ตอนที่ 659 หอชมจันทร์และผู้าุโห้าเสาหลัก(3)
หลังจากที่เจิ้งฟู่มาถึงบันไดทางขึ้นแล้วเจิ้งฟู่ก็ใช้จิตััของเขาตรวจสอบดูทันทีว่าบันไดทางขึ้นนี้มีกลไกลใดๆซ่อนอยู่หรือมีสิ่งผิดปกติใดแอบซ่อนอยู่หรือไม่.......
อ่า!!
“บันไดนี้ปลอดภัยแหะ? สงสัยจะมีเพียงแค่พื้นที่ภายในโถงเท่านั้นสินะที่มีค่ายกล?!”เมื่อเจิ้งฟู่สำรวจดูแล้วว่าไม่มีสิ่งใดผิดปกติกับบันไดทางขึ้นนี้เจิ้งฟู่ก็ก้าวเท้าแรกของเขาขึ้นไปเหยียบบนบันไดขั้นแรกในทันที เพื่อที่จะทดสอบว่าความคิดของเขานั้นถูกต้องหรือไม่......
ตุบ!!
........................
ซึ่งมันไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาจริงๆอย่างที่เจิ้งฟู่คิดเอาไว้ทุกอย่างยังคงสงบนิ่งเช่นเดิม.......
“เช่นนั้นทางขึ้นนี้ก็ปลอดภัยสินะ?ถ้างั้นก็แสดงว่าบททดสอบต่ออยู่บนชั้นที่สอง?!” เจิ้งฟู่คำนวณและวิเคราะห์ความน่าจะเป็เกี่ยวกับการทดสอบนี้ก่อนที่เขาจะสรุปว่าการทดสอบจะเริ่มขึ้นเมื่อเขาขึ้นไปถึงชั้นที่สองแล้วซึ่งเขาต้องขึ้นไปดูเองว่ามันคือการทดสอบแบบใด......
ตึก ตึก ตึก!!
ตุบ!!
อ่า?!
ทันทีที่เจิ้งฟู่ขึ้นมาถึงชั้นที่สองของตำหนักหอชมจันทร์แล้วสิ่งที่เขาเห็นก็คือเก้าอี้ที่ว่างเปล่าห้าตัวตั้งเรียงกันนอกนั้นก็เป็เพียงโถงที่ว่างเปล่าเหมือนกันชั้นที่หนึ่งเลยแต่สิ่งหนึ่งที่เจิ้งฟู่ััได้คือบนเก้าอี้แต่ละตัวนั้นมีบางสิ่งบางอย่างนั่งอยู่เพียงแต่เขามองไม่เห็นว่ามันสิ่งใด.......
ตุบ!!
หวืดดดดดดดดด!!
ฟิ้วววววววว!!
อ่า!!
ตู้มมมมมมมมมมมมม!!
แต่เมื่อเจิ้งฟู่คิดจะก้าวเดินต่อไป จู่ๆก็มีคลื่นพลังพุ่งเข้ามาใส่เขาอย่างรวดเร็วทว่าเจิ้งฟู่รู้ตัวก่อนจึงสามารถหลบคลื่นพลังนั้นไปได้ทำให้ผนังด้านหลังของเขาเกิดการะเิขึ้นเพราะคลื่นพลังเมื่อครู่นี้ทว่าผนังกลับไม่เป็อะไรเลยทั้งๆที่เสียงะเิดังสนั่นขนาดนั้น.......
“นี่มันอะไรกัน?คลื่นพลังเมื่อครู่นี้มันเทียบได้กับคนที่อยู่ระดับ์ก่อเกิดขึ้นต้นเลย?!”เจิ้งฟู่พลันปาดเหงื่อบนหน้าผากของเขาอย่างโล่งใจ เพราะคลื่นพลังเมื่อครู่นี้มีพลังทำลายเท่ากับผู้ฝึกตนที่อยู่ในระดับ์ก่อเกิดเลยหากว่าเขาหลบมันไม่ทันตัวเขาต้องได้รับบาทเจ็บแน่......
ตึง ตึง ตึง!!
ฟู่วววววววววว!!
ในขณะนั้นเองจู่ๆเสียงเท้าก้าวเดินกับเสียงพ้นลมหายใจก็ดังขึ้น พร้อมกับร่างของชายคนหนึ่งที่ปรากฏให้เห็นได้อย่างชัดเจนซึ่งร่างนั้นลุกขึ้นยืนมาจากเก้าอี้ตัวแรกที่อยู่หน้าสุด.......
“ที่นี้เป็เขตหวงห้ามผู้ที่ไม่ได้รับอนุญาตห้ามผ่าน!!” ผู้ชายที่ลุกยืนขึ้นจากเก้าอี้ตัวแรกส่งเสียงพูดขึ้นพร้อมกับปลดปล่อยจิตสังหารและคลื่นพลังออกมากดทับร่างของเจิ้งฟู่เอาไว้......
อ๊ะ!!
“นี่มันผู้ฝึกตนระดับ์ก่อเกิดขึ้นที่หนึ่ง?!”เจิ้งฟู่รู้สึกใยิ่งกว่าเดิมเมื่อเห็นว่าคนที่พูดนั้นมีพลังอยู่ในระดับใดซึ่งตัวเขาในตอนนี้ไม่อาจที่จะเป็คู่มือให้กับชายคนนี้ได้ถึงแม้ว่าเขาจะสามารถสู้ข้ามขั้นได้แต่อย่างมากสุดก็แค่คนที่อยู่ขั้นที่แปดหรือเก้าในระดับราก์แต่ตัวตนระดับ์ก่อเกิดนั้นยังเร็วไปที่เจิ้งฟู่จะท้าทายได้.......
“ข้าน้อยมีนามว่า เทียนถ่าง เจิ้งฟู่!ข้าน้อยได้รับคำสั่งให้มาพบท่านผู้าุโหลักทั้งห้าที่ตำหนักหอชมจันทร์แห่งนี้ข้าน้อยหาได้มีเจตนาร้ายใดแอบแฝงไม่ ท่านผู้าุโโปรดระงับอารมณ์ก่อน!” เจิ้งฟู่เห็นว่าการใช้ไม้แข็งนั้นไม่ใช่หนทางที่ดี ดังนั้นเขาจึงคิดที่จะใช้ไม้อ่อนอย่างการพูดเจรจาแทน......
หึ!!
“หากเ้าคิดที่จะขึ้นไปพบท่านผู้าุโทั้งห้าเ้าควรที่จะผ่านข้าคนนี้ไปไหนได้เสียก่อน!!” ชายผู้นี้ไม่สนว่าเจิ้งฟู่จะได้รับคำสั่งใดๆมาหากว่าเขา้าที่จะขึ้นไปให้สูงกว่านี้เขาจะต้องผ่านชายคนนี้ไปให้ได้ก่อนไม่เช่นนั้นเขาก็ไม่อาจขึ้นไปได้สูงกว่านี้.......
“ตัวข้านั้นไม่ได้ประสงค์ที่จะสู้กับคนในนิกายเดียวกันหากแต่ท่าน้าที่จะบีบบังคับข้าให้ต้องสู้กับท่านเพื่อผ่านทางแล้วละก็ข้าเองก็พร้อมที่จะสู้อย่างสุดความสามารถ!”เจิ้งฟู่รู้ว่าการใช้ไม่อ่อนไม่ได้ผลแล้ว เขาจึงเลือกที่จะใช้ไม้แข็งแทนถึงแม้ว่าโอกาสของเขาจะมีเพียงแค่หนึ่งส่วนในร้อยส่วนก็ตามแต่เขาจะต้องผ่านมันไปให้ได้.......
แสยะ!!
ชายลึกลับคนนี้พลันยกยิ้มขึ้นที่มุมปากของเขาหลังจากที่เห็นว่าเจิ้งฟู่้าที่จะสู้กับตนเพื่อผ่านขึ้นไปยังชั้นที่สามซึ่งชายคนนี้ไม่รอช้าให้เจิ้งฟู่ได้เตรียมตัวใดๆเขาก็ซัดหมดที่อัดแน่นไปด้วยพลังอันมหาศาลออกไปใส่เจิ้งฟู่แล้ว.......
[ทักษะหมัดร้อยดาราเคลื่อน]
หวืดดดดดดดดด!!
ทักษะหมัดร้อยดาราเคลื่อนนี้เป็ทักษะระดับตำนานและเป็ทักษะพื้นฐานมากสำหรับโลกเบื้องบนนี้ซึ่งผู้ฝึกตนส่วนใหญ่ที่ก้าวเข้าสู่ระดับราก์ได้สามารถเข้าไปที่ตำหนักหอตำราเพื่อหยิบยืมมันมาฝึกได้แต่แน่นอนว่าเจิ้งฟู่คงไม่รู้เพราะว่าเขานั้นพึ่งเข้าร่วมนิกายในวันนี้.......
“เป็ทักษะที่ยอดเยี่ยมจริงๆ อย่างน้อยมันน่าจะเป็ทักษะระดับตำนานเป็แน่!”เจิ้งฟู่กล่าวออกมาอย่างชื่นชมเมื่อเห็นทักษะที่ชายคนนี้ใช้ออกมาซึ่งเขาสามารถรับรู้ได้ถึงความกดอากาศและคลื่นพลังโดยรอบหมัดของชายคนนี้ว่ามันมีมากเพียงไหน และหากเขาไม่ใช้พลังทั้งหมดที่เขามีต้านรับมันเอาไว้แล้วละก็ตัวเขาได้พิการแน่ๆ......
“เข้ามาเลย! ข้าเองก็ไม่คิดที่จะมายอมแพ้ตรงนี้หรอกนะ!!”
[ทักษะปราณเกราะระฆังทองขั้นเซียน]
ม่ง!!!
ทันทีที่เจิ้งฟู่ใช้ออกทักษะป้องกันของเขาปราณรูประฆังสีทองขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นมาครอบร่างของเขาเอาไว้ซึ่งในตอนนี้ทักษะปราณเกราะระฆังทองของเขาเลื่อนขั้นจากทักษะระดับมหัศจรรย์มาเป็ระดับเซียนแล้วด้วยการที่เขาซึมซับพลังงาน์และพลังงานลึกลับจากศิลาบัญชา์ก่อนหน้านี้มันจึงทำให้ทักษะนี้ยกระดับขึ้นมาเป็ระดับเซียน.......
ฟิ้ว!!
ป่ง!!!
เสียงระฆังดังก้องกังวานไปทั่วทั้งชั้นที่สองของตำหนังหอชมจันทร์ทันทีเมื่อหมัดของชายลึกลับที่ใช้ออกทักษะหมัดร้อยดาราเคลื่อนกระทบกันซึ่งผลจากการปะทะในครั้งนี้ทำให้เจิ้งฟู่ถูกดันให้ถอยหลังกลับไปเกือบสิบก้าวเลยทีเดียวพร้อมกันกับที่เืไหลออกมาที่มุมปากของเขาเล็กน้อย ส่วนทางฝั่งของชายลึกลับนั้นเขากลับถอยไปจนชนเข้ากับผนังอีกฝั่งเลย เนื่องจากแรงสะท้อนที่เกิดขึ้นจากการปราณเกราะระฆังทองของเจิ้งฟู่.......
อั๊ก!!
ชายลึกลับถึงกับกระอักเืออกมาเมื่อเขาทรงตัวได้พร้อมกันกับใบหน้าที่แสดงออกมาถึงความไม่อยากเชื่อในสายตาของเขาที่จ้องมองมายังเจิ้งฟู่ด้วยการโจมตีเมื่อครู่ของเขาที่โจมตีออกไปนั้นมันเป็พลังเต็มสิบส่วนที่เขามีแล้วถึงแม้เจิ้งฟู่จะกันได้มันก็ไม่น่าที่จะทำให้เขากระเด็นถอยหลังมาได้ไกลขนาดนี้หรือแม้กระทั้งทำให้เขาได้รับาเ็......
“เยี่ยมมากเ้าหนู!ทักษะป้องกันของเ้าช่างยอดเยี่ยมนักข้าไม่นึกเลยว่าที่โลกเบื้องล่างจะมีทักษะที่สุดยอดแบบนี้อยู่ด้วย!” ชายลึกลับเช็ดคาบเืออก และกล่าวชมเจิ้งฟู่เกี่ยวกับทักษะที่เขาใช้ออกมาซึ่งแววตาของเขาที่แสดงให้เห็นนั้นมันบ่งบอกว่าเขานั้นพึงพอใจเป็อย่างมาก......
“ขอบคุณท่านผู้าุโที่ออมมือให้กับศิษย์!ศิษย์นั้นเพียงแค่ใช้ทักษะป้องกันตัวธรรมดาทั่วไปไหนเลยจะต้านทานท่านผู้าุโได้หากท่านไม่ออมมือให้กับศิษย์ผู้นี้” เจิ้งฟู่ไม่ได้คิดว่าเขาชนะเพราะทำให้ชายลึกลับกระเด็นถอยออกไปได้ซึ่งเขาคิดว่าอีกฝ่ายเพียงออมมือให้กับเขาเท่านั้น.....
ฮ่า ฮ่า ฮ่า!!
“เ้าคิดว่าข้าออมมือให้กับเ้าอย่างนั้นรึเด็กน้อย?เ้าประเมินข้าสูงเกินไปแล้ว ทั้งหมดนั้นเป็พลังทั้งหมดของข้าแล้วแล้วข้าจะไปออมมือให้กับเ้าได้อย่างไร?แต่เป็เพราะทักษะป้องกันของเ้านั้นแข็งแกร่งเกินไปต่างหากละ เ้าถึงทำได้ขนาดนี้!”ชายลึกลับยังคงกล่าวชมและพูดว่าตนได้ใช่พลังทั้งหมดอย่างเต็มที่แล้วในการโจมตีเมื่อครู่นี้ไม่ได้ออมแรงใดๆเก็บไว้เลย.......
“ขอบคุณท่านผู้าุโหลักที่กล่าวชมแต่ศิษย์คงไม่อาจรับคำชมนั้นได้ เพราะศิษย์ยังเป็เพียงมดตัวจ้อยเมื่ออยู่ต่อหน้าพวกท่านทั้งห้าแน่นอนว่าร่างที่อยู่เบื้องหน้าของข้านี้คงเป็ร่างจำลองที่ถูกสร้างขึ้นมาจิตสำนึกของพวกท่านข้าพูดถูกไหม?” ก่อนหน้านี้เจิ้งฟู่ไม่รู้ว่าชายลึกลับคนนี้เป็ใครแต่หลังจากที่สิ่งมีชีวิตโบราณและชายชราในสวนสมุนไพรของเขาบอกว่าร่างที่อยู่ตรงหน้าของเขานั้นเป็เพียงร่างที่ถูกสร้างขึ้นมาจากจิตสำนักของคนคนหนึ่งเขาถึงได้รู้และถามออกไป......
หือ?!
ฮ่า ฮ่า ฮ่า!!
หวืดดดดดดดดด!!
“ถูกต้องแล้วเ้าหนู!นี่คือร่างที่สร้างจากจิตสำนึกและพลังของพวกเรา!” และในขณะนั้นเอง ร่างอีกร่างก็พลันปรากฏขึ้น ซึ่งร่างที่ปรากฏให้เห็นนี้ไม่ชายวัยกลางคนแต่เป็ชายชราเคราขาวที่ดูราวอายุน่าจะสักร้อยปีเห็นจะได้แต่เขากลับยังมีสุภาพและใบหน้าที่อวบอิ่มอยู่เลย......
“เ้ารู้ไหมว่าเ้าทำให้พวกเราประหลาดใจหลายต่อหลายครั้งแล้วั้แ่การทดสอบกับศิลาบัญชา์ จนกะทั้งการเลื่อนระดับแบบก้าวะโและการผ่านกลไกลค่ายกลในชั้นที่หนึ่งทั้งหมดได้โดยไม่ไปกระตุ้นโดนค่ายกลไหนให้ทำงานและสุดท้ายก็คือการรู้ว่าร่างนี้คือร่างจำแลงที่สร้างขึ้นมาจากจิตสำนึกของพวกเราเ้านี่มันช่างมหัศจรรย์จริง!” เมื่อชายชราคนเมื่อครู่นี้กล่าวจบชายชราอีกคนก็ปรากฏกายขึ้นที่เก้าอี้ถัดไป พร้อมกับกล่าวชมในความสามารถของเจิ้งฟู่และการที่เขาชอบทำให้ชายชราอย่างเขาใและประหลาดใจอยู่เรื่อย.......
“ศิษย์มิกล้า! ศิษย์เพียงแค่บังเอิญทำได้ก็เท่านั้น!”เจิ้งฟู่กล่าวถ่อมตนและปฏิเสธคำชมของชายชราไป เพราะตัวเขานั้นไม่ได้มีความสามารถมากขนาด.......
“เ้าช่างถ่อมตนนักเ้าหนู!เอาละ! การทดสอบในครั้งนี้ถือว่าผ่านแล้วเพียงแค่เ้าสามารถทำให้ร่างจำแลงของข้าได้รับาเ็ แค่นั้นก็แสดงให้เห็นแล้วว่าเ้ามีความสามารถมากแค่ไหนแต่เ้าจงรู้ไว้ว่าภายในนิกายนี้ยังมีคนที่แข็งแกร่งอีกมากซึ่งยังไม่รวมถึงผู้ฝึกตนที่อยู่ในโลกภายนอกนิกายของเราด้วยหากวันใดเ้าคิดหลงระเริงว่าตนเองนั้นแข็งแกร่งแล้วเมื่อนั้นแหละจะเป็วันที่เ้าจะได้พบกับจุดจบที่แสนจะโหดร้ายเว้นเสียแต่ว่าเ้าจะกลายเป็ผู้ที่แข็งแกร่งเหนือใครจริงๆ!”
ชายชราคนที่สี่ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับบอกผลของการทดสอบครั้งนี้ว่าเขานั้นผ่านแล้วรวมถึงกล่าวเตือนสติของเจิ้งฟู่ว่าให้เขาอย่างได้หลงระเริงไปกับคำเยินยอใดๆ มิเช่นนั้นแล้วมันอาจจะนำพาหายนะมาสู่ตัวของเขาได้แต่เื่แบบนั้นคงไม่เกิดขึ้นกับเจิ้งฟู่แน่นอนเพราะเขานั้นไม่เคยหลงระเริงไปกับคำชมใดๆเลยสักนิด เพราะเขารู้ตัวของเขาดีว่าควรปฏิบัติตัวอย่างไร.......
“ขอบคุณท่านผู้าุโที่ชี้แนะศิษย์!ศิษย์จะจำคำสอนของท่านไว้เป็บทเรียนและข้อเตือนใจ!” เจิ้งฟู่ประสานมือขึ้นมาเพื่อกล่าวขอบคุณชายชราอย่างนอบน้อมและเคารพ......
“เอาละ! ั้แ่นี้ไปเ้าจะกลายเป็ศิษย์ของนิกายบัญชา์อย่างเป็ทางการแล้วและด้วยระดับพร์ของเ้าที่ทำให้ศิลาบัญชา์เปล่งแสงสีแดงเข้มออกมาได้เ้าจะได้รับหนึ่งในูเาที่อยู่เขตนอกเป็ที่อยู่ของเ้า ซึ่งเ้าสามารถเลือกได้ว่าเ้าจะเอาูเาลูกไหนเป็สถานที่อยู่ของเ้าแต่ถึงอย่างนั้นสถานะของเ้าก็ยังคงเป็เพียงศิษย์สายนอกอยู่ดี เพียงแต่เ้าจะได้รับสิทธิ์พิเศษมากกว่าคนอื่นเท่านั้นส่วนที่ว่าจะได้รับมากกว่าคนอื่นนั้นเดียวท่านผู้าุโมินโฮจะเป็คนบอกแก่เ้าเองซึ่งเขาจะเป็คนพาเ้าไปดููเาที่เ้า้าด้วย!”
ชายชราคนสุดท้ายปรากฏตัวออกมาที่เก้าอี้ตัวสุดท้ายก่อนจะบอกกล่าวแก่เจิ้งฟู่ว่าเขาได้สิ่งใดบ้างจากเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ซึ่งหนึ่งในสิ่งที่เขาได้รับก็คือการสถานที่อยู่ที่แสนจะพิเศษกว่าศิษย์คนไหนๆซึ่งก็คือการได้คอบครอบูเาที่เต็มไปด้วยพลังงาน์ทั้งลูกแถมเขายังสามารถเลือกูเาที่เขา้าได้อย่างอิสระอีกด้วย ไม่เพียงแค่นั้นเขายังได้รับสิทธิ์พิเศษกว่าศิษย์คนอื่นด้วยส่วนสิทธิ์พิเศษที่ว่านั้นชายวัยกลางผู้าุโมินโฮจะเป็คนบอกแก่เขาเองหลังจากนี้......