พอชาวบ้านได้ของจากพวกเขาแล้ว จะปล่อยให้เจ้าของบ้านลำบากลงแรงเองได้อย่างไรกัน
ไหนๆ ก็หอบผักมาถึงบ้านแล้ว พวกเขาเลยช่วยกันนำต้นกล้าลงดินเสียเลย
เถียนฮวนกับกู้ฉางสุ่ยแค่หิ้วถังไปตักน้ำจากลำธารมาไม่กี่เที่ยว รดลงบนแปลงผักซึ่งเต็มไปด้วยต้นอ่อนเขียวขจีพริบตาเดียวก็ดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาทั้งผืน
หลังรดน้ำเสร็จ เถียนฮวนก็ลูบมือลูบไม้ ยิ้มอย่างภาคภูมิใจ
“ว่าอย่างไร เล่ห์กลของข้าไม่เลวใช่ไหม ใช้แค่สมุนไพรพื้นๆ บนเขา เอามาแปรรูปง่ายๆก็แลกได้กับผักสดเต็มผืนดิน ไหนจะยังได้ใจชาวบ้านกลับมาด้วย จากนี้ไปจะไปไหนมาไหนในหมู่บ้านก็สะดวกขึ้นอีกหากทางโน้นคิดจะก่อเรื่อง ก็คงไม่มีใครอยากยืนข้างพวกเขาแล้ว!”
ดังนั้น ที่เจียงซื่อสงสัยตั้งแต่ต้นก็ถูกต้อง เรื่องทั้งหมดนี้ สองสามีภรรยาตั้งใจวางแผนไว้แต่แรก!
ยามปลายฤดูใบไม้ร่วง พวกเขาถูกไล่ออกจากบ้านตระกูลกู้ ไร่ถูกเก็บเกี่ยวจนหมด มีเพียงที่ดินสามหมู่กับกระท่อมเก่าๆหลังหนึ่ง
ถ้ายังไม่รู้จักใช้หัวคิดอีก เมื่อฤดูหนาวมาเยือนพวกเขาคงต้องกินลมตะวันออกเฉียงเหนือเป็นแน่!
ในระยะเวลาอันสั้นพวกเขาจำเป็นต้องใช้แผนนี้ การแลกเปลี่ยนด้วยสิ่งของ นับว่าเป็นวิธีที่เหมาะสมที่สุดในตอนนี้
แน่นอน ความคิดนี้เป็นของเถียนฮวน ส่วนเรื่องใช้โอกาสนี้ทำให้เจียงซื่อกับบุตรสาวเสียหน้าก็เป็นแผนของกู้ฉางสุ่ย
ตามที่เขาบอกไว้ว่า ‘วันนั้นตอนแยกบ้าน พวกเขาเสียหน้าขนาดนั้น อย่างไรก็ต้องหาทางเอาคืนแน่หากปล่อยให้พวกเขาเป็นฝ่ายเริ่มก่อน เราจะไม่ทันตั้งตัว เช่นนั้นก็จงขุดหลุมรอให้พวกเขากระโดดลงไปเองแบบนี้เราจะได้เตรียมตัวไว้ล่วงหน้า ไม่ต้องกลัวว่าจะรับมือไม่ได้’
เถียนฮวนคิดว่าเขาพูดถูก ทั้งสองจึงปรึกษากันตั้งแต่ตอนออกไปเก็บดอกเบญจมาศป่า
สุดท้ายแล้วเรื่องราวก็เป็นไปตามที่พวกเขาคาดการณ์ไว้
แผนการดำเนินไปอย่างราบรื่น พอมีหัวหน้าหมู่บ้านกานสุ่ยเข้ามาช่วยเสริม ท้ายที่สุดผลลัพธ์ยังเกินคาดจนทั้งคู่รู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างยิ่ง
“ดูท่าว่าเราต้องไปเก็บดอกกุ้ยฮวากับใบสะระแหน่มาเพิ่มอีกหน่อย ไว้ใช้ทำชาพิเศษให้หัวหน้าหมู่บ้านกานสุ่ย”เถียนฮวนบ่นพึมพำ แต่รอยยิ้มกลับยิ่งสดใส “แต่คิดดูแล้ว แค่ของพวกนี้ก็แลกกับการคุ้มครองของหัวหน้าหมู่บ้านกานสุ่ยได้คุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้มอีก!”
กู้ฉางสุ่ยรีบพยักหน้า “ภรรยาข้าเก่งยิ่งนัก! หากไม่เป็นเพราะเจ้า พวกเราจะได้ประโยชน์มากมายขนาดนี้ได้อย่างไร”
“ท่านก็ไม่เลว ช่วยข้าคิดแผน วางอุบายให้พวกนางกระโดดลงหลุมไปเอง...แต่ว่า ท่านทำแบบนี้หากพวกเขาคิดแค้นขึ้นมาจะทำอย่างไร” เถียนฮวนถามเสียงเบา
“แค้นก็แค้นไปเถอะ อย่างไรพวกเขาก็แค้นพวกเราตั้งหลายเรื่องอยู่แล้ว เพิ่มอีกเรื่องก็คงไม่เป็นไร”กู้ฉางสุ่ยพูดอย่างไม่ใส่ใจ
ท้ายที่สุดเขาก็ว่าอีกว่า “เดี๋ยวพวกเขาก็ก่อเรื่องอีก เราชิงลงมือก่อนก็ดีเหมือนกันพวกเขาจะได้คุ้นชิน”
บุรุษผู้นี้ร้ายกาจใช่ย่อย
เถียนฮวนกลั้นหัวเราะแล้วกระซิบเบาๆ “ท่านพูดถูก เหามากกลับไม่คัน มีหนี้เยอะไม่กังวล[1] ใครอยากแค้นก็แค้นไปเถอะ ข้าไม่สนแล้ว!
“ข้าเอาเวลาไปเคี่ยวน้ำต้มกระดูกดีกว่า!”
พอกู้ฉางสุ่ยได้ยิน ดวงตาก็เปล่งประกายทันที ลูบมือไปมา
“มีอะไรให้ข้าช่วยไหม”
“มี!” เถียนฮวนไม่เกรงใจ “ฟืนในบ้านใกล้หมดแล้ว ท่านไปเก็บมาเพิ่มหน่อย แล้วถ้ามีเวลาว่างก็เอาเครื่องมือสำหรับขุดสมุนไพรไปลับให้เรียบร้อยพอเตรียมพร้อมเสร็จ ข้าจะได้ลงมือแปรรูปสมุนไพรอย่างราบรื่น!”
“ได้!” กู้ฉางสุ่ยรับคำแล้วรีบออกไปทันที
เถียนฮวนนำแม่ไก่มาเชือด ล้างจนสะอาดแล้วแล่เอาเนื้ออกชิ้นโตแยกไว้ ส่วนที่เหลือสับเป็นชิ้นเล็กๆแล้วนำไปลวกน้ำร้อนกับเนื้อหมูไม่ติดมัน เสร็จแล้วก็ใส่หม้อ เติมน้ำให้ท่วมเนื้อไก่กับหมูแล้วก่อไฟแรงต้มให้เดือด
หญิงสาวช้อนฟองออกจากผิวน้ำ จากนั้นใส่ต้นหอม ขิง และสุราลงไปเล็กน้อย นางลดไฟในเตาให้เบาลงจนน้ำแกงเดือดปุดๆอย่างสม่ำเสมอ ควันหอมๆ ของน้ำแกงค่อยๆ ลอยอบอวลไปทั่วทั้งบ้าน
ตอนที่กู้ฉางสุ่ยแบกฟืนพะรุงพะรังกลับมา ในมือถือเครื่องมือสำหรับขุดสมุนไพร กลิ่นน้ำแกงหอมกรุ่นก็โชนออกมานอกบ้าน
“โอ้โฮ หอมอะไรอย่างนี้!”
ท้องของเขาร้องโครกครากทันที เมื่อรีบวิ่งพรวดเข้าไปดู ก็เห็นน้ำแกงในหม้อยังเดือดเล็กน้อยน้ำแกงใสแจ๋วจนเห็นชิ้นไก่ หมูไม่ติดมัน ต้นหอม และขิงอยู่เต็มหม้อ
“หืม? เหตุใดน้ำแกงจึงใสแบบนี้เล่า” เขาถามด้วยความสงสัย
เถียนฮวนยิ้มตอบ “ข้าเคยบอกท่านแล้วนี่ว่าน้ำแกงมีหลายประเภท ที่เรากินวันนี้เรียกว่าน้ำต้มกระดูกนับว่าเป็นน้ำแกงที่ทำง่ายที่สุด ถัดมาคือน้ำเคี่ยวกระดูก โดยจะใช้โครงไก่ โครงเป็ดหรือกระดูกหมูในการทำ เคี่ยวด้วยไฟอ่อนไปเรื่อยๆ จนได้น้ำแกงที่มีสีขาวดุจน้ำนมจึงจะนับว่าเป็นหัวเชื้อที่ดี
“แต่เหนือกว่าน้ำเคี่ยวกระดูก ก็คือ ‘น้ำแกงใส’ ถึงจะใช้วัตถุดิบเหมือนกัน แต่ทำออกมาแล้วใสสะอาด มองทะลุถึงก้นหม้อ ทั้งสี กลิ่นและรสชาติล้วนกลมกล่อมไม่แพ้กัน ทั้งยังดูพิถีพิถันกว่าด้วย น้ำแกงที่ข้ากำลังทำก็คือน้ำแกงใสแต่เพราะวันนี้เวลาไม่พอ ข้าเลยทำได้แค่น้ำแกงใสธรรมดา ไม่ได้ใส่ใจทุกขั้นทุกตอนมากนักแต่ข้ายังเก็บเนื้อไก่ไว้หน่อยหนึ่ง วันหน้าจะทำน้ำแกงใสชั้นเลิศให้ท่านได้กิน รับรองว่าแค่ลองซดน้ำแกงหนึ่งอึกก็จะหยุดกินไม่ได้!”
กู้ฉางสุ่ยฟังแล้วน้ำลายสอแทบยืนไม่ไหว
ที่แท้การต้มน้ำแกงก็มีเคล็ดลับมากขนาดนี้ ข้าเพิ่งรู้จริงๆ!
“แน่นอนว่าทุกสิ่งในโลกต่างมีศาสตร์และศิลป์ ยาและอาหารก็เช่นกัน หากตั้งใจศึกษายิ่งค้นลึกก็จะยิ่งเจอเรื่องน่าตื่นเต้นอีกมาก!” เถียนฮวนพูดพลางยิ้มตาหยี “แต่ตอนนี้ข้าหิวแล้วไม่มีแรงจะอธิบายอะไรอีก ท่านช่วยเอาของไปเก็บ แล้วตักน้ำมาให้ข้าหนึ่งถังที ข้าจะนวดแป้งทำบะหมี่!”
เมื่อเช้านางถูกท่านอาสามดุด่าจนต้องกล้ำกลืนฝืนทน
คืนนี้นางจะต้องทำบะหมี่แบบเดียวกับที่อีกฝ่ายพูดถึง แล้วให้กู้ฉางสุ่ยกินดู ให้รู้กันไปเลยว่านางไม่ได้กล่าวผิด!
นางหัวแข็งยิ่งนัก!
[1] เหามากกลับไม่คัน มีหนี้เยอะไม่กังวล เป็นสำนวนจีน หมายถึง เมื่อประสบกับบางสิ่งมากเข้าจึงไม่รู้สึกกังวลอีกต่อไป