ตอนที่ 11: ทะลายบทละคร "นักล่า" และ "เหยื่อสมยอม"
หลังจากสภาวะลงแดงของอัตตาเปิดแผลลึกในใจของใครหลายคน ธรรมเริ่มมองเห็นวงจรการละครที่ยึดโยงคนในออฟฟิศไว้ด้วยกัน มันคือบทบาทสามเหลี่ยมความสัมพันธ์ที่เป็พิษ (Dramatriangle) ระหว่าง "นักล่า" (Persecutor) อย่างภัทร และ "เหยื่อสมยอม" (Victim) อย่างพนักงานที่เอาแต่ก่นด่าระบบแต่ไม่เคยคิดจะลุกขึ้นมาเปลี่ยนอะไร
เช้าวันนั้น ในห้องประชุมฝ่ายปฏิบัติการ ภัทรพยายามใช้อารมณ์เข้าข่มอีกครั้งเมื่อเห็นว่ายอดโปรเจกต์ล่าช้า
"พวกคุณมันไร้ความสามารถ! ถ้างานนี้พัง ผมจะรายงานเบื้องบนให้หมดว่าพวกคุณคือตัวการ!" ภัทระโสวมบทบาท 'นักล่า' เต็มตัว
แทนที่พนักงานจะก้มหน้ารับฟังด้วยความกลัว หรือสวมบทบาท 'เหยื่อสมยอม' ที่รอคอยผู้กอบกู้เหมือนทุกครั้ง วิทกลับสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ยืนหยัดบนขอบเขตเชิงปัญญาที่ธรรมเคยฝึกให้ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เด็ดขาด
"คุณภัทรครับ การใช้อารมณ์ขู่บังคับไม่ได้ช่วยให้ตัวเลขดีขึ้นครับ" วิทเอ่ย ั์ตามั่นคง "สาเหตุที่งานล่าช้าเพราะฝ่ายบริหารอนุมัติงบชะลอไปสองสัปดาห์ นี่คือข้อเท็จจริง และหากเรา้าให้งานเสร็จทัน เราต้องร่วมมือกันแก้ปัญหา ไม่ใช่โยนความผิดให้ใครเป็เหยื่อ"
คำพูดที่ตรงไปตรงมาและไร้ซึ่งร่องรอยของความกลัว ทำให้อนุสัยความเกรี้ยวกราดของภัทรชะงักกึก บทละคร 'นักล่า' ที่เขาเคยเล่นได้อย่างสะดวกสบายพลันพังทลายลง เพราะไม่มี 'เหยื่อ' คนไหนยอมรับบทเล่นคู่กับเขาอีกต่อไป
ธรรมที่นั่งอยู่มุมห้อง ยิ้มรับเบาๆ ในที่สุดพนักงานก็เริ่มถอดถอนตัวเองออกจากเกมการเมืองทางอารมณ์ พวกเขาเลิกเป็เหยื่อ และปฏิเสธที่จะให้อำนาจนิยมเข้าครอบงำ
เมื่อบทละครถูกทะลาย ความจริงก็ปรากฏ... ออฟฟิศไม่ได้ล้มเหลวเพราะตัวเลข แต่มันเคยล้มเหลวเพราะทุกคนยอมเต้นไปตามจังหวะทุจริตทางอารมณ์ต่างหาก!