซื้อชุดนักศึกษาและอุปกรณ์ต่างๆที่ควรจะมีก่อนเปิดเรียนเลย
พอหาหอพักได้ก็ต้องไปหาซื้อของเข้าหออีกชีวิตที่อยู่ข้างนอกสำหรับฉันที่ไม่เคยได้ใช้ชีวิตคนเดียวมาก่อน....เป็ไงล่ะความซวยมาเยือนั้แ่วันแรกที่มาถึงกรุงเทพเลยไหมล่ะ
..................................................................................................................................................................
เื่ใหม่เพิ่มเติมคือฝึกแต่งใครเข้ามาอ่านขอคอมเม้นติชมให้หน่อยนะคะ