“ท่านเฮ่ยฉี คุณชายจาง รอพบท่านอยู่”
“รบกวนเ้าให้มายืนรอแล้ว นำทางไปสิ”
พอผ่านประตูเมือง เฮ่ยฉีก็แยกจากคนทั้งสองขี่ม้าเร่งรีบเดินทางลอบเข้าหออวี๋เซียวหยา เดินตามเด็กข้ารับใช้ไปเรือนพำนักของจางหยงเหลียนทำความเคารพก่อนเข้าในเรือน
“คุณชาย ท่านเฮ่ยฉีมแล้วขอรับ”
เด็กน้อยเดินเข้าห้องส่วนในเสียงเรียกเบาๆ มีเสียงตอบรับสักครู่ชายหนุ่มหน้าตางดงามแต่งกายชุดตัวในสีขาวเสื้อคลุมตัวนอกปักลายไผ่สีเขียวที่ชายผมปล่อยยาวทิ้งตัวคลุมไหล่เดินนำออกมา เพียงเห็นสภาพของชายหนุ่มก็อดที่จะบ่นออกมาไม่ได้
“เฮ่ยฉีหนอเฮ่ยฉี เ้าเร่งรีบมากไปไม่ดีต่อสุขภาพรู้ไหมเ้าไม่ผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนค่อยมาพบข้ามาพร้อมฝุ่นผงตลบอบอวลช่างทำให้คนสงสารยิ่งนัก”
“ขอบคุณคุณชายจางที่สงสาร ข้ามีคำสั่งเร่งด่วนขอท่านโปรดอภัยนายท่านอาจจะมาที่นี่ภายในวันสองวันนี้”
“เร่งด่วนเพียงนั้นเชียวหรือ”
“ชายหนุ่มที่้าหา คนของข้าก็พบร่องรอยของเขาแล้วสถานที่นั้นอยู่ไม่ไกลจากที่นี่นักนายเ้าไม่จำเป็ต้องรีบร้อนถึงเพียงนั้นกระมังคาดว่าเมื่อมาถึงคงได้พบทันที แต่การเดินทางกลับเมืองหลวงอย่างเร็วก็ห้าถึงเจ็ดวันนายเ้าจะใช้เวลาเพียงสองสามวันนี่ออกจะเป็ความเร็วที่เหลือเชื่อเกินไปนะเสี่ยวฉี”
“คุณชายจาง นายท่าน้าให้หาข้อมูลเพิ่ม คือ้าให้สืบหาสตรีสูงวัยแซ่หวังไม่ทราบนามนางเคยเป็คนรับใช้ของฮูหยินในจวนสกุลเฉียนเมืองเปียนถิงฮูหยินท่านนี้แซ่จิ่ว นายท่านสั่งว่า คนเป็ต้องได้พบ คนตายต้องเห็นร่างพวกข้าและคนของท่านมีเวลาเพียงสองวันขอรับ ก่อนนายท่านเดินทางมาถึง”
เฮ่ยฉีพูดจบก็ขมวดคิ้วเข้ม งานนี้เป็งานที่ยากและมีขอบเขตกว้างใหญ่รายละเอียดที่มีก็ไม่ชัดเจน จางหยงเหลียนนิ่งไปขบคิดอยู่ในภวังค์ของตนเอง
“เร่งด่วนจริงดังว่า”
หลังจากคุยกันเสร็จเรียบร้อยทั้งสองแบ่งงานกันไปต่างคนต่างใช้สายข่าวที่มีสืบหาความจริงและร่องรอยทั้งหมดไปพร้อมๆกันทั้งในที่แจ้งและในทางลับ
สองวันถัดมาหอคณิกาชื่อดังภายในห้องมีไป๋จินหลง จางหยงเหลียน นั่งจิบชาร้อนท่าทางเรียบง่ายด้านข้างมีเพียงเฮ่ยฉี ซวี้หานส่วนหูสือซานและเสี่ยวชิงชวนตรงกับไปที่จวนมีเสียงขับร้องแว่วมาเบาๆ
“เื่ที่ข้าให้ไปสืบได้ความว่าอย่างไรบ้าง”
“ฮึ..มาถึงไม่เพียงไม่ทักทายข้าเ้าก็เริ่มแล้ว? นิสัยเสียนี้ยังคงไม่เปลี่ยนเ็า ไร้ใจเกินไปแล้ว เ้ายังเป็สหายสนิทข้าใช่อยู่หรือไม่”
เสียงจางหยงเหลียนขัดขึ้นเบาๆ ใบหน้าอมยิ้มบางๆสง่างามเฉกเช่นคุณชายเ้าสำราญ เขารู้ดีว่ายามนี้ชินอ๋องเหมือนูเาไฟย่อมๆจึงอดที่จะหยอกเย้าไม่ได้
“เ้าตามหาคนแล้วไม่พบเกี่ยวอะไรกับข้า”
“ฮึ ก็ไม่เกี่ยวกับเ้าจริงแต่ข้าคาดหวังว่าเ้าจะสามารถช่วยเหลือข้าได้”
“ท่านควรบอกแต่แรกว่าคนที่ตามหาเป็ผู้วิเศษผู้ฝึกตนตามหาด้วยวิธีธรรมดาผลที่ได้ย่อมไม่ได้ผลสุดท้ายเ้าก็ได้พบเจอเขา แต่เอาเถอะตอนนี้ได้ข้อมูลเพิ่มเติมจากสถานที่นอกเมืองที่ท่านเซียนไปเยือนและสอบถามชาวบ้านได้ข้อมูลว่าเป็ที่บ้านสกุลจิ่วหลายปีก่อนขึ้นชื่อว่าเป็ตระกูลที่ไม่ใช่ชาวยุทธ์และไม่ฝักใฝ่งานในราชสำนักทายาทไม่มีในวงราชการใจบุญเป็อย่างมากสร้างวัดวาอารามบริจาคสิ่งของให้ทานคนยากในครอบครัวมีกันร้อยกว่าชีวิตรวมบ่าวไพร
คืนวันหนึ่งเกิดเหตุร้ายคนในจวนหลังนั้นถูกสังหารทั้งหมดอย่างเหี้ยมโหดทั้งนายบ่าวไม่มีผู้ใดเหลือรอดผู้ที่มาพบเป็ชาวบ้านที่นำผักสดมาส่งที่นั่นเป็ประจำทุกวันตอนที่พบภายในเรือนเงียบสนิทไร้คนเปิดประตูเช่นปกติจึงเข้าไปพบพื้นแดงไปด้วยเืมีศพล้มไปทั่วจึงแจ้งทางการเข้าไปตรวจสอบ”
“หลังจากนั้นผลของคดีเป็อย่างไร”
“หาคนร้ายไม่พบด้วยไม่มีพยานเห็นเหตุการณ์ ไม่มีหลักฐานใดๆตระกูลนี้ไม่มีศัตรูอีกทั้งไม่มีญาติมาติดตามหลังเกิดเหตุ จึงเงียบหายไปส่วนสตรีสูงวัยแซ่หวังผู้นั้นเป็ข้ารับใช้ที่ออกเรือนมาพร้อมกับบุตรสาวคนที่สามแต่งมาเมืองหลวงเป็ฮูหยินเอกตระกูลเฉียนที่เปียนถิง เมื่อฮูหยินมีบุตรสาวจึงกลายเป็แม่นมคอยเลี้ยงดูคุณหนูใหญ่ก่อนวันที่เกิดเหตุที่ตระกูลจิ่วดูเหมือนได้ออกไปข้างนอกจวนพร้อมกับคุณหนูผู้นั้นหายสาบสูญไปไม่มีข่าวคราวทั้งคู่ข้าคิดว่าเซียนผู้นั้นละกิเลสปล่อยวางได้มากกว่าปุถุชนเมื่อเื่ราวเป็เช่นนี้เขาอาจหมดความสนใจแล้วจึงจากไปท่านก็ไม่จำเป็ต้องสืบสาวต่อแล้ว”
ก๊อก ก๊อกเสียงเคาะประตูทั้งหมดเงียบเสียง
“เรียนนายท่านด้านนอกหอมีหนอนแอบอยู่ขอรับ”
“ไปจัดการรู้หรือไม่เป็ใครส่งมา”
“ยังมิทราบแน่ชัดแต่พอคาดเดาได้เจ็ดแปดส่วนขอรับจะไปจัดการเดี๋ยวนี้ขอรับ”
“อย่าลืมส่งของขวัญติดไม้ติดมือกลับไปให้หน่อยหล่ะ”
ไป๋จินหลงเอ่ยเสียงเย็นชา
“ขอรับ”
“อีกฝ่ายข่าวช่างไวนักท่านพึ่งเหยียบเมืองหลวงก็มากันแล้ว ความสงบสุขหลายปีของข้าคงหายไปเพราะท่าน”
จางหยงเหลียนบ่นขึ้นมาเสียงเบาแม้จะเป็สหายสนิทแต่ตัวเขาก็ทุ่มเทไม่น้อยการที่ชายหนุ่มคนหนึ่งต้องยอมรับสภาพอยู่ในหอคณิกาทำหน้าที่รวบรวมข่าวสารเพื่อให้เขาสามารถก้าวเดินได้อย่างสบายใจควรจะได้รับบางสิ่งตอบแทนไม่ใช่หรือนี่แม้แต่ความสงบก็จะถูกริดรอนไปด้วยหรือ
“สืบหาต่อว่าสตรีแซ่หวังมีญาติอีกไหมเป็คนบ้านใดก่อนเข้าสู่สกุลจิ่ว อาจพบเบาะแสก็ได้ถ้าท่านยัง้านะ”
“พวกเ้าแยกย้ายกันไปจัดการตามที่ข้าสั่ง”
แต่ละคนแยกย้ายกันไปอย่างว่องไวส่วนไป๋จินหลงแยกตัวเพียงลำพังกลับมายังจวนเดินผ่านทุกคนที่หยุดทำความเคารพก่อนจะตรงไปยังห้องนอนของตนเขาเองก็ต้องฝึกฝนทุกๆวันเพื่อปรับระดับพลังให้เพิ่มมากขึ้นหลังจากที่ได้พบกับซวี้หานและทำพันธะสัญญากันแล้วเขาก็รับรู้พลังจิติญญาภายในกายได้จากเดิมฝึกแต่วรยุทธ์เช่นคนทั่วไปทุกวันก่อนนอนจะต้องฝึกทบทวนสิ่งที่ได้อ่านจากตำราและคำบอกเล่าของซวี้หานยิ่งยามนี้รู้ใจตนเองแล้วย่อมต้องพยายามให้มากกว่าเดิมชอบคนไม่ธรรมดาไม่อาจเป็คนธรรมดาสามัญได้อีกต่อไป
“นายท่านหากท่านคิดว่า้าเทียบเซียนมีหนทางเดียวคือท่านต้องเป็เซียนด้วยลำพังแค่วิทยายุทธทั่วไปเช่นนี้กับพลังที่คืนกลับมาเล็กๆ น้อยๆไม่อาจะติดตามไปได้สำเร็จหรอกขอรับท่านคิดดูให้ดีก่อนถ้าท่านเลือกแล้วข้าพร้อมเสมอที่จะทำตามที่ท่าน้า”
หน้าประตูห้องเสี่ยวชิงชวนทำหน้าที่รับใช้ยามเช้าเช่นปกติแต่วันนี้ดูจะผิดปกติเวลาไม่เช้าแล้วเหตุใดด้านในห้องยังไม่มีเสียงเช่นทุกวัน
“ท่านอ๋องๆ ปังๆ ท่านอ๋องๆ ปังๆ ทรงตื่นหรือยังพะยะค่ะ”
ไป๋จินหลงกระพริบตาก่อนจะปรับสายตามองไปที่ผ้าม่านมีแสงจากภายนอกส่องเข้ามาเล็กน้อยเขาพยายามนึกถึงภาพในความฝันเมื่อคืนแรกเริ่มยังไม่ชัดเจนจนผ่านไปสักครู่ก็พอจะจำได้ว่าในฝันที่วุ่นวาย
เริ่มจากภาพประตูถูกเซียนหนุ่มที่ตนพยายามติดตามผลักออกมา ยืนนิ่งส่งสายตาแสดงความรู้สึกว่างงกับการที่ได้พบเขาที่ยืนอยู่ด้านนอกประตูปล่อยให้สายตาอีกฝ่ายมองอย่างสำรวจตนเองพยายามใช้เวลากับการแต่งกายให้ปราณีตที่สุดสายตาคู่นั้นก็หยุดจับจ้องไปที่กระบี่ในมือของเขา นั่น.. หยกของนาง
“ท่านอ๋อง หากข้าจำไม่ผิดหยกที่ผูกห้อยด้ามกระบี่ของท่านชิ้นนั้นเป็หยกพกประจำกายของข้า!”
“ถูกต้องท่านให้ไว้เป็ของแทนใจ มันอยู่กับข้าตลอดเวลาไม่เคยห่างกาย”
“ท่านบ้าไปแล้วข้าเป็ผู้บำเพ็ญเพียร ข้าไม่เคยยกหยกพกชิ้นนั้นให้ท่านหรือกับใครก็ตามและข้าก็เป็ชาย”
“แต่มันอยู่กับข้า และข้าไม่คิดที่จะคืนให้ท่านแน่นอน”
พูดชัดเจนแบบคนหน้าไม่อายไม่สนใจสีหน้าผู้คนท่านเซียนไปไหนเขาก็จะตามไปไม่ห่าง ไม่ว่าจะนั่งรักษาให้คนยากจนที่มีสภาพเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่งกลิ่นกายเหม็นเปรี้ยวแค่ไหนก็ตามใบหน้าท่านเซียนบึ้งตึงเป็อย่างมากส่วนอีกท่านหนึ่งกลับอมยิ้มตลอดเวลาชายหนุ่มรูปงามมายืนค่อยช่วยหยิบห่อสมุนไพรหรือไม่ก็ประคองคนป่วยที่จะลุกจะเดินลำบากโดยไม่มีอาการรังเกียจดูเป็ภาพที่แปลกตาเล็กน้อย
“มีคนตีกัน มีคนเจ็บด้วย ท่านหมอท่านรีบตามข้าไปช่วยคน”
อยู่ๆ มีคนวิ่งมาขอความช่วยเหลือท่านเซียนลุกขึ้นวิ่งออกไปทันทีไป๋จินหลงหันไปสั่งให้องครักษ์เก็บของแล้วเดินตามออกไปเมื่อเดินไปถึงตลาดอีกฝากหนึ่ง ไร้วี่แว่วคน แล้วคนที่มาช่วยหล่ะหายไปไหนคนเจ็บยังคงนั่งอยู่ด้วยเ็ปตามเนื้อตามตัวยังไม่ได้ลุกเดินไปไหน
“เ้าเห็นท่านหมอหนุ่มชุดขาวที่มาช่วยพวกเ้าไหม”
“พวกข้าอยู่ดีๆ ก็มีคนมารุมตีจนเจ็บขนาดนี้ พวกข้าเป็คนยากจน ท่านหมอที่ไหนจะยอมเดินมาช่วยพวกเราพวกเราไม่เห็น”
“ท่านเซียนหายไปไหนผู้ที่มีวิชาติดตัวกลับหายไปไร้วี่แววต้องมีอะไรผิดปกติแน่”
เสี่ยวชิงชวนที่ยืนอยู่ด้านหลังพูดออกมาเบาๆด้วยความสงสัยเข้าหูคนด้านข้างทะลุใจแบบที่รู้สึกได้ มันสะท้อนไปมาในหัว เขาได้ยินไม่ผิดใช่ไหมใครบังอาจลูบคมในถิ่นของข้า กล้าแตะเกล็ดย้อนของข้าเขาส่งสัญญาณออกไปในที่ลับกลุ่มองครักษ์ขยับตัวออกไปทันที
“คงยังไปไม่ไกล รีบตามหา”
“นายท่านมีคนเห็นว่าท่านเซียนถูกนำไปทางนั้นขอรับ”
“เรารีบตามไป”
“ข้าไปก่อน ท่านรีบตามมา”
สิ้นเสียงคนก็หายไปไม่คิดว่าท่านอ๋องจะมีพลังยุทธ์ถึงขั้นนี้เมื่อติดตามมาจนทันไป๋จินหลงเอ่ยเสียงเย็นสีแววตาเริ่มเปลี่ยนเป็สีแดงบรรดาองครักษ์ที่ล้อมรอบกลุ่มคนที่จับตัวท่านเซียนมารับรู้ได้ทันทีนายท่านของพวกเขากำลังโกรธนานหลายปีที่ท่านไม่เคยแสดงอาการนี้ครั้งสุดท้ายที่เห็นคือที่สนามรบเมื่อหลายปีก่อน(มีทหารศัตรูจับชาวบ้านมาทรมานเหยียดหยามความรู้สึกทหารฝ่ายเรา)ผลคือเืนองพื้นด้วยฝีมือคนเพียงคนเดียว สภาพซากศพไม่มีชิ้นดีกระจัดกระจาย
“วางคนลงข้าจะให้เ้าตายไม่ทรมาน”
“นายท่านให้พวกเราจัดการเถอะ”
ไม่ต้องถึงมือท่านหรอกพวกข้าจัดการได้คนเพียงไม่กี่คนกล้าลองดีกับัที่กล้าแข็งในถิ่นของัช่างไม่รู้ที่ตาย ทุกคนคิดเหมือนกัน
องครักษ์กำลังใช้กระบี่ฟาดฟันใส่กลุ่มคนชุดดำชายที่พยุงร่างของคนที่เขาตามหากำลังถอนตัวออกไปช้าๆพริ้วตัวลอยพาคนออกไปตามคำสั่งให้ได้ แต่ไม่รอดพ้นสายตาที่จับจ้องมองตลอดเวลาพริบตาเดียวคนในมือถูกแย่งไปซ้ำที่ลำคอรู้สึกได้ถึงความเย็นของกระบี่เพียงแวบเดียวเืพุ่งออกมาชายชุดดำเอามือจับกดลำคอแต่ไม่ทันเสียแล้วล้มคว่ำสิ้นลมหายใจอย่างรวดเร็ว
ร่างบางในอ้อมกอดอ่อนปวกเปียกไร้ความแข็งขืนยังคงหมดสติอยู่ไป๋จินหลงอุ้มด้วยความทนุถนอมใช้กำลังภายในกายที่มีทะยานกลับไปเสียงสั่งมาตามลม
“เก็บกวาดให้เรียบร้อย”
“พะยะค่ะ”
ในห้องพัก ไป๋จินหลงอุ้มคนเข้ามาวางบนเตียงพลางขยับให้นอนอย่างสบายยืนมองท่านเซียนหนุ่มนอนสลบไสลบนเตียง เพราะเป็คนดีเกินไปมีจิตใจเมตตามีความคิดที่ขาวสะอาด ใม่มีกิเลสต่างๆ เข้ามาวุ่นวายอีกทั้งจิตใจมุ่งเพียงไปช่วยดูคนที่เจ็บป่วยเป็อันตราย จึงพลาดพลั้งไปเขาอมยิ้มน้อยๆกับร่างบางที่นอนอยู่บนเตียง
“ช่างน่าเป็ห่วงเสียจริง”
ในที่ลับ บรรดาองครักษ์แทบตกลงมาบนพื้นเมื่อได้เห็นภาพนี้พวกเขาตาฝาดเป็แน่หันมามองตากันมีคนผู้หนึ่งหันไปตบหน้าคนด้านข้าง อ่า เจ็บมือไม่ได้ฝันไป ท่านอ๋องยิ้ม ั้แ่ติดตามท่านอ๋องยังไม่เคยเห็นสักครั้งนี่เป็ครั้งแรกมีสิ่งใดทำให้นายท่านมีความสุขกันแน่นะ
“สืบมาว่าใคร?”
เอ่ยสั่งเสียงเบาเย็นเฉียบทำให้ผู้รับคำสั่งขนลุก รีบหายตัวไปทันทีไป๋จินหลงเฝ้ามองใบหน้าและร่างกายบอบบางบนเตียงนี้ในใจใคร่ครวญกลับไปกลับมาทำอย่างไร
“หากเป็สตรีข้าอาจลุ่มหลงจนกักขังเ้าไว้มิให้ใครพบเจอก็เป็ได้”
คนผู้นี้เป็บุรุษและไม่ฝักใฝ่ทางโลกมุ่งมั่นการบำเพ็ญเพียรจนมิสนใจความรู้สึกที่ตนส่งออกไปให้ด้วยซ้ำในฝันขณะที่เขากำลังเคลิบเคลิ้มกับความรู้สึกดีๆนี่ต้องเป็ความฝันไม่ใช่ความจริงแต่ขอเขาอยู่อย่างนี้อีกสักพักเถอะ
เสียงของเสี่ยวชิงชวนที่ทั้งเคาะประตูและะโเรียกก็ดังบาดหูจนเขาต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมาอารมณ์ที่กำลังเคลิ้มหวานหายไปอย่างฉับพลัน ยังคงมึนงง จนเปลี่ยนเป็ตอนนี้เขารู้สึกอารมณ์เสียแค่ฝันหวานจนนอนเกินเวลาก็ทำไม่ได้ั้แ่เล็กจนอายุขนาดนี้เขาไม่เคยมีประสบการณ์นอนฝันหวานมาก่อนนี่คือครั้งแรกและมันถูกเสี่ยวชิงชวนแย่งชิงไปเสียแล้ว
ไป๋จินหลงกระพริบตาถี่ๆดึงจิตใจกลับมาสู่ความเป็จริงฟังเสียงเคาะประตูของเสี่ยวชิงชวนที่ยังคงดังต่อเนื่องเกรงว่าเขาไม่ตอบกลับไปอีกฝ่ายจะเคาะจนบานประตูโยกคลอนตอนนี้เขายิ่งแน่ใจว่าตนเองยังนอนอยู่บนที่นอนในห้องของตนเองมิได้อยู่กับคนในความฝันไป๋จินหลงเอามือสางผมก่อนจะลุกขึ้นนั่ง เอื้อมมือเปิดม่านหน้าเตียงออกข้างหนึ่ง
นึกย้อนความคิดเมื่อวานหลังจากกลับมาก็ฝึกเดินพลังิญญาในร่างกายจนเหนื่อยล้าแล้วก็ล้มตัวลงนอนนี่เขาฝันไปจนเขาได้พบคนผู้นั้นในฝันของตนเองหลายปีแล้วที่ไม่เคยฝันยาวนานตลอดคืนฝันที่เป็เื่เป็ราวขนาดนี้ด้านนอกแสงสว่างส่องเข้ามาในห้องเวลาน่าจะไม่เช้าแล้วเสี่ยวชิงชวนยังคงเคาะประตูไม่หยุด เ้าเด็กนี่ช่างเป็มารขัดความสุขเสียเหลือเกินหากเป็เวลาปกติไม่มีทางที่เขาจะเสียมารยาทเคาะประตูห้องดังขนาดนี้